Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันนี้ (18 กรกฎาคม 2567) นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมร่วมกับ ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.สอท) ในประเด็นการปฏิบัติการ การป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการแพร่หลายข้อมูลที่บิดเบือน หลอกลวง ข่าวปลอมในประเด็นที่เกี่ยวกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต   ซึ่งสถานการณ์ในปัจจุบัน ได้ตรวจพบการส่งต่อข้อมูลข่าวสารบนสื่อสังคมออนไลน์ในประเด็นที่เกี่ยวกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ตเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีทั้งที่เป็นข้อมูลจริง บิดเบือน และหลอกลวง อันจะนำไปสู่การสร้างความสับสน ทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลและความน่าเชื่อถือของประเทศ รวมถึงอาจจะนำไปสู่การก่ออาชญากรรมหลอกลวงทางออนไลน์จนเกิดความเสียหายต่อประชาชนในวงกว้างได้ จึงมีการประชุมเพื่อหารือแนวทางปฏิบัติงานป้องกันการแพร่หลาย ไปจนจับกุมผู้กระทำความผิดเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยมี นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 602 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ------------------------------------------------------------------------

วันนี้ (18 กรกฎาคม 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นวิทยากรในงาน KBTG Techtopia 2024 งานเทคสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ในธีม A Blast From the Future เจาะเวลาจากอนาคต พบกับผู้เชี่ยวชาญชั้นนำจากไทยและต่างประเทศกว่า 50 คน ที่จะมาร่วมเปิดโลกอนาคต และแชร์มุมมองเกี่ยวกับ AI และเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก พร้อมการจัดแสดงนิทรรศการนำเสนอนวัตกรรมเทคโนโลยีที่น่าสนใจอีกมากมาย โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้ที่สนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 อาคารสามย่านมิตรทาวน์ กรุงเทพฯ   ------------------------------------------------------------------------

วันนี้ (18 กรกฎาคม 2567) นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดกิจกรรมจิตอาสาบริจาคโลหิต “หนึ่งคนให้ หลายคนรับ” เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ครั้งที่ 2 ณ ลานอเนกประสงค์ชั้น 2 อาคารบี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ   ------------------------------------------------------------------------

วันนี้ (18 กรกฎาคม 2567) นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมงาน พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน Infocomm Asia 2024 President’s Luncheon ปลดล็อคอนาคตของคุณ ค้นพบที่สุดแห่งเทคโนโลยี และนวัตกรรมแบบบูรณาการเพื่ออนาคตของการศึกษา พร้อมทั้งได้รับมอบโล่เกียรติคุณ ในฐานะหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนการจัดงาน Infocomm Asia 2024 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ------------------------------------------------------------------------

วันนี้ (18 กรกฎาคม 2567) นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นคณะตรวจเยี่ยม และคณะสังเกตการณ์ ในการฝึกภาคสนาม (FTX : Field Training Exercise) การฝึกการระดมสรรพกำลังเพื่อการทหารประจำปี 2567 (กรส.67) ตามแผนผนึกกำลังทรัพยากรเพื่อการป้องกันประเทศ โดยมีกิจกรรมการฝึกรับ-ส่งทรัพยากรระหว่างฝ่ายพลเรือนกับส่วนราชการทหารในพื้นที่ และการทดสอบการประสานงานในการสนับสนุนทรัพยกรจากส่วนภูมิภาค กับหน่วยงานสนับสนุนทรัพยาพากร ทั้ง 10 ด้าน      ในการนี้ การตรวจเยี่ยมและการสังเกตการณ์ฝึกฯ ในครั้งนี้ กระทรวง ดีอี เป็นหน่วยงานหลักด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ได้ดำเนินกิจกรรมเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ซึ่งมีความพร้อมในการสนับสนุนทรัพยากรด้านการสื่อสารแก่กรมการสรรพกำลังกลาโหมให้สามารถนำไปใช้งานได้อย่างเต็มที่ ------------------------------------------------------------------------

วันนี้ (18 กรกฎาคม 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวเปิดงานสัมมนา Thailand Digital Foresight และการประชุมเชิงปฏิบัติการ Getting Ahead with the Implemantation ในหัวข้อ Thailand Foresight of Thailand Digital Economy ณ ห้องพิมานสยามฮอลล์ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล กรุงเทพฯ   ------------------------------------------------------------------------


วันนี้ (19 กรกฎาคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ร่วมบันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2567 ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) -------------------------------------------

วันนี้ (19 กรกฎาคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ร่วมบันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2567 ณ บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด (ช่อง 7HD) -------------------------------------------

วันที่ 19 กรกฎาคม 2567 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดกิจกรรม โครงการ DE ส่งเสริมการใช้ดิจิทัลเท่าทันอาชญากรรมออนไลน์ 6 รอบ 6 โรงเรียน ภายใต้โครงการจิตอาสาพัฒนาทักษะเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในงานจัดให้มีการอบรมให้ความรู้แก่นักเรียน ในด้านต่างๆบนโลกออนไลน์ โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ณ โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ (มัธยมวัดหัตถสารเกษตร) ในพระราชูปถัมภ์‐--------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ผลิตภัณฑ์ Paradox ช่วยทำความสะอาดเลือด น้ำเหลือง และช่องว่างระหว่างเซลล์จากของเสียที่เป็นพิษของพยาธิ ป้องกันการแพร่กระจายของไวรัส Papilloma ของมนุษย์” รองลงมาคือเรื่อง “กรมราชทัณฑ์ เตรียมปล่อยนักโทษ 38,000 คน” โดยขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นเป็นการสร้างความเข้าใจผิด สร้างกระแสให้เกิดความวิตกกังวล ความเชื่อ และความเข้าใจคลาดเคลื่อนให้กับประชาชนในสังคม นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 12 - 18 กรกฎาคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 879,902 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น  325 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 296  ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 25 ข้อความ และผ่านช่องทาง Facebook จำนวน 4 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 269 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 117 เรื่อง             ทั้งนี้ ดีอีเอส ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 125 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 62 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 9 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 13 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 60 เรื่อง นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์ล่าสุดนี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวที่เป็นความรู้เกี่ยวกับสุขภาพ และการใช้ชีวิตประจำวัน รองลงมากลุ่มนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ซึ่งเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ และกลุ่มเศรษฐกิจ ตามลำดับ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ผลิตภัณฑ์ Paradox ช่วยทำความสะอาดเลือด น้ำเหลือง และช่องว่างระหว่างเซลล์จากของเสียที่เป็นพิษของพยาธิ ป้องกันการแพร่กระจายของไวรัส Papilloma ของมนุษย์ อันดับที่ 2 : เรื่อง กรมราชทัณฑ์ เตรียมปล่อยนักโทษ 38,000 คน อันดับที่ 3 : เรื่อง ใช้นิ้วหัวแม่มือจิกร่องระหว่างปากและใต้จมูก ช่วยคนที่วูบหมดสติ อันดับที่ 4 : เรื่อง ดื่มนมมีผลเสียต่อร่างกาย เสี่ยงเกิดหลายโรค อันดับที่ 5 : เรื่อง ใช้น้ำนมแม่หยอดตา ช่วยรักษาอาการแสบตา เคืองตา อันดับที่ 6 : เรื่อง ข้าราชการตุลาการ มีบ้านพักบนอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ อันดับที่ 7 : เรื่อง ดื่มน้ำโซดา ช่วยบรรเทาท้องผูก และย่อยอาหารได้ง่ายขึ้น อันดับที่ 8 : เรื่อง เงินกู้ฉุกเฉิน ผ่อนจ่าย 24 เดือน ผ่านเพจ สินเชื่อ KTB กรุงไทย อันดับที่ 9 : เรื่อง เรื่อง ธอส. เปิดลงทะเบียนยื่นกู้ออนไลน์ รับกระเป๋าเดินทางฟรี ผ่าน ID Line @614mfwbj อันดับที่ 10 : เรื่อง อุทยานแห่งชาติทับลาน จะถูกขายให้นายทุนเพื่อสร้างเป็นแหล่งท่องเที่ยว                     “จาก 10 อันดับ พบข่าวในที่มีผลกระทบต่อสังคม โดยเฉพาะกลุ่มความรู้เรื่องสุขภาพ ซึ่งเกี่ยวเนื่องถึงการใช้ชีวิตประจำวัน และสุขภาพของประชาชนทั่วไป รวมถึงความเกี่ยวข้องกับภารกิจของหน่วยงานรัฐ ซึ่งอยู่ในหมวดหมู่ด้านนโยบายรัฐบาล ที่มีผลกระทบต่อภาพรวม สร้างความแตกตื่น และมีผลกระทบต่อความมั่นคง ปลอดภัย รวมทั้งด้านสังคม ความเป็นอยู่ โดยส่วนใหญ่มีรูปแบบข้อมูลที่น่าเชื่อถือ แอบอ้างหน่วยงานรัฐ หรือติดต่อประสานงานหน่วยงานรัฐ ทำให้ประชาชนส่วนมากมีความวิตกกังวล หลงเชื่อ และสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน จึงคาดว่าอาจเป็นเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้เข้าถึงความสนใจของผู้รับข่าวสาร ซึ่งอาจก่อให้ความเสียหายที่เป็นผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ในสังคม” นายเวทางค์ กล่าว อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน หรือความเชื่อแบบผิดๆ ส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                                                            --------------------------------------------------------------------------------------

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวว่า ระบบการให้บริการของ บริษัท CrowdStrike (คราวด์สไตรก์) ซึ่งเป็นบริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่มีชื่อเสียงของสหรัฐอเมริกา เกิดข้อผิดพลาด ส่งผลให้ระบบปฏิบัติการ Windows ขัดข้องนั้น ดีอี ได้ดำเนินการดังนี้ 1. ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ยังไม่พบว่ากรณีดังกล่าว มีผลกระทบต่อ เครือข่ายโทรคมนาคม โทรศัพท์เคลื่อนที่-อินเทอร์เน็ต รวมทั้ง ระบบสื่อสารและการเดินอากาศของบริษัท วิทยุการบิน 2. ดีอี ประสานกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เพื่อติดตามสถานการณ์ เฝ้าระวัง อย่างใกล้ชิด พบว่ามีผลกระทบกับบางระบบงานในไทยบ้าง ซึ่งอยู่ระหว่างการประมวลข้อมูล ทั้งนี้ กรณีที่ได้รับการแจ้ง ทาง สกมช. พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างทันที 3. สกมช. ได้มีคำแนะนำ สำหรับหน่วยงานรัฐและเอกชน ที่ได้รับผลกระทบ วิธีการแก้ไขในเบื้องต้นดังนี้   ขั้นตอนที่ควรทำหากยังประสบปัญหาการ Reboot ซ้ำๆ • บูตเข้าสู่ Safe Mode (ตามคำแนะนำอย่างเป็นทางการของ CrowdStrike) ขั้นตอนต่อไปนี้ทำได้ทุกกรณี แม้ว่าระบบจะไม่มี local admin account ในเครื่องและไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต • ให้ระบบบูตและ crash สามครั้ง ซึ่งจะทำให้เมนูปรากฏ • คลิก Troubleshoot • คลิก Advanced Options • คลิก Command Prompt • หากเป็นระบบที่ใช้การป้องกันด้วย BitLocker จะต้องป้อนรหัสการกู้คืน BitLocker ของหน่วยงานนั้น • หาก BitLocker ถูกจัดการผ่าน Microsoft Intune สามารถค้นข้อมูลได้ที่ https://myaccount.microsoft.com ภายใต้เมนู "device" ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้จับคู่ชื่อโฮสต์ของอุปกรณ์และ ID ของคีย์ • หากไม่สามารถค้นหาข้อมูลใน Microsoft Intune ได้ให้ติดต่อเพื่อขอรับ Recovery Key BitLocker จากผู้ดูแลระบบ IT ของหน่วยงาน • ในหน้าต่าง Command Prompt ให้พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้ ตามด้วยปุ่ม Enter: • คำเตือน: Command Prompt  เริ่มต้นที่ไดรฟ์ X:\ กรุณาอย่าลืมเปลี่ยนเป็น c:\ โดยพิมพ์คำสั่งเหล่านี้อย่างถูกต้อง • c: • cd windows • cd system32 • cd drivers • cd crowdstrike • del C-00000291* • exit • คลิก continue to Windows   ขั้นตอนสำหรับผู้ใช้งานระบบ Cloud สาธารณะหรือคล้ายคลึง รวมถึง Virtual Machines ตัวเลือกที่ 1: • Detach Volume disk ระบบปฏิบัติการออกจาก virtual server ที่ได้รับผลกระทบ • Create a snapshot or backup of the disk volume ก่อนดำเนินการต่อไปเพื่อเป็นการป้องกันการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ตั้งใจ • Attach/mount volume กับ virtual server ใหม่ • ไปที่ไดเรกทอรี C:\Windows\System32\drivers\CrowdStrike • ค้นหาไฟล์ที่ตรงกับ “C-00000291*.sys” และลบมันออก • Detach volume ออกจาก virtual server ใหม่ • Reattach volume ที่ได้รับการแก้ไขกลับไปยัง virtual server ที่ได้รับผลกระทบ ตัวเลือกที่ 2: • ย้อนกลับไป snapshot ก่อนเวลา 04:09 UTC   ขั้นตอนสำหรับ Azure ผ่านทางซีเรียลเพื่อเข้าสู่ Safe Mode • เข้าสู่ระบบคอนโซล Azure --> ไปที่ Virtual Machines --> Select the VM • ด้านซ้ายบนของคอนโซล --> คลิก: "Connect" --> คลิก --> Connect --> คลิก "More ways to Connect" --> คลิก: "Serial Console" • เมื่อ SAC โหลดแล้ว ให้พิมพ์ 'cmd' และกด Enter • พิมพ์คำสั่ง 'cmd' • พิมพ์: ch -si 1 • กดปุ่มใดก็ได้ (หรือกดแป้น space bar) ใส่ Credential ของผู้ดูแลระบบ • ป้อนคำสั่งดังนี้: • bcdedit /set {current} safeboot minimal • bcdedit /set {current} safeboot network • Restart VM • ตัวเลือกเพิ่มเติม: วิธีตรวจสอบสถานะการบูต รันคำสั่ง: • wmic COMPUTERSYSTEM GET BootupState ข้อมูลเพิ่มเติม -การทำตามขั้นตอนเหล่านี้จะไม่ทำให้ความปลอดภัยลดลง โดยหลังจากทำตามขั้นตอนข้างต้น CrowdStrike จะกลับมาทำงานตามปกติในระบบและระบบยังคงได้รับการป้องกัน -CrowdStrike ได้ระบุสาเหตุของการอัปเดตที่ผิดพลาดว่าเป็นข้อบกพร่องในการอัปเดตเนื้อหา (content update) ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าเกิดจากการโจมตีทางไซเบอร์ -หากระบบได้รับการบูตแล้วและกลับมาออนไลน์ ไม่มีความจำเป็นต้องถอดถอน CrowdStrike อ้างอิงจาก https://www.eye.security/blog/crowdstrike-falcon-blue-screen-issue-updates   “กระทรวง ดีอี มีความห่วงใยประชาชน โดยจะร่วมกับ สกมช. ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมหารือแนวทางและมาตรการรับมือ หากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน” รมว.ประเสริฐ กล่าว   สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                           --------------------------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์รายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) เปิดเพจเฟซบุ๊กใหม่” รองลงมาคือเรื่อง “ก.ล.ต. รับรองเว็บไซต์เทรดทองออนไลน์” โดยขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ หรืออาจทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน และมีผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 12 - 18 กรกฎาคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 879,902 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น  325 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 296  ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 25 ข้อความ และการแจ้งเบาะแสผ่านช่องทาง Facebook จำนวน 4 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 269 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 117 เรื่อง โดยในจำนวนนี้มีข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุด จำนวน 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง  สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) เปิดเพจเฟซบุ๊กใหม่ อันดับที่ 2 : เรื่อง ก.ล.ต. รับรองเว็บไซต์เทรดทองออนไลน์ อันดับที่ 3 : เรื่อง ป.ป.ท. เปิดเพจเฟซบุ๊กใหม่ ชื่อเพจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ อันดับที่ 4 : เรื่อง พนักงานฝ่ายบริการแนะนำการลงทุน ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ชวนลงทุนระยะสั้น อันดับที่ 5 : เรื่อง เพจกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพกระทรวงยุติธรรม เปิดให้ส่งหลักฐานเพื่อรับเงินคืนอันดับที่ 6 : เรื่อง สตช. ร่วมกับ ปปง. เปิดลงทะเบียนยื่นสิทธิคุ้มครองในคดี Hybrid Scam ผ่านเพจช่วยเหลือประชาชน อันดับที่ 7 : เรื่อง เจ้าหน้าที่บัญชีสำนักงาน ก.ล.ต. แจ้งให้ชำระค่าธรรมเนียมการลงทุน อันดับที่ 8 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดให้ลงทุน HSH Gold Futures มี Broker คอยแนะนำ อันดับที่ 9 : เรื่อง  เปิดขายกองทุนรวมทองคำไทย ผลตอบแทน +37% รับรองโดย ก.ล.ต. อันดับที่ 10 : เรื่อง CP ALL ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ก.ล.ต. เปิดโอกาสให้ลงทุนกับกองทุนหุ้น                           “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่เกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ จาก 10 อันดับ ข้างต้น พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวที่มีการอ้างถึงหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะอันดับ 1 เรื่องการแอบอ้างเป็นเพจของสำนักงาน ป.ป.ง. ซึ่งเป็นเพจปลอมที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว โดยข้อมูลจากสำนักงาน ป.ป.ง. แจ้งว่า สำนักงาน ปปง. มีเพจ Facebook เพียงเพจเดียวชื่อ “สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน – ปปง.” โดยมีสัญลักษณ์เครื่องหมายถูกสีฟ้า (Meta Verified) อยู่ด้านหลังชื่อเพจ ซึ่งผ่านการยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว (ลิงก์ : https://www.facebook.com/AMLOTHAILAND/) สำหรับเพจปลอมที่มิจฉาชีพใช้แอบอ้าง หากหลงเชื่อโดยไม่ตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริง อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อข้อมูลส่วนบุคคลและทรัพย์สิน หรือหากมีการแชร์ เผยแพร่ต่อๆกันไป อาจกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ในสังคมได้” นายเวทางค์กล่าว                       อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                         -------------------------------------------------------------------------------------

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ ดีอี นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีฯ ดีอี นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดีอี ผู้บริหารสภากรุงเทพมหานคร (กทม.) สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตทุ่งครุ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร เพื่อรับฟังความคิดเห็น พร้อมกำหนดแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในพื้นที่นายประเสริฐ กล่าวว่า กระทรวง ดีอี ร่วมกับ สภา กทม. ได้ร่วมหารือการยกระดับคุณภาพชีวิตด้านเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยการลงพื้นที่เขตทุ่งครุ กทม. เพื่อร่วมหารือกับผู้อำนวยการอิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย  นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่โรงเรียน อาทิ ระบบเตือนภัยฉุกเฉิน ติดตั้งกล้องวงจรปิด ติดตั้งระบบ IoT และอุปกรณ์เชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI วิเคราะห์สถานการณ์ ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย โดยระบบจะแจ้งเตือนแบบ Realtime ให้ทันต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมและความรุนแรงในโรงเรียน พร้อมทั้งติดตั้งสัญญาณอินเทอร์เน็ต ครอบคลุมการใช้งานของนักเรียน เพื่อเป็นประโยชน์ทางการศึกษาขณะเดียวกัน ได้ร่วมรับฟังความคิดเห็นกับผู้นำทางศาสนาและประชาชนในพื้นที่ ณ มัสยิดอัลอิสติกอมะห์ (อาจารย์เซง ประชาอุทิศ 69) ซึ่งพบว่า ต้องการการส่งเสริมใช้งานเทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงโครงข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีประชาชน สมาชิกชุมชนมาร่วมทำกิจกรรมทางศาสนาในวันศุกร์เป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยปัจจุบันพบว่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่มียังไม่ครอบคลุมและเพียงพอต่อความต้องการนอกจากนี้ กระทรวงดีอี ยังได้ตรวจเยี่ยมศูนย์ดิจิทัลชุมชน ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ โรงเรียนฝึกอบรมอาชีพกรุงเทพมหานคร (อาทร สังขะวัฒนะ) เพื่อร่วมรับทราบข้อมูล ข้อเสนอด้านการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรม และส่งเสริมการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลในพื้นที่เขตทุ่งครุ โดยพบว่าศูนย์ดิจิทัลชุมชน ตั้งอยู่ในจุดศูนย์กลางการใช้บริการของคนในชุมชน โดยมีผู้ใช้บริการ ในกลุ่มผู้สูงอายุ นักเรียน นักศึกษา ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และกลุ่มประชาชนทั่วไปทั้งนี้จากการหารือกับศูนย์ดิจิทัลชุมชน จะมีการปรับเปลี่ยนเวลาการให้บริการของศูนย์เพื่อให้สอดคล้องตรงต่อความต้องการของประชาชนผู้ใช้บริการพร้อมทั้งจัดอบรมหลักสูตรเสริมภาคปฏิบัติควบคู่ไปกับภาคทฤษฎี เพื่อส่งเสริมด้านอาชีพ โดยใช้แอปพลิเคชันหลักของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ร่วมกับการใช้งานแอปฯ “ทางรัฐ” และแอปฯ OFOS ( One Family One Softpower) โดยได้มีการนำความรู้จากการอบรมมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น การออกแบบลายผ้าประจำพื้นที่ (ส้มบางมด และดอกทองอุไร) เครื่องวัดคุณภาพอากาศ pm2.5 และเทคโนโลยี Robot ฯลฯ“กระทรวงดีอี ร่วมกับสภาฯ กทม. บูรณาการทำงานร่วมกัน ซึ่งจากการลงพื้นที่เขตทุ่งครุ ถือเป็นเขตที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม การประกอบอาชีพ และเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาในพื้นที่ฝั่งธนบุรี โดยกระทรวงมีภารกิจส่งเสริมการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม การให้ความรู้ด้านการใช้งานเทคโนโลยี การสร้างความมั่นคงปลอดภัย รวมทั้งการลดความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมกับการสร้างงาน สร้างอาชีพ โดยกำหนดให้เขตทุ่งครุ ถือเป็นต้นแบบการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลในพื้นที่ กทม. เพื่อส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น” นายประเสริฐ กล่าวอย่างไรก็ตาม กระทรวง ดีอี ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของศูนย์ดิจิทัลชุมชน ซึ่งเป็นศูนย์ให้บริการด้านเทคโนโลยีที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนในชุมชน และตั้งอยู่ในพื้นที่ทั่วประเทศ มีความเหมาะสมที่จะจัดตั้งเป็นศูนย์บริการข้อมูล และช่วยเหลือการลงทะเบียน “ดิจิทัลวอลเล็ต” ซึ่งเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล โดยได้มอบหมาย สดช. เป็นผู้ดำเนินการจัดการอบรม และเพิ่มเติมความรู้ให้กับ เจ้าหน้าที่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน และอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) เพื่อช่วยเหลือประชาชนในการลงทะเบียนรับสิทธิ์ตามโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน ดิจิทัลวอลเล็ต ต่อไป   -----------------------------------------------------------------------------


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.