Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันนี้ (4 กรกฎาคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทาง เทคโนโลยี ครั้งที่ 6/2567 โดยมี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดีอี นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม  ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม _____________________________

             เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 6/2567 โดยมี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวง ดีอี เป็นเลขานุการคณะกรรมการฯ พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมหารือเพื่อดำเนินงานตามข้อสั่งการนายกรัฐมนตรี                            นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า มาตรการและผลการดำเนินงาน ตั้งแต่วันที่ 1-30 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา มี  7 เรื่องที่สำคัญดังนี้   1. การปราบปรามจับกุมอาชญากรรมออนไลน์ ในเดือนมิถุนายน (ข้อมูล ตร.) - การจับกุมคดีออนไลน์รวมทุกประเภท มิ.ย. 67 มีจำนวน 2,349 ราย ลดลงร้อยละ 5.86 เทียบกับ การจับกุมเฉลี่ย 2,495 คนต่อเดือน ช่วงมกราคม - มีนาคม 2567   - การจับกุมคดีเว็บพนันออนไลน์ มิ.ย.67 มีจำนวน 1,082 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.69 เทียบกับ การจับกุมเฉลี่ย 1,064 คนต่อเดือน ช่วงมกราคม - มีนาคม 2567   - การจับกุมคดีซิมม้า บัญชีม้า มิ.ย.67 มีจำนวน 160 ราย ลดลงร้อยละ 33.33 เทียบกับ การจับกุมเฉลี่ย 240 คนต่อเดือน ช่วงมกราคม - มีนาคม 2567               ทั้งนี้ ตร. มีการจับกุมครั้งสำคัญ ในเดือน มิ.ย. 2567 โดยสามารถจับกุม 4 เครือข่ายเว็บพนันบอลยูโร ได้ตัวผู้กระทำความผิด ทั้งชาวไทยและต่างประเทศกว่า 90 ราย ยอดเงินหมุนเวียนกว่า 300 ล้านบาท/เดือน พร้อมตรวจยึดและอายัดทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่า 287 ล้านบาท               นอกจากนี้ ตร. ยังร่วมกับ กรมศุลกากร ปฏิบัติการ “สกัดกั้น STARLINK, ซิมการ์ด และจุดตั้ง Simbox” พบการนำเข้าเครื่อง STARLINK จำนวน 21 เครื่องและซิมการ์ด จำนวนประมาณ 15,675 ชิ้น ซึ่งมีปลายทางพัสดุอยู่ในจังหวัดพื้นที่แนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน โดยได้มีการขยายผลตรวจค้นพื้นที่ 14 จุด ทั่วประเทศ พบเครื่อง STARLINK จำนวน 4 เครื่อง, อุปกรณ์ SIMBOX จำนวน 96 เครื่อง และซิมการ์ดทั้งของไทยและต่างประเทศ กว่า 33,000 ชิ้น               ด้าน DSI มีการจับกุมที่สำคัญในเดือน มิ.ย.67 ได้แก่ จับกุมผู้จัดหาบัญชีม้าแล้วนำไปขายต่อให้กับตัวแทนเว็บไซต์พนันออนไลน์ต่าง ๆ ในพื้นที่จังหวัดนครปฐม ตามหมายจับศาลอาญาที่ จ 2011/2566 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2566 ในความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน  ฯลฯ   2. การปิดโซเชียลมีเดีย เว็บผิดกฎหมาย และเว็บพนัน           - ปิดโซเชียลมีเดีย และเว็บผิดกฎหมายทุกประเภท เดือน มิ.ย. 67 จำนวน 14,363 รายการ เพิ่มขึ้น 5.2 เท่า จากเดือน มิ.ย. 66 ที่มีจำนวน 2,763 รายการ   - ปิดเว็บพนัน มิ.ย. 67 จำนวน 5,771 รายการ เพิ่มขึ้น 20.9 เท่า จากเดือน มิ.ย. 66 ที่มีจำนวน 276 รายการ   3. การแก้ปัญหาบัญชีม้า เร่งอายัด ตัดตอนการโอนเงิน          ผลการดำเนินงานที่สำคัญถึง 30 มิถุนายน 2567 มีดังนี้   - ระงับบัญชีม้าแล้วกว่า 900,000 บัญชี แบ่งเป็น ปปง.ปิด 416,348 บัญชี ธนาคารระงับเอง 300,000 บัญชี และ AOC ระงับ  209,823 บัญชี   - การยกระดับมาตรการจัดการภัยทุจริตทางการเงิน ยกระดับการจัดการ “บัญชี” เป็น “บุคคล” ทุกธนาคารจัดการบัญชีม้าตามระดับความเสี่ยงด้วยมาตรฐานเดียวกันและมาตรการที่ให้สถาบันการเงินดำเนินการ โดยมีทางเลือกให้ลูกค้าสามารถล็อคเงินในบัญชีไม่ให้ทำธุรกรรมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ และปลดล็อคได้ยากขึ้น และ/หรือ ปรับลดค่าวงเงินในการสแกนใบหน้าการทำธุรกรรม ใน mobile banking รวมทั้งการเสนอบริการเพิ่มเติม อาทิการถอนเงินที่อาศัยบุคคลอื่นช่วยอนุมัติ (double authorization) การโอนเงินเฉพาะรายชื่อที่กำหนดไว้ล่วงหน้า   - กวาดล้างบัญชีม้าจากการใช้รายชื่อเจ้าของบัญชีม้า และรายชื่อผู้กระทำผิดกฎหมาย โดยใช้อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ทำการปิดบัญชีธนาคารทุกธนาคาร จากชื่อบุคคลดังกล่าว โดยในเดือนมิถุนายนมีการปิดบัญชีม้าไปแล้วจำนวน 72,296 บัญชี   4.การแก้ไขปัญหาซิมม้าและ ซิมที่ผูกกับ Mobile Banking          ผลการดำเนินงานที่สำคัญถึง 30 มิ.ย. 2567 มีดังนี้   - การระงับหมายเลขโทรออกเกิน 100 ครั้ง/วัน แล้ว 50,736 หมายเลข มีผู้มายืนยันตัวตน 418 เลขหมาย ไม่มายืนยันตัวตน 50,318 เลขหมาย   - การกวาดล้างซิมม้าและซิมต้องสงสัย โดย สำนักงาน กสทช. ได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการลงทะเบียนเพื่อยืนยันตัวตน และผลการดำเนินงาน มีดังนี้   (1)  กลุ่มผู้ถือครองซิมการ์ดมากกว่า 100 ซิม โดยมีเลขหมายที่เข้าข่าย 5.0 ล้านเลขหมาย ซึ่งครบกำหนดการยืนยันตัวตนเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 มีผู้มายืนยันตัวตนแล้ว จำนวน 3.9 ล้านเลขหมาย และระงับการใช้งานซิม จำนวน 1.1 ล้านเลขหมาย (2)   กลุ่มผู้ถือครองซิมการ์ดตั้งแต่ 6-100 เลขหมายต่อค่ายมือถือ จะต้องยืนยันตัวตนภายในวันที่ 13 กรกฎาคม 2567 ซึ่งมีเลขหมายที่เข้าข่าย 4.0 ล้านเลขหมาย มีผู้มายืนยันตัวตนแล้ว 1.6 ล้านเลขหมาย และยังไม่มายืนยันตัวตน จำนวน 2.4 ล้านเลขหมาย   5. การดำเนินการเรื่องเสาโทรคมนาคม สายสัญญาณอินเทอร์เน็ต และสายโทรศัพท์ที่ผิดกฎหมายตามแนวชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน - สำนักงาน กสทช. ตรวจเข้มพื้นที่แนวตะเข็บชายแดน ลงพื้นที่ จ. ตาก รอบสอง เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2567 เพื่อติดตามการลักลอบลากสายสัญญาณโทรคมนาคมข้ามฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน โดยขณะนี้สามารถควบคุมการหันเสาส่งสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้แล้ว ทั้ง 7 พื้นที่ คือ (1) อ.แม่สอด จ.ตาก (2) อ.แม่สาย จ.เชียงราย (3) อ.เชียงของ จ.เชียงราย (4) อ.เชียงแสน จ.เชียงราย (5) อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว (6) อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี และ (7) อ.เมือง จ.ระนอง   ปัจจุบันทุกพื้นที่ที่มีการหันเสาออกนอกประเทศไทยได้มีการระงับสัญญาณรวมแล้ว 366 สถานีฐาน ซึ่งมีทั้งการดำเนินการระงับสัญญาณ ปรับทิศทางสายอากาศ ลดกำลังส่ง และรื้อสายอากาศ และได้กำหนดพื้นที่เพิ่มเติมตามมาตรการระงับการให้บริการโทรคมนาคมบริเวณชายแดนที่มีความเสี่ยง ในอีก 4 อำเภอ 3 จังหวัด ได้แก่ อ.แม่ระมาด อ.พบพระ จ.ตาก อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ และ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์   6. การบูรณาการข้อมูล โดยศูนย์ AOC 1441 ประชุมหารือแนวทางการเปิดเผยหรือแลกเปลี่ยนข้อมูลของศูนย์ AOC กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 13 มิ.ย.67 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ชี้แจงขั้นตอนแนวปฏิบัติภาพรวมของการเปิดเผยและแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อบูรณาการข้อมูลศูนย์ AOC 1441 ให้กับหน่วยงานทั้ง 5 หน่วยที่ได้ลงนาม MOU โดย สอท. และสมาคมธนาคารไทย ส่งข้อมูลการแจ้งความในระบบ Thaipoliceonline ระบบบัญชีธนาคาร (Banking) และข้อมูลระบบ CFR ย้อนหลัง (Back Day) ระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 66 ถึงวันที่ 30 พ.ค. 67 เพื่อนำมาใช้ในการประมวลผลข้อมูลของศูนย์ AOC 1441 และหาแนวทาง มาตรการในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีต่อไป   7. การแก้กฎหมายเร่งด่วน การประชาสัมพันธ์เชิงรุก และอื่นๆ            7.1 แก้ไขปัญหาการซื้อขายสินค้าหรือบริการออนไลน์แบบใช้บริการเก็บเงินปลายทาง (COD) คณะกรรมการว่าด้วยสัญญาภายใต้สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)  ได้มีมติเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา “เรื่องให้ธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้าโดยเรียกเก็บเงินปลายทางเป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ. .....” ซึ่งจะประกาศในราชกิจจานุเบกษา เดือนกรกฎาคมนี้ กฎหมายฉบับนี้ให้ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้า ต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับผู้ส่งสินค้าและผู้ประกอบธุรกิจ ชื่อสกุลผู้รับเงินพร้อมหมายเลขติดตามพัสดุ กำหนดให้ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าถือเงินค่าสินค้าเป็นระยะเวลา 5 วันก่อนนำส่งเงินให้กับผู้ขาย เพื่อให้ผู้บริโภคมีโอกาสแจ้งเหตุที่ขอคืนสินค้าและขอเงินคืน ให้สิทธิผู้บริโภคสามารถเปิดดูสินค้าก่อนชำระเงินได้ โดยหากพบว่ามีปัญหา ผู้บริโภคสามารถปฏิเสธการชำระเงินและไม่รับสินค้าได้ โดยประกาศนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนด 120 วัน นับแต่วันที่มีประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป   7.2 การประชาสัมพันธ์เชิงรุก             จัดทำโครงการดิจิทัลวัคซีน เร่งสร้างภูมิคุ้มกันกับประชาชนการตระหนักรู้เท่าทันอาชญากรรมออนไลน์ ในรูปแบบต่าง ๆ ที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆ ได้ทำการเตือนภัยออนไลน์ ประชาสัมพันธ์กันไปมาก แต่โดยรวมยังไม่ดีเท่าที่ควร ซึ่งควรปรับการรณรงค์ระดับชาติ ควรทำต่อเนื่อง ทิศทางเดียวกัน   และควรมีข้อความการเตือนไม่หลากหลายเกินไปขณะเดียวกัน เนื่องจากปัจจุบันแต่ละหน่วยงานมีกลุ่มเป้าหมายทั้งที่ซ้ำกัน และแตกต่างกัน ความร่วมมือจัดทำ mapping กลุ่มประชากรคนไทย จะทำให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพ และครอบคลุมดีขึ้น ทั้งนี้การแจ้งเตือน ให้ความรู้ภัยออนไลน์ต้องมีความรวดเร็ว ทันสถานการณ์ เนื่องจากการหลอกลวงออนไลน์สามารถเข้าถึงประชาชนในวงกว้างได้อย่างรวดเร็ว และมีรูปแบบการหลอกลวงเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา รวมถึงการขอความร่วมมือกับเอกชน และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด การร่วมกันจะเป็นส่วนหนึ่งที่สำคัญในการลดและแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ นอกเหนือจากการป้องกันปราบปราม   รมว.ประเสริฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในภาพรวมของการดำเนินงานอย่างบูรณาการ เร่งรัดจับกุมคนร้าย กวาดล้างบัญชีม้าและซิมม้า เร่งการอายัดบัญชีธนาคาร ตัดเส้นทางการเงิน การปิดกั้นโซเชียลมีเดียหลอกลวงผิดกฎหมาย และเว็บพนันออนไลน์ มีผลงานชัดเจน เป็นตัวเลขที่สูงขึ้นต่อเนื่องจากในเดือนพฤษภาคม 2567 อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ขอให้เร่งการปราบปรามจับกุมคนร้าย กวาดล้างบัญชีม้า ซิมม้า ปิดกั้นโซเชียลมีเดียหลอกลวงต่อเนื่อง แก้ปัญหาหลอกลวงซื้อขายสินค้าออนไลน์ เพื่อให้จำนวนผู้เสียหายและมูลค่าความเสียหายจากคดีออนไลน์ลดลงโดยเร็ว ช่วยลดความเดือนร้อนของประชาชน”    สำหรับประชาชน หากมีปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ แจ้งดำเนินการระงับ อายัดบัญชี โทร AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชม.   --------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้ (5 กรกฎาคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับ Mr. Damian Hickey ผู้อำนวยการระดับภูมิภาค ประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของสถาบัน Tony Blair Institute for Global Change (TBI) ในการเข้าเยี่ยมคารวะและแนะนำหน่วยงาน ซี่งสถาบัน TBI นำเสนอความเชี่ยวชาญในด้านการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล ให้กับองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับเปลี่ยนไปสู่ดิจิทัล และการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล รวมถึงแสดงความสนใจที่จะสนับสนุนการดำเนินงานของกระทรวงฯ   ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีฯ ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายและการดำเนินงานที่สำคัญของกระทรวงฯ อาทิ นโยบาย Cloud First Policy การพัฒนาด้าน AI การแก้ปัญหาภัยออนไลน์ และ การพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล ที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐให้มีความคล่องตัว โปร่งใส และสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชน โดยการหารือดังกล่าวมี นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดีอี นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการ และผู้แทนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือ ณ ห้องรับรองต่างประเทศ ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ---------------------------------------------------

วันนี้ (5 กรกฎาคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเฉพาะด้านการขับเคลื่อนตามนโยบายการใช้คลาวด์เป็นหลัก ( Cloud First Policy ) โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) คณะผู้บริหาร และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ---------------------------------------------------

       นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงดีอี ฝ่ายข้าราชการประจำ เผยว่า จากกรณีที่ประชาชนที่แจ้งความผ่านระบบแจ้งความออนไลน์ thaipoliceonline.go.th ได้รับ e-mail จากระบบแจ้งว่า “สถานะคดี สิ้นสุด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :- ศูนย์บริหารการรับแจ้งความ คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โทร 1441” ทำให้มีประชาชนจำนวนมากโทรเข้ามาสอบถามที่ 1441 เป็นจำนวนมาก ดีอี พบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดจากระบบ thaipoliceonline.go.th มีข้อผิดพลาดส่งแจ้ง e-mail ข้อความอัตโนมัติไปยังผู้เสียหาย ซึ่งทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แก้ไขแล้ว          นายเวทางค์ กล่าวเพิ่มว่า “ทั้งนี้ คดีของท่านยังคงดำเนินการอยู่ไม่ได้สิ้นสุดแต่อย่างใด โดยท่านสามารถประสานสอบถามความคืบหน้าของคดีได้กับพนักงานสอบสวนตามรายชื่อและเบอร์โทรที่ปรากฎในระบบ หรือสอบถามโดยตรงไปยังสถานีตำรวจที่ท่านเลือกแจ้งความไว้ในระบบ thaipoliceonline.go.th ได้โดยตรง”ดีอี เร่งแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้หากโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง ---------------------------------------------------

วันนี้ (5 กรกฎาคม 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นวิทยากรพิเศษหลักสูตร "ผู้นำยุคใหม่ พลิกโฉมธุรกิจด้วย Big Data และ AI" (LEAD: Transformational Leadership with Big Data and AI) ในหัวข้อ “Government Policies and Thailand’s Digital Competitive Edge” โดยมี รศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ BDI และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ โรงแรมแลงคาสเตอร์ กรุงเทพฯ ----------------------------------------------------

วันนี้ (5 กรกฎาคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดหลักสูตร  "ผู้นำยุคใหม่ พลิกโฉมธุรกิจด้วย Big Data และ AI" (LEAD: Transformational Leadership with Big Data and AI) สำหรับผู้บริหาร และผู้นำองค์กร จัดขึ้นโดย สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) (BDI)  ซึ่งมีศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี ร่วมเป็นวิทยากรพิเศษ พร้อมด้วยนายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวง ดีอี นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ดีอี รศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ BDI เข้าร่วมงาน ณ โรงแรมแลงคาสเตอร์ กรุงเทพฯ   นายประเสริฐ  กล่าวปาฐกถาพิเศษ ว่า กระทรวงดีอีได้กำหนดนโยบายภายใต้แผนงาน “The Growth Engine of Thailand” โดยมุ่งเน้นผลประโยชน์ส่วนรวม ความทันสมัย และพร้อมปรับตัว โดยเฉพาะการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยี Big Data และ AI มาประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล มุ่งเน้นการเปิดกว้าง และเชื่อมโยงเพื่อให้ทุกภาคส่วน มีส่วนร่วมในการตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส ลดความเหลื่อมล้ำ และส่งเสริมการพัฒนาประเทศ เพื่อให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างทันท่วงที   ศึกษารายละเอียดหลักสูตรเพิ่มเติมได้ที่ https://bdi.or.th/executive-course/   ----------------------------------------------------

                 วันที่ 5 กรกฎาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการแถลงข่าวผลปฏิบัติการ “FINAL BET บุกทลาย 5 เครือข่ายเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่ รวบผู้ต้องหาสำคัญ 11 ราย ยึดทรัพย์รวมกว่า 360 ล้านบาท” โดยมี นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ร่วมในการแถลงข่าว                    นายประเสริฐ กล่าวว่า ตามที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการให้กระทรวง ดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงการพนันออนไลน์ในทุกรูปแบบ ประกอบกับช่วงเวลานี้อยู่ในห้วงของการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2024  กระทรวง ดีอี จึงได้ร่วมกับ บช.สอท. เปิดปฏิบัติการ “FINAL BET” ตรวจค้นจับกุมอย่างเข้มข้น พร้อมขยายผลเพื่อจับกุมผู้กระทำผิดให้ได้ทั้งขบวนการ โดยเฉพาะเครือข่ายของเว็บพนัน และโซเชียลมีเดียต่างๆ ซึ่งล่าสุดสามารถจับกุมเครือข่ายการเล่นพนันออนไลน์ได้จำนวน 5 เครือข่าย ได้แก่ เว็บไซต์4dking.club,88lotto.club, mawin8s.com, huay-dd.com และ viphuay88.com                    สำหรับปฏิบัติการในครั้งนี้ บช.สอท. ทำการตรวจค้น และจับกุมผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องได้จำนวน 29 ราย ได้แก่ เจ้าของ จำนวน 4 ราย ผู้ดูแลการเงิน จำนวน 7 ราย พนักงานและบัญชีม้าจำนวน 18 ราย ซึ่งมีสมาชิกผู้เล่นรวมกันกว่า 30,000 คน มียอดเงินหมุนเวียนรวมกันกว่า 60 ล้านบาท/เดือน พร้อมทั้งขยายผลเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย รวม 10 จุดในจังหวัดสงขลา และจังหวัดน่าน โดยสามารถตรวจยึดของกลางและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง อาทิ เงินสด ทองคำแท่ง กองทุนรวม สมุดบัญชีธนาคาร เครื่องประดับ รวมทั้งรถยนต์หรู รวมมูลค่ากว่า 360 ล้านบาท                     ทั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้รวม 11 ราย คือ เจ้าของ 2 ราย ผู้ดูแลการเงิน 6 ราย และพนักงานแอดมิน โดยจับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งหน้าอีกจำนวน 3 ราย โดยดำเนินคดีในความผิดฐาน - ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกันทางอิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาต - สบคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน - ได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน เพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน               “กระทรวงดีอี ได้ร่วมกับ บช.สอท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวัง ติดตาม และปราบปรามการกระทำความผิดที่เป็นอาชญากรรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเราได้ตั้งทีมเฉพาะกิจ ใช้เทคโนโลยี AI เจาะเส้นทางการเงิน เพื่อขยายผลจับกุมผู้ร่วมกระทำผิดให้ได้ทั้งขบวนการ ตัดวงจรเครือข่ายมิจฉาชีพ และขอเตือนประชาชนอย่าเข้าไปเล่นเว็บพนัน เพราะนอกจากทำให้เสียทรัพย์แล้ว ยังอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ หรือ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เนื่องจากอาจทำให้เกิดการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล หมายเลขบัตรประชาชน บัญชีธนาคาร หรือข้อมูลอื่นๆ จากการลงทะเบียนเว็บพนันออนไลน์ได้” นายประเสริฐ กล่าว   สำหรับประชาชน หากมีปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ แจ้งดำเนินการระงับ อายัดบัญชี โทร AOC 1441 ได้ตลอด 24 ชม.   --------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้ (5 กรกฎาคม 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นวิทยากรพิเศษในหัวข้อ “ดิจิทัลกับอนาคตของเศรษฐกิจ” มุ่งเน้นให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของเทคโนโลยีดิจิทัลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจในอนาคต  โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม ดร.ไสว สุทธิพิทักษ์ อนุสรณ์ อาคาร 6 ชั้น 7 มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “หลังตะวันตกดินห้ามทานอาหาร เพราะจะทำให้เป็นโรคความดันสูง เบาหวาน หลอดเลือดหัวใจ และไขมันในเลือดสูง” รองลงมาคือเรื่อง “ง่วงนอนระหว่างวันเกิดจากเลือดเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ และการหลับไม่สนิทตอนกลางคืน เกิดจากเลือดลมไม่ดี” โดยขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ หรือสร้างความวิตกกังวล ความเชื่อ และความเข้าใจคลาดเคลื่อนให้กับประชาชนในสังคม                 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน – 4 กรกฎาคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 988,737 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 283 ข้อความ                 สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 233  ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 40 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 10 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 211 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 96 เรื่อง                             ทั้งนี้ ดีอีเอส ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 98 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 55 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 6 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 22 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 30 เรื่อง                           นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์ล่าสุดนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวด้านกลุ่มนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ซึ่งเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ และความเป็นปลอดภัยของประชาชน รองลงมาเป็นข่าวที่มีการอ้างถึงการติดต่อทำธุรกรรมกับหน่วยงานรัฐ และกลุ่มเศรษฐกิจ ตามลำดับ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชน มากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง หลังตะวันตกดินห้ามทานอาหาร เพราะจะทำให้เป็นโรคความดันสูง เบาหวาน หลอดเลือดหัวใจ และไขมันในเลือดสูง อันดับที่ 2 : เรื่อง ง่วงนอนระหว่างวันเกิดจากเลือดเลี้ยงสมองไม่เพียงพอ และการหลับไม่สนิทตอนกลางคืน เกิดจากเลือดลมไม่ดี อันดับที่ 3 : เรื่อง กรมพัฒนาฝีมือแรงงานรับสมัครงานแพ็กถุง พับถุงกาแฟ รับจำนวนจำกัด ผ่านเพจงานฝีมือสร้างรายได้ อันดับที่ 4 : เรื่อง น้ำผึ้งใช้รักษาโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร และช่วยล้างลำไส้ได้ อันดับที่ 5 : เรื่อง รับทำใบขับขี่ถูกกฎหมาย ไม่ต้องไปสอบเอง ทางเพจสอบให้ อันดับที่ 6 : เรื่อง บริษัท PONTINA ประกาศรับสมัครพนักงานแพ็กสบู่ ค่าจ้างจ่ายหน้างาน อันดับที่ 7 : เรื่อง ธ.กรุงไทยปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลแบบดิจิทัล วงเงินขั้นต่ำ 50,000-3,000,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 1-12% ต่อปี ทางเพจ SME Krungthai Online อันดับที่ 8 : เรื่อง กรมบัญชีกลางส่งเอกสารแจ้งให้ขอรับเงินชดเชยค่าครองชีพที่ยังค้างอยู่ในระบบ โดยให้ยืนยันข้อมูลผ่านระบบ Digital Pension อันดับที่ 9 : เรื่อง เรื่อง SMS แจ้งถุงลมนิรภัยบนรถไม่ได้มาตรฐาน ทางศูนย์จะเปลี่ยนถุงลมนิรภัยตัวใหม่ให้ฟรี อันดับที่ 10 : เรื่อง กรมการจัดหางานเปิดเพจเฟซบุ๊กเพิ่ม                                       “จาก 10 อันดับ พบข่าวในที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ และความปลอดภัยของประชาชน ซึ่งอยู่ในหมวดหมู่ด้านนโยบายรัฐบาล ที่มีผลกระทบ สร้างความแตกตื่น และมีผลกระทบต่อความมั่นคง รวมทั้งด้านสังคม อาชีพ ความเป็นอยู่มากถึง 10 อันดับ โดยส่วนใหญ่มีรูปแบบแอบอ้างผลกระทบต่อสุขภาพ และรูปแบบการแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ หรือติดต่อประสานงานหน่วยงานรัฐ ทำให้ประชาชนส่วนมากมีความวิตกกังวลในเรื่องของสุขภาพ หลงเชื่อ และสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน จึงคาดว่าอาจเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้เข้าถึงความสนใจของผู้รับข่าวสาร ซึ่งอาจก่อให้ความเสียหายที่เป็นผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ในสังคม” นายเวทางค์ กล่าว                                              อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน หรือความเชื่อแบบผิดๆ ส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                       ----------------------------------------------------------------------

                กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ชวนลงทุนหุ้นทองคำ รับเงินปันผล 390-980 ต่อวัน รับรองโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ” รองลงมาคือเรื่อง “บัญชีไลน์ไอดี Bk040319 ชักชวนให้ลงทุน รับรองโดยสำนักงาน ก.ล.ต.” โดยขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ หรือสร้างความวิตกกังวล ความเชื่อ และความเข้าใจคลาดเคลื่อนให้กับประชาชนในสังคม                   นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 28 มิถุนายน – 4 กรกฎาคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 988,737 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 283 ข้อความ                   ทั้งนี้มีเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 211 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 96 เรื่อง โดยในจำนวนนี้มีข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุด จำนวน 10 อันดับ ได้แก่   อันดับที่ 1 : เรื่อง ชวนลงทุนหุ้นทองคำ รับเงินปันผล 390-980 ต่อวัน รับรองโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ   อันดับที่ 2 : เรื่อง บัญชีไลน์ไอดี Bk040319 ชักชวนให้ลงทุน รับรองโดยสำนักงาน ก.ล.ต.   อันดับที่ 3 : เรื่อง บัญชีไลน์ HUA Seng Heng แจ้งให้ลงทะเบียนเพื่อลงทุนสร้างกำไร   อันดับที่ 4 : เรื่อง สำนักงาน ป.ป.ท. เปิดเพจเฟซบุ๊กชื่อ กองพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพกระทรวงยุติธรรม   อันดับที่ 5 : เรื่อง พม. เปิดเพจเฟซบุ๊ก สำนักงานคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน เพื่อช่วยกู้คืนทรัพย์สินที่ถูกฉ้อโกงไปได้   อันดับที่ 6 : เรื่อง กรมการปกครองเปิดเพจศูนย์อาสาป้องกันและบรรเทาคดีอาชญากรรมทางออนไลน์   อันดับที่ 7 : เรื่อง บัญชีไลน์ของผู้บริหารสำนักงาน ก.ล.ต. เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเทรดหุ้น   อันดับที่ 8 : เรื่อง บัญชีไลน์ Broker May เชิญชวนเข้าประชุม แชร์กลยุทธ์ การลงทุน โดยสำนักงาน ก.ล.ต.   อันดับที่ 9 : เรื่อง ก.ล.ต. เปิดให้ลงทุนหุ้นผ่านกลุ่มไลน์ รับประกันรายได้ 100%   อันดับที่ 10 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเพจเฟซบุ๊กใหม่ ชื่อ Investing in stocks                                      “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่เกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ จาก 10 อันดับ ข้างต้น พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวเรื่องการหลอกลวงการลงทุนที่มีการอ้างถึงหน่วยงานรัฐ และธนาคารรัฐ จึงทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อถือและมีความสนใจเป็นอันดับต้นๆ นอกจากนี้ยังมีข่าวอ้างหน่วยงานรัฐเปิดช่องทางช่วยเหลือประชาชนจากโจรออนไลน์ ซึ่งหากหลงเชื่อโดยไม่ตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริง อาจทำให้เกิดความเสียหาย และผลกระทบทั้งในส่วนบุคคล และประชาชนส่วนใหญ่ในสังคมได้” นายเวทางค์กล่าว                          อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน หลงเชื่อทำธุรกรรมใดๆ ผ่านแพลตฟอร์มต้องสงสัย อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้ หรือหากส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ ส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ  โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                           --------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้ (7 กรกฎาคม 2567) นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมงาน "เทศนาธรรม 4 ภาค ทั่วไทย" ครั้งที่ 4 (หนกลาง) เฉลิมกระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ณ Exhibition Hall 1-2 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ   -----------------------------------------------------------------------

วันนี้ (8 กรกฎาคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ในระดับร้ายแรง (ครร.) ครั้งที่ 1/2567 ถือเป็นการประชุมครั้งแรกของปี 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหารือและวางแผนรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อประเทศ โดยมี นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม mdes 1 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม Coding Bootcamp และ Coding Roadshow ภายใต้โครงการ Coding for Better Life สร้างรากฐานอนาคตประเทศไทย ซึ่งจัดขึ้นโดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เพื่อสร้างกำลังคนดิจิทัลที่มีศักยภาพรองรับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม ช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนกำลังคนดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน สอดรับเป้าหมายการเพิ่มศักยภาพทุนมนุษย์ด้านดิจิทัล (Human Capital) ตามเครื่องยนต์ที่สามของนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของ กระทรวงดีอี หรือ The Growth Engine of Thailand”    โดยมี ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี พร้อมคณะทำงาน และครู นักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมงาน ณ ฮอลล์ 2 โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ

นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) เป็นประธานพิธีเปิดโครงการ ฝึกอบรมและเวทีเสวนา หัวข้อ “Leveraging AI for Life” หรือ “พลิกโฉมชีวิตประจำวันด้วยพลังปัญญาประดิษฐ์” ภายใต้โครงการ “Girls in ICT Day 2024” ซึ่งจัดร่วมกับ ศูนย์วิจัยการจัดการความรู้ การสื่อสาร และการพัฒนา หรือ CCDKM สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ และสำนักงานภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ITU โดยมีนักเรียนนักศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคดอนเมือง วิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี วิทยาลัยพาณิชยการเชตุพน วิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี ประมาณ 140 คน เข้าร่วมการฝึกอบรมเพื่อสร้างความตระหนักรู้และการเรียนรู้ให้แก่เยาวชน ในการนำเทคโนโลยี AI ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน และเรียนรู้และทำความรู้จักกับ AI ในเบื้องต้น ณ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.