Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

กิจกรรม reBOX  ครั้งที่ 2 ภายใต้กิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม “คน DE หัวใจสีเขียว” ประจำปี พ.ศ. 2567 วันนี้ (17 กรกฎาคม 2567) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้จัดกิจกรรม reBOX ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม ภายใต้ชื่อ “คน DE หัวใจสีเขียว” ประจำปี พ.ศ. 2567 โดยมุ่งเน้นการรณรงค์การรีไซเคิลและการลดขยะในสำนักงานในวันนี้ ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ร่วมมือกันนำกล่องกระดาษพัสดุ ซองจดหมาย แกนทิชชู และกระดาษที่ไม่ใช้แล้วมารวมกัน เพื่อทำการรีไซเคิลและนำกลับมาใช้ใหม่ กิจกรรมนี้ได้รับความร่วมมือและความสนใจจากทุกฝ่ายที่เข้าร่วมอย่างคับคั่ง      กิจกรรม reBOX ในครั้งนี้เป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม และการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน  

วันนี้ ( 4 กรกฎาคม 2567) นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ณ ห้องประชุม 803 ขั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  โดยกิจกรรมในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักและเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของกระทรวงฯ เกี่ยวกับการแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการปฏิบัติงานอย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อส่งเสริมการทำงานที่โปร่งใสและมีประสิทธิภาพ            นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ได้กล่าวในพิธีเปิดว่า “การแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในการทำงานของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้จะช่วยให้ทุกคนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีคุณธรรม จริยธรรม และโปร่งใส ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างความไว้วางใจและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม” กิจกรรมในวันนี้ประกอบด้วยการบรรยายจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงาน ป.ป.ช.  การจัดกิจกรรมครั้งนี้ได้รับความสนใจและการตอบรับเป็นอย่างดีจากข้าราชการและเจ้าหน้าที่ที่เข้าร่วม  

วันนี้ (18 กรกฎาคม 2567) นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมร่วมกับ ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท) ในประเด็นการปฏิบัติการ การป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการแพร่หลายข้อมูลที่บิดเบือน หลอกลวง ข่าวปลอมในประเด็นที่เกี่ยวกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต   ซึ่งสถานการณ์ในปัจจุบัน ได้ตรวจพบการส่งต่อข้อมูลข่าวสารบนสื่อสังคมออนไลน์ในประเด็นที่เกี่ยวกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ตเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งที่เป็นข้อมูลจริง บิดเบือน และหลอกลวง อันจะนำไปสู่การสร้างความสับสน ทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลและความน่าเชื่อถือของประเทศ รวมถึงอาจจะนำไปสู่การก่ออาชญากรรมหลอกลวงทางออนไลน์จนเกิดความเสียหายต่อประชาชนในวงกว้างได้ จึงมีการประชุมเพื่อหารือแนวทางปฏิบัติงานป้องกันการแพร่หลาย ไปจนจับกุมผู้กระทำความผิดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยมี นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 602 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ------------------------------------------------------------------------

วันนี้ (18 กรกฎาคม 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นวิทยากรในงาน KBTG Techtopia 2024 งานเทคสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ในธีม A Blast From the Future เจาะเวลาจากอนาคต พบกับผู้เชี่ยวชาญชั้นนำจากไทยและต่างประเทศกว่า 50 คน ที่จะมาร่วมเปิดโลกอนาคต และแชร์มุมมองเกี่ยวกับ AI และเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก พร้อมการจัดแสดงนิทรรศการนำเสนอนวัตกรรมเทคโนโลยีที่น่าสนใจอีกมากมาย โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้ที่สนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 อาคารสามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ   ------------------------------------------------------------------------

วันนี้ (18 กรกฎาคม 2567) นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสาบริจาคโลหิต “หนึ่งคนให้ หลายคนรับ” เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ครั้งที่ 2 ณ ลานอเนกประสงค์ชั้น 2 อาคารบี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ   ------------------------------------------------------------------------

วันนี้ (18 กรกฎาคม 2567) นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมงาน พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน Infocomm Asia 2024 President’s Luncheon ปลดล็อคอนาคตของคุณ ค้นพบที่สุดแห่งเทคโนโลยี และนวัตกรรมแบบบูรณาการเพื่ออนาคตของการศึกษา พร้อมทั้งได้รับมอบโล่เกียรติคุณ ในฐานะหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนการจัดงาน Infocomm Asia 2024 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ------------------------------------------------------------------------

วันนี้ (18 กรกฎาคม 2567) นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นคณะตรวจเยี่ยม และคณะสังเกตการณ์ ในการฝึกภาคสนาม (FTX : Field Training Exercise) การฝึกการระดมสรรพกำลังเพื่อการทหารประจำปี 2567 (กรส.67) ตามแผนผนึกกำลังทรัพยากรเพื่อการป้องกันประเทศ โดยมีกิจกรรมการฝึกรับ-ส่งทรัพยากรระหว่างฝ่ายพลเรือนกับส่วนราชการทหารในพื้นที่ และการทดสอบการประสานงานในการสนับสนุนทรัพยกรจากส่วนภูมิภาค กับหน่วยงานสนับสนุนทรัพยาพากร ทั้ง 10 ด้าน      ในการนี้ การตรวจเยี่ยมและการสังเกตการณ์ฝึกฯ ในครั้งนี้ กระทรวง ดีอี เป็นหน่วยงานหลักด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้ดำเนินกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ซึ่งมีความพร้อมในการสนับสนุนทรัพยากรด้านการสื่อสารแก่กรมการสรรพกำลังกลาโหมให้สามารถนำไปใช้งานได้อย่างเต็มที่ ------------------------------------------------------------------------

วันนี้ (18 กรกฎาคม 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวเปิดงานสัมมนา Thailand Digital Foresight และการประชุมเชิงปฏิบัติการ Getting Ahead with the Implemantation ในหัวข้อ Thailand Foresight of Thailand Digital Economy ณ ห้องพิมานสยามฮอลล์ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล กรุงเทพฯ   ------------------------------------------------------------------------


วันนี้ (19 กรกฎาคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ร่วมบันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2567 ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) -------------------------------------------

วันนี้ (19 กรกฎาคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ร่วมบันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2567 ณ บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (ช่อง 7HD) -------------------------------------------

วันที่ 19 กรกฎาคม 2567 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดกิจกรรม โครงการ DE ส่งเสริมการใช้ดิจิทัลเท่าทันอาชญากรรมออนไลน์ 6 รอบ 6 โรงเรียน ภายใต้โครงการจิตอาสาพัฒนาทักษะเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในงานจัดให้มีการอบรมให้ความรู้แก่นักเรียน ในด้านต่างๆบนโลกออนไลน์ โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ณ โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (มัธยมวัดหัตถสารเกษตร) ในพระราชูปถัมภ์‐--------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ผลิตภัณฑ์ Paradox ช่วยทำความสะอาดเลือด น้ำเหลือง และช่องว่างระหว่างเซลล์จากของเสียที่เป็นพิษของพยาธิ ป้องกันการแพร่กระจายของไวรัส Papilloma ของมนุษย์” รองลงมาคือเรื่อง “กรมราชทัณฑ์ เตรียมปล่อยนักโทษ 38,000 คน” โดยขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นเป็นการสร้างความเข้าใจผิด สร้างกระแสให้เกิดความวิตกกังวล ความเชื่อ และความเข้าใจคลาดเคลื่อนให้กับประชาชนในสังคม นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 12 - 18 กรกฎาคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 879,902 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น  325 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 296  ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 25 ข้อความ และผ่านช่องทาง Facebook จำนวน 4 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 269 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 117 เรื่อง             ทั้งนี้ ดีอีเอส ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 125 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 62 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 9 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 13 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 60 เรื่อง นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์ล่าสุดนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวที่เป็นความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ และการใช้ชีวิตประจำวัน รองลงมากลุ่มนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ซึ่งเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ และกลุ่มเศรษฐกิจ ตามลำดับ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ผลิตภัณฑ์ Paradox ช่วยทำความสะอาดเลือด น้ำเหลือง และช่องว่างระหว่างเซลล์จากของเสียที่เป็นพิษของพยาธิ ป้องกันการแพร่กระจายของไวรัส Papilloma ของมนุษย์ อันดับที่ 2 : เรื่อง กรมราชทัณฑ์ เตรียมปล่อยนักโทษ 38,000 คน อันดับที่ 3 : เรื่อง ใช้นิ้วหัวแม่มือจิกร่องระหว่างปากและใต้จมูก ช่วยคนที่วูบหมดสติ อันดับที่ 4 : เรื่อง ดื่มนมมีผลเสียต่อร่างกาย เสี่ยงเกิดหลายโรค อันดับที่ 5 : เรื่อง ใช้น้ำนมแม่หยอดตา ช่วยรักษาอาการแสบตา เคืองตา อันดับที่ 6 : เรื่อง ข้าราชการตุลาการ มีบ้านพักบนอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ อันดับที่ 7 : เรื่อง ดื่มน้ำโซดา ช่วยบรรเทาท้องผูก และย่อยอาหารได้ง่ายขึ้น อันดับที่ 8 : เรื่อง เงินกู้ฉุกเฉิน ผ่อนจ่าย 24 เดือน ผ่านเพจ สินเชื่อ KTB กรุงไทย อันดับที่ 9 : เรื่อง เรื่อง ธอส. เปิดลงทะเบียนยื่นกู้ออนไลน์ รับกระเป๋าเดินทางฟรี ผ่าน ID Line @614mfwbj อันดับที่ 10 : เรื่อง อุทยานแห่งชาติทับลาน จะถูกขายให้นายทุนเพื่อสร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยว                     “จาก 10 อันดับ พบข่าวในที่มีผลกระทบต่อสังคม โดยเฉพาะกลุ่มความรู้เรื่องสุขภาพ ซึ่งเกี่ยวเนื่องถึงการใช้ชีวิตประจำวัน และสุขภาพของประชาชนทั่วไป รวมถึงความเกี่ยวข้องกับภารกิจของหน่วยงานรัฐ ซึ่งอยู่ในหมวดหมู่ด้านนโยบายรัฐบาล ที่มีผลกระทบต่อภาพรวม สร้างความแตกตื่น และมีผลกระทบต่อความมั่นคง ปลอดภัย รวมทั้งด้านสังคม ความเป็นอยู่ โดยส่วนใหญ่มีรูปแบบข้อมูลที่น่าเชื่อถือ แอบอ้างหน่วยงานรัฐ หรือติดต่อประสานงานหน่วยงานรัฐ ทำให้ประชาชนส่วนมากมีความวิตกกังวล หลงเชื่อ และสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน จึงคาดว่าอาจเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้เข้าถึงความสนใจของผู้รับข่าวสาร ซึ่งอาจก่อให้ความเสียหายที่เป็นผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ในสังคม” นายเวทางค์ กล่าว อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน หรือความเชื่อแบบผิดๆ ส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                                                            --------------------------------------------------------------------------------------

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวว่า ระบบการให้บริการของ บริษัท CrowdStrike (คราวด์สไตรก์) ซึ่งเป็นบริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่มีชื่อเสียงของสหรัฐอเมริกา เกิดข้อผิดพลาด ส่งผลให้ระบบปฏิบัติการ Windows ขัดข้องนั้น ดีอี ได้ดำเนินการดังนี้ 1. ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ยังไม่พบว่ากรณีดังกล่าว มีผลกระทบต่อ เครือข่ายโทรคมนาคม โทรศัพท์เคลื่อนที่-อินเทอร์เน็ต รวมทั้ง ระบบสื่อสารและการเดินอากาศของบริษัท วิทยุการบิน 2. ดีอี ประสานกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เพื่อติดตามสถานการณ์ เฝ้าระวัง อย่างใกล้ชิด พบว่ามีผลกระทบกับบางระบบงานในไทยบ้าง ซึ่งอยู่ระหว่างการประมวลข้อมูล ทั้งนี้ กรณีที่ได้รับการแจ้ง ทาง สกมช. พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างทันที 3. สกมช. ได้มีคำแนะนำ สำหรับหน่วยงานรัฐและเอกชน ที่ได้รับผลกระทบ วิธีการแก้ไขในเบื้องต้นดังนี้   ขั้นตอนที่ควรทำหากยังประสบปัญหาการ Reboot ซ้ำๆ • บูตเข้าสู่ Safe Mode (ตามคำแนะนำอย่างเป็นทางการของ CrowdStrike) ขั้นตอนต่อไปนี้ทำได้ทุกกรณี แม้ว่าระบบจะไม่มี local admin account ในเครื่องและไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต • ให้ระบบบูตและ crash สามครั้ง ซึ่งจะทำให้เมนูปรากฏ • คลิก Troubleshoot • คลิก Advanced Options • คลิก Command Prompt • หากเป็นระบบที่ใช้การป้องกันด้วย BitLocker จะต้องป้อนรหัสการกู้คืน BitLocker ของหน่วยงานนั้น • หาก BitLocker ถูกจัดการผ่าน Microsoft Intune สามารถค้นข้อมูลได้ที่ https://myaccount.microsoft.com ภายใต้เมนู "device" ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้จับคู่ชื่อโฮสต์ของอุปกรณ์และ ID ของคีย์ • หากไม่สามารถค้นหาข้อมูลใน Microsoft Intune ได้ให้ติดต่อเพื่อขอรับ Recovery Key BitLocker จากผู้ดูแลระบบ IT ของหน่วยงาน • ในหน้าต่าง Command Prompt ให้พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้ ตามด้วยปุ่ม Enter: • คำเตือน: Command Prompt  เริ่มต้นที่ไดรฟ์ X:\ กรุณาอย่าลืมเปลี่ยนเป็น c:\ โดยพิมพ์คำสั่งเหล่านี้อย่างถูกต้อง • c: • cd windows • cd system32 • cd drivers • cd crowdstrike • del C-00000291* • exit • คลิก continue to Windows   ขั้นตอนสำหรับผู้ใช้งานระบบ Cloud สาธารณะหรือคล้ายคลึง รวมถึง Virtual Machines ตัวเลือกที่ 1: • Detach Volume disk ระบบปฏิบัติการออกจาก virtual server ที่ได้รับผลกระทบ • Create a snapshot or backup of the disk volume ก่อนดำเนินการต่อไปเพื่อเป็นการป้องกันการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ตั้งใจ • Attach/mount volume กับ virtual server ใหม่ • ไปที่ไดเรกทอรี C:\Windows\System32\drivers\CrowdStrike • ค้นหาไฟล์ที่ตรงกับ “C-00000291*.sys” และลบมันออก • Detach volume ออกจาก virtual server ใหม่ • Reattach volume ที่ได้รับการแก้ไขกลับไปยัง virtual server ที่ได้รับผลกระทบ ตัวเลือกที่ 2: • ย้อนกลับไป snapshot ก่อนเวลา 04:09 UTC   ขั้นตอนสำหรับ Azure ผ่านทางซีเรียลเพื่อเข้าสู่ Safe Mode • เข้าสู่ระบบคอนโซล Azure --> ไปที่ Virtual Machines --> Select the VM • ด้านซ้ายบนของคอนโซล --> คลิก: "Connect" --> คลิก --> Connect --> คลิก "More ways to Connect" --> คลิก: "Serial Console" • เมื่อ SAC โหลดแล้ว ให้พิมพ์ 'cmd' และกด Enter • พิมพ์คำสั่ง 'cmd' • พิมพ์: ch -si 1 • กดปุ่มใดก็ได้ (หรือกดแป้น space bar) ใส่ Credential ของผู้ดูแลระบบ • ป้อนคำสั่งดังนี้: • bcdedit /set {current} safeboot minimal • bcdedit /set {current} safeboot network • Restart VM • ตัวเลือกเพิ่มเติม: วิธีตรวจสอบสถานะการบูต รันคำสั่ง: • wmic COMPUTERSYSTEM GET BootupState ข้อมูลเพิ่มเติม -การทำตามขั้นตอนเหล่านี้จะไม่ทำให้ความปลอดภัยลดลง โดยหลังจากทำตามขั้นตอนข้างต้น CrowdStrike จะกลับมาทำงานตามปกติในระบบและระบบยังคงได้รับการป้องกัน -CrowdStrike ได้ระบุสาเหตุของการอัปเดตที่ผิดพลาดว่าเป็นข้อบกพร่องในการอัปเดตเนื้อหา (content update) ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าเกิดจากการโจมตีทางไซเบอร์ -หากระบบได้รับการบูตแล้วและกลับมาออนไลน์ ไม่มีความจำเป็นต้องถอดถอน CrowdStrike อ้างอิงจาก https://www.eye.security/blog/crowdstrike-falcon-blue-screen-issue-updates   “กระทรวง ดีอี มีความห่วงใยประชาชน โดยจะร่วมกับ สกมช. ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมหารือแนวทางและมาตรการรับมือ หากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน” รมว.ประเสริฐ กล่าว   สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                           --------------------------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์รายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) เปิดเพจเฟซบุ๊กใหม่” รองลงมาคือเรื่อง “ก.ล.ต. รับรองเว็บไซต์เทรดทองออนไลน์” โดยขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ หรืออาจทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน และมีผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 12 - 18 กรกฎาคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 879,902 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น  325 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 296  ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 25 ข้อความ และการแจ้งเบาะแสผ่านช่องทาง Facebook จำนวน 4 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 269 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 117 เรื่อง โดยในจำนวนนี้มีข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุด จำนวน 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง  สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) เปิดเพจเฟซบุ๊กใหม่ อันดับที่ 2 : เรื่อง ก.ล.ต. รับรองเว็บไซต์เทรดทองออนไลน์ อันดับที่ 3 : เรื่อง ป.ป.ท. เปิดเพจเฟซบุ๊กใหม่ ชื่อเพจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ อันดับที่ 4 : เรื่อง พนักงานฝ่ายบริการแนะนำการลงทุน ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ชวนลงทุนระยะสั้น อันดับที่ 5 : เรื่อง เพจกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพกระทรวงยุติธรรม เปิดให้ส่งหลักฐานเพื่อรับเงินคืนอันดับที่ 6 : เรื่อง สตช. ร่วมกับ ปปง. เปิดลงทะเบียนยื่นสิทธิคุ้มครองในคดี Hybrid Scam ผ่านเพจช่วยเหลือประชาชน อันดับที่ 7 : เรื่อง เจ้าหน้าที่บัญชีสำนักงาน ก.ล.ต. แจ้งให้ชำระค่าธรรมเนียมการลงทุน อันดับที่ 8 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดให้ลงทุน HSH Gold Futures มี Broker คอยแนะนำ อันดับที่ 9 : เรื่อง  เปิดขายกองทุนรวมทองคำไทย ผลตอบแทน +37% รับรองโดย ก.ล.ต. อันดับที่ 10 : เรื่อง CP ALL ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ก.ล.ต. เปิดโอกาสให้ลงทุนกับกองทุนหุ้น                           “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่เกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ จาก 10 อันดับ ข้างต้น พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวที่มีการอ้างถึงหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะอันดับ 1 เรื่องการแอบอ้างเป็นเพจของสำนักงาน ป.ป.ง. ซึ่งเป็นเพจปลอมที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว โดยข้อมูลจากสำนักงาน ป.ป.ง. แจ้งว่า สำนักงาน ปปง. มีเพจ Facebook เพียงเพจเดียวชื่อ “สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน – ปปง.” โดยมีสัญลักษณ์เครื่องหมายถูกสีฟ้า (Meta Verified) อยู่ด้านหลังชื่อเพจ ซึ่งผ่านการยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว (ลิงก์ : https://www.facebook.com/AMLOTHAILAND/) สำหรับเพจปลอมที่มิจฉาชีพใช้แอบอ้าง หากหลงเชื่อโดยไม่ตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริง อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อข้อมูลส่วนบุคคลและทรัพย์สิน หรือหากมีการแชร์ เผยแพร่ต่อๆกันไป อาจกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ในสังคมได้” นายเวทางค์กล่าว                       อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                         -------------------------------------------------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.