Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันนี้ (10 กรกฎาคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับแนวทางการใช้งาน Mobile ID และระบบลงทะเบียน Sender Name เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้งานบนโลกออนไลน์ โดยมี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดีอี นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ อาคาร 9 ชั้น 14 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) NT ----------------------------

วันนี้ (10 กรกฎาคม 2567) นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการเสวนา เรื่อง “ซิมผีบัญชีม้าและปัญหาความปลอดภัยทางไซเบอร์ : กับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน” เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาซิมผีและบัญชีม้า ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยทางไซเบอร์และสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุม 901-902 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ----------------------------------------------


วันนี้ (10 กรกฎาคม 2567) นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวเปิดงาน “เมืองยั่งยืน 2024” Sustainable City งานนี้ถือเป็นเวทีสัมมนาวิชาการ ศึกษาแลกเปลี่ยนความรู้ และแสดงนวัตกรรมทางด้านการพัฒนาเมืองน่าอยู่ ทันสมัย อย่างยั่งยืน โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน ณ ห้อง Mayfair Ballroom (ชั้น11) โรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ ----------------------------------------------

                     นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2567 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบ ร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการ (พ.ศ. 2567-2570) ที่เสนอโดยคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) โดยได้มอบหมายให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐนำไปใช้เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินภารกิจของหน่วยงานนั้น                         จากร่างยุทธศาสตร์ฯ ดังกล่าว ได้มีการกำหนดเป้าหมายให้ ดัชนีรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (E-Government Development Index: EGDI) ไม่ต่ำกว่าอันดับที่ 40 ของโลก และมีคะแนนไม่ต่ำกว่า 0.82 (คะแนนเต็ม 1) ซึ่งจากการประเมิน ดัชนีรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 193 ประเทศ โดยองค์การสหประชาชาติ ในปี 2565 ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 55 (คะแนน 0.766 คะแนน)                          ส่วนอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (IMD Competitiveness Ranking) ด้านประสิทธิภาพภาครัฐ (Government Effectiveness) ได้กำหนดค่าเป้าหมายไว้ไม่ต่ำกว่าอันดับที่ 20 เพื่อให้ใกล้เคียงกับอันดับของประเทศไทยในช่วงปี 2563-2564 ซึ่งประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 23 และ 20                          ทั้งนี้ กระทรวง ดีอี  ได้กำหนดนโยบายการเป็นหน่วยงานภาครัฐที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ประชาชน โดยได้มุ่งมั่นพัฒนาและนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภายในองค์กร  การเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลด้านความมั่นคง การเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย พร้อมทั้งการสร้างความตระหนักรู้ และองค์ความรู้ในการใช้งานดิจิทัลในภาคประชาชน รวมไปถึงการสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานดิจิทัลของภาครัฐ และประชาชน การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามและสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ประกอบด้วย   1.การใช้ระบบ Paper less ในการบริหารจัดการภายในหน่วยงานขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยลดการใช้กระดาษในระบบงานให้เหลือน้อยที่สุด และใช้การจัดเก็บข้อมูลผ่านระบบ Cloud ซึ่งมีความปลอดภัย สามารถบริหารจัดการข้อมูลได้สะดวก   2.การให้บริการประชาชน โดยประยุกต์เทคโนโลยีดิจิทัล สนับสนุนการให้บริการประชาชน ให้มีความสะดวก รวดเร็ว มั่นคงปลอดภัย บูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านหน่วยงานภาครัฐ ด้วยระบบ Digital ID เชื่อมโยงข้อมูลด้านสุขภาพ Health Link ระหว่างโรงพยาบาล ร้านขายยา และสถานพยาบาลทั่วประเทศ โดยสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI การป้องกันและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคลล โดย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC   3.การสร้างความเท่าเทียมและลดความเหลื่อมด้านดิจิทัล โดยสร้างองค์ความรู้ ความตระหนักรู้การใช้งานดิจิทัลในหน่วยงานราชการทั้งส่วนกลาง-ภูมิภาค และประชาชนทั่วประเทศ ผ่านการดำเนินงานของสำนักงานปลัดกระทรวง ดีอี และคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ในรูปแบบของการสร้างโครงข่ายอินเทอร์เน็ตสาธารณะทั่วประเทศ ภายใต้ “โครงการอินเทอร์เน็ตสาธารณะเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต” จัดตั้งศูนย์ดิจิทัลชุมชน และพัฒนาอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) ให้ความรู้ด้านดิจิทัลกับประชาชนอย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่ การสร้างโครงข่ายบรอดแบรนด์ เพื่อเชื่อมโยงการสื่อสารระหว่างประเทศ โดย บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT   นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนประชาชนในด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ผลักดันอุตสาหกรรมดิจิทัล การสร้างเมืองอัจฉริยะ นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และการบริหารจัดการเมือง ด้านเกษตรอัจฉริยะ สนับสนุนพัฒนาทักษะของเยาวชน และคนรุ่นใหม่ หนุนการสร้าง Start up โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) และสนับสนุนการทำธุรกิจด้านดิจิทัล การทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA   4.การสร้างความมั่นคงปลอดภัย และความเชื่อมั่นในการใช้งานดิจิทัล ด้วยการบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ AOC 1441 ให้บริการรับเรื่องร้องเรียนภัยออนไลน์ตลอด 24 ชม. พร้อมกับการใช้เทคโนโลยี AI ในการตรวจสอบข้อมูล ติดตามเส้นทางการเงิน ฯลฯ รวมทั้งจัดตั้ง GCC 1111 ให้บริการสอบถามข้อมูลและรับเรื่องร้องเรียนภาครัฐ รวมถึงรับแจ้งเบาะแสข่าวปลอม อาชญากรรมออนไลน์                         “กระทรวง ดีอี พร้อมเป็นผู้นำด้านการเป็นรัฐบาลดิจิทัล สนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการในหน่วยงานภาครัฐ การให้บริการประชาชน ลดความเหลื่อมและสร้างความทัดเทียมด้านดิจิทัลให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศ เพื่อเป้าหมายของการเป็นรัฐบาลดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบ และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทย ทั้งในด้านภาครัฐ สังคม และเศรษฐกิจ” รมว.ประเสริฐ กล่าว   ---------------------------------------------------


วันนี้ (11 กรกฎาคม 2567) นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมงาน นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในงานมหรสพสมโภชเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมีเจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมเดินขบวน พร้อมด้วยประชาชนที่สนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ณ ท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ

ด้วยรัฐบาลได้กำหนดจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ โดยมีพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เป็นส่วนหนึ่งของงานที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ เวลา ๐๘.๐๐ น. ณ ท้องสนามหลวง เพื่อให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐได้แสดงความมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่ตามรอยพระยุคลบาทในฐานะข้าของแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนและประเทศชาติสืบไป   สำนักงาน ก.พ. ขอเชิญชวนหน่วยงานจัดให้มีการลงนามถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน สำหรับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ณ ที่ตั้งของหน่วยงาน ระหว่างวันที่ ๒๐ – ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ และขอเชิญชวนข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ และประชาชน ร่วมลงนามถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ตั้งแต่บัดนี้ – ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗   ____________________________



วันนี้ (11 กรกฎาคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในงานแถลงข่าวและร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Key Global Trends in Data Privacy” ในงานเสวนาสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระดับนานาชาติ “PDPA International Conference 2024 : Key Global Trends in Data Privacy” เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนชาวไทยและต่างชาติร่วมกัน “ป้องกัน-ระวัง-เข้าใจ” การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้แคมเปญ Take Control of your Data #ตะโกนให้โลกรู้ข้อมูลส่วนตัวสำคัญที่สุด   โดยมีนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดีอี นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย PDPA จากหลายประเทศทั่วโลกเข้าร่วมเสวนา ณ ห้องวายุภักษ์ 3 ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ------------------------------------------------

วันนี้ (12 กรกฎาคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วย รศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) ร่วมกันแถลงความคืบหน้าโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างสถานพยาบาลทั่วประเทศ (Health Information Exchange: Health Link) พร้อมเดินหน้าทำงานร่วมกับกรุงเทพมหานคร และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสนับสนุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของ BDI โดยผลักดันการพัฒนาแพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ Health Link เข้าสู่แผนยุทธศาสตร์ระดับชาติ นำไปสู่การพัฒนารัฐบาลดิจิทัลอย่างยั่งยืน มุ่งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้ารับบริการสุขภาพได้อย่างทั่วถึงและปลอดภัย โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม MDES1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   สำหรับโครงการ Health Link คือ แพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างสถานพยาบาลทั่วประเทศ ช่วยให้แพทย์ สามารถดูประวัติการรักษาได้ทันที สะดวก ง่าย ปลอดภัย พร้อมมีระบบการเชื่อมโยงข้อมูลด้วยกลไกการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้น โดยยืนยันตัวตนของประชาชน และแพทย์ การเข้ารหัสข้อมูลและระหว่างจัดส่งข้อมูล รวมถึงมีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วยอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจสมัคร Health Link ฟรีผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือ “ThaID” ศึกษารายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่: https://healthlink.go.th   --------------------------------------

วันที่ 11-12 กรกฎาคม 2567 นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นวิทยากรพิเศษ “โครงการบูรณาการการปฏิบัติงานตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน” พร้อมด้วยนางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดีอี โดยมีผู้แทนจากสำนักงานตำรวชแห่งชาติ สำงาน ปปง. สำนักงานกสทช. สมาคมธนาคารไทย ร่วมด้วย เพื่อยกระดับการดำเนินการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี จ.นครปฐม --------------------------------------

             นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการแถลงข่าว เปิดปฏิบัติการ Season 2 โค่นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยึดเครื่องมือส่งสัญญาณ STARLINK - ชิมการ์ดต่างประเทศ ก่อนส่งเมียนมา โดยมีนายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดีอี  พล.ต.ต.วิวัฒน์ ชัยสังฆะ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.พุฒิเดช บุญกระพือ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) นายเลิศรัตน์ รตะนานุกูล หัวหน้างานรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (ทรูมูฟเอช และดีแทค) และนายวิสิฐศักดิ์ เจริญไชย ผู้จัดการส่วนงานองค์กรสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (เอไอเอส)                 นายประเสริฐ กล่าวว่า ตามข้อสั่งการของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ให้กระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดการปราบปราบอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ล่าสุด กระทรวง ดีอี และ บช.ก. ได้เปิดปฏิบัติการ Season 2 ปราบปรามทลายวงจรแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยยึดเครื่องมือส่งสัญญาณ STARLINK - ชิมการ์ดต่างประเทศ ก่อนมีการส่งต่อไปยังประเทศเมียนมา                  ทั้งนี้จากการเปิดปฏิบัติการดังกล่าว สามารถจับกุมผู้ต้องหาคือ MR.AR CHE TE สัญชาติพม่า อายุ 29 ปี พร้อมเข้าตรวจค้นสถานที่ จำนวน 4 จุด ในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก โดยตรวจยึดของกลาง เป็นซิมการ์ด ดีแทค จำนวนกว่า 10,000 ชิ้น ซิมการ์ด ทรูมูฟ จำนวนกว่า 9,500 ชิ้น ซิมการ์ด เอไอเอส จำนวนกว่า 500 ชิ้น ซิมการ์ดต่างประเทศ (อังกฤษ สหรัฐอเมริกา) กว่า 11,000 ชิ้น และ อุปกรณ์รับส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink จำนวน 2 ชุด และสายเชื่อม Starlink จำนวน 15 เส้น                  สำหรับการจับกุมในครั้งนี้เป็นการสืบสวนขยายผลจากการเปิดปฏิบัติการ STARLINK เมื่อวันที่ 12 - 18 มิ.ย.2567 ที่ผ่านมา ซึ่งครั้งนั้นได้ทำการตรวจยึดอุปกรณ์รับ - ส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม STARLINK จำนวน 73 เครื่อง (ในพื้นที่ จ.จันทบุรี 30 เครื่อง , กรุงเทพมหานคร 28 เครื่อง , จ.ตาก 15 เครื่อง) โดยตรวจสอบพบว่าเส้นทางขนส่งอุปกรณ์ดังกล่าวไปยังปลายทางรวมกันในพื้นที่ อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อเตรียมส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน                  “กระทรวง ดีอี และ บช.ก. ได้เร่งรัดปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยเฉพาะปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งพบว่าได้เปลี่ยนวิธีการ และรูปแบบการหลอกลวงไปในรูปแบบต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่ โดยการใช้อุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม STARLINK เป็นอีกวิธีการหนึ่ง รวมทั้งการใช้ซิมผี บัญชีม้า โดยปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการทลาย และตัดวงจรของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อีกช่องทางหนึ่ง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีการเร่งรัดปราบปรามอย่างต่อเนื่องต่อไป”   ทั้งนี้ หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441   -------------------------------------------------------

               กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “กรมบัญชีกลาง แจ้งเลื่อนจ่ายเงินข้าราชการบำนาญเป็นวันที่ 19 ก.ค. 67” รองลงมาคือเรื่อง “ใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือบ่อย เสี่ยงเป็นโรคสะเก็ดเงิน” โดยขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นเป็นการสร้างความเข้าใจผิด สร้างกระแสให้เกิดความวิตกกังวล ความเชื่อ และความเข้าใจคลาดเคลื่อนให้กับประชาชนในสังคม                 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 5 - 11 กรกฎาคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 904,649 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 259  ข้อความ                 สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 226  ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 33 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 218 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 84 เรื่อง                             ทั้งนี้ ดีอีเอส ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 96 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 58 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 7 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 11 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 46 เรื่อง                           นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์ล่าสุดนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวด้านกลุ่มนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ซึ่งเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ การติดต่อทำธุรกรรมกับหน่วยงานรัฐ รองลงมาเป็นข่าวที่เป็นความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ และการใช้ชีวิตประจำวัน และกลุ่มเศรษฐกิจ ตามลำดับ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง กรมบัญชีกลาง แจ้งเลื่อนจ่ายเงินข้าราชการบำนาญเป็นวันที่ 19 ก.ค. 67 อันดับที่ 2 : เรื่อง ใช้เจลแอลกอฮอล์ล้างมือบ่อย เสี่ยงเป็นโรคสะเก็ดเงิน อันดับที่ 3 : เรื่อง ลงทะเบียนรับเงินดิจิทัลวอลเล็ต จำนวน 10,000 บาท ผ่านลิงก์ อันดับที่ 4 : เรื่อง กระทรวงการคลังปรับปรุงเงื่อนไขในการขอสินเชื่อฉุกเฉินขนาดเล็ก อันดับที่ 5 : เรื่อง ทำใบขับขี่ออนไลน์ผ่านเพจ รับออกบัตรใบขับขี่ ออนไลน์ DLT โดยตรง อันดับที่ 6 : เรื่อง เจ้าหน้าที่ กฟภ. ไลน์แจ้งเปลี่ยนมิเตอร์ดิจิทัล ให้เตรียมเอกสารส่วนตัว อันดับที่ 7 : เรื่อง สนามบินสุวรรณภูมิ รับเจ้าหน้าที่ตรวจค้นผู้โดยสาร สมัครผ่านไลน์ @690ggqez อันดับที่ 8 : เรื่อง กรุงไทยปล่อยสินเชื่อ SME ไซส์เล็ก วงเงินสูงสุด 3 ล้านบาท อันดับที่ 9 : เรื่อง นายกฯ เตรียมพรีเซนเตอร์เสื้อผ้าขาวม้า ดึงดูด Soft Power ผ่านเพจ ข่าวด่วนวันนี้ อันดับที่ 10 : เรื่อง รับสมัครงาน Ecommerce ออนไลน์ รายได้ขึ้นอยู่กับชั่วโมงการทำงาน                                     “จาก 10 อันดับ พบข่าวในที่มีผลกระทบต่อสังคม โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ และความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป รวมถึงโครงการดิจิทัล วอลเล็ต ของรัฐบาล ซึ่งอยู่ในหมวดหมู่ด้านนโยบายรัฐบาล ที่มีผลกระทบต่อภาพรวม สร้างความแตกตื่น และมีผลกระทบต่อความมั่นคง รวมทั้งด้านสังคม อาชีพ ความเป็นอยู่มากถึง 10 อันดับ โดยส่วนใหญ่มีรูปแบบแอบอ้างหน่วยงานรัฐ หรือติดต่อประสานงานหน่วยงานรัฐ ทำให้ประชาชนส่วนมากมีความวิตกกังวล หลงเชื่อ และสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน จึงคาดว่าอาจเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้เข้าถึงความสนใจของผู้รับข่าวสาร ซึ่งอาจก่อให้ความเสียหายที่เป็นผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ในสังคม” นายเวทางค์ กล่าว                                              อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน หรือความเชื่อแบบผิดๆ ส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                                 --------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.