Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

                นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 4 - 7 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย                   คดีที่ 1 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 582,041 บาท ผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพชักชวนหารายได้พิเศษอ้างผลตอบแทนดีผ่านช่องทาง Line เป็นงาน กดออเดอร์สินค้าในระบบและจะได้รับค่าคอมมิชชัน จากนั้นส่งลิงก์ให้กรอกข้อมูลสมัครสมาชิก https:/tangs-online.com โดยสอนแนะนำให้โอนเงินเข้าไปในระบบก่อน และจะได้รับคอมมิชชันคืนกลับมา ในระยะแรกได้รับผลตอบแทนจริงเพราะโอนเงินลงทุนไม่มาก ต่อมาภายหลังให้โอนเงินลงทุนเข้าไปมากขึ้น และไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ อ้างทำ ภารกิจไม่สำเร็จต้องเสียค่าปรับและชำระค่าภาษี ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก                            คดีที่ 2 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 347,482 บาท โดยผู้เสียหายพบเห็นโฆษณาชักชวนหารายได้พิเศษ อ้างผลตอบแทนดีผ่านช่องทาง Facebook จึงสนใจทักไปสอบถาม เป็นงานกดโปรโมทสินค้าออนไลน์ในระบบและได้รับค่าคอมมิชชัน จากนั้นมิจฉาชีพให้เพิ่มเพื่อนทาง Line ส่งลิงก์ให้กรอกข้อมูลลงทะเบียนให้ทำการโอนเงิน เข้าไปในระบบก่อน และจะได้รับคอมมิชชันคืนกลับมา ในระยะแรกได้รับผลตอบแทนจริง ต่อมาภายหลังให้เติมเงินเข้าไปในระบบมากขึ้น ต้องการจะยกเลิกอ้างทำผิดกฎระเบียบสัญญา ต้องชำระค่าภาษีและค่าปรับก่อน ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก                 คดีที่ 3 หลอกลวงเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล มูลค่าความเสียหาย 900,000 บาท ผู้เสียหายได้รู้จักกับมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Line ได้ชักชวนให้ลงทุนสกุลเงินดิจิทัล อ้างผลตอบแทนกำไรสูง โดยให้ลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์มและดึงเข้ากลุ่มไลน์ โดยมีการสอนแนะนำเงินลงทุนเข้าระบบและให้ติดตั้งแอป Compass Wallet ในระยะแรก ได้รับผลตอบแทนจริง ต่อมาภายหลังมีการให้ลงทุนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ผู้เสียหายต้องการถอนเงินคืน แต่ไม่สามารถถอนได้ อ้างว่าทำผิดเงื่อนไขต้องชำระค่าปรับและชำระค่าภาษี ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก                 คดีที่ 4 หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 115,550 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายได้สนใจเช่าพระเครื่องผ่านช่องทาง Facebook ปลอม ชื่อเพจ “หลวงปู่มหาศิลา” จากนั้นได้ทักไปสอบถามพูดคุยและได้เพิ่มเพื่อนผ่านช่องทาง Line ได้ตกลงราคาโอนเงิน เรียบร้อยในครั้งแรก ภายหลังการโอนเงินเสร็จทางเพจแจ้งว่าต้องชำระค่าประกันสินค้า และค่าพัสดุเพิ่ม จึงโอนเงินไปในครั้งที่สอง หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีก ผู้เสียหาย เชื่อว่าเป็นเพจปลอม ตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก                  และคดีที่ 5 หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 65,000 บาท ผู้เสียหายได้สั่งซื้อสินค้าประเภทรถยนต์มือสอง ผ่านช่องทาง Facebook ปลอม ชื่อเพจ “ร้านรถมือสองที่อยู่ในรู” ได้มีการตกลงซื้อขายกันและโอนเงินชำระเรียบร้อย ภายหลังจาก โอนเงินเสร็จไม่สามารถติดต่อเพจได้อีก ผู้เสียหายเชื่อว่าเป็นเพจปลอม ตนเองถูกมิจฉาชีพ หลอก                                  สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 2,010,073 บาท                    ทั้งนี้ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่  5 กรกฎาคม 2567 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงานดังนี้ 1.สายโทรเข้า 1441 จำนวน 813,677 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,281 สาย 2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 219,769 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,067 บัญชี 3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 66,461 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 30.24 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 51,813 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.58 (3) หลอกลวงลงทุน 37,593 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 17.10 (4) หลอกลวงให้กู้เงิน 17,140 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.80 (5) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 15,646 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.12 (และคดีอื่นๆ 31,116 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.16)                     “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพได้อ้างการลงทุนเพื่อเป็นรายได้พิเศษ ทั้งการรับออเดอร์ หรือโปรโมทสินค้า  และการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งส่วนใหญ่จะรู้จักจากการโปรโมทใน Facebook ก่อนใช้อุบายหลอกลวงให้ติดตั้งแพลตฟอร์มโอนเงินลงทุน ก่อนที่จะไม่ได้รับเงินคืน ขณะที่บางเคสเป็นการหลอกลวงเช่าพระเครื่องเกจิดัง หรือซื้อรถยนต์มือสอง ดังนั้นจึงขอเตือนประชาชน ควรตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดให้แน่ชัดก่อนตัดสินใจลงทุน หรือซื้อสินค้า โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลต่างๆผ่านโทรสายด่วน GCC 1111 หรือสอบถามข้อมูลกับทางธนาคาร ก่อนตัดสินใจทำธุรกรรมใดๆ                   อย่างไรก็ตาม ดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว   ทั้งนี้ หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441   --------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้ ( 9 กรกฎาคม 2567) นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการ “บริจาคโลหิต 10,000,000 ซีซี เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567” โดยโครงการจัดขึ้นเพื่อเป็นการสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนโลหิตสำรองของสภากาชาดไทย และเป็นการเสริมสร้างจิตสำนึกของการทำความดีด้วยหัวใจรู้จักการเป็นผู้ให้ โดยได้รับเกียรติจาก นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ บริเวณโถงกลาง ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ---------------------------------------------------------------

วันนี้ (10 กรกฎาคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับแนวทางการใช้งาน Mobile ID และระบบลงทะเบียน Sender Name เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการใช้งานบนโลกออนไลน์ โดยมี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดีอี นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ อาคาร 9 ชั้น 14 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) NT ----------------------------

วันนี้ (10 กรกฎาคม 2567) นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการเสวนา เรื่อง “ซิมผีบัญชีม้าและปัญหาความปลอดภัยทางไซเบอร์ : กับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน” เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาซิมผีและบัญชีม้า ที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยทางไซเบอร์และสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ห้องประชุม 901-902 สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ----------------------------------------------


วันนี้ (10 กรกฎาคม 2567) นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวเปิดงาน “เมืองยั่งยืน 2024” Sustainable City งานนี้ถือเป็นเวทีสัมมนาวิชาการ ศึกษาแลกเปลี่ยนความรู้ และแสดงนวัตกรรมทางด้านการพัฒนาเมืองน่าอยู่ ทันสมัย อย่างยั่งยืน โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน ณ ห้อง Mayfair Ballroom (ชั้น11) โรงแรมเดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ ----------------------------------------------

                     นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2567 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบ ร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการ (พ.ศ. 2567-2570) ที่เสนอโดยคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) โดยได้มอบหมายให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐนำไปใช้เป็นกรอบแนวทางในการดำเนินภารกิจของหน่วยงานนั้น                         จากร่างยุทธศาสตร์ฯ ดังกล่าว ได้มีการกำหนดเป้าหมายให้ ดัชนีรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (E-Government Development Index: EGDI) ไม่ต่ำกว่าอันดับที่ 40 ของโลก และมีคะแนนไม่ต่ำกว่า 0.82 (คะแนนเต็ม 1) ซึ่งจากการประเมิน ดัชนีรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 193 ประเทศ โดยองค์การสหประชาชาติ ในปี 2565 ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 55 (คะแนน 0.766 คะแนน)                          ส่วนอันดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (IMD Competitiveness Ranking) ด้านประสิทธิภาพภาครัฐ (Government Effectiveness) ได้กำหนดค่าเป้าหมายไว้ไม่ต่ำกว่าอันดับที่ 20 เพื่อให้ใกล้เคียงกับอันดับของประเทศไทยในช่วงปี 2563-2564 ซึ่งประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 23 และ 20                          ทั้งนี้ กระทรวง ดีอี  ได้กำหนดนโยบายการเป็นหน่วยงานภาครัฐที่ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ประชาชน โดยได้มุ่งมั่นพัฒนาและนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการภายในองค์กร  การเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลด้านความมั่นคง การเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย พร้อมทั้งการสร้างความตระหนักรู้ และองค์ความรู้ในการใช้งานดิจิทัลในภาคประชาชน รวมไปถึงการสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานดิจิทัลของภาครัฐ และประชาชน การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามและสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ประกอบด้วย   1.การใช้ระบบ Paper less ในการบริหารจัดการภายในหน่วยงานขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ โดยลดการใช้กระดาษในระบบงานให้เหลือน้อยที่สุด และใช้การจัดเก็บข้อมูลผ่านระบบ Cloud ซึ่งมีความปลอดภัย สามารถบริหารจัดการข้อมูลได้สะดวก   2.การให้บริการประชาชน โดยประยุกต์เทคโนโลยีดิจิทัล สนับสนุนการให้บริการประชาชน ให้มีความสะดวก รวดเร็ว มั่นคงปลอดภัย บูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลผ่านหน่วยงานภาครัฐ ด้วยระบบ Digital ID เชื่อมโยงข้อมูลด้านสุขภาพ Health Link ระหว่างโรงพยาบาล ร้านขายยา และสถานพยาบาลทั่วประเทศ โดยสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI การป้องกันและคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคลล โดย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC   3.การสร้างความเท่าเทียมและลดความเหลื่อมด้านดิจิทัล โดยสร้างองค์ความรู้ ความตระหนักรู้การใช้งานดิจิทัลในหน่วยงานราชการทั้งส่วนกลาง-ภูมิภาค และประชาชนทั่วประเทศ ผ่านการดำเนินงานของสำนักงานปลัดกระทรวง ดีอี และคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ในรูปแบบของการสร้างโครงข่ายอินเทอร์เน็ตสาธารณะทั่วประเทศ ภายใต้ “โครงการอินเทอร์เน็ตสาธารณะเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต” จัดตั้งศูนย์ดิจิทัลชุมชน และพัฒนาอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) ให้ความรู้ด้านดิจิทัลกับประชาชนอย่างทั่วถึงในทุกพื้นที่ การสร้างโครงข่ายบรอดแบรนด์ เพื่อเชื่อมโยงการสื่อสารระหว่างประเทศ โดย บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT   นอกจากนี้ยังมีการสนับสนุนประชาชนในด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ผลักดันอุตสาหกรรมดิจิทัล การสร้างเมืองอัจฉริยะ นำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และการบริหารจัดการเมือง ด้านเกษตรอัจฉริยะ สนับสนุนพัฒนาทักษะของเยาวชน และคนรุ่นใหม่ หนุนการสร้าง Start up โดยสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) และสนับสนุนการทำธุรกิจด้านดิจิทัล การทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA   4.การสร้างความมั่นคงปลอดภัย และความเชื่อมั่นในการใช้งานดิจิทัล ด้วยการบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ AOC 1441 ให้บริการรับเรื่องร้องเรียนภัยออนไลน์ตลอด 24 ชม. พร้อมกับการใช้เทคโนโลยี AI ในการตรวจสอบข้อมูล ติดตามเส้นทางการเงิน ฯลฯ รวมทั้งจัดตั้ง GCC 1111 ให้บริการสอบถามข้อมูลและรับเรื่องร้องเรียนภาครัฐ รวมถึงรับแจ้งเบาะแสข่าวปลอม อาชญากรรมออนไลน์                         “กระทรวง ดีอี พร้อมเป็นผู้นำด้านการเป็นรัฐบาลดิจิทัล สนับสนุนการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการบริหารจัดการในหน่วยงานภาครัฐ การให้บริการประชาชน ลดความเหลื่อมและสร้างความทัดเทียมด้านดิจิทัลให้กับประชาชนในทุกพื้นที่ของประเทศ เพื่อเป้าหมายของการเป็นรัฐบาลดิจิทัลที่สมบูรณ์แบบ และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศไทย ทั้งในด้านภาครัฐ สังคม และเศรษฐกิจ” รมว.ประเสริฐ กล่าว   ---------------------------------------------------


วันนี้ (11 กรกฎาคม 2567) นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมงาน นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในงานมหรสพสมโภชเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 โดยมีเจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมเดินขบวน พร้อมด้วยประชาชนที่สนใจเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก ณ ท้องสนามหลวง กรุงเทพฯ

ด้วยรัฐบาลได้กำหนดจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๖ รอบ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ โดยมีพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน เป็นส่วนหนึ่งของงานที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ เวลา ๐๘.๐๐ น. ณ ท้องสนามหลวง เพื่อให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐได้แสดงความมุ่งมั่นแน่วแน่ที่จะเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ปฏิบัติหน้าที่ตามรอยพระยุคลบาทในฐานะข้าของแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สุขแก่ประชาชนและประเทศชาติสืบไป   สำนักงาน ก.พ. ขอเชิญชวนหน่วยงานจัดให้มีการลงนามถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน สำหรับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ณ ที่ตั้งของหน่วยงาน ระหว่างวันที่ ๒๐ – ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๗ และขอเชิญชวนข้าราชการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ และประชาชน ร่วมลงนามถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อเป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน ตั้งแต่บัดนี้ – ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๗   ____________________________



วันนี้ (11 กรกฎาคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในงานแถลงข่าวและร่วมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Key Global Trends in Data Privacy” ในงานเสวนาสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับกฎหมายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลระดับนานาชาติ “PDPA International Conference 2024 : Key Global Trends in Data Privacy” เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนชาวไทยและต่างชาติร่วมกัน “ป้องกัน-ระวัง-เข้าใจ” การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ภายใต้แคมเปญ Take Control of your Data #ตะโกนให้โลกรู้ข้อมูลส่วนตัวสำคัญที่สุด   โดยมีนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดีอี นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ดร.ศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย PDPA จากหลายประเทศทั่วโลกเข้าร่วมเสวนา ณ ห้องวายุภักษ์ 3 ชั้น 4 โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ ------------------------------------------------

วันนี้ (12 กรกฎาคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วย รศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) ร่วมกันแถลงความคืบหน้าโครงการพัฒนาแพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างสถานพยาบาลทั่วประเทศ (Health Information Exchange: Health Link) พร้อมเดินหน้าทำงานร่วมกับกรุงเทพมหานคร และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และสนับสนุนการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของ BDI โดยผลักดันการพัฒนาแพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ Health Link เข้าสู่แผนยุทธศาสตร์ระดับชาติ นำไปสู่การพัฒนารัฐบาลดิจิทัลอย่างยั่งยืน มุ่งอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้ารับบริการสุขภาพได้อย่างทั่วถึงและปลอดภัย โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม MDES1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   สำหรับโครงการ Health Link คือ แพลตฟอร์มเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระหว่างสถานพยาบาลทั่วประเทศ ช่วยให้แพทย์ สามารถดูประวัติการรักษาได้ทันที สะดวก ง่าย ปลอดภัย พร้อมมีระบบการเชื่อมโยงข้อมูลด้วยกลไกการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้น โดยยืนยันตัวตนของประชาชน และแพทย์ การเข้ารหัสข้อมูลและระหว่างจัดส่งข้อมูล รวมถึงมีการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ป่วยอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ประชาชนที่สนใจสมัคร Health Link ฟรีผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือ “ThaID” ศึกษารายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่: https://healthlink.go.th   --------------------------------------

วันที่ 11-12 กรกฎาคม 2567 นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นวิทยากรพิเศษ “โครงการบูรณาการการปฏิบัติงานตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน” พร้อมด้วยนางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดีอี โดยมีผู้แทนจากสำนักงานตำรวชแห่งชาติ สำงาน ปปง. สำนักงานกสทช. สมาคมธนาคารไทย ร่วมด้วย เพื่อยกระดับการดำเนินการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ โรงแรมไมด้า แกรนด์ ทวารวดี จ.นครปฐม --------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.