Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

                นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 27-30 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย                   คดีที่ 1 หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 60,000 บาท ผู้เสียหายพบเห็นโฆษณาเชิญชวนไปทำงานที่ประเทศเกาหลี ผ่านช่องทาง Facebook ปลอม ชื่อเพจ บริษัท บิสโก้ จำกัด จึงเกิดความสนใจได้ทักไปสอบถามพูดคุยรายละเอียด และได้ตกลงกรอกข้อมูลส่วนบุคคลและส่งเอกสารสำคัญต่าง ๆ ต่อมาให้โอนเงินค่าเอกสาร และค่าดำเนินการต่าง ๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ภายหลังจึงทราบว่าเพจดังกล่าวเป็นเพจปลอม ตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก                             คดีที่ 2 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่น ๆ มูลค่าความเสียหาย 200,665 บาท โดยผู้เสียหายเคยแจ้งความออนไลน์ผ่านช่องทางเพจ Facebook ปลอม ต่อมาภายหลัง มิจฉาชีพติดต่อผ่านช่องทางโทรศัพท์อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำเงินที่ถูกหลอกไป คืนกลับมา โดยให้ผู้เสียหายทำการเพิ่มเพื่อนผ่านช่องทาง Line จากนั้นมีการพูดคุยแจ้งว่า ต้องเสียค่าธรรมเนียมเอกสาร และชำระค่าภาษีให้ทางทีมทนายในการดำเนินคดีติดตาม โดยให้โอนเงินเพิ่มมากขึ้น ต่อมาภายหลังทราบว่าเป็นเพจปลอมถูกมิจฉาชีพหลอก                   คดีที่ 3 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 659,876 บาท ผู้เสียหายพบโฆษณารับสมัครงานหารายได้พิเศษผ่านช่องทาง Facebook จึงติดต่อพูดคุย แล้วเพิ่มเพื่อนช่องทาง Line มิจฉาชีพแจ้งว่าเป็นลักษณะงานกดถูกใจเพจสินค้า และจะได้รับค่าคอมมิชชัน โดยให้ผู้เสียหายสมัครและโอนเงินลงทุนเข้าไปในระบบเพื่อเข้าร่วมภารกิจ ในระยะแรกการลงทุนเงินไม่มากได้ผลตอบแทนจริง แต่ภายหลังให้ลงทุนเงิน เพิ่มมากขึ้นและอ้างว่าทำภารกิจไม่สำเร็จจึงไม่ได้รับผลตอบแทน ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเอง ถูกมิจฉาชีพหลอก                   คดีที่ 4 หลอกลวงให้กู้เงิน มูลค่าความเสียหาย 100,000 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายพบเห็นโฆษณาสินเชื่อเงินด่วนทันใจผ่านช่องทาง Facebook เพจปลอม บริษัท ไอยกรณ์ จำกัด จึงสนใจทักไปสอบถามพูดคุย จากนั้นมิจฉาชีพให้เพิ่มเพื่อนผ่านทาง Line อ้างตนว่าเป็นแผนกสินเชื่อของทางบริษัท ส่งลิงก์ให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคล และกรอกยื่นขอสินเชื่อ จากนั้นให้ผู้เสียหายโอนเงิน ทางบริษัทขอตรวจสอบรายการเดินบัญชีธนาคาร (Statement) ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป ภายหลังการโอนเงินเสร็จไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก                    และคดีที่ 5 หลอกลวงให้รักแล้วโอนเงิน มูลค่าความเสียหาย 85,000 บาท ผู้เสียหายรู้จักมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook ได้พูดคุยจนสนิทใจและได้เพิ่มเพื่อนทาง Line มิจฉาชีพอ้างว่าอยู่ต่างประเทศกำลังจะกลับมาใช้ชีวิตกับผู้เสียหายที่เมืองไทย จึงส่งพัสดุของฝากจากต่างประเทศมาให้แต่ต้องชำระค่าภาษีนำเข้า โดยทางมิจฉาชีพจะช่วย ชำระให้ครึ่งหนึ่ง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนชำระค่าภาษีไปให้ ภายหลังไม่สามารถติดต่อได้อีก จึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก                  สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 1,105,541 บาท                    ทั้งนี้ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่  28 มิถุนายน 2567 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงานดังนี้   1.สายโทรเข้า 1441 จำนวน 787,732 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,269 สาย   2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 209,823 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,054 บัญชี   3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 63,666 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 30.34 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 49,100 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.40 (3) หลอกลวงลงทุน 36,108 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 17.21 (4) หลอกลวงให้กู้เงิน 16,367 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.80 (5) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 14,814 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.06 (และคดีอื่นๆ 29,768 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.19)                     “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพได้อ้างหลอกลวงเพื่อหางานทำ หรือหารายได้เสริม รวมทั้งการหลอกลวงให้อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ก่อนใช้อุบายหลอกลวงให้ติดตั้งแพลตฟอร์มโอนเงิน หรือกรอกยืนยันข้อมูลส่วนตัว ก่อนที่จะโอนเงินของผู้เสียหายออกไปจากบัญชี ขณะที่บางเคส เป็นการหลอกลวงกู้เงิน และหลอกลวงให้รัก ดังนั้นจึงขอเตือนประชาชน ตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดในแน่ชัด โดยสามารถตรวจสอบผ่านโทรสายด่วน GCC 1111 หรือสอบถามข้อมูลกับทางธนาคาร ก่อนตัดสินใจทำธุรกรรมใดๆ อย่างไรก็ตาม ดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว   ทั้งนี้ หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441   --------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้ (3 กรกฎาคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลฯ และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด Top Executives ครั้งที่ 9/2567 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลฯ เข้าร่วม ณ ห้องประชุม MDES1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม _______________________________

วันนี้ (3 กรกฎาคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ให้การต้อนรับนายอนุลักษณ์ จันทิวงศ์ (Mr. Anoulack Chantivong) รัฐมนตรีกฎระเบียบและการค้าที่เป็นธรรม รัฐมนตรีอุตสาหกรรมและการค้า รัฐมนตรีนวัตกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รัฐมนตรีการก่อสร้าง และรัฐมนตรีราชทัณฑ์ แห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ เครือรัฐออสเตรเลีย และ Ms. Julia Feeney อัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย พร้อมคณะ โดยเป็นการเยือนประเทศไทยในรอบหลายปีของผู้แทนระดับสูงของออสเตรเลีย โดยทั้งสองฝ่ายได้มีการหารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นความร่วมมือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล รัฐบาลดิจิทัล พลังงานสะอาด ผู้ประกอบการ start up และการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล ซึ่งจะพัฒนาไปสู่ความร่วมมือในอนาคตที่ใกล้ชิดระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ รัฐ นิวเซาท์เวลส์ ของออสเตรเลีย เพื่อแลกเปลี่ยนโอกาส ประสบการณ์ และความก้าวหน้าการปรับเปลี่ยนด้านดิจิทัล รวมถึงโอกาสในด้านการค้า และการลงทุน ระหว่างไทย และออสเตรเลีย ตลอดจนเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศในอนาคตต่อไป   โดยมี นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศกระทรวงดีอี นางอำไพ จิตรแจ่มใส รองเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องรับรองต่างประเทศ ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม _______________________________

วันนี้ (3 กรกฎาคม 2567) นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นวิทยากรในการแถลงข่าว “หน่วงเงินก่อนโอน ทางรอดจากมิจฉาชีพในยุค Digital” เนื่องจากปัญหาภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคถูกหลอกโอนเงินอย่างต่อเนื่องและมีจำนวนที่เพิ่มมากขึ้น สภาองค์กรของผู้บริโภคจึงจัดงานนี้ขึ้น เพื่อหาแนวทางการป้องกันและพัฒนากลไกการคุ้มครองผู้บริโภคจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมสาลี ชั้น 4 สำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค _________________________________

                วันที่ 3 กรกฎาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดการทดสอบระบบเตือนภัยฉุกเฉินผ่านมือถือเสมือนจริง ครั้งแรกในประเทศไทยกับ "LIVE - Cell Broadcast Service" โดยมี ศาสตราจารย์คลินิก สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และนายมนัสส์ มานะวุฒิเวช ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด เข้าร่วมงาน                   รมว.ประเสริฐ กล่าวในการปาฐกถาพิเศษการพัฒนา “Cell Broadcast” ว่า ระบบ Cell Broadcast เป็นเครื่องมือสำคัญในการรับมือกับสถานการณ์ ด้านสาธารณะภัยของประเทศ ทั้งที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ และการกระทำของมนุษย์ ช่วยสร้างความมั่นคงปลอดภัย และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย                    ทั้งนี้กระทรวง ดีอี เห็นถึงความสำคัญของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยมุ่งนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ จากในอดีตที่การแจ้งเตือนภัยส่วนใหญ่จะใช้วิธีส่งข้อความ SMS ซึ่งอาจทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดและกังวลว่าอาจเป็นมิจฉาชีพ                    ดังนั้นกระทรวง ดีอี จึงได้จัดทำโครงสร้างพื้นฐานกลาง (Infrastructure) ให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ใช้เตือนภัยเฉพาะพื้นที่ โดยผ่านระบบ Cell Broadcast เพื่อแจ้งให้กับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ ได้รับทราบ โดยข้อความจะปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอมือถือทันที ซึ่งสามารถตั้งระดับความรุนแรงของภัยได้ตามความเร่งด่วน และความจำเป็น ถึง 5 ระดับ อาทิ การเตือนระดับ PM 2.5 ที่เป็นอันตรายเฉพาะพื้นที่ ไปจนถึงเหตุการณ์ใหญ่ระดับภูมิภาคอย่างพายุ น้ำท่วม ดินโคลนถล่ม หรือ การวางระเบิด ซึ่งสามารถปรับเสียง และการแจ้งเตือนได้ตามความเหมาะสม                     โดยระบบนี้สามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับผู้ใช้งาน เช่น คนไทย จีน หรือ ชาวต่างชาติ โดยสามารถแสดงผลในภาษาที่ผู้ใช้งานเข้าใจได้ถึง 5 ภาษา ภายในครั้งเดียว                   อย่างไรก็ตามแม้ระบบ Cell Broadcast จะมีประสิทธิภาพและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างมาก แต่เนื่องจากเป็นระบบใหม่ในประเทศไทย จึงจำเป็นต้องมีการเตรียมการเรื่องอุปกรณ์และการติดตั้งทั่วประเทศ โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณต้นปี 2568 ซึ่งเมื่อระบบพร้อมใช้งานเต็มรูปแบบ ประชาชนทั่วประเทศจะได้รับการแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ และปลอดภัยยิ่งขึ้น                             ------------------------------------------------------------------  



วันนี้ (4 กรกฎาคม 2567) นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 จัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจแก่บุคลากรของกระทรวงฯ ในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการแยกแยะระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม การจัดกิจกรรมในครั้งนี้กระทรวงดีอีมุ่งมั่นส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรมในการปฏิบัติงานของบุคลากร เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติ โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 803 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม _____________________________

ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)  เปิดเผยว่า ตั้งแต่มีการประกาศจัดตั้งกระทรวง ดีอี เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2559 ได้มีกำหนดการใช้ตราสัญลักษณ์ประจำกระทรวงในการสื่อสารประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวสารไปยังประชาชน สื่อมวลชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกลุ่มต่าง ๆ ใน 2 รูปแบบ ได้แก่ 1.ตราพระพุธ ซึ่งเป็นตราสัญลักษณ์ประจำกระทรวงฯ ออกแบบโดยกรมศิลปากร ที่กำหนดให้ใช้เป็นตราสัญลักษณ์อย่างเป็นทางการ 2. ตราสัญลักษณ์แบบไม่เป็นทางการ ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ เช่น DE, MDES และอื่นๆ   ในส่วนของตราสัญลักษณ์แบบไม่เป็นทางการนั้น เนื่องจากไม่สะท้อนอัตลักษณ์ของกระทรวงฯ ได้อย่างชัดเจน และมีการเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง ทำให้ยากต่อการจดจำของประชาชน  บ่อยครั้งที่ทำให้เกิดความสับสนในการนำไปใช้งาน ดังนั้นกระทรวงฯ จึงได้พิจารณาปรับปรุงและกำหนด “ตราสัญลักษณ์อย่างไม่เป็นทางการ” เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการสื่อสารและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับกระทรวงฯ   สำหรับรูปแบบของตราสัญลักษณ์แบบไม่เป็นทางการใหม่ มีโทนสีเขียวมรกต แสดงถึงการเติบโต ความอุดมสมบูรณ์ และนวัตกรรม ให้อารมณ์ความรู้สึกสดชื่น ปลอดภัย น่าเชื่อถือ และยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายในการนำพาสังคมไทยไปสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลที่มั่นคงและยั่งยืน โดยมีสีขาวประกอบ สื่อถึงความบริสุทธิ์ใจ ความโปร่งใส และธรรมาภิบาลในการทำงาน   ด้านตัวอักษรย่อ "DE" (Digital Economy) มีลักษณะเป็นรูปทรงเรขาคณิต โดยมีสัญลักษณ์อินฟินิตี้ (∞) เป็นแรงบันดาลใจหลัก สื่อถึงการเติบโต ความก้าวหน้าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด และไร้ขีดจำกัด ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวอย่างไม่หยุดนิ่ง และการเชื่อมโยงที่หลากหลาย สอดคล้องกับปรัชญาการทำงานของกระทรวงฯ   ส่วนโครงสร้างมีการเปิดปลายของตัว E ให้ความรู้สึกถึงโลกคู่ขนาน คือโลกแห่งความเป็นจริงกับโลกดิจิทัลที่ดำรงอยู่และเชื่อมโยงกัน    นอกจากนี้ยังสามารถตีความโครงสร้างรวมเป็นตัว S ซึ่งย่อมาจาก "Society" บ่งบอกถึงบทบาทสำคัญของ กระทรวงฯ ในการพัฒนาสังคม แสดงถึงพลวัตของเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีบทบาทสำคัญทั้งในปัจจุบันและอนาคต   “ทั้งนี้ตราสัญลักษณ์ดังกล่าว มุ่งเน้นการสื่อสารถึงคุณค่าและอัตลักษณ์ของกระทรวง ดีอี ในฐานะผู้นำด้านดิจิทัล เพื่อการสร้างสรรค์ และพัฒนานวัตกรรมดิจิทัล ไปสู่การขับเคลื่อนประเทศสู่สากลอย่างยั่งยืน โดยจะมีการทดลองใช้ตราสัญลักษณ์แบบไม่เป็นทางการ ควบคู่กับ ตราสัญลักษณ์ประจำกระทรวง ดีอี  (ตราพระพุธ) เพื่อการสื่อสาร เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ บทบาทและการดำเนินงานของกระทรวงฯ ซึ่งมีกำหนดระยะเวลาทดลองใช้ประมาณ 1 ปี ให้หน่วยงานภายนอกและประชาชนทั่วไปได้รับรู้ และแสดงความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะ เพื่อนำมาประเมินและปรับปรุง ก่อนที่จะมีการนำมาใช้งานอย่างเป็นทางการ ควบคู่กับตราสัญลักษณ์อย่างเป็นทางการ (ตราพระพุธ) ต่อไป” ปลัดกระทรวง ดีอี กล่าว สามารถดาวน์โหลดตราสัญลักษณ์ได้ที่ลิงก์นี้ >> https://mdes.e-office.cloud/drive/group-public/G5faa0d57dd90d/home/2.Infographic/Logo,Ci,Templete,Etc./1.Logo,Color ----------------------------------------------------------------------------------

วันนี้ (4 กรกฎาคม 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ครั้งที่ 1/2567 เพื่อผลักดันโครงการ Digital Wallet ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนได้รับเงินสนับสนุน 10,000 บาท ผ่านระบบดิจิทัล โดยมี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดีอี นายศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม _____________________________

วันนี้ (4 กรกฎาคม 2567) นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมศุลกากร ครบรอบ 150 ปี โดยมีคณะผู้บริหารกรมศุลกากรให้การต้อนรับ ณ กรมศุลกากร _____________________________

จากการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 1-2 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา โดย มีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีเปิดกิจกรรมอบรมสัมมนา หัวข้อ “Digital Korat: The Future Starts Now - โคราช มหานครดิจิทัลแห่งอนาคต” ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน  (มทร.อีสาน) ได้มีการนำเสนอผลงานการขับเคลื่อนนโยบายอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของรัฐบาลผ่าน DE Platform   นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า จากการกิจกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นจังหวัดต้นแบบของการพัฒนาดิจิทัลในระดับภูมิภาค เมื่อวันที่ 1-2 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา กระทรวง ดีอี ได้สนับสนุนการใช้ระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ ลดการใช้กระดาษ (Paper Less) และความร่วมมือ (MOU) ด้านการพัฒนากำลังคนดิจิทัล ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กับ 3 มหาวิทยาลัยในจังหวัดนครราชสีมา คือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี (มทส.) และ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา (มรม.).   นอกจากนี้ยังสร้างการพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในจังหวัดนครราชสีมา ให้เป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ศูนย์กลางโลจิสติกส์ (Logistic Hub) และส่งเสริม Soft Power ของจังหวัดนครราชสีมา เพื่อการเผยแพร่วัฒนธรรมท้องถิ่น ศิลปะ และการสร้างสรรค์ผลงานผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล โดยผ่านการลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกระทรวง ดีอี และภาคส่วนต่าง ๆ ในจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 3 ฉบับ   ขณะเดียวกันภายใต้การบูรณาการของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มทร.อีสาน และภาคีเครือข่าย ได้ร่วมนำเสนอศักยภาพดิจิทัลขั้นสูงของประเทศ เพื่อรองรับการพัฒนาแรงงานสมรรถนะสูง ตอบสนองอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ สร้างเสริมทักษะทุกมิติด้วยเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า EV ระดับโลก VR Training บนโครงข่าย DE Platform เชื่อมโยงการถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยี และนวัตกรรมระหว่างประเทศอย่างไร้พรมแดน   ทั้งนี้กระทรวง ดีอี และหน่วยงานพันธมิตร มีแนวคิดการจัดตั้ง Training Center ระดับชาติ เพื่อขยายสู่ภูมิภาคและสากล รองรับการขับเคลื่อนนโยบายยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของรัฐบาลอย่างเป็นรูปธรรม โดยอาศัยความพร้อมของ มทร.อีสาน เป็นฐานการผลิตกำลังแรงงาน ร่วมกับภาคีเครือข่าย และพร้อมสนับสนุนโครงข่าย DE Platform เพื่อการทำงานภายใต้ความร่วมมือด้านการพัฒนากำลังแรงงานสมรรถนะสูงทุกมิติของเทคโนโลยียนตกรรม EV ระดับโลก รวมถึงระบบ VR Training ซึ่งเป็นนวัตกรรมเพื่อรองรับการพัฒนาทักษะกำลังคนด้าน EV ด้วยเทคนิคและองค์ความรู้มาตรฐานระดับโลก   พร้อมทั้งมอบเครื่องมือและอุปกรณ์เทคโนโลยี EV Training ด้าน DE Platform รองรับการพัฒนาทักษะด้วยเทคโนโลยีด้าน EV ขั้นสูง ให้แก่ มทร.อีสาน ซึ่งได้รับการสนับสนุน จากบริษัท จีไอ นิว เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด ติดตั้งภายในสถาบัน เพื่อการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ด้านยานยนต์ไฟฟ้าของ มทร.อีสาน โดยมีเป้าหมายมุ่งเน้นการพัฒนากำลังคนสมรรถนสูงด้าน EV สู่ความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน” .  “กระทรวงดีอี และหน่วยงานพันธมิตร พร้อมร่วมบูรณาการทำงานเพื่อตอบสนองวิสัยทัศน์ “IGNITE THAILAND : จุดพลัง รวมใจ ไทยต้องเป็นหนึ่ง” ของรัฐบาล ให้ไทยเป็นศูนย์กลางผลิตยานยนต์แห่งอนาคต (Future Mobility Hub) โดยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า และชิ้นส่วนที่สำคัญที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผลักดันให้ประเทศไทยเป็น EV Hub และ 10 อันดับแรกของโลกในการผลิตยานยนต์ที่ไม่ปล่อยมลพิษ (Zero Emission Vehicle: ZEV) ให้ได้อย่างน้อย 30% ของการผลิตยานยนต์ทั้งหมดของประเทศไทย ในปี 2030 หรือ พ.ศ. 2573 หรือคิดเป็นกำลังการผลิตรถยนต์ประมาณ 725,000 คัน และรถจักรยานยนต์ประมาณ 675,000 คัน โดย มทร.อีสาน จะขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ตามภารกิจ ของกระทรวง อว. For EV ดำเนินการใน 3 แผนงาน “พัฒนากำลังคน เพิ่มสัดส่วนการใช้รถ EV และหนุนงบวิจัย EV ทั้งระบบ” เพื่อสร้างอุตสาหกรรมใหม่ให้กับประเทศ และสร้างอนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน” รมว.ประเสริฐ กล่าว _____________________________



วันนี้ (4 กรกฎาคม 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหัวข้อ “การบริหารการเปลี่ยนแปลงในการพัฒนาระบบราชการจากมุมมองของผู้บริหารระดับสูง” ณ ห้องจรัสเมือง 2 ชั้น 2 โรงแรมเดอะ ทวิน ทาวเวอร์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ _____________________________

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.