Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา


                กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ใบขับขี่ออนไลน์ ไม่ต้องไปขนส่ง ผ่านเพจ รับทำใบขับขี่รถทุกรุ่น A” รองลงมาคือเรื่อง “ประกาศจากสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องกำหนดราคาชดใช้แทนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ไม่สามารถส่งคืน ขัดรัฐธรรมนูญ” โดยขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ หรือสร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชนในสังคม                 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 7 - 13 มิถุนายน 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,205,193 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 308 ข้อความ                 สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 269 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 37 ข้อความ ข้อความที่มาจาก Website จำนวน 1 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 1 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 227 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 213 เรื่อง                             ทั้งนี้ ดีอีเอส ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 107 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 62 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 5 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 25 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 15 เรื่อง                 นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์ล่าสุดนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวด้านกลุ่มนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ รองลงมาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง และกลุ่มเศรษฐกิจ ตามลำดับ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชน มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ใบขับขี่ออนไลน์ ไม่ต้องไปขนส่ง ผ่านเพจ รับทำใบขับขี่รถทุกรุ่น A อันดับที่ 2 : เรื่อง ประกาศจากสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องกำหนดราคาชดใช้แทนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่ไม่สามารถส่งคืน ขัดรัฐธรรมนูญ อันดับที่ 3 : เรื่อง ลงทะเบียนต่อใบขับขี่ออนไลน์ ผ่านเพจ ศูนย์ทำใบขับขี่ จัดส่งทั่วประเทศ อันดับที่ 4 : เรื่อง ครีมรักษาเส้นเลือดขอด ทาวันละครั้งบอกลากับเส้นเลือดขอด อันดับที่ 5 : เรื่อง รับตัวแทนแพ็กกิ๊บติดผม สมัครฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย อันดับที่ 6 : เรื่อง การบินไทยรับสมัครงานกดยืนยันไฟล์ทบินออนไลน์ รายได้ 15,000-25,000 บาท อันดับที่ 7 : เรื่อง ดื่มน้ำมะนาวร้อนทุกวัน ทำให้เนื้องอก และซีสต์ ยุบลงใน 3 เดือน อันดับที่ 8 : เรื่อง กัญชาช่วยบรรเทาอาการลมชักในระยะยาวได้ อันดับที่ 9 : เรื่อง รับทำใบขับขี่ออนไลน์ ผ่านเพจ Transport888 อันดับที่ 10 : เรื่อง เจ้าหน้าที่กรมบัญชีกลาง ติดต่อให้ยื่นขอเอกสารใหม่ ผ่านเว็บไซต์ dps.szgt.cc                                           “จาก 10 อันดับ พบข่าวเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ หน่วยงานรัฐ และด้านสังคม อาชีพ ความเป็นอยู่มากถึง 6 อันดับ โดยส่วนใหญ่รูปแบบการหลอกลวง และการแอบอ้างติดต่อประสานงานหน่วยงานของทางภาครัฐ ทำให้ประชาชนส่วนมากหลงเชื่อ และสร้างความเข้าใจผิด จึงคาดว่าอาจเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้เข้าถึงความสนใจของผู้รับข่าวสาร โดยกรณีนี้ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งเกิดความหลงเชื่อ เข้าใจผิด เป็นช่องทางการก่ออาชญากรรมของกลุ่มมิจฉาชีพออนไลน์ในการหลอกลวงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่หลงเชื่อ ซึ่งอาจก่อให้ความเสียหายที่เป็นผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ในสังคม” นายเวทางค์ กล่าว                “อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ หรือเข้าใจผิด ส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด โดยสามารถตรวจสอบ ติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ที่ไลน์ @antifakenewscenterเว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailand และช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง”                            -------------------------------------

วันนี้ (17 มิถุนายน 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการแนวทางส่งเสริม ผู้ประกอบการในการเริ่มต้นธุรกิจ และความพร้อมในการเป็นผู้ประกอบการ "CONQUER FEAR, GEAR UP YOUR BUSINESS" เสริมพลังธุรกิจ พิชิตความกลัว พร้อมปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ "DE กับการขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศ" โดยมี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดีอี นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร -----------------------------------

วันนี้ (17 มิถุนายน 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เยี่ยมชมและร่วมทดสอบระบบจำลองสำหรับการแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ โดยมี นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดีอี นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม  ณ อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด(มหาชน)   -----------------------------------


วันนี้ (17 มิถุนายน 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมงานแถลงวิสัยทัศน์ “เตรียมทัพกำลังคน สร้างอุตสาหกรรมอนาคต” IGNITE THAILAND : Future Workforce for Future Industry ซึ่งจัดขึ้นโดย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน ทั้งนี้ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) แถลงแนวทาง “การสร้างกำลังคนรองรับกลุ่มอุตสาหกรรมแห่งอนาคต” เพื่อนำเสนอแผนผลิตและพัฒนากำลังคนเพื่อรองรับการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ ด้วยแรงงานที่มีทักษะสูง (High – Skilled Workforce) มุ่งเป้ายกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเมืองแห่งอุตสาหกรรมโลก ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน ตามนโยบายรัฐบาล โดยมีคณะรัฐมนตรี ผู้บริหารทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าร่วม ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพฯ -----------------------------------

วันนี้ (18 มิถุนายน 2567) นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ในการเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet โดยมี นายศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 802 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม --------------------------------

                นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 13-16 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย                 คดีที่ 1 หลอกลวงให้ติดตั้งโปรแกรมควบคุมระบบโทรศัพท์เพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์ มูลค่าความเสียหาย 102,166 บาทบาท ผู้เสียหายเคยติดต่อธุรกรรมที่สำนักงานที่ดินจังหวัดเชียงรายไว้ ต่อมาได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่กรมที่ดินจังหวัดเชียงราย ให้ผู้เสียหายดาวน์โหลดติดตั้งแอปพลิเคชัน กรมที่ดิน เพื่อตรวจสอบยืนยันข้อมูลเอกสารความถูกต้อง โดยส่งลิงก์ http://dol.oy-th.cc มาให้ และให้ทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ต่อมาภายหลังผู้เสียหายเช็คยอดเงินในบัญชีของตนเองพบว่าได้ถูกโอนออกไป จึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก                            คดีที่ 2 หลอกลวงให้ติดตั้งโปรแกรมควบคุมระบบโทรศัพท์เพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์ มูลค่าความเสียหาย 70,147 บาทบาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ จังหวัดลำพูน พื้นที่เขต 2 แจ้งว่าผู้เสียหายได้รับเงินบำเหน็จ โดยส่งลิงก์ให้ผู้เสียหาย ดาวน์โหลดติดตั้งแอปพลิเคชันพร้อมกรอกยืนยันข้อมูลตัวตนแล้วจะโอนเงินให้ ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงติดตั้งและทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ต่อมาภายหลังผู้เสียหายเช็คยอดเงิน ในบัญชีของตนเองพบว่าได้ถูกโอนออกไป จึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก                 คดีที่ 3 หลอกลวงให้กู้เงิน มูลค่าความเสียหาย 462,305 บาท ผู้เสียหายพบเห็นโฆษณาสินเชื่อเงินกู้ออนไลน์ผ่านช่องทาง Facebook ชื่อเพจปลอม TTB cash2go จึงทักข้อความไปสอบถามเพื่อต้องการกู้เงิน จำนวน 80,000 บาท มิจฉาชีพ ให้เพิ่มเพื่อนผ่านช่องทาง Line และให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคลแบบฟอร์มการขอสินเชื่อ ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ภายหลังแจ้งว่ามีการกรอกข้อมูลผิดพลาด จึงทำให้ระบบไม่สามารถทำรายการได้ให้โอนเงินเพื่อทำการแก้ไขในระบบ ผู้เสียหายโอนเงินไปทั้งหมด 3 ครั้ง จนครั้งที่ 4 ผู้เสียหายไม่โอนไปให้และเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก                 คดีที่ 4 หลอกลวงเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล มูลค่าความเสียหาย 546,190 บาท บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพหลอกชักชวนให้ลงทุนสกุลเงินดิจิทัลอ้างผลตอบแทนกำไรสูง โดยส่งลิงก์ดาวน์โหลดแพลตฟอร์มเพื่อใช้ในการเทรดเหรียญและมีการแนะนำในการลงทุน ในระยะแรกได้รับผลตอบแทนจริง ต่อมาภายหลังให้โอนเงินลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก                  และคดีที่ 5 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่น ๆ มูลค่าความเสียหาย 70,000 บาทผู้เสียหายรู้จักมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Line พูดคุยจนสนิทใจได้ชักชวนไปทำงานต่างประเทศด้วยกัน โดยอ้างว่าจะเป็นคนดำเนินการต่าง ๆ ให้ทั้งหมด ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปให้ ตามที่ได้ตกลงกัน เมื่อถึงวันเวลานัดหมายที่จะมารับเพื่อเดินทางไปทำงานที่ต่างประเทศ ไม่มารับและไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก                      สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 1,250,808 บาท                  ทั้งนี้ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่  16 มิถุนายน 2567 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงานดังนี้ 1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 50,072 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,261 สาย2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 93,957 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,037 บัญชี3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 59,105 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 30.47 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 44,714 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.05 (3) หลอกลวงลงทุน 33,358 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 17.20 (4) หลอกลวงให้กู้เงิน 15,292 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.88 (5) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 1 13,505 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 6.96 (และคดีอื่นๆ 27,983 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.44)             “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพได้อ้างเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ โดยใช้อุบายหลอกให้ติดตั้งแพลตฟอร์ม เพื่อหลอกลวงให้ผู้เสียหายกรอกยืนยันข้อมูลส่วนตัว ก่อนที่จะโอนเงินของผู้เสียหายออกไปจากบัญชี ขณะที่บางเคส เป็นการหลอกลวงกู้เงินและให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งกรณีเหล่านี้ หากไม่ตรวจสอบให้แน่ชัดก็อาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพได้ ดังนั้นจึงขอเตือนประชาชน ตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดของหน่วยงาน หรือสอบถามข้อมูลจากธนาคารหรือบริษัทสินทรัพย์ที่น่าเชื่อให้แน่ชัด ก่อนตัดสินใจทำธุรกรรมใดๆ อย่างไรก็ตาม ดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว ทั้งนี้ หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441

วันนี้ (18 มิถุนายน 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นวิทยากรงานเสวนาวิชาการในหัวข้อ 25 ปี ศาลล้มละลายกลาง กับมุมมองในอดีต ปัจจุบันและอนาคต โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้างเข้าร่วม ณ ศาลล้มลายกลาง ชั้น 4 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ   --------------------------------

                นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการแถลงข่าวการตรวจยึดของกลาง อุปกรณ์ รับ-ส่ง สัญญาณอินเตอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink โดยมี ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)  นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และ พ.อ.สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ร่วมแถลงข่าว                   รมว.ประเสริฐ กล่าวว่า สืบเนื่องจาก การดำเนินมาตรการปราบปรามอาชญากรรมทางออนไลน์ ตามข้อสั่งการของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี กระทรวงดีอี โดยศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) ได้บูรณาการทำงานร่วมกับ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย บก.ปอศ. เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจยึดอุปกรณ์ รับ-ส่ง สัญญาณอินเตอร์เน็ต STARLINK ซึ่งเป็นอุปกรณ์ชุดสื่อสารในการเข้าถึงสัญญาณอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านระบบดาวเทียม ที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย และ กสทช.ไม่อนุญาตให้มีการนำเข้ามาในราชอาณาจักร จำนวน 58 ชุด                   ทั้งนี้อุปกรณ์ดังกล่าว สามารถตรวจยึดได้จากร้านรับ-ส่งพัสดุ ใน อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี โดยระบุที่อยู่ปลายทาง ใน อ.แม่สอด และอ.แม่ระมาด จ.ตาก ซึ่งสันนิษฐานได้ว่าอาจเป็นของขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และกลุ่มเครือข่ายพนันออนไลน์ ที่ต้องการส่งออกไปยังชายแดนประเทศไทย จากฝั่งชายแดนประเทศกัมพูชาไปยังชายแดนประเทศเมียนมาร์ เพื่อเตรียมนำมาใช้ในการก่ออาชญากรรมทางออนไลน์ ซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดถือเป็นสินค้าที่ลักลอบนำเข้ามาจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย โดยไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากร เข้าข่ายความผิดตามกฎหมายพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 เจ้าพนักงานตำรวจจึงได้ทำการตรวจยึดไว้                  นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 67 กองทัพเรือ โดยกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (ฉก.นย.จันทบุรี) ได้เข้าตรวจสอบยึดกล่องพัสดุ จำนวน 6 กล่อง ที่มีอุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink จำนวน 30 ชุดบรรจุอยู่ บริเวณหน้าร้านรับ-ส่งพัสดุ พื้นที่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี                   “จากการดำเนินมาตรการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเรื่องของเสาสัญญาณ และสายสัญญาณอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อข้ามประเทศที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยมี กสทช. ดำเนินการร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่แนวชายแดน   ทำให้กลุ่มมิจฉาชีพ เริ่มมีการปรับรูปแบบการก่ออาชญากรรมทางออนไลน์ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบและปราบปราม ทำให้กระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องปรับรูปแบบตาม โดยมุ่งเน้นการเพิ่มมิติการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงเพิ่มมากขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหา และลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนต่อไป” รมว.ประเสริฐ กล่าว     ----------------------------------------------------------------

วันนี้ (18 มิถุนายน 2567) นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารประจำถิ่น (Local Executive Committee: LEC) ประจำปี พ.ศ. 2567 โดยมี ผู้แทนจาก APPU (Asian-Pacific Postal Union) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ สำนักงาน APPU --------------------------------

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2567 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ประธานการประชุมการติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 โดยมี นางสาวกรรวี  สิทธิชีวภาค อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา นางอำไพ จิตรแจ่มใส รองเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   ----------------------------------


วันนี้ (20 มิถุนายน 2567) นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือการจัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลเพื่อรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. 2567-2570 โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 803 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม -----------------------


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.