Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

(วันนี้ 27 พฤษภาคม 2567) นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตร การเป็นข้าราชการที่ดี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 รุ่นที่ 2 เพื่อให้ข้าราชการบรรจุใหม่มีความรู้ ความเข้าใจในกฎระเบียบ แบบแผนในการปฏิบัติราชการ พร้อมเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่น ในระบบราชการให้มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของความเป็นข้าราชการที่ดี ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ---------------------------------------

วันนี้ (27 พฤษภาคม 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานอาเซียนด้านการป้องกันปัญหาการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ ครั้งที่ 2 (The 2nd ASEAN Working Group on Anti – Online Scams (WG – AS)) ผ่านระบบการประชุมทางไกล เพื่อติดตามความก้าวหน้าของประเทศสมาชิกอาเซียนในการดำเนินงาน เพื่อป้องกันและรับมือกับปัญหาการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ โดยมี นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลฯ ผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงฯ สกมช. และสำนักงาน กสทช. ร่วมด้วยผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน และสำนักเลขาธิการอาเซียน เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ---------------------------------------

วันนี้ (28 พฤษภาคม 2567) นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประชุมหารือเกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในการเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet โดยมี นายศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นางไอรดา เหลืองวิไล รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล นายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

                วันนี้ (28 พฤษภาคม 2567) นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้การต้อนรับ Mr. Tomasz Sad ziński อธิบดีกรมความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (Department Director for Economic Cooperation) สาธารณรัฐโปแลนด์ และคณะ ในโอกาสร่วมหารือแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในรูปแบบการหารือทวิภาคีอย่างไม่เป็นทางการ โดยมีประเด็นหารือ ได้แก่ (1) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation) (2) การดำเนินการด้าน E - Administration และ E - Government สู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล (3) กลุ่มเทคโนโลยี FinTech และความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity)                   ทั้งนี้ผู้แทนจากสาธารณรัฐโปแลนด์ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ Digital Decade ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามข้อเรียกร้องของสภายุโรปให้มีการกำหนด “เข็มทิศดิจิทัล” ซึ่งระบุแนวทางและเป้าหมายอียูสู่นโยบายที่เป็นรูปธรรม และต่อยอดแผนยุทธศาสตร์ดิจิทัลของอียู สำหรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ในปี ค.ศ. 2030 รวมถึง Citizen Apps, Digital Wallet รวมทั้งยังได้แนะนำ บริษัท Comarch (Thailand) ซึ่งนำเสนอ application และซอฟต์แวร์เกี่ยวกับการป้องกันการทำธุรกรรมทางการเงิน ศึกษาวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้ mobile banking รวมถึง digital platform ที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการในการดำเนินธุรกิจ ทั้งภาคธนาคารและภาคธุรกิจต่าง ๆ                    พร้อมกันนี้ ผู้แทนโปแลนด์ได้ให้ความสนใจการดำเนินการของกระทรวงฯ เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในประเทศ ทั้งในด้านป้องกันการจู่โจมทางไซเบอร์ การป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ และอาชญากรรมทางไซเบอร์ รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับโปแลนด์ ด้านเศรษฐกิจดิจิทัล และโอกาสในการผลักดันและขยายความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน และเทคโนโลยีดิจิทัลร่วมกัน โดยมีผู้แทนจากกองยุทธศาสตร์และแผนงาน และกองป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมการหารือดังกล่าว ณ ห้องประชุม 801 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ------------------------------

            วันที่ 28 พฤษภาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกับ ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดีอี นายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการสายงานกิจการโทรคมนาคม คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และนายพงษ์สิทธิ์ ชัยฉัตรพรสุข ประธานผู้บริหาร Legal , Compliance & Finance crime ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)  ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย ร่วมแถลงข่าวมาตรการตรวจสอบซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือที่ผูกกับบัญชีธนาคาร หรือ “โมบายแบงก์กิ้ง”               นายประเสริฐฯ กล่าวว่า จากกรณีที่ประชาชนมีความกังวล และเข้าใจคลาดเคลื่อนในเรื่องมาตรการตรวจสอบซิมการ์ดที่ผูกกับโมบายแบงก์กิ้งนั้น เพื่อป้องกันความสับสนและมีความเข้าใจในมาตรการดังกล่าว กระทรวงดีอีและหน่วยงานพันธมิตรขอชี้แจงว่า การดำเนินการตรวจสอบโมบายแบงก์กิ้งนั้น เป็นไปตามมาตรการกวาดล้างซิมม้า และบัญชีม้า เพื่อปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ โดยจะมีการดำเนินการดังต่อไปนี้               1.ดำเนินการกวาดล้างซิมม้าต้องสงสัย ที่มีการแจ้งความผ่าน AOC 1441 แล้ว โดยการปิดกั้นซิมโทรศัพท์มือถือที่เข้าข่ายการกระทำความผิด เดือนละ 15,000 ซิม หรือสัปดาห์ละ 4,000 ซิม               2. การตรวจสอบรายชื่อลงทะเบียนใช้งานหมายเลขโทรศัพท์ที่ผูกกับบัญชีธนาคาร Mobile Banking จำนวน 106 ล้านหมายเลข โดยเริ่มกระบวนการตรวจสอบ ตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2567 และจะใช้เวลาตรวจสอบ 120 วัน คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ตุลาคม 2567 ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถตรวจสอบรายชื่อลงทะเบียนซิมว่าตรงกับโมบายแบงก์กิ้งของตัวเอง ผ่าน *179*กดเลขบัตรประจำตัวบัตรประชาชน 13 หลัก กด # กดโทรออก โดยหากพบว่ารายชื่อไม่ตรงกับโมบายแบงก์กิ้ง สามารถแสดงหลักฐานเพื่อยืนยันตัวตนผ่านศูนย์บริการของเครือข่ายโทรศัพท์มือถือที่ใช้งานอยู่              ทั้งนี้ยกเว้นกลุ่มประชาชน ใน 4 กลุ่มได้แก่ (1) บุคคลในครอบครัว (2) ผู้อนุบาลตามคำสั่งศาล (3) นิติบุคคล (4) และอื่นๆ ที่ธนาคารเห็นว่ามีเหตุอันควรในการใช้ชื่อไม่ตรงกันกับบัญชี ซึ่งกลุ่มนี้ธนาคารจะมีการแจ้งเตือนการยืนยันตัวตนผ่านระบบโมบายแบงก์กิ้งของแต่ละบัญชีเท่านั้น โดยไม่มีการแจ้งเตือนผ่านการส่งข้อความ SMS ปกติ                              3. การกำหนดมาตรการและเงื่อนไขการเปิดบัญชีใหม่ เพื่อป้องกันการนำไปกระทำความผิดโดยเพิ่มกระบวนการพิสูจน์ทราบข้อเท็จจริง Customer Due Diligence หรือ CDD โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยง ธนาคารต้องตรวจสอบให้เคร่งครัดมากขึ้นก่อนอนุมัติเปิดบัญชี โดยทาง ธปท.จะมีการออกประกาศภายในเดือนมิถุนายน 2567 ซึ่งปัจจุบันบางธนาคารได้มีการดำเนินการแล้ว               “ขอให้ประชาชนอย่ากังวล หรือตื่นตระหนกต่อกรณีดังกล่าว โดย กระทรวงดีอี , ปปง. , กสทช., สมาคมธนาคารและผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ มีความจริงจังต่อการดำเนินการตามมาตรการนี้ ซึ่งเป็นการตัดตอนวงจรการกระทำความผิดของมิจฉาชีพ โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องความปลอดภัยของประชาชน และขอยืนยันว่ามาตรการนี้จะไม่มีผลกระทบต่อประชาชนอย่างแน่นอน” นายประเสริฐฯ กล่าว                          -------------------------------------------------------------------------


วันที่ 28 พฤษภาคม 2567 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้สัมภาษณ์พิเศษ ในรายการเปิดปากกับภาคภูมิ ไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ในหัวข้อ บัญชีม้า ตรวจโมบายแบงก์กิ้ง ชื่อบัญชีไม่ตรงซิม ต้องทำอย่างไร? ณ สถานีไทยรัฐทีวี --------------------------------

                 เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าด้วยการให้ความเห็นชอบระบบหรือกระบวนการเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูล โดยศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center: AOC) โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.ต. ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ รักษาราชการแทน อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นางสาวดารณี แซ่จู ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับระบบการชำระเงินและคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และนายฉันทพัทธ์ ขำโคกกรวด นักวิชาการนโยบายและแผนเชี่ยวชาญพิเศษ รักษาการแทน เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ร่วมลงนามความร่วมมือ                    นายประเสริฐฯ กล่าวว่า การลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นไปตามที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงดีอี บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โดยเร่งด่วนและจริงจัง ซึ่งกระทรวงฯ ได้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center: AOC) หรือศูนย์ AOC 1441 เพื่อให้มีการดำเนินการแก้ไขปัญหาในลักษณะ One Stop Service ที่สามารถปิดกั้นอายัดธุรกรรมทางการเงินที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งให้คำแนะนำและคำปรึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับภัยออนไลน์                    ทั้งนี้กระทรวงฯ และ 5 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ให้ความเห็นชอบให้ศูนย์ AOC 1441  เป็นระบบหรือกระบวนการเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อบูรณาการข้อมูลแบบอัตโนมัติ ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ในการวิเคราะห์ข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อรองรับการดำเนินการตามมาตรา 4 แห่งพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในกรณีที่มีเหตุอันควรสงสัยว่ามีหรืออาจมีการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี                    “ความร่วมมือการเปิดเผยและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานในครั้งนี้ จะช่วยให้ศูนย์ AOC 1441 เป็นศูนย์กลางของการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ที่มีความคล่องตัว รวดเร็ว แม่นยำ ทันต่อสถานการณ์ ในแก้ไขปัญหา และบรรเทาความเดือดร้อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น” นายประเสริฐฯ กล่าว --------------------------

วันนี้ (29 พฤษภาคม 2567) ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมปาฐกถาพิเศษในงาน Privacy & Security Summit 2024 งานสัมมนาวิชาการและแสดงนวัตกรรม เพื่อความปลอดภัยข้อมูลส่วนบุคคล และป้องกันภัยไซเบอร์ ภายใต้แนวคิด Enhancing and Sustaining Privacy & Cybersecurity in a Complex World ในหัวข้อ A Journey to Privacy & Cybersecurity Dominance, How to Start? โดยมี นางอำไพ จิตรแจ่มใส รองเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) พลอากาศตรี อมร ชมเลย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) คุณสุภาวดี ตันติยานนท์ นายกสมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้อง Mayfair Ballroom A (ชั้น11) โรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ --------------------------------------

                 วันนี้ (29 พฤษภาคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน “DGT 2024 (Digital Governance Thailand 2024) ปลดล็อกอนาคต สร้างโลกยุคใหม่ ด้วยดิจิทัลไปกับ ETDA” โดยมี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดีอี นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ รอยัล พารากอนฮอลส์ ชั้น 5 สยามพารากอน                    สำหรับงาน DGT 2024 เป็นเวทีแลกเปลี่ยนแนวคิดและอัปเดตสถานการณ์ดิจิทัล จากผู้ให้บริการเทคโนโลยีดิจิทัล ผู้ประกอบการ ผู้นำนวัตกรรม หน่วยงานกำกับดูแล ทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนการร่วมแสดงนวัตกรรมที่สร้างสรรค์ประสบการณ์โลกดิจิทัลที่ครอบคลุมทุกด้าน นำไปสู่การสร้างความร่วมมือ การขยายเครือข่ายเพื่อการดำเนินงานร่วมกัน จากเหล่า Partners & Stakeholders ของ ETDA และเป็นพื้นที่สร้างโอกาส ประสบการณ์ในการใช้เทคโนโลยีในโลกดิจิทัล ทั้งการเรียนรู้ การพัฒนาทักษะการทำงาน การต่อยอดทางธุรกิจ สำหรับประชาชนที่สนใจ ที่มุ่งเน้นการ Balance ชีวิตในยุคดิจิทัล --------------------------------------

วันนี้ (29 พฤษภาคม 2567) นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ประชุมหารือแนวทางการดำเนินการจัดการปัญหาซิมม้าเพื่อให้เป็นไปตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปราบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 802 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม -------------------------------

วันนี้ (30 พฤษภาคม 2567) นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวเปิดงาน Edition Cyber Security Summit Thailand ครั้งที่ 22 ร่วมด้วยผู้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์และการรักษาข้อมูลส่วนบุคคล จากหน่วยงานภาครัฐ และบริษัทเอกชนชั้นนำ โดยงานนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างการตระหนักรู้และการเข้าถึงองค์ความรู้ด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ขององค์กร เพื่อป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ณ โรงแรมโซฟิเทล กรุงเทพ สุขุมวิท   ------------------------------

วันนี้ (30 พฤษภาคม 2567) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกล่าวเปิดงาน AWS Summit Bangkok โดยมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดีอี นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม จัดโดย Amazon Web Services บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้าน Cloud Computing ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในงานนี้นายกฯกล่าวยินดี ที่ AWS มีแผนลงทุนมูลค่ากว่า 190,000 ล้านบาทภายในปี 2037 และสร้าง AWS Thailand Region ในไทย  ที่กำลังจะเปิดให้บริการในไทยในช่วงต้นปี 2025   -------------------------------

                นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ แจ้งว่า ตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2567 เรื่องการยืนยันตัวตนและข้อมูลเกี่ยวกับการใช้บริการของผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มีจำนวนตั้งแต่ 6 เลขหมายขึ้นไป สำหรับผู้ถือครองซิมที่ต้องยืนยันตัวตน ซึ่งหากผู้ถือครองซิมการ์ดรายใดไม่มายืนยันตัวตนในกำหนด หมายเลขอาจถูกระงับการใช้งานชั่วคราว และถูกเพิกถอนไปในที่สุด เพื่อป้องกันมิจฉาชีพนำซิมที่ไม่มีการยืนยันตัวตนไปใช้ในการหลอกลวง ก่ออาชญากรรมออนไลน์หรือสร้างภัยสาธารณะ สำหรับผู้ถือครองซิมที่ต้องยืนยันตัวตนแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มดังนี้                   1. กลุ่มผู้ถือครองซิมการ์ดตั้งแต่ 6-100 เลขหมายต่อค่ายมือถือ จะต้องยืนยันตัวตนภายในวันที่ 13 กรกฎาคม 2567 จากข้อมูลสำนักงาน กสทช. วันที่ 9 พฤษภาคม 2567 พบว่า ผู้ถือครองซิมการ์ดตั้งแต่ 6-100 เลขหมาย ขณะนี้มีการยืนยันตัวตนแล้วทั้งสิ้น 691,067 เลขหมาย จากจำนวนที่เข้าข่าย 3,981,251 เลขหมาย คงเหลือ 3,290,184 เลขหมาย ที่ยังไม่มายืนยันตน โดยกลุ่มนี้หากเกินจากวันที่ 13 กรกฎาคม 2567 จะเข้าสู่กระบวนการระงับสัญญาณให้บริการ ทำให้ไม่สามารถโทรออก ส่งข้อความสั้น (SMS) หรือใช้งานอินเทอร์เน็ต แต่ยังสามารถรับสายโทรเข้าได้อยู่ จนกว่าจะมีการยืนยันตัวตนให้ถูกต้องที่ศูนย์บริการ หรือตามรูปแบบวิธีการลงทะเบียนยืนยันตัวตนตามที่ค่ายมือถือ นั้นๆ กำหนด                   2.กลุ่มผู้ถือครองซิมการ์ดตั้งแต่ 101 เลขหมายขึ้นไป ครบกำหนดระยะเวลายืนยันตัวตนเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 จากข้อมูลสำนักงาน กสทช. วันที่ 9 พฤษภาคม 2567 มีการยืนยันตัวตนแล้ว 2,584,171 เลขหมาย จากจำนวนที่เข้าข่าย 5,078,283 เลขหมาย ยังไม่มายืนยันตัวตน 2,494,112 เลขหมาย โดยในกลุ่มที่ยังไม่มายืนยันตัวตน ถูกระงับซิมชั่วคราวไปแล้วทั้งสิ้น 1,598,296 เลขหมาย                       สำหรับมาตรการตรวจสอบซิมการ์ดที่เชื่อมโยงกับโมบายแบงก์กิ้ง ขณะนี้ยังไม่มีการระงับการให้บริการโมบายแบงก์กิ้งใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากอยู่ในระหว่างกระบวนการทำงานของ กสทช. สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ธนาคาร และค่ายมือถือ โดยมีขั้นตอนดำเนินการตามแถลงข่าวของสำนักงาน กสทช. เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2567 ดังนี้                               1) ธนาคารจะเป็นผู้รวบรวมบัญชี (เลขบัตรประจำตัวประชาชน หรือ เลขหนังสือเดินทาง) พร้อมเบอร์โทร โมบายแบงก์กิ้งที่ผูกกับบัญชีธนาคาร ส่งให้ ปปง. ตามช่องทางที่กำหนด               2) ปปง. รับข้อมูลเลข ID ประจำตัว และเบอร์โมบายแบงก์กิ้งจากธนาคารผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่เข้ารหัส แล้วเปิดช่องทางสื่อสารข้อมูลให้ กสทช.               3) กสทช. รับข้อมูลจาก ปปง.นำเบอร์โทรมาแยกเครือข่าย เพื่อส่งตรวจหารายชื่อผู้ถือครอง และตรวจเปรียบเทียบกับรายชื่อเจ้าของบัญชีว่าเป็นบุคคลคนเดียวกันหรือไม่ แล้วแจ้งผลให้ ปปง. และธนาคาร ทราบต่อไป                  โดยหากผลการตรวจคัดกรองพบชื่อผู้ถือครองซิมการ์ดโมบายแบงก์กิ้ง กรณีที่ไม่มีการยืนยันซิมการ์ดอย่างถูกต้อง หรือเป็นซิมการ์ดที่เข้าข่ายต้องสงสัย ปปง. หรือ ธนาคาร จะดำเนินการแจ้งเจ้าของบัญชีธนาคาร ผ่านแอปพลิเคชั่นโมบายแบงก์กิ้ง เท่านั้น โดยไม่มีการแจ้งผ่านข้อความ SMS เพื่อให้มายืนยันตัวตน                                สำหรับ มาตรการ ตรวจสอบซิมการ์ดที่ใช้กับโมบายแบงกิ้งนี้ ได้ยกเว้นให้ผู้ที่มีเหตุผลความจำเป็น เช่น ใช้ซิมเพื่อเปิดโมบายแบงก์กิ้งให้ บุคคลในครอบครัว หรือบิดามารดา หรือ ใช้ซิม ของนิติบุคคล เป็นต้น                  อย่างไรก็ตาม กระบวนการตรวจสอบซิมที่ใช้กับโมบายแบงกิ้งดังกล่าว คาดว่าจะแล้วเสร็จในระยะเวลา 120 วัน หรือประมาณเดือนตุลาคม 2567 ซึ่งในระหว่างนี้จะยังไม่มีการระงับการใช้งานโมบายแบงก์กิ้ง เบื้องต้นทาง สำนักงาน กสทช. ร่วมกับ ค่ายมือถือ ได้อำนวยความสะดวกให้ ประชาชนสามารถตรวจสอบชื่อลงทะเบียนซิมและหมายเลขบัตรประชาชนว่าตรงกันหรือไม่ ผ่านช่องทาง *179*เลขบัตรประชาชน# โทรออก                  “เรื่องการยืนยันตัวตนผู้ที่ถือครองซิมการ์ดตั้งแต่ 6-100 หมายเลข ภายในวันที่ 13 ก.ค.นี้ เป็นมาตรการเดิมของ กสทช. ที่ประกาศเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2567 จึงขอแจ้งให้ผู้ที่ยังไม่มายืนยันตัวตน ดำเนินการมายืนยันตัวตนตามเวลาดังกล่าว สำหรับ มาตรการตรวจสอบซิมการ์ดที่ใช้กับโมบายแบงก์กิ้ง อยู่ระหว่างการดำเนินการของ กสทช. ปปง. สมาคมธนาคารไทย และค่ายมือถือ และขอยืนยันว่า ยังไม่มีการระงับบริการโมบายแบงก์กิ้ง ใดๆ ทั้งสิ้น ” นายเวทางค์กล่าว                             -------------------------------------------------------------------------

               เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวในพิธีเปิดงาน “Cabal : Infinite Combo Grand Opening” ซึ่งจัดโดยบริษัท ซีบีซอฟท์ จำกัด ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1 โซน Eden ว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมเกมในประเทศไทย กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย ซึ่งรวมถึงอุตสาหกรรมเกมในปี 2565 ที่จัดทำโดย depa พบว่า มูลค่าอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย มีมูลค่ารวม มากกว่า 40,000 ล้านบาท โดยอุตสาหกรรมเกมมีมูลค่าสูงสุดในอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ คิดเป็นมูลค่ารวมมากกว่า 34,000 ล้านบาท หรือ 85% ของอุตสาหกรรมดิจิทัลคอนเทนต์ไทย                 ทั้งนี้กระทรวงดีอีเล็งเห็นความสำคัญในการสนับสนุน และส่งเสริมอุตสาหกรรมเกม รวมถึงการให้โอกาสเด็กและเยาวชน ได้แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ และทักษะทางเทคโนโลยีด้านดิจิทัลอย่างเต็มที่ โดย depa ได้ดำเนินการตั้งแต่ระดับต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำได้แก่                 1.depa Game on the Series: สร้างแรงบันดาลใจและถ่ายทอดประสบการณ์จากบุคคลที่มีชื่อเสียงทั้งในวงการเกมและสายไอที เพื่อนให้คนรุ่นใหม่ก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม โดยปัจจุบันมีจำนวนผู้รับชมบน Facebook , Youtube และ Tiktok มากกว่า 200,000 views                  2.depa Game Accelerator Program: ส่งเสริมการเพิ่มขีดความสามารถ บ่มเพาะและพัฒนาฝีมือของนักพัฒนาเกมไทย ผ่าน workshop, pitching, showcase, และ business matching โดยได้มีการดำเนินการมาแล้ว 3 รุ่น และมีบริษัทเกม นักพัฒนาเกม ได้รับการ accelerate กว่า 160 ราย มูลค่าการเจรจาธุรกิจรวมไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท                  3. depa Game Online Academy: แพลตฟอร์มเรียนออนไลน์เรื่องเกม โดยมีเนื้อหาตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงระดับสูง ครอบคลุมสำหรับนักเรียน นักศึกษา บุคคลทั่วไป และนักพัฒนาเกมมืออาชีพ โดยเป็นหลักสูตรเรียนฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย                  4. depa Digital Startup Fund: การร่วมลงทุนในบริษัทเกมไทย สนับสนุนผู้ประกอบการดำเนินธุรกิจในระยะเติบโต จำนวน 5 ล้านบาทต่อการลงทุน                  5. การต่อยอดสู่ตลาดต่างประเทศ: ไม่ว่าจะเป็น การจัดแสดงผลงานเกมไทยในงาน World Expo 2020, Dubai ,ร่วมกับ DITP และ TGA ในการพาผู้ประกอบการเกมไทยจัดแสดงผลงานภายใต้ Thailand Pavilion ในงาน Gamescom Asia 2023 at Singapore                 “นอกจากนี้กระทรวงดีอี ยังมีนโยบายเร่งสร้างและพัฒนาอาชีพในอุตสาหกรรมเกมและกีฬา E-SPORTS แก่เยาวชนไทยมากกว่า 80,000 คน โดยคาดว่าจะเกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตามภาคเอกชนก็มีความสำคัญไม่แพ้กันในการที่จะแสดงศักยภาพความสามารถในการสร้างสรรค์ของผู้พัฒนาเกมไทย รวมถึงเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมเกมไทยสู่ระดับสากล” นายประเสริฐฯ กล่าว                                ---------------------------------                  

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.