Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 31 พฤษภาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า จากการทำงานร่วมกันของ กระทรวงดีอี สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ธนาคาร และ ผู้ให้บริการโทรคมนาคม ตามมาตรการตรวจสอบซิมการ์ดโทรศัพท์มือถือที่ผูกกับบัญชีธนาคาร หรือโมบายแบงก์กิ้ง เพื่อกำจัดซิมผี บัญชีม้า เพื่อทำให้ภารกิจนี้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวข้างต้น  กระบวนการตรวจสอบข้อมูล จะใช้เวลาประมาณ 120 วัน โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา   ทั้งนี้ ในระหว่างดำเนินการ ประชาชนยังสามารถใช้งานโมบายแบงก์กิ้งได้ตามปกติ ในส่วนของข้อยกเว้นต่างๆ ที่ปรากฏตามสื่อยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชน และจะมีการแจ้งรายละเอียดให้ประชาชนทราบโดยเร็ว เมื่อมีการตรวจสอบข้อมูลเรียบร้อย ทั้งนี้ ภายใน 120 วัน   “นอกจากมาตรการตรวจสอบซิมที่ผูกกับบัญชีธนาคารดังกล่าว ขอเตือนถึง ผู้ถือครองซิมการ์ดตั้งแต่ 6-100 เลขหมายต่อค่ายมือถือ ที่ไม่ได้ยืนยันตัวตน จะต้องยืนยันตัวตน ที่ศูนย์บริการ หรือ ตามวิธีการที่ค่ายมือถือนั้นๆ กำหนด ภายในวันที่ 13 กรกฎาคม 2567 ตามประกาศสำนักงาน กสทช. เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2567 ” รัฐมนตรีประเสริฐกล่าว  

วันที่ 29 – 31 พฤษภาคม 2567 ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุม ATxSummit ภายใต้งาน Asia Tech x Singapore (ATxSG) 2024 ระหว่างวันที่ 29 – 31 พฤษภาคม 2567 โดย ATxSG เป็นงานเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้คนในแวดวงเทคโนโลยีได้สร้างเครือข่ายและเรียนรู้เกี่ยวกับเทรนด์เทคโนโลยีล่าสุด ทั้งนี้ ATxSG แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ ATxSummit ซึ่งจะเชิญเฉพาะผู้บริหารระดับสูง เจ้าหน้าที่รัฐบาล ผู้นำในอุตสาหกรรม และบุคคลสำคัญคนอื่นๆ มาหารือเกี่ยวกับอนาคตของเทคโนโลยี และ ATxEnterprise ซึ่งเป็นงานแสดงเทคโนโลยีหลากหลายสาขา ที่บริษัทจากนานาประเทศสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการของตนเอง จัดโดย Infocomm Media Development Authority (IMDA) ของสาธารณรัฐสิงคโปร์ ร่วมกับ บริษัท Informa Tech  ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ---------------------------------------

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2567 ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) หารือทวิภาคีร่วมกับ Mr. Joseph Leong ปลัดกระทรวงการสื่อสารและสารสนเทศ (Minister for Communications and Information) แห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ โดยได้ร่วมแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับโอกาสและความท้าทายของโครงสร้างหน่วยงานด้านดิจิทัล และความร่วมมือด้านดิจิทัลของไทยและสิงคโปร์ โดยทั้งสองฝ่ายได้แสดงเจตนารมณ์ในการร่วมมือต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ซึ่งเป็นปัญหาข้ามชาติ โดยเริ่มต้นความร่วมมือในระดับทวิภาคีเพื่อสร้างแนวปฏิบัติและตัวอย่างที่ดี ก่อนขยายผลสู่กรอบอาเซียนต่อไป นอกจากนี้ ยังได้หารือเร่งรัดการจัดทำบันทึกความเข้าใจฉบับใหม่ระหว่างกันเพื่อต่อยอดความร่วมมือเดิม เช่น AI และ Cybersecurity และขยายกรอบความร่วมมือใหม่ เช่น การหลอกลวงออนไลน์ Digital ID และ Data flow เป็นต้น ณ โรงแรม Capella สาธารณรัฐสิงคโปร์   ---------------------------------------  

                เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบช.สอท.) พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.สถิตย์ พรมอุทัย ผบก.สอท.3 นำทีมเปิดปฏิบัติการ The Purge EP.2 กวาดล้างเครือข่ายอาชญากรออนไลน์ข้ามชาติ ทำการเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 7 จุด ในกรุงเทพมหานคร และจังหวัดระยอง                    นายประเสริฐ กล่าวว่า กระทรวงดีอี ได้ร่วมกับ สอท. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดปฏิบัติการ The Purge EP.2 เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายทั้งหมด 7 จุดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 6 จุด และในจังหวัดระยอง 1 จุด ซึ่งเป็นปฏิบัติการสืบเนื่องจากการขยายผลต่อเนื่องกรณีกลุ่มอาชญากรออนไลน์ข้ามชาติในคดีหลอกลงทุนสกุลเงินดิจิทัล (Hybrid Scam) หรือ ไฮบริด สแกม โดยก่อนหน้านี้ได้จับกุมผู้ต้องหาพร้อมยึดทรัพย์เครือข่ายกว่า 220 ล้านบาท                                   ทั้งนี้เครือข่ายอาชญากรข้ามชาติดังกล่าว ได้ใช้วิธีชักชวนผู้เสียหายให้ลงทุนสกุลเงินดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มปลอม โดยให้ผู้เสียหายซื้อเงินสกุล USDT และโอนไปตามเลขกระเป๋าเงินดิจิทัลตามที่คนร้ายระบุ ก่อนที่จะถูกโอนเข้าบัญชีของแพลตฟอร์มเทรดเงินดิจิทัล แล้วนำมาซื้ออสังหาริมทรัพย์ และทรัพย์สินต่างๆ ซึ่งถือเป็นวิธีการฟอกเงินรูปแบบหนึ่ง                       สำหรับการปฏิบัติการครั้งนี้ สามารถจับกุมผู้ต้องการซี่งทำหน้าที่เป็นผู้บริหารบัญชีเงินที่ได้จากการกระทำความผิด และนำเงินดังกล่าวมาฟอกแปรสภาพเป็นอสังหาริมทรัพย์ รถยนต์ และทรัพย์สินมีค่า โดยสามารถยึดอายัดบ้านและคอนโดหรูที่มีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายดังกล่าวได้ พร้อมกับการอายัดบัญชีธนาคารผู้ต้องหา และบริษัทที่เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจยึดทรัพย์สิน ได้แก่ เงินสด รถยนต์หรู 3 คัน นาฬิกาหรูกว่า 10 เรือน กระเป๋าแบรนเนมด์ โทรศัพท์มือถือ ได้หลายรายการ ยึดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 220 ล้านบาท                     “ปฏิบัติการ The Purge EP.2 เป็นปฏิบัติการตามข้อสั่งการของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เพื่อเร่งรัดปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ให้เกิดเป็นรูปธรรม ในระยะที่ 2 ซึ่งเป็นการขยายผลการจับกุมต่อเนื่องจากปฏิบัติการรอบแรกในเดือนเมษายน 2567 เพื่อจับกุมเครือข่ายอาชญากรข้ามชาติ ที่ใช้วิธีการหลอกลวงให้ลงทุน พร้อมกับนำเงินที่ได้จากการกระทำผิดมาฟอกเงินเปลี่ยนเป็นทรัพย์สินต่างๆ ทั้ง บ้าน รถยนต์หรู และของมีค่าอื่นๆ โดยหลังจากนี้จะทำการขยายผลเส้นทางการเงินที่พบว่าเป็นบัญชีม้าของคนต่างชาติ และมีบัญชีในต่างประเทศ ซึ่งหมุนเวียนเข้ามาในประเทศไทย” นายประเสริฐกล่าว                         -------------------------------------------------------------------------  

วันนี้ (31 พฤษภาคม 2567) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงวิสัยทัศน์และแนวทางเพื่อขับเคลื่อน IGNITE THAILAND จุดพลัง รวมใจ ไทยต้องเป็นหนึ่ง ยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเกษตรและอาหารของโลก โดยมีนายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ทำเนียบรัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีได้แถลงวิสัยทัศน์ “IGNITE Agriculture 2025” ปลุกพลังเกษตรกรไทย ปลูกความยิ่งใหญ่ระดับโลก โดยสรุปว่า นโยบายเรื่องการเกษตร เป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะภาคเกษตรเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ รัฐบาลมีความพร้อม มุ่งมั่นยกระดับภาคเกษตรกรรม ส่งเสริมเกษตรกรไทย ให้มีรายได้มากขึ้น 3 เท่าใน 4 ปี ด้วยนโยบายและมาตรการสำคัญ ทั้งมาตรการสร้างความเข้มแข็งภาคการเกษตร เริ่มตั้งแต่ปัจจัยการผลิตทั้งดิน น้ำ ปุ๋ย และพันธุ์ให้เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง เพื่อให้เกษตรกรสามารถประกอบอาชีพได้อย่างเต็มที่นอกจากนี้ รัฐบาลเน้นให้ความสำคัญกับมาตรการการใช้เทคโนโลยี และนวัตกรรม ผลักดันการทำเกษตรแม่นยำ ซึ่งไม่ได้แต่มุ่งเฉพาะเรื่องการใช้เครื่องจักรกล หรือ โดรนทางการเกษตรเท่านั้น แต่ยังต้องรู้แนวโน้มตลาด และผลิตพืชสินค้าที่แนวโน้มดี รวมไปถึงเรื่องการสร้างความแข็งแกร่งทางการเงิน จัดการกับปัญหา Climate Change อย่างประกันภัยให้แก่เกษตรกร รวมถึงเพิ่มมูลค่าจากการแปรรูป และมาตรการต่างๆ อีกมากมายที่รัฐบาลให้ความสำคัญและพร้อมดำเนินการเพื่อขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ IGNITE THAILAND

                  กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “พบการผลิตไข่ปลอม ออกขายและระบาดในประเทศไทย” รองลงมาคือเรื่อง “กินข้าวเสร็จไม่ควรดื่มน้ำทันที ควรเว้นระยะ 40 นาที เพราะจะทำให้น้ำย่อยเจือจาง” โดยขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ หรือการสร้างการรับรู้ที่ไม่ถูกต้องในสังคม                 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 24 - 30 พฤษภาคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,202,593 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 299 ข้อความ                 สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 272 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 25 ข้อความ และข้อความที่มาจาก Website จำนวน 2 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 204 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 109 เรื่อง                              ทั้งนี้ ดีอีเอส ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 102 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 54 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 6 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 19 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 23 เรื่อง                   นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์ล่าสุดนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวด้านกลุ่มนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ รองลงมาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง และกลุ่มเศรษฐกิจ ตามลำดับ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชน มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่  อันดับที่ 1 : เรื่อง พบการผลิตไข่ปลอม ออกขายและระบาดในประเทศไทย  อันดับที่ 2 : เรื่อง กินข้าวเสร็จไม่ควรดื่มน้ำทันที ควรเว้นระยะ 40 นาที เพราะจะทำให้น้ำย่อยเจือจาง อันดับที่ 3 : เรื่อง กินไข่ลวกวันละ 2 ฟอง และพริกไทย แก้อาการอัลไซเมอร์  อันดับที่ 4 : เรื่อง รับคนทำงานฝีมือ งานแฮนด์เมด งานทำง่ายที่บ้าน ทางเพจ Smoothie Shake  อันดับที่ 5 : เรื่อง เตรียมนำการบินไทยออกจากแผนฟื้นฟู และจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์  อันดับที่ 6 : เรื่อง รับสมัครงานกดรับไฟล์ทบินจำนวนมาก ผ่านเพจ Thailand International Airport Center  อันดับที่ 7 : เรื่อง ริดสีดวงทวารเรื้อรัง รักษาได้โดยงดเนื้อสัตว์ 7 วัน พร้อมกินเห็ดบ่อย ๆ  อันดับที่ 8 : เรื่อง บัญชีเฟซบุ๊กบุคลากรของโรงพยาบาลมะเร็งลำปาง  อันดับที่ 9 : เรื่อง รับทำใบขับขี่ทุกประเภท ไม่ต้องสอบเอง ถูกกฎหมาย ผ่านเพจ จินนิภา  อันดับที่ 10 : เรื่อง ไปรษณีย์เปิดรับสมัครงานเสริมผ่านเพจ The King Thailand                                           “จาก 10 อันดับ พบข่าวเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ หน่วยงานรัฐ และด้านสังคม อาชีพ ความเป็นอยู่มากถึง 6 อันดับ โดยส่วนใหญ่รูปแบบการหลอกลวง สร้างความตื่นตระหนก และการแอบอ้างเป็นหน่วยงานของทางภาครัฐ ทำให้ประชาชนส่วนมากหลงเชื่อ และสร้างความเข้าใจผิด จึงคาดว่าอาจเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้เข้าถึงความสนใจของผู้รับข่าวสาร โดยกรณีนี้ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งเกิดความวิตกกงัวล สร้างความตื่นตระหนก ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสียหายที่เป็นผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ในสังคม” นายเวทางค์ กล่าว                              “อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดความวิตกกังวล หรือความตื่นตระหนก ส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด โดยสามารถตรวจสอบ ติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ที่ ไลน์ @antifakenewscenter เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง”                             -------------------------------------------------------------------------                      

วันนี้ (3 มิถุนายน 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงดีอี เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรและลงนามถวายพระพร เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ณ บริเวณท้องสนามหลวง และพระบรมมหาราชวัง ____________________

วันนี้ (3 มิถุนายน 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ เข้าร่วมพิธีทำบุญตักบาตรและลงนามถวายพระพร เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี ณ บริเวณท้องสนามหลวง และพระบรมมหาราชวัง _____________

            นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 30 พฤษภาคม – 2 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย              คดีที่ 1 หลอกลวงเป็นบุคคลอื่นเพื่อยืมเงิน มูลค่าความเสียหาย 10,000 บาท ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook Messenger โดยใช้ Facebook ของเพื่อนผู้เสียหายทักข้อความมาขอยืมเงินอ้างว่าเดือดร้อน ผู้เสียหายหลงเชื่อ เพราะเห็นเป็น Facebook เพื่อนตนเองจึงให้ความช่วยเหลือ ภายหลังโอนเงินไม่สามารถ ตอบกลับข้อความได้อีก ผู้เสียหายจึงติดต่อกับเพื่อนโดยตรงเลยทราบว่า ตนเองถูกมิจฉาชีพ หลอกลวง              คดีที่ 2 หลอกลวงเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล มูลค่าความเสียหาย 111,000 บาท โดยผู้เสียหายได้ถูกชักชวนลงทุนแลกเปลี่ยนเงินสกุลดิจิทัลผ่านช่องทาง Facebook อ้างผลตอบแทนสูง โดยส่งลิงก์ให้สมัคร https://thaisetdrx.vip พร้อมให้คำแนะนำ ในการลงทุน ซึ่งในระยะแยกได้รับผลตอบแทนจริงเพราะการลงทุนยังไม่มาก ต่อมาภายหลัง ให้ลงทุนเพิ่มมากขึ้นและไม่สามารถขอยกเลิกการลงทุนได้ หากต้องการยกเลิกมิจฉาชีพอ้าง ว่าต้องมีการเสียภาษี ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก              คดีที่ 3 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่น ๆ มูลค่าความเสียหาย 36,143 บาท ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพ ผ่านช่องทางโทรศัพท์หมายเลข 024948683 อ้างตน เป็นเจ้าหน้าที่แอปพลิเคชัน TikTok แจ้งว่า เป็นผู้โชคดีได้รับสินค้าพัดลมไอเย็น หรือจะเปลี่ยนเป็นรับเงินสดแทนก็ได้ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงเพิ่มเพื่อนช่องทาง Line มิจฉาชีพ ดึงเข้า Group Line อธิบายคำแนะนำภารกิจกลุ่ม โดยให้โอนเงินลงทุนกดถูกใจ กดแชร์ หน้าสินค้าจะได้รับคอมมิชชันคืนกลับมา ในระยะแรกได้รับผลตอบแทนจริง ต่อมาภายหลัง ภารกิจเริ่มมากขึ้น อ้างว่าทำภารกิจไม่สำเร็จไม่ได้รับผลตอบแทน ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก              คดีที่ 4 ข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความหวาดกลัวหลอกให้โอนเงิน Call Center มูลค่าความเสียหาย 202,850 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายได้เคยแจ้งความออนไลน์คดีเงินลงทุนดิจิทัลผ่านช่องทาง Facebook ปลอม “ศูนย์ช่วยเหลือเหยื่อคดีช่อโกงออนไลน์และไซเบอร์” ภายหลังได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพ ทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ดูแลคดี ให้ผู้เสียหายเพิ่มเพื่อนผ่านช่องทาง Line เพื่อติดต่อกับสภาทนายความ แจ้งผู้เสียหายว่า มีค่าดำเนินการเอกสาร ค่าเสียภาษี โดยให้โอนเงินไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ได้เงินที่ลงทุนไป คืนกลับมา ต่อมาภายหลังผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก             และคดีที่ 5 ข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความหวาดกลัวหลอกให้โอนเงิน Call Center มูลค่าความเสียหาย 33,805 บาท ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทางโทรศัพท์ หมายเลข 0944821401 อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัท AIS แจ้งว่ามีผู้นำสำเนาบัตรประชาชนไปลงทะเบียน เปิดบริการหมายเลขใหม่เพื่อเป็นบัญชีมิจฉาชีพ จากนั้นให้เพิ่มเพื่อนผ่านช่องทาง Line เพื่อ คุยกับมิจฉาชีพที่อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรจังหวัดราชบุรี Video Call พูดคุยแล้วแสดงภาพสมุดบัญชีธนาคารระบุชื่อผู้เสียหายและภาพคนร้ายที่ถูกจับกุม โดยให้ ผู้เสียหายโอนเงินให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป ภายหลังโอนเงินไม่สามารถติดต่อกลับได้อีก            สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 393,798บาท              ทั้งนี้ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่  31 พฤษภาคม 2567 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงานดังนี้ 1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 94,087 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,259 สาย 2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 71,794 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,005 บัญชี 3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 52,469 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 30.54 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 38,816 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 22.59 (3) หลอกลวงลงทุน 29,850 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 17.38 (4) หลอกลวงให้กู้เงิน 13,673 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.96 (5) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 11,746 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 6.82 (และคดีอื่นๆ 25,240 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.69)             “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพได้อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัทเอกชน และเจ้าหน้าที่รัฐ ใช้การติดต่อผ่านช่องทางโซเชี่ยลมีเดียคือ Line  และFacebook  หรือโทรข่มขู่ ทั้งนี้จึงขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบการกระทำพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่ที่ติดต่อมาอย่างรอบคอบ ก่อนที่จะทำธุรกรรม อย่ากดเข้าลิงก์แพลตฟอร์มใดๆ ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ อย่างไรก็ตาม ดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง รวมถึงการตรวจสอบซิมผี และบัญชีม้า เพื่อตัดตอนวงจรเครือข่ายการก่ออาชญากรรมออนไลน์ และแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว ทั้งนี้ หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441                              -----------------------------------------------------------

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2567 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เข้าร่วมการประชุม G2G Roundtable on Online Safety, with a focus on children safety ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุม ATxSummit ภายใต้งาน Asia Tech x Singapore (ATxSG) 2024 ระหว่างวันที่ 29 – 31 พฤษภาคม 2567 โดยมี Mrs. Josephine Teo รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารและสารสนเทศแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ เป็นประธาน ร่วมด้วยผู้แทนระดับสูงจากภาครัฐของหลากหลายประเทศ ในการนี้ ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ฯ ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในเรื่องอินเทอร์เน็ตปลอดภัย (Online safety) ของไทย มีสาระสำคัญ ประกอบด้วย แนวทางการปิดกั้นเว็บไซต์หรือเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย การนำภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้ามามีส่วนร่วมและรับผิดชอบ และบทบาทนำของไทยในอาเซียน เพื่อแก้ปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ------------------------------------

เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2567 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ร่วมหารือกับ Mr. Wei Boon GOH ตำแหน่ง Chief Executive ของ Government Technology Agency (GovTech) โดย GovTech เป็นหน่วยงานรัฐบาลสิงคโปร์ในการผลักดันกลยุทธ์การใช้ระบบคลาวด์ภาครัฐ และมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมระหว่างหน่วยงานรัฐกับระบบคลาวด์ เพื่อปรับเปลี่ยนไปใช้ระบบคลาวด์ได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย การหารือในครั้งนี้ เป็นการริเริ่มการสร้างความร่วมมือในด้านคลาวด์ระหว่างกัน รวมถึงเป็นประโยชน์ต่อไทยในการเรียนรู้ประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดีจากสิงคโปร์ การนำภาครัฐเข้าสู่ระบบคลาวด์ เพื่อประสิทธิภาพการทำงาน การให้บริการประชาชน เพื่อนำไปการเป็นรัฐบาลดิจิทัล ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์ ----------------------------

วันนี้ (4 มิถุนายน 2567) นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านพิธีการและอำนวยการ ครั้งที่ 1/2567 เพื่อเตรียมจัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัล ครั้งที่ 5 ASEAN Digital Ministers Meeting: (ADGMIN) โดยมี นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 802 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม --------------------------------

เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 ณ ห้อง Jubilee Ballroom ชั้น 11 โรงแรม เดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ (กรุงเทพมหานคร) – คุณสุภาวดี ตันติยานนท์ นายกสมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) เป็นประธานในพิธีประกาศผลและมอบรางวัลโครงการประกวด พร้อมทำจริง จากแผนการตลาดดิจิทัลโดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายใต้ชื่อโครงการ “U Power Digital Idea Challenge” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมภายใต้ Digital Technology Demand Generation จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ด้วยความร่วมมือระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (MDES) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (MHESI) สมาคมผู้ใช้ดิจิทัลไทย (DUGA) รวมไปถึงมหาวิทยาลัยชั้นนำจากทั่วประเทศ และการสนับสนุนจากแบรนด์ชั้นนำของประเทศ การประกวดในปีนี้ได้ปรับเพิ่มให้นิสิตนักศึกษามุ่งนำเอาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ล้ำยุค อันได้แก่ Generative AI และ Chat GPT มาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานสำหรับการแข่งขัน ภายใต้โจทย์ที่กำหนดโดย 6 แบรนด์ชั้นแนวหน้าของประเทศ ปีนี้มีนิสิตนักศึกษาสนใจร่วมเข้าแข่งขันสูงถึง 982 ทีม จาก 52 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ โดยการประกวดครั้งนี้มีเงินรางวัลรวม 400,000 บาท และใบประกาศนียบัตรพร้อมถ้วยรางวัลจากระทรวงดิจิทัลฯ และกระทรวงอุดมศึกษาฯ ให้เป็นรางวัลแก่ทีมที่ชนะ โดยมีทีมที่ได้รับรางวัลดังนี้รางวัลชนะเลิศ (ทุนการศึกษา 50,000 บาท) ทีม The Powerpuff Pigs จาก มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ แบรนด์ ยาดม ตราถ้วยทองรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 (ทุนการศึกษา 40,000 บาท)ทีม ชิปปี้ชัปป้า จาก มหาวิทยาลัยกรุงเทพ แบรนด์ DAIRYGOLD รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 (ทุนการศึกษา 30,000 บาท)ทีม BoostBoostBoost จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แบรนด์ Aura Bangkok Clinic รางวัลชมเชย 3 รางวัล (ทุนการศึกษา 10,000 บาท)ทีม ณภัทรนำทัพ จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แบรนด์ Tipcoทีม สุขอุรา จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แบรนด์ Aura Bangkok Clinicทีม Wake Up มาแข่ง U Power จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แบรนด์ Aura Bangkok Clinicรางวัลพิเศษจากแบรนด์ Aura Bangkok Clinic (Gift Voucher 10,000 บาท)ทีม Avengers : Endgame จาก จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทีม BoostBoostBoost จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทีม Lamb จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทีม Wake Up มาแข่ง U Power จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทีม สุขอุรา จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รางวัลพิเศษจากแบรนด์ Aura Bangkok Clinic (Gift Voucher 30,000 บาท)ทีม The Powerpuff Pigs จาก มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญรางวัลพิเศษจากแบรนด์ Lolane (ทุนการศึกษา 10,000 บาท)ทีม STAMP จาก มหาวิทยาลัยศิลปากรทีม โชคดี จาก มหาวิทยาลัยกรุงเทพรางวัลพิเศษจากแบรนด์ ยาดม ตราถ้วยทอง (ทุนการศึกษา 10,000 บาท)ทีม The Powerpuff Pigs จาก มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญรางวัลพิเศษจากแบรนด์ ยาดม ตราถ้วยทอง (Gift Voucher 10,000 บาท)ทีม MondayWhat จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทีม Red Wolf จาก มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ทีม The Powerpuff Pigs จาก มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญรางวัลพิเศษจากแบรนด์ Tipco (ทุนการศึกษา 10,000 บาท)ทีม เรื่องราวดีย์ๆ เวอร์ จาก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทีม ณภัทรนำทัพ จาก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   -------------------------------------------------------------------------

วันนี้ (4 มิถุนายน 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดกิจกรรม "DE Onboarding Day" ของ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกล่าวให้โอวาทแก่บุคลากรใหม่ของ สป.ดศ. โดยมี ผู้บริหารกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ --------------------------------


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.