Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา



              เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับ ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดีอี และ พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พร้อมด้วยผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย และสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ประชุมหารือเรื่องการกวาดล้างบัญชีม้าและเร่งรัดการคืนเงินให้ผู้เสียหาย ตามข้อสั่งการของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ที่ได้มอบหมายให้กระทรวง ดีอี ร่วมกับ ตร. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์เป็นระยะที่ 2 ต่อเนื่องจากระยะแรก 30 วัน (1-30 เมษายน 2567)               โดยผลการประชุมที่สำคัญมีดังนี้ 1. การเร่งรัดกวาดล้างบัญชีม้า   ปปง. ธปท. สมาคมธนาคาร กสทช. สมาคมโทรคมนาคมฯ และ ดีอี ร่วมดำเนินการ - ขยายผลกวาดล้างบัญชีม้า จากการใช้ข้อมูลรายชื่อเจ้าของบัญชีม้า และรายชื่อผู้กระทำผิดกฎหมาย โดยใช้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ทำการปิดบัญชีธนาคารทุกธนาคาร จากชื่อบุคคลดังกล่าว โดยตั้งเป้าระงับ/ปิด บัญชีม้ามากกว่า 12,000 คนต่อเดือน หรือ 100,000 บัญชีต่อเดือน - กำหนดมาตรการและเงื่อนไขการเปิดบัญชีใหม่ เพื่อป้องกันการนำไปกระทำความผิดโดยเพิ่มกระบวนการพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริง Customer Due Diligence หรือ CDD โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยง ธนาคารต้องตรวจสอบให้เคร่งครัดมากขึ้นก่อนอนุมัติเปิดบัญชี โดยทาง ธปท.จะมีการออกประกาศภายในเดือนมิถุนายน 2567 ซึ่งปัจจุบันบางธนาคารได้มีการดำเนินการแล้ว - การกวาดล้างบัญชีม้า และซิมม้าในระบบ mobile banking ที่ประชุมมอบหมายให้ กสทช.เร่งรัดตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับระบบ mobile banking จำนวนประมาณ 106 ล้านเลขหมาย ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จใน 120 วัน        สำหรับผลการกวาดล้างบัญชีม้าถึง 30 เมย 2567 มีดังนี้             - ระงับบัญชีม้าแล้วกว่า 700,000 บัญชี แบ่งเป็น ธนาคารระงับเอง 300,000 บัญชี AOC ระงับ 101,375 บัญชี ปปง.ปิด 325,586 บัญชี             - ตร. ดำเนินการการจับกุมคดี บัญชีม้า-ซิมม้า เม.ย. 67 มีจำนวน 361 คน เพิ่มขึ้น 1.9 เท่า เทียบกับ การจับกุมเฉลี่ย 187 คนต่อเดือน ช่วงมกราคม - มีนาคม 2567   2. การแก้กฎหมายพิเศษเป็นการเร่งด่วน     เพื่อให้การปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ตลอดจนช่วยเหลือคืนเงินให้ผู้เสียหาย ได้มีการหารือเรื่องการแก้กฎหมายในประเด็นดังนี้              - การเร่งรัดคืนเงินให้ผู้เสียหาย โดยที่ผ่านมาการคืนเงินให้ผู้เสียหายจากคดีออนไลน์ ต้องใช้เวลานาน หลายๆ กรณี ใช้เวลาหลายปี กว่าจะสามารถคืนเงินให้ผู้เสียหายได้     ประกอบกับ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 ที่ผ่านมา ทาง AOC 1441 โดย ดีอี ตร. สมาคมธนาคาร ได้ร่วมมือ เร่งการระงับ/อายัด บัญชีม้าได้รวดเร็วเฉลี่ยภายใน 10 นาที และมีเงินที่ถูกอายัดได้จำนวนมาก ซึ่งในวันนี้จึงได้ประชุมพิจารณาถึงการหาวิธีคืนเงินให้รวดเร็วขึ้น โดยพิจารณาการออกกฎหมายพิเศษเพื่อเร่งการคืนเงิน              - การเพิ่มโทษการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล โดยถือว่าการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล เป็นการกระทำที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประชาชน เศรษฐกิจ และสังคมในวงกว้าง จึงต้องมีการกำหนดบทลงโทษผู้ที่เกี่ยวข้องและคนร้ายในอัตราโทษจำคุกเพิ่มขึ้นจาก 1 ปี เป็น 5 ปี             นอกจากนี้ ยังได้หารือถึงการป้องกันการโอนเงินแบบผิดกฎหมายของคนร้ายโดยการใช้สินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะที่เป็นแพลทฟอร์มซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลในต่างประเทศที่ผิดกฎหมาย             รมว.ประเสริฐฯ กล่าวเพิ่มว่า “วันนี้ เราประชุมเพื่อหามาตรการเร่งรัดกวาดล้างบัญชีม้า และ หาวิธีคืนเงินให้ผู้เสียหายรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยที่ประชุมได้หารือถึงการออกพระราชกำหนด เป็นกฎหมายพิเศษเพื่อเร่งคืนเงินให้ผู้เสียหายและเพิ่มโทษการซื้อขายข้อมูล ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี ขอให้เร่งการปราบปรามจับกุมคนร้าย กวาดล้างบัญชีม้า ซิมม้า ปิดกั้นโซเชียลมีเดียหลอกลวงต่อเนื่อง แก้ปัญหาหลอกลวงซื้อขายออนไลน์ และช่วยลดความเดือนร้อนของประชาชน” -------------------------------------------------  

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงกรณีความคืบหน้าของการปิดเว็บไซต์ “กองสลากพลัส” และ "ลอตเตอร์รี่พลัส" ว่า ที่ผ่านมาเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2566 ศาลได้มีคำสั่งให้ปิดกั้นเว็บไซต์ “กองสลากพลัส” โดยศาลเห็นว่า ตามที่บริษัทได้อ้างถึงราคาส่วนเกินจากการจัดจำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลคือค่าบริการต่าง ๆ นั้นฟังไม่ขึ้น ทำให้การขายสลากกินแบ่งรัฐบาลในราคาเกินกว่าที่กำหนดไว้ในสลากฯ ถือเป็นการขัดต่อกฎหมาย และเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงมีคำสั่งให้ระงับการแพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวออกจากระบบคอมพิวเตอร์ ทั้งนี้เมื่อศาลมีคำสั่งดังกล่าว กระทรวงฯจึงได้ทำการปิดกั้นเว็บไซต์ทันที โดยปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างขั้นตอนยื่นขออุทธรณ์ต่อศาล ซึ่งในระหว่างที่มีกระบวนการพิจารณานี้ กระทรวงฯยังคงปิดกั้นเว็บไซต์ดังกล่าวตามคำสั่งศาลอยู่ ในส่วนของเว็บไซต์ “ลอตเตอร์รี่พลัส” ล่าสุด กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครอง (บก.ปคบ.) ได้ส่งเรื่องให้กระทรวงฯ ดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์ “ลอตเตอร์รี่พลัส” โดยแจ้งความผิดฐานขายสลากกินแบ่งรัฐบาลเกินราคา เข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ.2478 และพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ซึ่งมีข้อกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ กระทรวงฯ จึงต้องดำเนินการตรวจสอบพยานหลักฐาน และขอเอกสารเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนถูกต้อง เพื่อประกอบการขอความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีคำสั่งปิดกั้นเว็บไซต์ดังกล่าวต่อไป “กรณีการปิดกั้นเว็บไซต์ลอตเตอร์รี่พลัส ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการตรวจสอบเอกสารที่ทางกระทรวงฯได้ยื่นขอเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะต้องใช้การพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับ และมีผลกระทบต่อประชาชน สังคม และเศรษฐกิจในวงกว้าง โดยกระทรวงฯ เตรียมยื่นคำร้องเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งปิดกั้นเว็บไซต์ดังกล่าวต่อไปในสัปดาห์หน้า อย่างไรก็ตามขอแจ้งเตือนประชาชน ให้ระมัดระวังการดำเนินธุรกรรมบนแพลตฟอร์มที่อาจเข้าข่ายมีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งอาจได้รับผลกระทบและความเสียหายตามมาได้” นายเวทางค์กล่าว   ---------------------------------------------------------------



วันนี้ (16 พฤษภาคม 2567) ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมปาฐกถาพิเศษ ในงาน Executive Breakfast Forum 2024 EP.33 หัวข้อ Executive Keynote: A Journey to Privacy & Cybersecurity Dominance, How to Start? เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ แลกเปลี่ยนมุมมอง ทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ข้อมูลส่วนบุคคล ภัยคุกคามทางไซเบอร์ และอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับภารกิจของกระทรวงฯ โดยมี นางสาวกรรวี  สิทธิชีวภาค อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ห้องแกรนด์บอลล์รูม 1 ชั้น L โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ   ------------------------------------------------------------


วันนี้ (17 พฤษภาคม 2567) ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นวิยากรบรรยาย หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 66  ในหัวข้อ“การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์” จัดโดยวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สังกัดสถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการกองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ณ หอประชุมวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร -----------------------------------

วันนี้ (17 พฤษภาคม 2567) ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ร่วมกล่าว Keynote Speaker งาน Asia-Pacific Financial Forum & ASEAN BAC Southeast Asia, Conference 2024 “CREATING ADIGITAL, SUSTAINABLE, AND RESILIENT REGIONAL ECOSYSTEM TO EMPOWER MSME’s” ในช่วงการเสวนา (Luncheon Discussion) ภายใต้หัวข้อ“Digitalization Driving Inclusion and Sustainability for MSMEs” โดยเน้นย้ำนโยบายของกระทรวงฯ สำหรับการรับมือการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลที่ผ่านมา ตลอดจนแนวทางการผลักดัน MSMEs ให้ก้าวสู่ตลาดภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างแข็งแกร่ง พร้อมกันนี้ ได้ร่วมเสวนาและอภิปรายช่วง Panel Session ของการประชุม Asia-Pacific Financial Forum and ASEAN-BAC Southeast Asia Conferences  ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการเจรจาระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภาครัฐและเอกชน โดยเน้นการเสริมสร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างองค์กรต่าง ๆ เพื่อพัฒนาความคิดริเริ่มที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเพิ่มขีดความสามารถให้กับวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก และขนาดกลาง (MSME) ณ โรงแรม Chatrium Hotel Riverside กรุงเทพมหานคร -------------------------------------------------------

            นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า วานนี้ (16 พฤษภาคม 2567 ) กระทรวงฯได้มีหนังสือขอปิดกั้นเว็บไซต์ "ลอตเตอรี่พลัส" ไปที่ศาล โดยในวันนี้ (17 พฤษภาคม 2567) ศาลอาญาได้มีคำสั่งให้ปิดกั้นเว็บไซต์ “ลอตเตอรี่พลัส.com” และ “lotteryplus.co.th”                โดยศาลเห็นว่า แพลตฟอร์มดังกล่าว เป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับการเล่นการพนันและเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์เพื่อการค้าของสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยมีเนื้อหาอันเข้าข่ายเป็นการทำให้แพร่หลายซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่เป็นความผิดอาญาตามกฎหมาย ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นมีลักษณะขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงมีคำสั่งให้ระงับการทำให้แพร่หลายหรือลบข้อมูลคอมพิวเตอร์ดังกล่าวออกจากระบบคอมพิวเตอร์ตามคำร้องของพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ มาตรา ๒๐               “ขอเตือนประชาชน ศิลปินดาราและผู้มีชื่อเสียงทั้งหลาย พยายามหลีกเลี่ยงและอย่าเข้าไปยุ่งกับเว็บไซต์ลอตเตอรี่ออนไลน์ผิดกฎหมาย เพราะอาจทำให้สูญเสียเงิน และถูกดำเนินคดีตามกฎหมายได้ หากต้องการซื้อลอตเตอรี่ ขอให้ซื้อกับแพลตฟอร์มของรัฐ หรือแพลตฟอร์มที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น” รมว.ประเสริฐกล่าว   ------------------------------------------------------------

           กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 “ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปที่เสียชีวิต ทายาทจะได้รับเงิน 30,000 บาท จาก พม.” รองลงมาคือ “ขนส่งเปิดทำใบขับขี่ออนไลน์ สำหรับผู้ที่ไม่เคยมีใบขับขี่มาก่อน ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง ผ่านไลน์” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ หรือการสร้างการรับรู้ที่ไม่ถูกต้องในสังคม            นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 10-16 พฤษภาคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,198,487 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 183 ข้อความ            สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 155 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 26 ข้อความ และข้อความที่มาจาก Facebook จำนวน 2 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 165 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 97 เรื่อง                        ทั้งนี้ ดีอีเอส ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 76 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 33 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 10 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 26 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 20 เรื่อง            นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์ล่าสุดนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวด้านกลุ่มนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ รองลงมาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง และกลุ่มเศรษฐกิจ ตามลำดับ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชน มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปที่เสียชีวิต ทายาทจะได้รับเงิน 30,000 บาท จาก พม. อันดับที่ 2 : เรื่อง ขนส่งเปิดทำใบขับขี่ออนไลน์ สำหรับผู้ที่ไม่เคยมีใบขับขี่มาก่อน ใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมง ผ่านไลน์ อันดับที่ 3 : เรื่อง มีการแอบเอาข้าวเก่า 10 ปี ในโกดังมาขายปนกับข้าวดี อันดับที่ 4 : เรื่อง ปวดประจำเดือน สาเหตุมาจากลมแทรกในมดลูก มดลูกบีบตัว อันดับที่ 5 : เรื่อง ทำใบขับขี่และต่อใบขับขี่ออนไลน์ทางเพจ Department of Land Transport8 อันดับที่ 6 : เรื่อง สมุนไพรปึ๋งปั๋ง สูตรลุงนันท์ ช่วยให้ร่างกายแข็งแรง มีกำลัง ผิวพรรณดี กระชุ่มกระชวย กระทรวงสาธารณสุข รับรอง  อันดับที่ 7 : เรื่อง ดื่มแอลกอฮอล์ติดต่อกัน ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายและป้องกันปัญหาสุขภาพ อันดับที่ 8 : เรื่อง กรมอุตุฯ เตือนเฝ้าระวังพายุไซโคลนก่อตัว ในพื้นที่ภาคใต้ ภาคเหนือ และภาคตะวันออก อันดับที่ 9 : เรื่อง 4 วิธีการปฐมพยาบาลเมื่อสำลักอาหาร ตกหมอน ขาเป็นตะคริว และขาชา อันดับที่ 10 : เรื่อง วิธีแก้ไมเกรนให้ลดคาเฟอีน เพิ่มแมกนีเซียม คีโต+IF เพิ่มโซเดียม นวดบริเวณถุงน้ำดี และปรับเอสโตรเจน           “จาก 10 อันดับ พบข่าวเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการมากถึง 5 อันดับ โดยส่วนใหญ่รูปแบบการหลอกลวง การแอบอ้างเป็นหน่วยงานของทางภาครัฐ ทำให้ประชาชนส่วนมากหลงเชื่อ และสร้างความเข้าใจผิด ทำให้เกิดความวุ่นวาย ตลอดจนการรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในสังคม จึงคาดว่าอาจเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้เข้าถึงความสนใจของผู้รับข่าวสาร” นายเวทางค์ กล่าว                         “อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชนในเรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน และส่งต่อข้อมูลข่าวปลอมเหล่านี้ ก็จะทำให้ได้รับข้อมูลผิดๆ และส่งผลกระทบกับประชาชนที่หลงเชื่อข่าวปลอม หรือสร้างความวุ่นวาย ความเชื่อหรือความเข้าใจผิด ให้กับประชาชนในสังคม โดยสามารถติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ที่ไลน์ @antifakenewscenterเว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailandและช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง”                   -------------------------------------------

วันนี้ (18 พฤษภาคม 2567) นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นวิทยากรบรรยาย ในการอบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รุ่นที่ 7 (Digital CEO #7) ในหัวข้อ "แนวทางและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศ" ณ โรงแรม เอส 31 สุขุมวิท กรุงเทพฯ ------------------------------------

            นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 16 – 19 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย             คดีที่ 1 หลอกลวงให้ติดตั้งโปรแกรมควบคุมระบบโทรศัพท์เพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์ มูลค่าความเสียหาย 72,169 บาท ผู้เสียหายได้รับโทรศัพท์จากมิจฉาชีพ อ้างตนว่าเป็นเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แจ้งว่า จะคืนเงินค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้าให้ พร้อมทั้งให้เบิกมิเตอร์เครื่องใหม่แทนมิเตอร์เก่า โดยให้เพิ่มเพื่อนผ่านช่องทาง Line จากนั้นส่งลิงก์ให้ติดตั้งแอปพลิเคชันการไฟฟ้าและกรอก ข้อมูลยืนยันตัวตนพร้อมเลขที่บัญชี ภายหลังผู้เสียหายพบว่ายอดเงินในบัญชีของตน ได้ถูกโอนออกไป จึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก             คดีที่ 2 หลอกลวงให้ติดตั้งโปรแกรมควบคุมระบบโทรศัพท์เพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์ มูลค่าความเสียหาย 2,239,613 บาท โดยผู้เสียหายได้รับข้อความ SMS ทางโทรศัพท์แจ้งว่า พัสดุมีปัญหาระหว่างขนส่งต้องการเคลม สินค้าเพื่อโอนเงินคืนให้จากบริษัท ขนส่ง Flash พร้อมส่งลิงก์ https://EbabyTHAI ผู้แจ้งหลงเชื่อจึงกดลิงก์ดังกล่าวแล้วเพิ่มเพื่อนช่องทาง Line ได้ทำตามคำแนะนำเจ้าหน้าที่ ภายหลังผู้เสียหายได้เช็ดยอดเงินของตนเองพบว่าได้ถูกโอนออกไป จึงเชื่อว่าตนเอง ถูกมิจฉาชีพหลอกลวง             คดีที่ 3 หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 20,000บาท ผู้เสียหายสนใจกรมธรรม์ผู้สูงอายุ โดยได้ค้นหาผ่านช่องทาง Facebook พบเพจชื่อว่า “Thai stocks” จึงได้ทักสอบถามพูดคุยและสนใจซื้อกรมธรรม์ผู้สูงอายุ และได้โอนเงินชำระ เต็มราคา ภายหลังการโอนเงินผู้เสียหายได้สอบถามรายละเอียดการคุ้มครองของกรมธรรม์ เพิ่มเติมปรากฎว่าได้รับคำตอบบ้าง ไม่ได้รับคำตอบบ้าง และสุดท้ายก็ไม่สามารถติดต่อเพจได้อีก ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก             คดีที่ 4 หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 7,000 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายสนใจที่พักอาศัย ประเภทห้องพักรายเดือน จึงได้ค้นหาผ่านช่องทาง Facebook พบเพจชื่อว่า "Pe Ung" จึงได้ทักสอบถามพูดคุยและสนใจจองเช่าพักอาศัย โดยได้โอนเงิน ชำระพร้อมนัดหมายวันเข้าดูห้องพัก ภายหลังเมื่อถึงกำหนดวันนัดหมายไม่สามารถติดต่อเพจได้อีก ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก             และคดีที่ 5 หลอกลวงให้รักแล้วโอนเงิน (Romance Scam) มูลค่าความเสียหาย 4,240,000 บาท ผู้เสียหายได้รู้จักมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook ได้พูดคุยกันสนิทใจ มิจฉาชีพอ้างตนว่า มีอาชีพเป็นวิศวกรปิโตรเลียมพักอาศัยอยู่เป็นประเทศมาเลเซีย ต่อมาภายหลังได้ชักชวนให้ร่วมลงทุนทำธุรกิจเกี่ยวกับท่อส่งน้ำมันข้ามไปยังเกาะที่ประเทศมาเลเซีย เพื่อสร้างรายได้ร่วมกัน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปลงทุนตามคำแนะนำแต่ก็ไม่ได้รับผลกำไร ภายหลังไม่สามารถติดต่อได้อีก ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก          สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 6,578,782 บาท            ทั้งนี้ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 17 พฤษภาคม 2567 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงานดังนี้ 1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน  649,777 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,265 สาย 2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 152,893 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 974 บัญชี 3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 47,092 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 30.80 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 33,636 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 22.00 (3) หลอกลวงลงทุน 26,978 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 17.65 (4) หลอกลวงให้กู้เงิน 12,376 บัญชี คิดเป็นร้อยละ  8.09 (5) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 10,128 บัญชี คิดเป็นร้อยละ  6.62 (และคดีอื่นๆ 22,683 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.84) 4. ยอดการอายัดบัญชี (1 พ.ย.66 – 17 พ.ค.67) ข้อมูลจาก ตร. (บช.สอท.) รวมทั้งประเทศ (1) ยอดขออายัด  9,943.9 ลบ. (2) ยอดอายัดได้  4,754.2 ลบ. (3) อายัดได้ ร้อยละ  47.81             “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพได้ใช้การติดต่อผ่านช่องทางโซเชี่ยลมีเดียคือ Line  และFacebook  โดยบางเคสยังได้มีการส่งลิงก์เพื่อให้ผู้เสียหายกด ทั้งนี้จึงขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบบัญชีทางโซเชี่ยลมีเดียอย่างรอบคอบก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์หรืออัพโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ อย่างไรก็ตาม ดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง ตามนโยบายเร่งด่วนของ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี โดยอยู่ในขั้นตอนการดำเนินระยะที่ 2 เพิ่มเติมอีก 30 วัน พร้อมวางมาตการรเร่งด่วนในการทำงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนและผลกระทบจากอาชญากรรมออนไลน์ของประชาชน” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว ทั้งนี้ หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441 --------------------------------------------------------------------------------------

 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงดีอีฯ ร่วมงานแถลงข่าวและกล่าวปาฐกถา โครงการ “PDPA Challenge 2024 by Krungthai x PDPC” การแข่งขันตอบปัญหากฎหมายด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระดับอุดมศึกษา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ป้องกัน-ระวัง-เข้าใจ” ซึ่งจัดขึ้นโดย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ร่วมกับ ธนาคารกรุงไทย เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้กับนักศึกษา และขยายต่อไปยังประชาชนทั่วไป ณ ศูนย์บริการประชาชน (PDPA Center) อาคารศูนย์บริการประชาชนลูกค้า NT1 ถ.แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กทม. ____________________________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.