Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา


วันที่ 21 สิงหาคม 2567 ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)  แถลงข่าวการป้องกันปัญหาเรื่องข้อมูลรั่วไหลภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนไปกระทำความผิดกฎหมาย และเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการทำธุรกรรมออนไลน์ รวมถึงโครงการต่าง ๆ ของภาครัฐ ซึ่งต้องมีการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในการยืนยันตัวตน คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 ที่รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับเทคโนโลยีและอื่น ๆ ได้มีคำสั่งปรับบริษัทเอกชนรายใหญ่ของประเทศที่มีการซื้อขายสินค้าออนไลน์ ที่ปล่อยให้ข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมากรั่วไหลไปยังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยไม่มีมาตรการควบคุมดูแลรักษาความมั่นคงปลอดภัยตามที่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนด รวมถึงบริษัทดังกล่าวไม่มีการแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) และละเลยไม่แจ้งเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่รั่วไหลให้แก่สำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทราบภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด  คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 จึงมีคำสั่งลงโทษปรับทางการปกครองบริษัทดังกล่าวในอัตราสูงสุดรวมจำนวนทั้งสิ้น 7 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้   1) บริษัทที่ถูกร้องเรียนได้เก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าจำนวนมากกว่า 1 แสนราย  และใช้ข้อมูลดังกล่าวในการประกอบธุรกิจหลักของบริษัท แต่กลับไม่มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ตามที่กฎหมายกำหนด จึงทำให้เมื่อเกิดข้อมูลรั่วไหล บริษัทดังกล่าวไม่สามารถเยียวยาแก้ไขปัญหาได้ ซึ่งเป็นกรณีดำเนินการที่ขัดต่อมาตรา 41 แห่งพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562   2) ผู้ถูกร้องเรียนดังกล่าวไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมตามที่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 กำหนด ทำให้ข้อมูลรั่วไหลจากบริษัทดังกล่าวไปยังกลุ่มมิจฉาชีพคือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และก่อให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการกระทำที่ขัดต่อมาตรา 37(1) แห่งพ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562   3) เมื่อเกิดเหตุข้อร้องเรียนจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทกลับเพิกเฉยไม่ดำเนินการแก้ไข และแจ้งเหตุให้สำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลล่าช้า ทำให้ไม่สามารถเยียวยาได้ อันเป็นความผิดตามมาตรา    37 (4) พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562   นอกจากคำสั่งในการปรับทางปกครองดังกล่าวเป็นจำนวน 7 ล้านบาท คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ     คณะที่ 2 ยังมีคำสั่งให้บริษัทผู้ถูกร้องเรียนปรับปรุงมาตรการรักษาความปลอดภัย โดยป้องกันไม่ให้ข้อมูลรั่วไหลอีก นอกจากนี้ยังมีคำสั่งกำชับให้บริษัทผู้ถูกร้องเรียนดำเนินการอบรมพนักงานเจ้าหน้าที่ รวมถึงเพิ่มเติมมาตรการรักษาความปลอดภัยให้ทันสมัย กับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป และมีหน้าที่ต้องแจ้งให้สำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลทราบถึงมาตรการแก้ไขดังกล่าวภายใน 7 วัน นับแต่ได้รับคำสั่ง   คำสั่งลงโทษปรับทางการปกครองดังกล่าว เป็นคำสั่งลงโทษปรับทางการปกครองฉบับแรกกับบริษัทเอกชนรายใหญ่ โดยคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญ คณะที่ 2 ตั้งแต่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลใช้บังคับ ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของสหภาพยุโรปหรือ GDPR   โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง DE ได้แถลงเพิ่มเติมว่าคำสั่งปรับดังกล่าวต้องการคุ้มครองประชาชนจากปัญหากรณีแก๊งคอลเซ็นเตอร์และข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลที่เป็นปัญหาหลักของประเทศในตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา รวมถึงเป็นการแจ้งเตือนไปยังหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานภาคเอกชนที่มีข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ให้ต้องดำเนินการแจ้งสำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามที่กฎหมายกำหนด โดยคำสั่งปรับทางการปกครองฉบับนี้จะใช้เป็นมาตรฐาน และบรรทัดฐานในการพิจารณาเรื่องข้อมูลรั่วไหลในภาครัฐ และภาคเอกชน ที่มีการร้องเรียนเข้าที่สำนักงานคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลต่อไป   รัฐมนตรีว่าการกระทรวง DE ยังกล่าวต่อไปด้วยว่า ผลจากการปรับครั้งนี้จะทำให้ภาครัฐและภาคเอกชนตื่นตัวในเรื่องการเคร่งครัดและปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ให้มากขึ้น รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการในการป้องปรามอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เกิดขึ้น จากการนำเอาข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนที่มีอยู่มากในปัจจุบันไปใช้โดยผิดกฎหมาย นอกจากนี้มาตรการดังกล่าวยังช่วยในการเยียวยาบรรเทาความเสียหายให้กับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหลจากเหตุดังกล่าวข้างต้น และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลทางออนไลน์ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนให้มากขึ้น   ช่องทางการติดต่อ PDPC หรือ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) สามารถติดต่อ เพื่อสอบถาม ขอคำปรึกษา หรือปรึกษาการยื่นเรื่องร้องเรียนได้ในวัน และ เวลาราชการ 📞  ขอคำปรึกษาเกี่ยวกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล 02 114 8504 และ 02 141 6993 📞  สอบถามการยื่นคำร้องเรียน : 02 142 1033 📞  ติดต่อ PDPA Center  : 02 027 8852     Line ID: @pdpcthailand 💻  ส่งหนังสือราชการ ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ดังนี้ 📧  e-mail : saraban@pdpc.or.th 🌐 เว็บไซต์ : www.pdpc.or.th #PDPC #PDPA #สคส #PDPACenter #ข้อมูลส่วนบุคคล ---------------------------------------------------

วันที่ 21 สิงหาคม 2567  นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานงานแถลงข่าว “เปิดตัวสถาบันวิชาการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (Thailand National Cyber Academy : THNCA)  ความก้าวหน้าการพัฒนาบุคลากรทุกช่วงวัยและก้าวต่อไป”  พร้อมการเสวนา ในหัวข้อ "ภัยคุกคามใส่เบอร์ในปัจจุบัน และการพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศ ให้พร้อมรับมือต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยพลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยโซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และผู้เชี่ยวชาญ โดยมี นายสุทธิเกียรติ วีระกิจพานิช ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นายวัลลภ รุจิรากร เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องพระศิวะ ชั้น 3 โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ   -----------------------------------------------------------  

วันที่ 22 สิงหาคม 2567 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแสดงความยินดีในงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงพาณิชย์ ครบรอบ 104 ปี โดยมีผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ให้การต้อนรับ ณ กระทรวงพาณิชย์ จ.นนทบุรี ----------------------------------------------------------

วันที่ 22 สิงหาคม 2567 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้แก่ชมรมอดีตข้าราชการการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เพื่อแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านดิจิทัลเศรษฐกิจและสังคม การป้องกันและปราบปรามอาชญกรรมออนไลน์รูปแบบต่างๆ ณ ห้องประชุมป๋วย อึ๊งภากรณ์ ชั้น 7 สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง   ----------------------------------------------------------

วันที่ 22 สิงหาคม 2567 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงานอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่องการบริหารจัดการความเสี่ยงและการควบคุมภายใน ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ณ โรงแรม ทีเค.พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น -------------------------------------------------------------

วันที่ 23 สิงหาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดโครงการให้ความรู้และส่งเสริมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแก่ประชาชนกลุ่มเปราะบางทางการได้ยิน การมองเห็น และคนชรา เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดีอี นายศิวรักษ์ ศิวโมกษธรรม เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)  ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ 2 ชั้น 4 ศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ ---------------------------------------------------

วันที่ 23 สิงหาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือความร่วมมือด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและดิจิทัล ระหว่างกระทรวง ดีอี และสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ (TCT) โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวง ดีอี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวง ดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ MEDS 1 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   ---------------------------------------------------

เมื่อวันที่ 18 - 22 สิงหาคม 2024 นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะประธานการประชุมกลุ่มงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของเอเปค (APEC Digital Economy Steering Group: DESG) ได้เข้าร่วมการประชุม APEC 2024 โดยมีการสนทนาและการเสวนาที่สำคัญหลายหัวข้อที่ครอบคลุมถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคของสมาชิกเขตเศรษฐกิจเอเปค ณ กรุงลิมา, สาธารณรัฐเปรู   การประชุม DESG ครั้งนี้เป็นไปอย่างคึกคักจากสมาชิกกลุ่ม DESG ทั้ง 16 เขตเศรษฐกิจเอเปคที่เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ โดยมีการจัดเสวนานโยบายสำคัญ 4 หัวข้อ ได้แก่ การทำให้ธุรกิจที่ไม่เป็นทางการกลายเป็นธุรกิจที่ถูกกฎหมาย (The formalization of informal businesses) การกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (AI) (artificial intelligence (AI) governance) การพัฒนาด้านเศรษฐกิจดิจิทัลและเศรษฐกิจสีเขียวอย่างยั่งยืน (digital and green development) และการพัฒนาระบบการระบุตัวตนทางดิจิทัล (Digital identity systems) หัวข้อเหล่านี้ได้เปิดโอกาสให้สมาชิกจากหลายเศรษฐกิจได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแบ่งปันข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์   จากการอภิปรายในหัวข้อต่าง ๆ ข้างต้น ได้มีการเน้นย้ำถึงประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมอีคอมเมิร์ซและการค้าดิจิทัล การสนับสนุน MSMEs และกลุ่มชนกลุ่มน้อยในการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อเข้าสู่ตลาดระหว่างประเทศและการสร้างกฎระเบียบด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีใหม่ที่สมดุลเพื่อสนับสนุนนวัตกรรมและการเติบโตอย่างยั่งยืน   ผลลัพธ์หลักจากการประชุมครั้งนี้รวมถึงการส่งเสริมให้เศรษฐกิจต่างๆ ใช้ประโยชน์จากกองทุนย่อยนวัตกรรมดิจิทัลของ APEC และการเริ่มต้นการปรึกษาหารือเกี่ยวกับตำแหน่งประธานและรองประธาน DESG สาหรับปี 2025-2026 นอกจากนี้ การประชุมยังได้รับการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันจากภาคเอกชนและองค์กรระหว่างประเทศ เช่น Walmart, ABAC, PECC, CIPL และ World Economic Forum   ดร.เอกพงษ์ ยังได้กล่าวถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างฟอรั่มต่าง ๆ ภายใน APEC โดยยินดีต้อนรับการร่วมมือข้ามฟอรั่มเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคให้เติบโตอย่างยั่งยืนและครอบคลุมมากยิ่งขึ้น   ---------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “แรงงานชาวเมียนมาร์ เรียกร้องสิทธิเทียบเท่าคนไทย” รองลงมาคือเรื่อง “โหลดแอปพลิเคชันทางรัฐ ข้อมูลจะไปอยู่ที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์” โดยขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความสับสน เข้าใจผิด และส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 16 – 22 สิงหาคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 855,407 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 333  ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 312  ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 13 ข้อความ และผ่านช่องทาง Facebook จำนวน 8 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 184 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 82 เรื่อง ทั้งนี้ กระทรวง ดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 99 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 52 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 8 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 8 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 17 เรื่อง นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ พบว่าเป็นข่าวกลุ่มนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความมั่นคง ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการของรัฐบาล อย่างโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” ซึ่งกล่าวถึง แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” จำนวน 3 อันดับ แสดงให้เห็นว่าประชาชนยังคงให้ความสนใจต่อโครงการนี้ ขณะที่ข่าวอื่นๆ เป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับการแอบอ้างหน่วยงานของรัฐ และข่าวด้านสุขภาพ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง แรงงานชาวเมียนมาร์ เรียกร้องสิทธิเทียบเท่าคนไทยอันดับที่ 2 : เรื่อง โหลดแอปพลิเคชันทางรัฐ ข้อมูลจะไปอยู่ที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ อันดับที่ 3 : เรื่อง แม่ค้าออนไลน์ที่สมัครแอปฯ ทางรัฐ ขณะนี้โดนอายัดบัญชีแล้ว อันดับที่ 4 : เรื่อง กรมพัฒนาฝีมือแรงงานรับสมัครงานพับถุงกาแฟ ลงทะเบียนฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านเพจ Department of Employment อันดับที่ 5 : เรื่อง แอปพลิเคชันทางรัฐ เก็บข้อมูลคนไทย 50 ล้านคน เป็นระบบเปิดที่เชื่อมต่อไปถึงบัญชีธนาคารของทุกคน อันดับที่ 6 : เรื่อง ผลิตภัณฑ์ SIMPLY POTENT PROSTATE SUPPORT บรรเทาอาการไม่พึงประสงค์ของต่อมลูกหมาก และทางเดินปัสสาวะ อันดับที่ 7 : เรื่อง รับสมัครคนช่วยแพ็กของ ทางเพจกรมจัดหางานฝีมือสร้างรายได้ อันดับที่ 8 : เรื่อง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน รับสมัครงานพับถุงกาแฟ รายได้ 540 บาทต่อวัน ผ่านเพจ Department of Skill อันดับที่ 9 : เรื่อง ปวดกล้ามเนื้อต้นขาด้านนอก ลมหายใจเหม็น ลิ้นเป็นฝ้า คืออาการลำไส้ใหญ่มีปัญหา อันดับที่ 10 : เรื่อง เพจเฟซบุ๊กทางรัฐ ทางลัด ให้บริการยื่น-จ่าย-รับ ไม่ต้องรอเวลาราชการ              “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับ ข้างต้น พบว่า เป็นข่าวเกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐ และหน่วยงานของรัฐ มากถึง 7 อันดับ โดยเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับแรงงาน และอาชีพของประชาชน ถึง 4 อันดับ และข่าวที่เกี่ยวข้องกับโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” 3 อันดับ โดยโครงการที่กล่าวมาทั้งหมดมีผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง หากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “แรงงานชาวเมียนมาร์ เรียกร้องสิทธิเทียบเท่าคนไทย” เป็นข้อมูลเท็จ โดยกระทรวง ดีอี ได้ประสานงานกับ กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงข้อมูลจริงว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อร้องเรียนต่างๆ จากแรงงานเมียนมาร์ แต่อย่างใด ด้านข่าวปลอม อันดับ 2 “โหลดแอปพลิเคชันทางรัฐ ข้อมูลจะไปอยู่ที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์” กระทรวง ดีอี ได้ประสานงานตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA พบว่า เป็นข้อมูลเท็จ โดยแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” และระบบงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนั้นมีการดำเนินการตามมาตรการป้องกันการโจรกรรมข้อมูลอย่างรัดกุม มีความปลอดภัยสูง ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 27001:2013 ระบบการบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ (Information Security Management Systems – ISMS) จึงมั่นใจได้ว่า ข้อมูลจะไม่ถูกเปิดเผยไปภายนอกได้ และไม่ได้มีการเก็บข้อมูลประชาชนจากหน่วยงานต้นทาง หรือของประชาชนที่ลงทะเบียนมาไว้ที่แอปพลิเคชันทางรัฐแต่อย่างใด โดยข้อมูลส่วนบุคคลที่แสดงในแอปพลิเคชันทางรัฐ สามารถเข้าถึงได้เฉพาะเจ้าของข้อมูลและผู้มีอำนาจตามกฎหมายในการเข้าถึงข้อมูลเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดสอบถามข้อมูลข่าวสารโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” โทรสายด่วน Digital Wallet 1111 (24 ชม.)สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                                                                      --------------------------------------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์รายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “กรุงไทยอนุมัติสินเชื่อไม่เช็กเครดิตบูโร วงเงินสูงสุด 2 ล้านบาท” รองลงมาคือเรื่อง “สมัครโครงการรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท ฝาก-ถอน ไม่มีขั้นต่ำ สมัครผ่านเว็บไซต์” โดยขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความเสียหายให้กับข้อมูลส่วนบุคคลและทรัพย์สิน โดยหากมีการส่งต่ออาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 16 – 22 สิงหาคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 855,407 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 333  ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 312 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 13 ข้อความ และผ่านช่องทาง Facebook จำนวน 8 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 184 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 82 เรื่อง  โดยในจำนวนนี้มีข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุด จำนวน 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง กรุงไทยอนุมัติสินเชื่อไม่เช็กเครดิตบูโร วงเงินสูงสุด 2 ล้านบาท อันดับที่ 2 : เรื่อง สมัครโครงการรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท ฝาก-ถอน ไม่มีขั้นต่ำ สมัครผ่านเว็บไซต์ อันดับที่ 3 : เรื่อง ให้เติมเงิน 50 บาท แล้วจะโอนเงินดิจิทัลฯ ให้ 10,000 บาท อันดับที่ 4 : เรื่อง กองทุนผู้สูงอายุชักชวนวัยเกษียณลงทุนผ่านเพจเฟซบุ๊ก อันดับที่ 5 : เรื่อง ผู้บริหารใหญ่ธนาคารกรุงไทยแถลงการณ์ ช่วยเหลือประชาชนผ่าน TikTok ช่อง officerloan7 อันดับที่ 6 : เรื่อง กระทรวงมหาดไทย เปิดเพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ช่วยเหลือรับแจ้งความคดีอาชญากรรมทางโลกออนไลน์ อันดับที่ 7 : เรื่อง เงินกู้อนุมัติไว ตั้งแต่ 5,000-1,000,000 บาท ผ่อนนาน 2 ปี ผ่านเพจ ธนาคาร ออมสิน อันดับที่ 8 : เรื่อง ศูนย์ดำรงธรรม เปิดเพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ดำรงธรรม พื้นที่ความหวัง พึ่งของประชาชน อันดับที่ 9 : เรื่อง ปปง. เปิดเพจเฟซบุ๊ก ศูนย์รับเรื่องออนไลน์คดีออนไลน์เท่านั้น อันดับที่ 10 : เรื่อง สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) เปิดเพจเฟซบุ๊ก DGA Thailand ใหม่              “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่เกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ จาก 10 อันดับ ข้างต้น ยังคงพบว่า ส่วนใหญ่เป็นข่าวการทำธุรกรรมที่มีการแอบอ้างถึงหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะอันดับ 1 ที่แอบอ้างว่า “กรุงไทยอนุมัติสินเชื่อไม่เช็กเครดิตบูโร วงเงินสูงสุด 2 ล้านบาท” นั้น ทั้งนี้ กระทรวง ดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ ธ.กรุงไทย เพื่อตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว พบว่า เพจเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า ttbcashtogo.com ไม่ใช่บัญชีหรือเพจของธนาคารกรุงไทย เป็นการแอบอ้างใช้โลโก้โดยไม่ได้รับอนุญาต และธนาคารไม่ได้ปล่อยสินเชื่อหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล่อยสินเชื่อผ่านช่องทางดังกล่าวแต่อย่างใด โดยธนาคารกรุงไทยไม่มีนโยบายปล่อยสินเชื่อผ่านช่องทางออนไลน์ใด ๆ ทั้งสิ้น ดังนั้นหากประชาชนไม่ตรวจสอบรายละเอียดของข้อเท็จจริง อาจถูกมิจฉาชีพหลอกลวงดึงข้อมูลส่วนบุคคล และอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินได้ หรือหากมีการแชร์ เผยแพร่ต่อๆกันไป อาจกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ในสังคมได้” นายเวทางค์ กล่าว          อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด โดยสามารถสอบถามผ่าน สายด่วน 1111 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกันนี้ขอให้ประชาชน ยึด “หลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน” หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441สอบถามข้อมูลข่าวสารโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” โทรสายด่วน Digital Wallet 1111 (24 ชม.)สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                                                                        ---------------------------------------------------------------


วันนี้ (14 สิงหาคม 2567) สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้จัดกิจกรรม “E-Waste” ภายใต้โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม “คน DE หัวใจสีเขียว” ประจำปี 2567 ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ ชั้น 6 เพื่อส่งเสริมการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธีและตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้บุคลากรภายในสำนักงานได้ร่วมบริจาคสิ่งของเหลือใช้ เช่น ขยะอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่ชำรุด และวัสดุรีไซเคิลอื่นๆ เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกสุขลักษณะและนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ ช่วยลดปริมาณขยะและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ร่วมถึงเป็นการส่งเสริมจิตสำนึกในการดูแลสิ่งแวดล้อม และเป็นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี โดยมุ่งเน้นให้บุคลากรร่วมกันสร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืน” นอกจากนี้ กิจกรรมนี้ยังเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โดย สำนักงานปลัดกระทรวงฯ ได้ร่วมมือกับบริษัทจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ในการนำขยะที่รวบรวมได้ไปกำจัดอย่างถูกวิธี สำหรับกิจกรรม E-Waste นี้จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือนในวันพุธสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน เพื่อให้บุคลากรได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง จึงขอเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันในการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างโลกที่น่าอยู่ร่วมกัน

วันนี้ (24 กรกฎาคม 2567) สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมรณรงค์ลดปริมาณขยะพลาสติกด้วยการจัดกิจกรรม “คุณทำได้ เลิกใช้พลาสติก” ภายใต้โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม “คน DE หัวใจสีเขียว” ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ ทิศเหนือ ชั้น 6 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ โดยกิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรภายในองค์กรตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม ร่วมกันลดการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง และเพื่อนำไปจัดการอย่างถูกวิธีและส่งเสริมการรีไซเคิล กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้บุคลากรนำผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ไม่ใช้แล้ว เช่น แก้วพลาสติก หลอดพลาสติก และบรรจุภัณฑ์พลาสติกต่างๆ มาบริจาค เพื่อเป็นการลดการใช้พลาสติกประเภทใช้แล้วทิ้ง ช่วยลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้น อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้เกิดการรีไซเคิลและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น   กิจกรรม “คุณทำได้ เลิกใช้พลาสติก” จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือนในวันพุธสัปดาห์ที่ 3 เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง จึงขอเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันในการลดปริมาณขยะพลาสติก เพื่อสร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืน

วันนี้ (10 กรกฎาคม 2567) สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เดินหน้าส่งเสริมการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี ด้วยการจัดกิจกรรม "E-Waste ครั้งที่ 2" ภายใต้โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม "คน DE หัวใจสีเขียว" ประจำปี 2567 ณ ลานอเนกประสงค์ ทิศเหนือ ชั้น 6 กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้บุคลากรภายในสำนักงานได้ร่วมบริจาคสิ่งของเหลือใช้ เช่น ขยะอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่ชำรุด และวัสดุรีไซเคิลอื่นๆ เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกสุขลักษณะและนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ ช่วยลดปริมาณขยะและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยการจัดกิจกรรม E-Waste อย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของดีอีเอสในการส่งเสริมจิตสำนึกในการดูแลสิ่งแวดล้อม และเป็นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี โดยมุ่งเน้นให้บุคลากรร่วมกันสร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืน ซึ่งกิจกรรม E-Waste ครั้งที่ 2 นี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากบุคลากรโดยมีการนำสิ่งของเหลือใช้มาบริจาคจำนวนมาก ซึ่งจะถูกนำไปจัดการอย่างถูกวิธีตามขั้นตอนต่อไป สำหรับกิจกรรม E-Waste นี้จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือนในวันพุธสัปดาห์ที่ 2 เพื่อให้บุคลากรได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง สป.ดศ. ขอเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันในการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างโลกที่น่าอยู่ร่วมกันอย่างแท้จริง

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.