Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวว่า ระบบการให้บริการของ บริษัท CrowdStrike (คราวด์สไตรก์) ซึ่งเป็นบริษัทรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่มีชื่อเสียงของสหรัฐอเมริกา เกิดข้อผิดพลาด ส่งผลให้ระบบปฏิบัติการ Windows ขัดข้องนั้น ดีอี ได้ดำเนินการดังนี้ 1. ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น ยังไม่พบว่ากรณีดังกล่าว มีผลกระทบต่อ เครือข่ายโทรคมนาคม โทรศัพท์เคลื่อนที่-อินเทอร์เน็ต รวมทั้ง ระบบสื่อสารและการเดินอากาศของบริษัท วิทยุการบิน 2. ดีอี ประสานกับสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เพื่อติดตามสถานการณ์ เฝ้าระวัง อย่างใกล้ชิด พบว่ามีผลกระทบกับบางระบบงานในไทยบ้าง ซึ่งอยู่ระหว่างการประมวลข้อมูล ทั้งนี้ กรณีที่ได้รับการแจ้ง ทาง สกมช. พร้อมให้ความช่วยเหลืออย่างทันที 3. สกมช. ได้มีคำแนะนำ สำหรับหน่วยงานรัฐและเอกชน ที่ได้รับผลกระทบ วิธีการแก้ไขในเบื้องต้นดังนี้   ขั้นตอนที่ควรทำหากยังประสบปัญหาการ Reboot ซ้ำๆ • บูตเข้าสู่ Safe Mode (ตามคำแนะนำอย่างเป็นทางการของ CrowdStrike) ขั้นตอนต่อไปนี้ทำได้ทุกกรณี แม้ว่าระบบจะไม่มี local admin account ในเครื่องและไม่มีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต • ให้ระบบบูตและ crash สามครั้ง ซึ่งจะทำให้เมนูปรากฏ • คลิก Troubleshoot • คลิก Advanced Options • คลิก Command Prompt • หากเป็นระบบที่ใช้การป้องกันด้วย BitLocker จะต้องป้อนรหัสการกู้คืน BitLocker ของหน่วยงานนั้น • หาก BitLocker ถูกจัดการผ่าน Microsoft Intune สามารถค้นข้อมูลได้ที่ https://myaccount.microsoft.com ภายใต้เมนู "device" ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้จับคู่ชื่อโฮสต์ของอุปกรณ์และ ID ของคีย์ • หากไม่สามารถค้นหาข้อมูลใน Microsoft Intune ได้ให้ติดต่อเพื่อขอรับ Recovery Key BitLocker จากผู้ดูแลระบบ IT ของหน่วยงาน • ในหน้าต่าง Command Prompt ให้พิมพ์คำสั่งต่อไปนี้ ตามด้วยปุ่ม Enter: • คำเตือน: Command Prompt  เริ่มต้นที่ไดรฟ์ X:\ กรุณาอย่าลืมเปลี่ยนเป็น c:\ โดยพิมพ์คำสั่งเหล่านี้อย่างถูกต้อง • c: • cd windows • cd system32 • cd drivers • cd crowdstrike • del C-00000291* • exit • คลิก continue to Windows   ขั้นตอนสำหรับผู้ใช้งานระบบ Cloud สาธารณะหรือคล้ายคลึง รวมถึง Virtual Machines ตัวเลือกที่ 1: • Detach Volume disk ระบบปฏิบัติการออกจาก virtual server ที่ได้รับผลกระทบ • Create a snapshot or backup of the disk volume ก่อนดำเนินการต่อไปเพื่อเป็นการป้องกันการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ตั้งใจ • Attach/mount volume กับ virtual server ใหม่ • ไปที่ไดเรกทอรี C:\Windows\System32\drivers\CrowdStrike • ค้นหาไฟล์ที่ตรงกับ “C-00000291*.sys” และลบมันออก • Detach volume ออกจาก virtual server ใหม่ • Reattach volume ที่ได้รับการแก้ไขกลับไปยัง virtual server ที่ได้รับผลกระทบ ตัวเลือกที่ 2: • ย้อนกลับไป snapshot ก่อนเวลา 04:09 UTC   ขั้นตอนสำหรับ Azure ผ่านทางซีเรียลเพื่อเข้าสู่ Safe Mode • เข้าสู่ระบบคอนโซล Azure --> ไปที่ Virtual Machines --> Select the VM • ด้านซ้ายบนของคอนโซล --> คลิก: "Connect" --> คลิก --> Connect --> คลิก "More ways to Connect" --> คลิก: "Serial Console" • เมื่อ SAC โหลดแล้ว ให้พิมพ์ 'cmd' และกด Enter • พิมพ์คำสั่ง 'cmd' • พิมพ์: ch -si 1 • กดปุ่มใดก็ได้ (หรือกดแป้น space bar) ใส่ Credential ของผู้ดูแลระบบ • ป้อนคำสั่งดังนี้: • bcdedit /set {current} safeboot minimal • bcdedit /set {current} safeboot network • Restart VM • ตัวเลือกเพิ่มเติม: วิธีตรวจสอบสถานะการบูต รันคำสั่ง: • wmic COMPUTERSYSTEM GET BootupState ข้อมูลเพิ่มเติม -การทำตามขั้นตอนเหล่านี้จะไม่ทำให้ความปลอดภัยลดลง โดยหลังจากทำตามขั้นตอนข้างต้น CrowdStrike จะกลับมาทำงานตามปกติในระบบและระบบยังคงได้รับการป้องกัน -CrowdStrike ได้ระบุสาเหตุของการอัปเดตที่ผิดพลาดว่าเป็นข้อบกพร่องในการอัปเดตเนื้อหา (content update) ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าเกิดจากการโจมตีทางไซเบอร์ -หากระบบได้รับการบูตแล้วและกลับมาออนไลน์ ไม่มีความจำเป็นต้องถอดถอน CrowdStrike อ้างอิงจาก https://www.eye.security/blog/crowdstrike-falcon-blue-screen-issue-updates   “กระทรวง ดีอี มีความห่วงใยประชาชน โดยจะร่วมกับ สกมช. ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมหารือแนวทางและมาตรการรับมือ หากสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชน” รมว.ประเสริฐ กล่าว   สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                           --------------------------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์รายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) เปิดเพจเฟซบุ๊กใหม่” รองลงมาคือเรื่อง “ก.ล.ต. รับรองเว็บไซต์เทรดทองออนไลน์” โดยขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ หรืออาจทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน และมีผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 12 - 18 กรกฎาคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 879,902 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น  325 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 296  ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 25 ข้อความ และการแจ้งเบาะแสผ่านช่องทาง Facebook จำนวน 4 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 269 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 117 เรื่อง โดยในจำนวนนี้มีข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุด จำนวน 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง  สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) เปิดเพจเฟซบุ๊กใหม่ อันดับที่ 2 : เรื่อง ก.ล.ต. รับรองเว็บไซต์เทรดทองออนไลน์ อันดับที่ 3 : เรื่อง ป.ป.ท. เปิดเพจเฟซบุ๊กใหม่ ชื่อเพจศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ อันดับที่ 4 : เรื่อง พนักงานฝ่ายบริการแนะนำการลงทุน ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. ชวนลงทุนระยะสั้น อันดับที่ 5 : เรื่อง เพจกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพกระทรวงยุติธรรม เปิดให้ส่งหลักฐานเพื่อรับเงินคืนอันดับที่ 6 : เรื่อง สตช. ร่วมกับ ปปง. เปิดลงทะเบียนยื่นสิทธิคุ้มครองในคดี Hybrid Scam ผ่านเพจช่วยเหลือประชาชน อันดับที่ 7 : เรื่อง เจ้าหน้าที่บัญชีสำนักงาน ก.ล.ต. แจ้งให้ชำระค่าธรรมเนียมการลงทุน อันดับที่ 8 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดให้ลงทุน HSH Gold Futures มี Broker คอยแนะนำ อันดับที่ 9 : เรื่อง  เปิดขายกองทุนรวมทองคำไทย ผลตอบแทน +37% รับรองโดย ก.ล.ต. อันดับที่ 10 : เรื่อง CP ALL ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ก.ล.ต. เปิดโอกาสให้ลงทุนกับกองทุนหุ้น                           “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่เกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ จาก 10 อันดับ ข้างต้น พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวที่มีการอ้างถึงหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะอันดับ 1 เรื่องการแอบอ้างเป็นเพจของสำนักงาน ป.ป.ง. ซึ่งเป็นเพจปลอมที่ได้รับการตรวจสอบแล้ว โดยข้อมูลจากสำนักงาน ป.ป.ง. แจ้งว่า สำนักงาน ปปง. มีเพจ Facebook เพียงเพจเดียวชื่อ “สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน – ปปง.” โดยมีสัญลักษณ์เครื่องหมายถูกสีฟ้า (Meta Verified) อยู่ด้านหลังชื่อเพจ ซึ่งผ่านการยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้ว (ลิงก์ : https://www.facebook.com/AMLOTHAILAND/) สำหรับเพจปลอมที่มิจฉาชีพใช้แอบอ้าง หากหลงเชื่อโดยไม่ตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริง อาจทำให้เกิดความเสียหายต่อข้อมูลส่วนบุคคลและทรัพย์สิน หรือหากมีการแชร์ เผยแพร่ต่อๆกันไป อาจกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ในสังคมได้” นายเวทางค์กล่าว                       อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                         -------------------------------------------------------------------------------------

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ ดีอี นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีฯ ดีอี นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดีอี ผู้บริหารสภากรุงเทพมหานคร (กทม.) สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร เขตทุ่งครุ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร เพื่อรับฟังความคิดเห็น พร้อมกำหนดแนวทางการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับประชาชนในพื้นที่นายประเสริฐ กล่าวว่า กระทรวง ดีอี ร่วมกับ สภา กทม. ได้ร่วมหารือการยกระดับคุณภาพชีวิตด้านเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยการลงพื้นที่เขตทุ่งครุ กทม. เพื่อร่วมหารือกับผู้อำนวยการอิสลามวิทยาลัยแห่งประเทศไทย  นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในพื้นที่โรงเรียน อาทิ ระบบเตือนภัยฉุกเฉิน ติดตั้งกล้องวงจรปิด ติดตั้งระบบ IoT และอุปกรณ์เชื่อมโยงข้อมูลที่เกี่ยวข้อง โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI วิเคราะห์สถานการณ์ ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอันตราย โดยระบบจะแจ้งเตือนแบบ Realtime ให้ทันต่อสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมและความรุนแรงในโรงเรียน พร้อมทั้งติดตั้งสัญญาณอินเทอร์เน็ต ครอบคลุมการใช้งานของนักเรียน เพื่อเป็นประโยชน์ทางการศึกษาขณะเดียวกัน ได้ร่วมรับฟังความคิดเห็นกับผู้นำทางศาสนาและประชาชนในพื้นที่ ณ มัสยิดอัลอิสติกอมะห์ (อาจารย์เซง ประชาอุทิศ 69) ซึ่งพบว่า ต้องการการส่งเสริมใช้งานเทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะการเชื่อมโยงโครงข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งมีประชาชน สมาชิกชุมชนมาร่วมทำกิจกรรมทางศาสนาในวันศุกร์เป็นประจำทุกสัปดาห์ โดยปัจจุบันพบว่าสัญญาณอินเทอร์เน็ตที่มียังไม่ครอบคลุมและเพียงพอต่อความต้องการนอกจากนี้ กระทรวงดีอี ยังได้ตรวจเยี่ยมศูนย์ดิจิทัลชุมชน ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ โรงเรียนฝึกอบรมอาชีพกรุงเทพมหานคร (อาทร สังขะวัฒนะ) เพื่อร่วมรับทราบข้อมูล ข้อเสนอด้านการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรม และส่งเสริมการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลในพื้นที่เขตทุ่งครุ โดยพบว่าศูนย์ดิจิทัลชุมชน ตั้งอยู่ในจุดศูนย์กลางการใช้บริการของคนในชุมชน โดยมีผู้ใช้บริการ ในกลุ่มผู้สูงอายุ นักเรียน นักศึกษา ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และกลุ่มประชาชนทั่วไปทั้งนี้จากการหารือกับศูนย์ดิจิทัลชุมชน จะมีการปรับเปลี่ยนเวลาการให้บริการของศูนย์เพื่อให้สอดคล้องตรงต่อความต้องการของประชาชนผู้ใช้บริการพร้อมทั้งจัดอบรมหลักสูตรเสริมภาคปฏิบัติควบคู่ไปกับภาคทฤษฎี เพื่อส่งเสริมด้านอาชีพ โดยใช้แอปพลิเคชันหลักของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ร่วมกับการใช้งานแอปฯ “ทางรัฐ” และแอปฯ OFOS ( One Family One Softpower) โดยได้มีการนำความรู้จากการอบรมมาสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ เช่น การออกแบบลายผ้าประจำพื้นที่ (ส้มบางมด และดอกทองอุไร) เครื่องวัดคุณภาพอากาศ pm2.5 และเทคโนโลยี Robot ฯลฯ“กระทรวงดีอี ร่วมกับสภาฯ กทม. บูรณาการทำงานร่วมกัน ซึ่งจากการลงพื้นที่เขตทุ่งครุ ถือเป็นเขตที่มีความหลากหลายทางด้านวัฒนธรรม การประกอบอาชีพ และเป็นศูนย์กลางด้านการศึกษาในพื้นที่ฝั่งธนบุรี โดยกระทรวงมีภารกิจส่งเสริมการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม การให้ความรู้ด้านการใช้งานเทคโนโลยี การสร้างความมั่นคงปลอดภัย รวมทั้งการลดความเหลื่อมล้ำด้านเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมกับการสร้างงาน สร้างอาชีพ โดยกำหนดให้เขตทุ่งครุ ถือเป็นต้นแบบการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลในพื้นที่ กทม. เพื่อส่งเสริมและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น” นายประเสริฐ กล่าวอย่างไรก็ตาม กระทรวง ดีอี ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของศูนย์ดิจิทัลชุมชน ซึ่งเป็นศูนย์ให้บริการด้านเทคโนโลยีที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนในชุมชน และตั้งอยู่ในพื้นที่ทั่วประเทศ มีความเหมาะสมที่จะจัดตั้งเป็นศูนย์บริการข้อมูล และช่วยเหลือการลงทะเบียน “ดิจิทัลวอลเล็ต” ซึ่งเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล โดยได้มอบหมาย สดช. เป็นผู้ดำเนินการจัดการอบรม และเพิ่มเติมความรู้ให้กับ เจ้าหน้าที่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน และอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) เพื่อช่วยเหลือประชาชนในการลงทะเบียนรับสิทธิ์ตามโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน ดิจิทัลวอลเล็ต ต่อไป   -----------------------------------------------------------------------------



นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 18 - 21 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย   คดีที่ 1 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่น ๆ มูลค่าความเสียหาย 1,000,000 บาท ผู้เสียหายได้รู้จักกับมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook ได้พูดคุยกันจนสนิทใจ และได้เพิ่มเพื่อนทาง Line ต่อมาภายหลังมิจฉาชีพข่มขู่ผู้เสียหายให้โอนเงินให้ หากไม่โอนจะโพสต์รูปภาพและคลิปของผู้เสียหายที่ได้บันทึกไว้ลงบนสื่อสังคมออนไลน์ ผู้เสียหายกลัว และอยากให้เรื่องยุติ จึงโอนเงินไปแต่มิจฉาชีพให้โอนเงินเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 2 หลอกลวงให้กู้เงิน มูลค่าความเสียหาย 224,601 บาท โดยผู้เสียหายพบเห็นโฆษณาสินเชื่อเงินสด ผ่านช่องทาง Tiktok โลโก้ธนาคารทหารไทย ธนชาต (บัญชีปลอม) จึงสนใจทักไปสอบถามพูดคุย มิจฉาชีพให้เพิ่มเพื่อนทาง Line  และส่งลิงก์มาให้กรอกข้อมูลส่วนตัวเพื่อขออนุมัติสินเชื่อ ต่อมาแจ้งว่าผู้เสียหายได้กรอกเลขที่บัญชีผิด ทำให้ระบบล็อกไว้ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ ให้โอนเงินไปเพื่อปลดล็อกและแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง ผู้เสียหายได้โอนเงินไปหลายครั้งแต่ไม่สามารถถอนได้ ต่อมาจึงทราบว่าเป็นบัญชีปลอมถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 3 หลอกลวงเป็นบุคคลอื่นเพื่อยืมเงิน มูลค่าความเสียหาย 56,000 บาท ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพทางโทรศัพท์อ้างตนว่าเป็นหลานชาย ได้เปลี่ยนหมายเลขโทรศัพท์ใหม่ ต้องการขอยืมเงิน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปช่วยเหลือ ต่อมาภายหลังได้ติดต่อกับหลานชายโดยตรง จึงทราบว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 4 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 102,988 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายอยากมีรายได้เสริม จึงค้นหางานผ่านช่องทาง Facebook พบโฆษณาอ้างว่า ผลตอบแทนรายได้ดี ไม่ได้เป็นการขายสินค้า จึงสนใจทักไปสอบถามพูดคุย มิจฉาชีพให้เพิ่มเพื่อนทาง Line จากนั้นส่งลิงก์ให้กรอกข้อมูลในการสมัครงานและดึงเข้ากลุ่ม Line มีการสอนงานให้กดถูกใจสินค้าในระบบและจะได้รับคอมมิชชันตอบแทน โดยให้โอนเงินลงทุนในระบบครั้งแรกได้รับผลตอบแทนจริง ต่อมาให้โอนเงินลงทุนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยมีทีมงานคอยแนะนำสมาชิกในกลุ่มให้ทำภารกิจตาม ภายหลังผู้เสียหายต้องการยกเลิก ถอนเงินลงทุนคืน มิจฉาชีพอ้างว่าทำผิดกฎของทางบริษัทจะต้องชำระค่าเสียหาย และดำเนินคดี ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก   และคดีที่ 5 หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 19,530 บาท ผู้เสียหายได้สั่งซื้อสินค้าประเภทตุ๊กตาของเล่น (Art Toys) ผ่านช่องทาง Facebook โดยตกลงซื้อขายโอนเงินชำระเรียบร้อย พร้อมทั้งนัดวันรับสินค้า หลังจากส่งหลักฐาน การโอนเงินเสร็จ ไม่สามารถติดต่อได้อีก ตนเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก     สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 1,403,119 บาท   ทั้งนี้ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่  19 กรกฎาคม 2567 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงานดังนี้   1.สายโทรเข้า 1441 จำนวน 858,463 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,277 สาย 2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 238,255 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,083 บัญชี 3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 71,423 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 29.98 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 56,749 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.82 (3) หลอกลวงลงทุน 40,416 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 16.96 (4) หลอกลวงให้กู้เงิน 18,451 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.74 (5) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 17,389 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.30 (และคดีอื่นๆ 33,827 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.20)    “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพได้ใช้วิธีการรูปแบบต่างๆ ทั้งการตีสนิทก่อนข่มขู่ให้โอนเงิน หลอกเป็นธนาคารปล่อยสินเชื่อกู้ยืมเงิน ก่อนอ้างให้โอนเงินปลดล็อกระบบ หรือหลอกว่าเป็นญาติขอยืมเงิน รวมทั้งหลอกทำงานหารายได้พิเศษ และหลอกลวงซื้อขายสินค้า โดยส่วนใหญ่จะใช้การติดต่อผ่านโซเชียล สื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางที่เข้าถึงง่าย ทั้ง Facebook และ Line เป็นหลัก ดังนั้นจึงขอเตือนประชาชน ควรตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดของตัวบุคคลที่ติดต่อด้วยทางแพลตฟอร์มนั้นๆ โดยหากไม่แน่ใจสามารถขอให้ชะลอการติดต่อหรือทำธุรกรรม ร่วมกันก่อน และไม่ควรด่วนตัดสินใจโอนเงินซื้อสินค้า หรือทำธุรกรรมใดๆ โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ผ่านโทรสายด่วน GCC 1111 หรือสอบถามข้อมูลกับทางธนาคารโดยตรง ก่อนตัดสินใจทำธุรกรรม อย่างไรก็ตาม ดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว   ทั้งนี้ หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441                                --------------------------------------------------------------------------------------


วันนี้ (24 กรกฎาคม 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านสารัตถะ ครั้งที่ 1/2567 เพื่อเตรียมการจัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัล ครั้งที่ 5 ซึ่งที่ประชุมได้ร่วมหารือในประเด็นการพิจารณากำหนดหัวข้อหลัก (Theme) และการพิจารณาจัดทำเอกสารผลลัพธ์สำคัญที่จะรับรองในการประชุม ADGMIN ครั้งที่ 5 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ASEAN Digital Ministers Meeting: (ADGMIN) โดยมี นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศกระทรวงดีอี นางอำไพ จิตรแจ่มใส รองเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบการประชุมทางไกล   ----------------------------------------------------------------------

  วันนี้ (24 กรกฎาคม 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการส่งเสริมคุณธรรม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 3/2567 โดยมี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวง ดีอี นางอำไพ จิตรแจ่มใส รองเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบการประชุมทางไกล   ----------------------------------------------------------------------

ลิงก์สำหรับดาวน์โหลด แอป "ทางรัฐ"  สำหรับระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) https://apps.apple.com/th/app/%E0%B8%97%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%A3-%E0%B8%90/id1514331336?l=th สำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) https://play.google.com/store/apps/details?id=th.or.dga.citizenportal นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2567 รัฐบาลโดย กระทรวงการคลัง ได้แถลงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการลงทะเบียนของประชาชน ในโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet  โดยจะเปิดให้มีการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการอย่างเป็นทางการ ตามกำหนดเวลา ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2567 เป็นต้นได้ ซึ่งแยกกลุ่มผู้ลงทะเบียนเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.ประชาชนกลุ่มที่มีสมาร์ตโฟน เริ่มลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 15 กันยายน 2567 2.ประชาชนกลุ่มที่ไม่มีสมาร์ตโฟน สามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน – 15 ตุลาคม 2567 3.ร้านค้า เบื้องต้นเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป และจะเริ่มใช้จ่ายสินค้าด้วยเงินดิจิทัลได้ภายในไตรมาส 4 ของปี 2567   สำหรับคุณสมบัติของประชาชนผู้เข้าร่วมโครงการ มีดังนี้ - สัญชาติไทย มีชื่อและที่อยู่ในทะเบียนบ้าน - อายุ 16 ปีขึ้นไป ณ วันที่ปิดรับลงทะเบียน (15 กันยายน 2567) - เป็นผู้มีรายได้ไม่เกิน 840,000 บาท/ปี (นับตามปีภาษี 2566) - เงินฝากกับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจรวมกันไม่เกิน 500,000 บาท เป็นเงินฝาก ณ วันที่ 31 มีนาคม 2567 - ไม่เป็นผู้ที่อยู่ระหว่างต้องโทษจำคุกในเรือนจำ - ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในมาตรการ/โครงการอื่น ๆ ของรัฐ - ไม่เป็นผู้ฝ่าฝืนเงื่อนไขของมาตรการ/โครงการอื่น ๆ ของรัฐ   ทั้งนี้ประชาชนกลุ่มที่มีสมาร์ตโฟน สามารถดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” โดยไม่มีการจำกัดจำนวน ซึ่งรัฐบาลได้ประมาณการประชาชนเข้าร่วมโครงการไว้จำนวน 45 - 50 ล้านคน ขณะเดียวกันประชาชนสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” พร้อมลงทะเบียนยืนยันตัวตน สมัครใช้งานแอปพลิเคชันได้ก่อนล่วงหน้า เพื่อความสะดวก และรวดเร็ว ก่อนที่จะลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต ในวันที่ 1 สิงหาคม 2567 ต่อไป โดยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ได้โดยตรงจากแอปพลิเคชัน “App Store” สำหรับระบบปฏิบัติการไอโอเอส (iOS) และแอปพลิเคชัน “Google Play” สำหรับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) บนโทรศัพท์สมาร์ตโฟน   สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเตรียมการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ได้ที่เว็บไซต์ www.digitalwallet.go.th หรือ www.กระเป๋าเงินดิจิทัล.รัฐบาล.ไทย และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (Call Center) สายด่วน โทร. GCC 1111 พร้อมให้บริการและคำแนะนำปรึกษาแก่ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง    “กระทรวง ดีอี ขอเตือนประชาชน ผู้มีสมาร์ตโฟน ที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เท่านั้น อย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ หลอกลวงส่งลิงก์ หรือแพลตฟอร์มปลอมต่างๆ โดยอ้างว่าเป็นช่องทางการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งอาจส่งผลกระทบทำให้เกิดการหลุดรอดของข้อมูลส่วนบุคคล หรือสูญเสียทรัพย์สินได้ หรือหากมีการส่งต่อ แชร์ลิงก์ปลอมดังกล่าวไป อาจส่งผลให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างต่อประชาชนในสังคม” นายประเสริฐ กล่าว    สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                           -------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้ (25 กรกฎาคม 2567) นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานพิธีเปิดตัวหลักสูตร "Future Readiness for Executive Network หรือ FuEx (ฟิวเอ็กซ์) เสริมศักยภาพและวิสัยทัศน์ผู้นำยุคใหม่ ‘ผู้บริหารหรือผู้นำองค์กรทั้งภาครัฐ-เอกชน’ พร้อมเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ความพร้อมในอนาคตดิจิทัลแบบมืออาชีพ (Future Readiness) จัดขึ้นโดยกระทรวงดีอี -สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ ETDA (เอ็ตด้า) โดยศูนย์คาดการณ์อนาคต (Foresight Center by ETDA)  สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA) และ บริษัท ทริส คอร์ปอเรชั่น จำกัด ณ ห้อง YULANIA-VI ชั้น 9 โรงแรม Waldorf Astoria Bangkok ____________________________________

วันนี้ (25 กรกฎาคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (กบส.) ครั้งที่ 4/2567 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวง ดีอี นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ ดีอี นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีฯ ดีอี พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้อง Mdes1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ____________________________________

วันที่ 25 กรกฎาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมหารือโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวง ดีอี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวง ดีอี นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรี ฯ ดีอี นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีฯ ดีอี นายภุชพงศ์ โนดไธสง เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT) ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด และผู้ที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   

วันนี้ (26 กรกฎาคม 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวบรรยายพิเศษในการอบรมหลักสูตร “การพัฒนาทักษะในการดำเนินคดีฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ประจำปี 2567” จัดโดยสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ร่วมกับ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) เพื่อพัฒนาศักยภาพบุคลากรหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการยุติธรรม ได้มีทักษะความรู้ความเข้าใจในการปราบปรามคดีฟอกเงินและอาชญากรรมทางเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น โดยมีเจ้าหน้าที่และบุคลากรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ เขตดินแดง กรุงเทพฯ ---------------------------------------------------------------

วันนี้ (26 กรกฎาคม 2567) นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ครั้งที่ 3 ภายใต้แผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่าย อินโดนีเซีย - มาเลเซีย - ไทย (IMT - GT) โดยมีผู้แทนจากประเทศสมาชิก สภาธุรกิจ (Joint Business Council: JBC) เครือข่ายมหาวิทยาลัย IMT-GT (UNINET) ของทั้งสามประเทศ และศูนย์ประสานงานความร่วมมืออนุภูมิภาคแผนงาน IMT-GT (CIMT) เข้าร่วมการประชุมฯ เพื่อหารือเกี่ยวกับการดำเนินงานของคณะทำงานฯ  ภายใต้แผนดำเนินงานระยะ 5 ปี ค.ศ. 2022 - 2026 รวมทั้งพิจารณาทบทวนแผนระยะกลางในการขับเคลื่อนตามแผนงานดังกล่าว โดยการประชุมทางไกลผ่านระบบออนไลน์ ณ ห้องประชุม 702 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ---------------------------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.