Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา


วันนี้ (1 สิงหาคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการลงทะเบียน Digital Wallet โดยให้ที่ทำการไปรษณีย์ จำนวน 1,200 แห่ง ทั่วประเทศ (ยกเว้น ไปรษณีย์อนุญาต (เอกชน) และร้านค้าให้บริการ) เปิดเป็นจุดให้บริการ (Walk – in) สอบถามข้อมูล และให้บริการรับลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ สำหรับผู้ที่มีสมาร์ตโฟน โดยมี ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ ท่าอากาศยานดอนเมือง   สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเตรียมการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ได้ ในเว็บไซต์ www.digitalwallet.go.th หรือ www.กระเป๋าเงินดิจิทัล.รัฐบาล.ไทย และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านสายด่วน Digital Wallet 1111 ตลอด 24 ชั่วโมง -----------------------------------------------------------------

วันที่ 1 สิงหาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการจัดกิจกรรมเสริมสร้างการรับรู้เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ในสถานศึกษา ครั้งที่ 1 ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti Fake News Center: AFNC) ร่วมด้วย ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดีอี  นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีฯ และผู้บริหารหน่วยงานสังกัดกระทรวง ดีอี ในพื้นที่ ณ โรงเรียนนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส นายประเสริฐ กล่าวว่า การสร้างความตระหนักรู้ เสริมสร้างทักษะการใช้งานเทคโนโลยี สร้างภูมิคุ้มกัน และแนวทางป้องกันภัยทางออนไลน์ ถือเป็นภารกิจสำคัญของกระทรวง ดีอี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานดิจิทัล และรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ ที่มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของประชาชน ทั้งในการเผยแพร่ข้อมูลเนื้อหาและข่าวสารที่อยู่ในอินเทอร์เน็ต สร้างความเข้าใจในการวิเคราะห์ข่าว รู้จักแยกแยะข้อความที่เป็นข่าวจริง ข่าวปลอม และข่าวบิดเบือน ดังนั้น กระทรวง ดีอี จึงกำหนดจัดกิจกรรมนิทรรศการสร้างความรู้ และเสริมทักษะรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ในสถานศึกษา ให้กับเยาวชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นศูนย์กลางของจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน และสร้างทักษะการป้องกันภัยและรับมือกับข่าวปลอมให้กับเยาวชน โดยปรับเปลี่ยนกิจกรรมเพื่อให้เหมาะสมกับวัย พร้อมกับการบรรยายพิเศษเรื่อง วิธีรับมือข่าวปลอมในยุคดิจิทัล  โดยวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญ ขณะเดียวกัน กระทรวง ดีอี ยังได้มุ่งเน้นส่งเสริมทักษะการใช้งานเทคโนโลยี AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ ในการวิเคราะห์เชิงลึก สามารถแยกแยะและตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร ข้อเท็จจริง ข่าวปลอม ข่าวบิดเบือน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อใช้ในการสร้างภูมิคุ้มกันการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ หรือ โซเชียลมีเดีย ปิดกั้นช่องทางการก่ออาชญากรรมออนไลน์ของมิจฉาชีพ และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยสามารถแจ้งเบาะแส สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลข่าวสาร ข้อเท็จจริง ได้ที่ เว็บไซต์ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย www.antifakenewscenter.com  Line OA: @antifakenewscenter เฟซบุ๊ก แฟนเพจ : Anti Fake News Center Thailandทวิตเตอร์ (X) : https://twitter.com/AFNCThailand Tiktok: @antifakenewscenterInstagram : afnc_thailand “ที่ผ่านมา กระทรวง ดีอี โดยศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม ตรวจพบว่ามีข่าวปลอม ข่าวบิดเบือนที่มีการแพร่หลายอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีเนื้อหาไม่ตรงต่อข้อเท็จจริง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง อาทิ ข่าวการแพร่ระบาดของโควิด-19 ข่าวภัยพิบัติ ข้อมูลความรู้เรื่องสุขภาพอนามัย ด้านนโยบายรัฐ และด้านอื่น ๆ ที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศในวงกว้าง นอกจากนี้ยังอาจเป็นช่องทางการหลอกลวงการก่ออาชญากรรมของมิจฉาชีพ ดังนั้นจึงสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในสังคมในการต่อต้านข่าวปลอม โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชน นักเรียน นักศึกษา ซึ่งจะเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติ และเป็นสื่อสัมพันธ์ที่ดี ระหว่างหน่วยงาน โรงเรียน และสถาบันครอบครัว เพื่อให้เกิดวัฒนธรรมการรับรู้ข้อมูลข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ ก่อนจะเผยแพร่ หรือ ส่งต่อสื่อสังคมออนไลน์ เป็นหนึ่งในวิธีการสำคัญเพื่อป้องกันอาชญากรรมออนไลน์ได้ในอนาคต” นายประเสริฐ กล่าว

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่าวันนี้  1 สิงหาคม 2567 เป็นวันแรกที่รัฐบาลเปิดรับลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet หรือ โครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” โดยมีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ”  กว่า 5 ล้านครั้ง ในช่วงเช้า   ขณะเดียวกันจากการติดตามตรวจสอบการกระทำที่อาจเข้าข่ายอาชญากรรมออนไลน์ พบมีการแอบอ้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูลข่าวสารบิดเบือน ไม่ตรงกับความจริง โดยพบว่า มีการจัดทำเฟซบุ๊ก โดยใช้ชื่ออ้างอิงแอปฯ “ทางรัฐ” และโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” เป็นจำนวนมาก   ทั้งนี้ กระทรวง ดีอี ได้ประสานงานกับ DGA ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า DGA มีเฟซบุ๊ก แฟนเพจ อย่างเป็นทางการในชื่อ “DGA Thailand” ซึ่งให้ข้อมูลและรายละเอียดการลงทะเบียนตามโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต ที่ถูกต้อง โดยให้สังเกตเครื่องหมาย Blue Badge หรือเครื่องหมายถูกสีน้ำเงิน เป็นป้ายสถานะเครื่องหมายยืนยันจากเฟซบุ๊กว่า เพจหรือโปรไฟล์ตัวตนที่แท้จริงของหน่วยงาน    อย่างไรก็ตาม ประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเตรียมการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งเป็นข้อมูลโดยตรงจากรัฐบาล ที่เชื่อถือได้ ในเว็บไซต์ www.digitalwallet.go.th หรือ www.กระเป๋าเงินดิจิทัล.รัฐบาล.ไทย และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านศูนย์บริการข้อมูลโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet โทรสายด่วน Digital Wallet 1111 พร้อมให้บริการและคำแนะนำปรึกษาแก่ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง   “กระทรวง ดีอี ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเรื่องการสร้างช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ด้วยการแอบอ้างหน่วยงานของรัฐ และโครงการที่สำคัญของรัฐบาล สร้างข้อมูลเท็จ บิดเบือน เพื่อสร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชน และอาจเป็นช่องทางนำไปสู่การก่ออาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมเป็นวงกว้าง โดยได้ประสานงานขอความร่วมมือจากผู้ให้บริการ Facebook เพื่อปิดกั้น รวมทั้งจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป” นายประเสริฐ กล่าว   สอบถามข้อมูลข่าวสารโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” โทรสายด่วน Digital Wallet 1111 (24 ชม.)        ---------------------------------------------------------

วันนี้ (2 สิงหาคม 2567)  นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือเกี่ยวกับการจัดทำสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงกับผู้ให้บริการกระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet) โดยมี นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดีอี และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   -------------------------------------------------

วันที่ 2 สิงหาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการจัดกิจกรรมเสริมสร้างการรับรู้เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ครั้งที่ 1 ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti Fake News Center: AFNC) ร่วมด้วย ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดีอี  นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีฯ และผู้บริหารหน่วยงานสังกัดกระทรวง ดีอี ณ ห้องประชุมโสภาพิสัย ชั้น ๖ โรงแรมตันหยง จังหวัดนราธิวาส   นายประเสริฐ กล่าวว่า การสร้างความตระหนักรู้ สร้างภูมิคุ้มกันการใช้งานเทคโนโลยี และแนวทางป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ถือเป็นภารกิจสำคัญด้านการสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานดิจิทัล ของกระทรวง ดีอี เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนรู้เท่าทันการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล สื่อสังคมออนไลน์ ที่ปัจจุบันมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน ทั้งในการค้นหาความรู้ ติดต่อสื่อสาร หรือเผยแพร่ส่งต่อข้อมูลเนื้อหาและข่าวสาร   ทั้งนี้ปัจจุบัน พบว่าอาชญากรรมออนไลน์ เป็นปัญหาสำคัญส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง โดยสาเหตุหนึ่งของการเกิดอาชญากรรมทางออนไลน์ คือ ข่าวปลอม  ดังนั้น กระทรวง ดีอี ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญด้านการสร้างความเชื่อมั่นการใช้งานดิจิทัลของประชาชน จึงกำหนดจัดกิจกรรมนิทรรศการสร้างความรู้ และเสริมทักษะรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ให้กับผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ซึ่งถือเป็นศูนย์กลางของจังหวัดชายแดนใต้ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน มีทักษะป้องกันและรับมือกับข่าวปลอม โดยปรับเปลี่ยนกิจกรรมเพื่อให้เหมาะสมกับผู้เข้าร่วม เพื่อให้ประชาชนสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน พร้อมส่งต่อความรู้ และการสร้างภูมิคุ้มกันภัยข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ไปยังครอบครัว และชุมชน   สำหรับ ศูนย์ประสานงานและแก้ไขข่าวปลอม กระทรวง ดีอี ได้ดำเนินการผ่านการใช้งานเทคโนโลยี AI หรือ ปัญญาประดิษฐ์ ในการวิเคราะห์เชิงลึก แยกแยะและตรวจสอบข้อมูลข่าวสาร ข้อเท็จจริง ข่าวปลอม ข่าวบิดเบือน พร้อมเผยแพร่ให้ประชาชนเกิดการรับรู้ผ่านช่องทางต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ หรือ โซเชียลมีเดีย และสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยสามารถแจ้งแบะแส สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือตรวจสอบรายละเอียดข้อมูลข่าวสาร ข้อเท็จจริง ได้ที่ เว็บไซต์ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย www.antifakenewscenter.com  Line OA: @antifakenewscenter เฟซบุ๊ก แฟนเพจ : Anti Fake News Center Thailand ทวิตเตอร์ (X) : https://twitter.com/AFNCThailand Tiktok: @antifakenewscenter Instagram : afnc_thailand   “ที่ผ่านมา กระทรวง ดีอี โดยศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม ตรวจพบว่ามีข่าวปลอม ข่าวบิดเบือนที่มีการแพร่หลายอย่างรวดเร็ว ซึ่งมีเนื้อหาไม่ตรงต่อข้อเท็จจริง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง อาทิ ข่าวการแพร่ระบาดของโควิด-19 ข่าวภัยพิบัติ ข้อมูลความรู้เรื่องสุขภาพอนามัย ด้านนโยบายรัฐ และด้านอื่น ๆ ที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศในวงกว้าง ซึ่งข่าวปลอม หรือข่าวบิดเบือนเหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งของช่องทางการก่ออาชญากรรมออนไลน์ ของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งด้านทรัพย์สิน และข้อมูลส่วนบุคคล ของประชาชน ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างความตระหนักรู้และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในสังคมในการต่อต้านข่าวปลอม ให้กับประชาชน ทั้งในกลุ่มเยาวชน ผู้นำชุมชน ผู้สูงอายุ ซึ่งประชาชนถือเป็นพลังสำคัญในการร่วมกันต่อต้าน ป้องกัน และตัดวงจรช่องทางการก่ออาชญากรรมออนไลน์ของมิจฉาชีพ โดยเริ่มจากการสร้างเกราะป้องกันภายในครอบครัว ชุมชน ก่อนขยายไปสู่สังคมเป็นวงกว้างต่อไป” นายประเสริฐ กล่าว   --------------------------------------------------------------------------------------

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะประธานกรรมการกำกับดูแลด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เปิดเผยว่า กรณีที่มีการเผยแพร่ข้อความบิดเบือนเกี่ยวกับโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet หรือ “ดิจิทัลวอลเล็ต” ว่า ประชาชนที่ลงทะเบียนเข้าใช้งาน แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ไร้การรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล และเสี่ยงข้อมูลรั่วไหล นั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง ซึ่งข้อความดังกล่าว หากมีการเผยแพร่ออกไปสู่วงกว้างจะเป็นผลกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านการใช้งานดิจิทัลของประชาชน โดยเฉพาะความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโครงการสำคัญของรัฐบาล ทั้งนี้ กระทรวง ดีอี และสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (สกมช.) ในฐานะหน่วยงานรับผิดชอบหลักด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ได้กำหนดกรอบแนวทางการสนับสนุนความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ในโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” และแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ซึ่งเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบและพัฒนาระบบ ตามมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC พร้อมกับการตรวจสอบการออกแบบ การพัฒนา และการทดสอบเพื่อรับมือสถานการณ์ที่มีการเจาะระบบ และจัดให้มีการเฝ้าระวังภัยคุกคามทางไซเบอร์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการเฝ้าระวังข้อมูลข่าวสารที่มีการเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ที่เข้าข่ายเป็นการหลอกลวงสร้างความเข้าใจผิดหรือหลงเชื่อแก่ประชาชน เช่น การสร้างเว็บไซต์ปลอม การหลอกให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันปลอม การสร้างเพจเฟซบุ๊กปลอม นอกจากนี้ยังได้มีการกำหนดการจัดทำแผนดำรงความต่อเนื่องของการดำเนินงานของระบบ (Business Continuity Plan) และแผนการฟื้นฟูเพื่อคืนสภาพการพร้อมให้บริการ (Disaster Recovery Plan) ดังนั้นโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต จึงถือเป็นโครงการสำคัญของรัฐบาล ในการสร้างความเชื่อมั่นการใช้งานดิจิทัลของคนไทย “กระทรวง ดีอี และสกมช. ได้ติดตามตรวจสอบการดำเนินการของโครงการดิจิทัลวอลเล็ต โดยจัดตั้งทีมตรวจสอบและเฝ้าระวัง การก่ออาชญากรรมทางออนไลน์ และขอยืนยันว่าการลงทะเบียนข้อมูลส่วนบุคคลผ่านแอปฯ ทางรัฐ มีความมั่นคงปลอดภัยสูงสุด ซึ่งเป็นไปตามมาตรฐานการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของ PDPC ดังนั้นขอให้ประชาชนได้คลายความกังวลต่อเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน ภายหลังมีข้อความบิดเบือน ข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ตเป็นจำนวนมาก โดยขอให้ติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับโครงการฯ ซึ่งเป็นข้อมูลโดยตรงจากรัฐบาล ที่เชื่อถือได้ ในเว็บไซต์ www.digitalwallet.go.th หรือ www.กระเป๋าเงินดิจิทัล.รัฐบาล.ไทย และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านศูนย์บริการข้อมูลโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet โทรสายด่วน. Digital Wallet 1111 พร้อมให้บริการและคำแนะนำปรึกษาแก่ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง” นายประเสริฐ กล่าว สอบถามข้อมูลข่าวสารโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” โทรสายด่วน Digital Wallet 1111 (24 ชม.) --------------------------------------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “รัฐบาลเปิดเพจทางรัฐใหม่ ชื่อว่า ทางรัฐ – เงินดิจิทัล” รองลงมาคือเรื่อง “ออมสินให้ยืมก่อน จ่ายคืนทีหลัง ระยะเวลากู้สูงสุด 36 เดือน ผ่านเพจ KLT BNG 31642” โดยขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความสับสน เข้าใจผิด และส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 26 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 844,219 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 221  ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 202  ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 16 ข้อความ และผ่านช่องทาง Facebook จำนวน 3 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 167 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 151 เรื่อง ทั้งนี้ ดีอีเอส ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 102 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 36 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 2 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 12 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 15 เรื่อง นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวด้านกลุ่มนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความมั่นคง ซึ่งเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับโครงการของรัฐบาล อย่างโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน รองลงมาเป็นข่าวการติดต่อทำธุรกรรมกับหน่วยงานรัฐ และกลุ่มเศรษฐกิจ ตามลำดับ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง  รัฐบาลเปิดเพจทางรัฐใหม่ ชื่อว่า ทางรัฐ – เงินดิจิทัล อันดับที่ 2 : เรื่อง ออมสินให้ยืมก่อน จ่ายคืนทีหลัง ระยะเวลากู้สูงสุด 36 เดือน ผ่านเพจ KLT BNG 31642 อันดับที่ 3 : เรื่อง คนไทยจ่ายเงินซื้อน้ำมันราคาแพงที่สุดในโลก อันดับที่ 4 : เรื่อง ติดเชื้อไวรัส Parabola จากสุนัขและแมว ทำให้ไขกระดูกไม่สร้างเลือด อันดับที่ 5 : เรื่อง เวลาเข้านอนบ่งบอกสุขภาพในอนาคต อันดับที่ 6 : เรื่อง โฆษณาผลิตภัณฑ์ YesCare เป็นต้อหินมาหลายปี กินแล้วดีขึ้นเรื่อย ๆ อันดับที่ 7 : เรื่อง  การบินไทยรับสมัครงาน รายได้ 20,000 บาท ผ่านเพจ Thai Alrways อันดับที่ 8 : เรื่อง ธอส. มอบรัก ช่วยปิดหนี้บ้าน หนี้รถ และหนี้บัตรเครดิต ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์ อันดับที่ 9 : เรื่อง  หากผู้อื่นรู้เบอร์โทรศัพท์มือถือที่ผูกพร้อมเพย์ ทำให้รู้ยอดเงินในธนาคารได้ อันดับที่ 10 : เรื่อง ปัสสาวะกลางคืนแล้วไม่ดื่มน้ำทดแทน ทำให้เกิดภาวะการอุดตันของหัวใจและสมอง              “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับ ข้างต้น พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวที่มีผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะอันดับ 1 ซึ่งเป็นโครงการสำคัญของรัฐบาล เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ และเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวันของประชาชน โดยเป็นการสร้างข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน กรณีที่มีการส่งต่อข้อมูลว่า” รัฐบาลเปิดเพจทางรัฐใหม่ ชื่อว่า ทางรัฐ – เงินดิจิทัล”  กระทรวง ดีอี ขอชี้แจงว่า เพจดังกล่าวเป็นเพจปลอมที่มิจฉาชีพแอบอ้างใช้โลโก้และชื่อโครงการของรัฐบาล ซึ่งรัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับเพจดังกล่าวทั้งสิ้น จึงขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ โดยประชาชนที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเตรียมการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ได้ที่เว็บไซต์ www.digitalwallet.go.th หรือพิมพ์เป็นภาษาไทยว่า www.กระเป๋าเงินดิจิทัล.รัฐบาล.ไทย หรือสามารถสอบถามผ่านศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (Call Center) สายด่วน โทร. 1111 ซึ่งหากหลงเชื่อโดยไม่ตรวจสอบรายละเอียดข้อเท็จจริง อาจทำให้เกิดความเสียหายทั้งในส่วนตัวบุคคล หรือหากมีการแชร์ เผยแพร่ ต่อๆกันไป อาจกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้างได้” นายเวทางค์กล่าว           อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สอบถามข้อมูลข่าวสารโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” โทรสายด่วน Digital Wallet 1111 (24 ชม.)สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                        --------------------------------------------------------------------------------------

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวง ดีอี กระทรวงการคลัง และธนาคารกรุงไทย ร่วมเปิดจุดให้บริการช่วยเหลือประชาชน รับลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet หรือ “ดิจิทัลวอลเล็ต” เพิ่มเติม ณ ธนาคารกรุงไทย 900 สาขา ทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนกลุ่มที่มีสมาร์ตโฟน ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 15 กันยายน 2567 กระทรวง ดีอี ได้รับรายงานการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” โดยมีประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ แล้วกว่า 20.7 ล้านคน (ข้อมูล ณ วันที่ 2 สิงหาคม 2567) ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีประชาชนกลุ่มที่มีสมาร์ตโฟน ให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการฯ “ดิจิทัลวอลเล็ต” เป็นจำนวนมาก ทั้งนี้เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนกลุ่มผู้ที่มีสมาร์ตโฟน ที่อาจประสบปัญหา และไม่ได้รับความสะดวกเท่าที่ควร หรือต้องการความช่วยเหลือในการลงทะเบียนฯ นอกเหนือจากการลงทะเบียนผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” กระทรวง ดีอี จึงได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำหนดสถานที่จุดให้บริการ (Walk – in) สอบถามข้อมูล และให้บริการรับลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ดังนี้ 1.ศูนย์ดิจิทัลชุมชน จำนวน 1,722 ศูนย์ทั่วประเทศ 2.ที่ทำการไปรษณีย์ จำนวน 1,200 แห่ง ทั่วประเทศ (ยกเว้น ไปรษณีย์อนุญาต (เอกชน) และร้านค้าให้บริการ) 3.ธนาคารออมสิน 1,047 แห่ง ทั่วประเทศ 4.ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) จำนวน 1,238 แห่งทั่วประเทศ 5.ธนาคารกรุงไทย จำนวน 900 แห่ง ทั่วประเทศ ดังนั้น ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการฯ สามารถสอบถามข้อมูล และลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ที่จุดบริการ Walk-in โดยขณะนี้ได้มีการเพิ่มจุดบริการ ธนาคารกรุงไทย อีก 900 แห่ง รวมเป็นจำนวน 6,107 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งรัฐบาล โดยกระทรวง ดีอี กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดเตรียมเจ้าหน้าที่ให้บริการอำนวยความสะดวกประชาชนตลอดเวลาทำการ ขณะที่กลุ่มผู้ที่ไม่มีสมาร์ตโฟน จะเปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน – 1 ตุลาคม 2567 โดยรัฐบาลจะมีการแจ้งวิธีการลงทะเบียนและจุดให้บริการอย่างเป็นทางการต่อไป สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเตรียมการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ซึ่งเป็นข้อมูลโดยตรงจากรัฐบาล ที่เชื่อถือได้ ในเว็บไซต์ www.digitalwallet.go.th หรือ www.กระเป๋าเงินดิจิทัล.รัฐบาล.ไทย และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านศูนย์บริการข้อมูลโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet โทรสายด่วน. Digital Wallet 1111 พร้อมให้บริการและคำแนะนำปรึกษาแก่ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง “กระทรวง ดีอี กระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความห่วงใยประชาชน ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” โดยได้จัดสถานที่ เป็นจุดให้บริการแบบ Walk-in เพื่อช่วยเหลือ อำนวยความสะดวกด้านการสอบถามข้อมูล และให้บริการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 6,107 จุดทั่วประเทศ โดยมีศูนย์ดิจิทัลชุมชน และที่ทำการไปรษณีย์ ในสังกัดกระทรวง ดีอี และ 3 ธนาคารรัฐ ได้แก่ ธ.ออมสิน ธ.กรุงไทย และ ธ.ก.ส. ในความดูแลของกระทรวงการคลัง เพิ่มเติมจากการลงทะเบียนผ่านแอปฯ ทางรัฐ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการเข้าร่วมโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet ของประชาชน” นายประเสริฐ กล่าว สอบถามข้อมูลข่าวสารโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” โทรสายด่วน Digital Wallet 1111 (24 ชม.)                         ---------------------------------------------------------------

วันที่ 3 สิงหาคม 2567 นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง กล่าวว่า จากกรณีที่ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้จัดตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาเนื้อหาข่าวสารและข้อมูลที่เข้าข่ายผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet หรือ “ดิจิทัลวอลเล็ต”  โดยเปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่าประชาชนให้สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ แล้ว กว่า 22.3 ล้านคน (ข้อมูล ณ เวลา 10.00 น. วันที่ 3 สิงหาคม 2567)   ทั้งนี้ กระทรวง ดีอี ได้มอบหมายให้คณะทำงานติดตามและประเมินสถานการณ์ พร้อมเฝ้าระวังการก่ออาชญากรรมออนไลน์ที่อาจเกิดขึ้นต่อโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” เป็นประจำทุกวัน เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานดิจิทัลของประชาชน และเป็นไปตามเป้าหมายของรัฐบาลในการให้ความช่วยเหลือประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ   ดังนั้น ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (Anti Fake New Center หรือ AFNC)  จึงได้ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินสถานการณ์ พร้อมบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจากการสรุปผลการประเมินเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา พบ ข่าวปลอม ที่เกี่ยวข้องกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต และได้มีการตรวจสอบยืนยันโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและทำการชี้แจงให้ประชาชนทราบแล้วทั้งหมด 5 เรื่อง ดังนี้   เรื่องที่ 1. “รัฐบาลเปิดเพจทางรัฐใหม่ ชื่อว่า ทางรัฐ – เงินดิจิทัล เรื่องที่ 2. “สามารถเปิดรับแลกเงินดิจิทัล 10,000 บาท และนำเงินสดไปใช้ได้” เรื่องที่ 3.  “ธปท. เตือน แอปฯ ทางรัฐ ไร้ความปลอดภัยในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล” เรื่องที่ 4. “ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตีตกเงินดิจิตอลวอลเล็ต” เรื่องที่ 5. “แอปฯ ทางรัฐ แสดงข้อมูลเครดิตบูโร บัญชีติดหนี้ ใบสั่งจราจร ข้อมูลโดนฟ้องศาล หลังลงทะเบียน 10,000 บาท”   “จะเห็นได้ว่าข่าวปลอมเหล่านี้ ได้อ้างถึงหน่วยงานรัฐ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือของข่าวปลอม และข้อมูลที่บิดเบือน แต่เมื่อมีการตรวจสอบกับหน่วยงานที่มีการกล่าวอ้างแล้วพบว่า ไม่เป็นความจริง  โดยข่าวปลอม หรือข้อมูลบิดเบือนดังกล่าวถือเป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ร้ายแรง อันเป็นการสร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และความเสียหายต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง เนื่องจากเป็นเรื่องที่ประชาชนกำลังให้ความสนใจมากที่สุดอยู่ ณ ปัจจุบัน โดยกระทรวง ดีอี มีความห่วงใยประชาชน จึงขอเตือนให้ประชาชนอย่าเชื่อ อย่าแชร์ข่าวปลอมดังกล่าว เพื่อตัดวงจรการก่ออาชญากรรมออนไลน์ของมิจฉาชีพ โดยหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต สามารถโทรสายด่วน Digital Wallet 1111 ตลอด 24 ชม.” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว   อย่างไรก็ตาม ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการดิจิทัลวอลเล็ต สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเตรียมการลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ซึ่งเป็นข้อมูลโดยตรงจากรัฐบาลที่เชื่อถือได้ ผ่านเว็บไซต์ www.digitalwallet.go.th หรือ www.กระเป๋าเงินดิจิทัล.รัฐบาล.ไทย และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านศูนย์บริการข้อมูลโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet โทรสายด่วน Digital Wallet 1111 พร้อมให้บริการและคำแนะนำปรึกษาแก่ประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง   สอบถามข้อมูลข่าวสารโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” โทรสายด่วน Digital Wallet 1111 (24 ชม.)   --------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้ (4 สิงหาคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะ พระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันสื่อสารแห่งชาติ ประจำปี 2567 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่สำคัญอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะด้านสื่อสาร โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี คณะผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานในสังกัด และเจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี พร้อมด้วย ศาสตราจารย์คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เป็นประธานร่วม และผู้บริหารพร้อมพนักงานสำนักงาน กสทช. เข้าร่วมพิธี ณ บริเวณลานหน้าอาคารอำนวยการ กสทช.   ทั้งนี้หน่วยงานในสังกัดที่เข้าร่วมพิธี ได้แก่ กรมอุตุนิยมวิทยา, สำนักงานสถิติแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน), บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล, สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์, สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล, สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน), กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เป็นต้น ------------------------------------------------------

วันนี้ (4 สิงหาคม 2567) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะพระอนุสาวรีย์ จอมพล สมเด็จพระราชปิตุลา บรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เนื่องในวันสื่อสารแห่งชาติ ประจำปี 2567 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงประกอบพระกรณียกิจที่สำคัญอันเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะด้านสื่อสาร โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี คณะผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานในสังกัด และเจ้าหน้าที่กระทรวงดีอีเข้าร่วม ณ พระอนุสาวรีย์ฯ บริเวณเกาะกลางน้ำ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ   ทั้งนี้ยังมีหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.),  บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน), พระประยูรญาติ และหน่วยงานอื่นๆเป็นต้น   -----------------------------------------------------------



นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดงานนิทรรศการวันสื่อสารแห่งชาติ หัวข้อ "สื่อสารยุคดิจิทัลไร้ขีดจำกัด: เชื่อมโยง ผนึกพลัง ก้าวสู่อนาคต Inclusive Communication in the Digital Age: Bridging the Divide Embracing the Future" ร่วมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวง ดีอี นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวง ดีอี นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีฯ ผู้บริหารกระทรวง ดีอี และหน่วยงานในสังกัด พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายจากภาครัฐและเอกชน จำนวน 21 หน่วยงาน ณ ห้องออดิทอเรียม อาคาร 9 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT)   นายประเสริฐ กล่าวว่า กระทรวง ดีอี ได้จัดนิทรรศการวันสื่อสารแห่งชาติประจำปี 2567  ภายใต้หัวข้อ "สื่อสารยุคดิจิทัลไร้ขีดจำกัด: เชื่อมโยง ผนึกพลัง ก้าวสู่อนาคต" เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารในยุคดิจิทัลที่ไร้ขอบเขต และความจำเป็นในการสร้างการเชื่อมโยง ลดช่องว่างและก้าวไปสู่อนาคตร่วมกัน ซึ่งสอดคล้องกับพัฒนาการของการสื่อสารในประเทศไทยที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 141 ปี   รัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาด้านการสื่อสารและเทคโนโลยีดิจิทัล โดยกำหนดเป็นนโยบายสำคัญใน 3 ด้าน ประกอบด้วย 1) การเพิ่มขีดความสามารถด้านดิจิทัล สร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันของประเทศ 2) การสร้างความมั่นคงและปลอดภัยของเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล และ 3) การเพิ่มศักยภาพทุนมนุษย์ด้านดิจิทัล   ทั้งนี้มีเป้าหมายให้คนไทยทุกคน สามารถเข้าถึงการสื่อสารดิจิทัลได้อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม มีความมั่นคงและปลอดภัย เอื้อต่อการพัฒนาในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา สาธารณสุข เศรษฐกิจ หรือการบริการภาครัฐ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ   ขณะที่ในอีกมิติหนึ่ง เราก็กำลังเผชิญความท้าทายกับปัญหาด้านอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนให้กับคนไทยเป็นวงกว้าง     “ดังนั้นภารกิจของกระทรวง ดีอี จึงเดินหน้าไปในรูปแบบของการวางโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมในยุคดิจิทัล ควบคู่ไปกับการสร้างความตระหนักรู้ เป็นภูมิคุ้มกันให้กับคนไทย สร้างความเชื่อมั่นการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งเร่งเดินหน้าปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ เพื่อลดผลกระทบ และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ หรือ สายด่วน AOC 1441 ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลกับหน่วยงานพันธมิตร รับเรื่องร้องเรียนปัญหาอาชญากรรมออนไลน์จากประชาชน ในรูปแบบ One Stop Service โดยใช้เทคโนโลยี AI ในการวิเคราะห์ข้อมูล ช่วยให้การทำงาน ง่ายและฉับไว สกัดกั้นเส้นทางการเงิน ระงับการทำธุรกรรมได้ทันท่วงที” นายประเสริฐ กล่าว   นอกจากนี้ กระทรวง ดีอี ยังมีภารกิจการสนับสนุนการดำเนินโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่าน Digital Wallet หรือ โครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” ของรัฐบาล พร้อมทั้งตรวจสอบและเฝ้าระวังการก่ออาชญากรรมออนไลน์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้โครงการฯ บรรลุตามเป้าหมายการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ บนพื้นฐานความร่วมมือ รวมพลังของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเท่าเทียม และสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานดิจิทัล เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชนคนไทยทุกคน   --------------------------------------------------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.