Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา



วันนี้ (21 มิถุนายน 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงานสัมมนา “PRACHACHAT BUSINESS FORUM : The Power of AI # เกมใหม่ โลกเปลี่ยน” พร้อมปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “AI Transform ความท้าทายประเทศไทย” โดยมีผู้บริหาร ผู้นำองค์กรต่างๆ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ พารากอนฮอลล์ (South Hall 3) สยามพารากอน   สำหรับงานดังกล่าว เป็นงานสัมมนาใหญ่ประจำปีของสื่อประชาชาติธุรกิจ เป็นเวทีในการร่วมแสดงแลกเปลี่ยนมุมมอง แบ่งปันวิธีคิด กลยุทธ์ และประสบการณ์ use case การใช้ AI เพื่อประโยชน์ของประเทศไทย โดยผู้บริหาร ผู้นำองค์หลากหลายวงการที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาและขับเคลื่อนประเทศ ----------------------------------------

                กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ลงทุนหุ้นทองคำ เข้าร่วมโดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” รองลงมาคือเรื่อง “ประกาศรับพนักงานแพ็กถุงและพับถุง 1,912 อัตราด่วน” โดยขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นตกเป็นเหยื่อของขบวนการมิจฉาชีพ หรือสร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชนในสังคม                 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 14 - 20 มิถุนายน 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,185,068 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 323 ข้อความ                 สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 273 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 47 ข้อความ ข้อความที่มาจาก Website จำนวน 2 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 1 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 241 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 120 เรื่อง                             ทั้งนี้ ดีอีเอส ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 89 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 66 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 5 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 40 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 41 เรื่อง                 นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์ล่าสุดนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐ ข่าวสารทางราชการ รองลงมาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง และกลุ่มเศรษฐกิจ ตามลำดับ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชน มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ลงทุนหุ้นทองคำ เข้าร่วมโดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อันดับที่ 2 : เรื่อง ประกาศรับพนักงานแพ็กถุงและพับถุง 1,912 อัตราด่วน อันดับที่ 3 : เรื่อง สปส. เปิดลงทะเบียนรับเงินเด็กเงินสงเคราะห์บุตรและเงินอุดหนุนบุตร รวมเดือนละ 1,400 บาท อันดับที่ 4 : เรื่อง รับสมัครคนพับถุงกาแฟ ผ่านเพจ Department of Skill อันดับที่ 5 : เรื่อง เพจ Thailand International Airport เปิดรับสมัครพนักงานจองไฟล์ทบิน อันดับที่ 6 : เรื่อง รับสมัครงาน วีซ่าเอ็นจีเนียร์ งานการจัดการงานก่อสร้างดิน งานถมที่ ถูกกฎหมาย อันดับที่ 7 : เรื่อง หน้าฝนให้ระวังอาการท้องอืด แน่นท้อง หูอื้อ เป็นความเจ็บป่วยที่เกิดจากธาตุลมกระทำ อันดับที่ 8 : เรื่อง วิธีการถูนิ้ว เพื่อช่วยย่อยอาหาร บำรุงม้าม ตับ และสายตา อันดับที่ 9 : เรื่อง สธ. ประกาศให้ชุดยุวกาชาดใส่แค่หมวกหรือผ้าพันคอ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายได้ อันดับที่ 10 : เรื่อง ทำใบขับขี่ออนไลน์ทุกชนิด ไม่ต้องสอบด้วยตนเอง ผ่านทางเพจ อริสา                                         “จาก 10 อันดับ พบข่าวเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ หน่วยงานรัฐ และด้านสังคม อาชีพ ความเป็นอยู่มากถึง 7 อันดับ โดยส่วนใหญ่รูปแบบการหลอกลวง และการแอบอ้างถึงโครงการของหน่วยงานรัฐ หรือให้ติดต่อประสานงานหน่วยงานของทางภาครัฐ ทำให้ประชาชนส่วนมากหลงเชื่อ และสร้างความเข้าใจผิด จึงคาดว่าอาจเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้เข้าถึงความสนใจของผู้รับข่าวสาร โดยกรณีนี้ทำให้ประชาชนส่วนหนึ่งเกิดความหลงเชื่อ เข้าใจผิด เป็นช่องทางการก่ออาชญากรรมของกลุ่มมิจฉาชีพออนไลน์ในการหลอกลวงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่หลงเชื่อ ซึ่งอาจก่อให้ความเสียหายที่เป็นผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ในสังคม” นายเวทางค์ กล่าว                                        “อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ หรือเข้าใจผิด ส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด โดยสามารถตรวจสอบ ติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ที่ไลน์ @antifakenewscenterเว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailandและช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ต่อ 87 ตลอด 24 ชั่วโมง”                             ---------------------------------     

วันนี้ (19 มิถุนายน 2567) สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้จัดกิจกรรม reBOX ภายใต้กิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม “คน DE หัวใจสีเขียว” ประจำปี พ.ศ. 2567 โดยวันนี้มีข้าราชการและเจ้าหน้าที่ร่วมกันนำกล่องกระดาษพัสดุ ซองจดหมาย แกนทิชชู และกระดาษที่ไม่ใช้แล้ว มาบริจาค เป็นจำนวนมาก ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริตได้จัดให้มีการรับบริจาคในกิจกรรมฯ นี้ ทุกวันพุธสัปดาห์ที่ 3 ของเดือน

วันนี้ (12 มิถุนายน 2567) สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ดำเนินการจัดกิจกรรม E-Waste  ภายใต้กิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม “คน DE หัวใจสีเขียว” ประจำปี พ.ศ. 2567 ซึ่งเป็นการตั้งรับบริจาคสิ่งของเหลือใช้หรือขยะ อะลูมิเนียม เครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่ชำรุด และขยะอิเล็กทรอนิกส์ ทุกวันพุธสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน โดยวันนี้มีข้าราชการและเจ้าหน้าที่ร่วมกันนำสิ่งของเหลือใช้หรือขยะ อะลูมิเนียม เครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่ชำรุด และขยะอิเล็กทรอนิกส์ มาร่วมบริจาคเป็นจำนวนมาก เพื่อช่วยกันลดจำนวนขยะอิเล็กทรอนิกส์และยังเป็นการคัดแยกขยะให้ถูกประเภทอีกด้วย

                กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์รายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ธ.อิสลาม ช่วยเหลือประชาชน รับรวมหนี้ ต่อธุรกิจ ปิดหนี้ และหมุนธุรกิจ” รองลงมาคือเรื่อง “กรุงไทยปล่อยสินเชื่อ ผ่านเพจสินเชื่อส่วนบุคคล SME” โดยขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ หรืออาจทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน และมีผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง                 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม – 6 มิถุนายน 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,185,068  ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 323 ข้อความ                 ทั้งนี้มีเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 241 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 218 เรื่อง โดยในจำนวนนี้มีข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุด จำนวน 10 อันดับ ได้แก่             อันดับที่ 1 : เรื่อง  สินเชื่อส่วนบุคคล ผ่านบัญชี TikTok baitoey049 อันดับที่ 2 : เรื่อง บัญชีไลน์ธนาคารอิสลาม iBank 4 All (โล่สีเทา) เปิดให้ลงทะเบียนขอสินเชื่อ อันดับที่ 3 : เรื่อง สินเชื่อกรุงไทย 100,000 บาท ผ่อนเพียง 1,750 บาท อันดับที่ 4 : เรื่อง บัญชีไลน์ aurora3446 ได้รับรองการแนะนำลงทุนโดยสำนักงาน ก.ล.ต. อันดับที่ 5 : เรื่อง ลงทุนกับบริษัท ฮั่วเช่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ร่วมกับ ก.ล.ต. กำไร 12-30% อันดับที่ 6 : เรื่อง บัญชีไลน์เจ้าหน้าที่ฝ่ายสินทรัพย์ดิจิทัล และนวัตกรรมทางการลงทุนของสำนักงาน ก.ล.ต. ชักชวนลงทุน อันดับที่ 7 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ AMATA เปิดกองทุนผู้สูงอายุ เริ่มต้นที่ 1,299 บาท อันดับที่ 8 : เรื่อง เพจ Thai Stock Securities ของตลาดหลักทรัพย์ฯ โฆษณาชวนลงทุนหุ้น อันดับที่ 9 : เรื่อง  ธ. อิสลามปล่อยสินเชื่อผ่านทางไลน์ ไม่ต้องมีหลักทรัพย์และบุคคลค้ำประกัน อันดับที่ 10 : เรื่อง ธนาคารอิสลามให้บริการสินเชื่อ ผ่านบัญชี Tiktok @ibanktuti9y                “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่เกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ จาก 10 อันดับ ข้างต้น พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวที่มีการอ้างถึงธนาคารรัฐ และหน่วยงานรัฐ จึงทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อถือและมีความสนใจเป็นอันดับต้นๆ โดยหากหลงเชื่อโดยไม่ตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริง อาจทำให้เกิดความเสียหายและผลกระทบทั้งในส่วนบุคคล และประชาชนส่วนใหญ่ในสังคมได้” นายเวทางค์กล่าว                          “อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน หลงเชื่อทำธุรกรรมใดๆ ผ่านแพลตฟอร์มต้องสงสัย อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้ หรือหากส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ อาจทำให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด โดยสามารถตรวจสอบ ติดตามและแจ้งเบาะแสข่าวปลอม ผ่านช่องทางต่างๆ ของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้ที่ไลน์ @antifakenewscenterเว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/ทวิตเตอร์ https://twitter.com/AFNCThailandและช่องทางโทรศัพท์โทรสายด่วน GCC 1111 ตลอด 24 ชั่วโมง”

วันนี้ (13 มิถุนายน 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรมระดับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 2/2567 โดยมีผู้บริหารของหน่วยงานในสังกัดร่วมเป็นคณะอนุกรรมการ เพื่อพิจารราหลักเกณฑ์การประเมินองค์กรคุณธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ตามที่กรมการศาสนากำหนด และพิจารณาหลักเกณฑ์การคัดเลือกองค์กรคุณธธรรมต้นแบบโดดเด่น ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ของกระทรวงฯ รวมถึงการมอบนโยบายและมอบหมายให้หน่วยงานภายในสังกัดร่วมกับขับเคลื่อนองค์กรสู่องค์กรคุณธรรม ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันนี้ (30 พฤษภาคม 2567) นายภูเวียง ประคำมินทร์ ประธานกรรมการจริยธรรมประจำสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย นางคนึงนิจ คชศิลา และนางสาวกอบสิริ เอี่ยมสุรีย์ กรรมการจริยธรรม เข้าร่วมการประชุมการประชุมคณะกรรมการจริยธรรมประจำสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นเลขานุการฯ เพื่อร่วมกันพิจารณษรายงานผลการดำเนินงานตามแผนปฏฺบัติการส่งเสริมจริยธรรม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 รอบ 6 เดือน (1 ตุลาคม 2566 - 31 มีนาคม 2567) รวมถึงให้แนวทางและข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ในรอบ 3 เดือนที่เหลือ ต่อไป

วันนี้ (23 มิถุนายน 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี และผู้บริหารกระทรวงฯ ร่วมเป็นเกียรติในงานวันสถาปนากรมอุตุนิยมวิทยา ครบรอบ 82 ปี โดยมี นางสาวกรรวี  สิทธิชีวภาค อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ให้การต้อนรับ ณ กรมอุตุนิยมวิทยา กรุงเทพฯ

วันนี้ (5 มิถุนายน 2567) รองหัวหน้าและเจ้าหน้าที่ของศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต ร่วมงานกิจกรรมวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2567 ภายใต้แนวคิด THP Road to zero waste ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ณ บริเวณลานเพลิน อาคารบริหาร ปณท (สำนักงานใหญ่) เพื่อร่วมสร้างจิตสำนึกและตระหนักถึงคุณค่าของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ ตอกย้ำความมุ่งมั่นพัฒนาศักยภาพด้านขนส่งและเครือข่าย พร้อมร่วมสร้างความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมตามหลัก ESG+Eภายในงานฯ มีการให้ความรู้และจัดกิจกรรมรักษ์โลกที่น่าสนใจมากมาย เช่น "เสวนา TALK ... ก้าวสู่สังคม Zero Waste อย่างไร ?" กิจกรรม Green Hub เส้นทาง...ความร่วมมือ รักษ์โลกไปรฯ ด้วยกัน กิจกรรม "แค่แยก ไม่ยาก จัดการง่าย"โดย ม.ส.ท. และยังมี Green Market ช้อป รัก(ษ์) โลก ชิมช้อป จุใจ อีกด้วย  

วันนี้ (24 มิถุนายน 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence : AI) ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หลักสูตร "AI for Executive"  ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงฯ ได้ร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ. หรือ ETDA ) โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากสถาบัน ADTE by ETDA  (Academy of Digital Transformation by ETDA) และ สถาบัน AIGC (AI Governance Center) จัดขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ผู้บริหารใช้ประโยชน์เครื่องมือ AI ในการบริหารงานราชการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยมี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดีอี นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยผู้บริหารสำนักงานปลัดกระทรวงฯ ผู้บริหารส่วนราชการในสังกัดกระทรวงฯ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   --------------------------------------


                นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 20-23 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย                 คดีที่ 1 ข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความหวาดกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน มูลค่าความเสียหาย 86,833 บาท ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ของ AIS แจ้งว่า เบอร์โทรของผู้เสียหายได้ถูกไปใช้กระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทมาตรา 112 จากนั้นโอนสายไปยังมิจฉาชีพอีกคน อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ให้ทำการเพิ่มเพื่อนผ่านช่องทาง Line จากนั้น VDO Call พูดคุยอ้างจะดูแลคดีให้ โดยให้โอนเงินให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และโอนเงินเพิ่มเรื่อย ๆ ผู้เสียหายเชื่อว่า ตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก                     คดีที่ 2 หลอกลวงให้กู้เงิน มูลค่าความเสียหาย 171,954 บาท โดยผู้เสียหายได้สมัครยื่นสินเชื่อเงินกู้ออนไลน์ผ่านช่องทาง Line จากนั้นได้รับการติดต่อ ทางโทรศัพท์แจ้งว่าผู้เสียหายได้กรอกข้อมูลส่วนตัวผิดพลาดเลยทำให้เงินสินเชื่อถูกระงับไว้ทั้งหมด และให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนกลางเพื่อทำการปลดล็อกแก้ไขในระบบให้ถูกต้อง จึงจะถอนเงินออกมาใช้ได้ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป ภายหลังไม่สามารถติดต่อได้อีก ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก                คดีที่ 3 หลอกลวงให้กู้เงิน มูลค่าความเสียหาย 95,162 บาท ผู้เสียหายได้สมัครยื่นสินเชื่อเงินกู้ออนไลน์ผ่านช่องทาง Facebook ปลอม ชื่อเพจ FINNIX จากนั้นให้เพิ่มเพื่อนผ่านช่องทาง Line พูดคุยตกลงการขอสินเชื่อเงินกู้และทำการสมัคร มิจฉาชีพแจ้งว่าต้องเสียค่าสมัคร ค่ามัดจำ และค่าดำเนินการต่าง ๆ ผู้เสียหายหลงเชื่อได้โอนเงินไปหลายครั้ง ต่อมาทราบว่าเป็นเพจปลอมตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก                 คดีที่ 4 หลอกลวงให้ติดตั้งโปรแกรมควบคุมระบบโทรศัพท์ เพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์ มูลค่าความเสียหาย 305,230 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายเคยทำเรื่องขอติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าไว้ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ภายหลังมิจฉาชีพ ได้ติดต่อมาทางโทรศัพท์ แจ้งว่าให้ผู้เสียหายสำรองเงินค่าดำเนินการหม้อแปลงไฟฟ้าไปก่อน แล้วจะคืนเงินให้ภายหลัง จากนั้นให้เพิ่มเพื่อนช่องทาง Line ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พร้อมส่งลิงก์ให้ติดตั้งแอปพลิเคชันและกรอกข้อมูลต่าง ๆ และปฏิบัติตามคำแนะนำ เจ้าหน้าที่ภายหลังผู้เสียหายเช็คยอดเงินในบัญชีของตนเองพบว่า ได้ถูกโอนออกไปจึงเชื่อว่า ตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก                 และคดีที่ 5 หลอกลวงเป็นบุคคลอื่นเพื่อยืมเงิน มูลค่าความเสียหาย 36,000 บาท ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างตนว่าเป็นหลานชายแจ้งว่า ขอยืมเงินเพื่อชำระสินค้า ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปให้ภายหลังโอนเงินเสร็จ ไม่สามารถติดต่อได้อีก ต่อมาภายหลังทราบว่าหลานชายไม่รู้เรื่องเหตุการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น ตนเองเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอก                                สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 695,179 บาท                 ทั้งนี้ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่  21 มิถุนายน 2567 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงานดังนี้ 1.สายโทรเข้า 1441 จำนวน 766,090 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,274 สาย 2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 200,931 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,047 บัญชี 3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 61,137 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 30.43 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 46,592 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.19 (3) หลอกลวงลงทุน 34,616 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 17.23 (4) หลอกลวงให้กู้เงิน 15,754 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.84 (5) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 14,049 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 6.99 (และคดีอื่นๆ 28,783 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.32)                   “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพได้อ้างว่าเป็นหหน่วยงานต่างๆ ข่มขู่ผู้เสียหายว่ากระทำผิดกฎหมาย ก่อนใช้อุบายหลอกลวงให้ติดตั้งโอนเงิน หรือติดตั้งแพลตฟอร์ม เพื่อหลอกลวงให้ผู้เสียหายกรอกยืนยันข้อมูลส่วนตัว ก่อนที่จะโอนเงินของผู้เสียหายออกไปจากบัญชี ขณะที่บางเคส เป็นการหลอกลวงกู้เงิน หรือหลอกลวงเป็นญาติใกล้ชิด ดังนั้นจึงขอเตือนประชาชน ตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดของหน่วยงาน หรือสอบถามข้อมูลจากธนาคารให้แน่ชัด ก่อนตัดสินใจทำธุรกรรมใดๆ อย่างไรก็ตาม ดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว ทั้งนี้ หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441   ---------------------------------------------------------------

วันนี้ (24 มิถุนายน 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสถิติประเทศไทย ครั้งที่ 1/2567 ซึ่งที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นชอบ (ร่าง) แผนกำหนดความรับผิดชอบสถิติทางการที่มีสถานะพร้อมเผยแพร่ (Tier 1) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566  ด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลสถิติทางการขึ้นเผยแพร่และลงทะเบียนในระบบบัญชีข้อมูลภาครัฐ (Government Data Catalog) และนอกจากนี้ที่ประชุมได้เห็นชอบ (ร่าง) มาตรฐานการผลิตสถิติ 2 ตัวแปร คือ เขตพื้นที่ภูมิศาสตร์ และศาสนา เพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบเป็นมาตรฐานของประเทศต่อไป โดยมีศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ดร.ปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม MDES1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์   -------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.