Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา


วันนี้ (14 สิงหาคม 2567) สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้จัดกิจกรรม “E-Waste” ภายใต้โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม “คน DE หัวใจสีเขียว” ประจำปี 2567 ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ ชั้น 6 เพื่อส่งเสริมการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธีและตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้บุคลากรภายในสำนักงานได้ร่วมบริจาคสิ่งของเหลือใช้ เช่น ขยะอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่ชำรุด และวัสดุรีไซเคิลอื่นๆ เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกสุขลักษณะและนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ ช่วยลดปริมาณขยะและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ร่วมถึงเป็นการส่งเสริมจิตสำนึกในการดูแลสิ่งแวดล้อม และเป็นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี โดยมุ่งเน้นให้บุคลากรร่วมกันสร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืน” นอกจากนี้ กิจกรรมนี้ยังเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในการแก้ไขปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม โดย สำนักงานปลัดกระทรวงฯ ได้ร่วมมือกับบริษัทจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์ในการนำขยะที่รวบรวมได้ไปกำจัดอย่างถูกวิธี สำหรับกิจกรรม E-Waste นี้จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือนในวันพุธสัปดาห์ที่ 2 ของเดือน เพื่อให้บุคลากรได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง จึงขอเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันในการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างโลกที่น่าอยู่ร่วมกัน

วันนี้ (24 กรกฎาคม 2567) สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมรณรงค์ลดปริมาณขยะพลาสติกด้วยการจัดกิจกรรม “คุณทำได้ เลิกใช้พลาสติก” ภายใต้โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม “คน DE หัวใจสีเขียว” ณ บริเวณลานอเนกประสงค์ ทิศเหนือ ชั้น 6 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ โดยกิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้บุคลากรภายในองค์กรตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม ร่วมกันลดการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง และเพื่อนำไปจัดการอย่างถูกวิธีและส่งเสริมการรีไซเคิล กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้บุคลากรนำผลิตภัณฑ์พลาสติกที่ไม่ใช้แล้ว เช่น แก้วพลาสติก หลอดพลาสติก และบรรจุภัณฑ์พลาสติกต่างๆ มาบริจาค เพื่อเป็นการลดการใช้พลาสติกประเภทใช้แล้วทิ้ง ช่วยลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้น อีกทั้งเป็นการส่งเสริมให้เกิดการรีไซเคิลและการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น   กิจกรรม “คุณทำได้ เลิกใช้พลาสติก” จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือนในวันพุธสัปดาห์ที่ 3 เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง จึงขอเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันในการลดปริมาณขยะพลาสติก เพื่อสร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืน

วันนี้ (10 กรกฎาคม 2567) สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เดินหน้าส่งเสริมการจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี ด้วยการจัดกิจกรรม "E-Waste ครั้งที่ 2" ภายใต้โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม "คน DE หัวใจสีเขียว" ประจำปี 2567 ณ ลานอเนกประสงค์ ทิศเหนือ ชั้น 6 กิจกรรมดังกล่าวเปิดโอกาสให้บุคลากรภายในสำนักงานได้ร่วมบริจาคสิ่งของเหลือใช้ เช่น ขยะอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่ชำรุด และวัสดุรีไซเคิลอื่นๆ เพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกสุขลักษณะและนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ ช่วยลดปริมาณขยะและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยการจัดกิจกรรม E-Waste อย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของดีอีเอสในการส่งเสริมจิตสำนึกในการดูแลสิ่งแวดล้อม และเป็นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี โดยมุ่งเน้นให้บุคลากรร่วมกันสร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืน ซึ่งกิจกรรม E-Waste ครั้งที่ 2 นี้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากบุคลากรโดยมีการนำสิ่งของเหลือใช้มาบริจาคจำนวนมาก ซึ่งจะถูกนำไปจัดการอย่างถูกวิธีตามขั้นตอนต่อไป สำหรับกิจกรรม E-Waste นี้จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือนในวันพุธสัปดาห์ที่ 2 เพื่อให้บุคลากรได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง สป.ดศ. ขอเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันในการดูแลสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างโลกที่น่าอยู่ร่วมกันอย่างแท้จริง

วันที่ 26 สิงหาคม 2567 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ The ASEAN Combating Online Scam Workshop ร่วมด้วย Ms. Kate Rebholz รองผู้แทนถาวรสหรัฐอเมริกาประจำอาเซียน โดยมี นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี ผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียนและสหรัฐอเมริกา ผู้แทนสำนักเลขาธิการอาเซียน ร่วมด้วยผู้เชี่ยวชาญและวิทยากรจากประเทศสมาชิกอาเซียน สหรัฐอเมริกา และบริษัทเอกชนชั้นนำของสหรัฐอเมริกา และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ โรงแรม The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel กรุงเทพฯ และผ่านระบบการประชุมทางไกล   การประชุมเชิงปฏิบัติการ The ASEAN Combating Online Scam Workshop ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 - 27 สิงหาคม 2567 เป็นความร่วมมือระหว่างประเทศไทย โดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับสหรัฐอเมริกา โดย Cyberspace and Digital Policy, U.S. Department of State ซึ่งเป็นการดำเนินการส่วนหนึ่งของแผนงานดิจิทัลของอาเซียน - สหรัฐอเมริกา ปี 2567 (ASEAN - US 2024 Digital Work Plan) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อต่อต้านการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ในอาเซียน การแลกเปลี่ยนและแบ่งปันแนวทางปฏิบัติที่ดีในการนำแนวทางกำกับดูแลโทรคมนาคมและการคุ้มครองผู้บริโภคที่มีประสิทธิภาพมาใช้ดำเนินการ บทบาทของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการต่อสู้และรับมือกับปัญหาดังกล่าว ได้มีการนำเสนอหัวข้อสำคัญ เช่น ความพยายามของอาเซียนต่อการรับมือกับปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ มุมมองของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาต่อการรับมือภัยคุกคามทางออนไลน์ แนวทางการต่อสู้และรับมือต่อปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ของอาเซียนและสหรัฐอเมริกา บทบาทของหน่วยงานกำกับดูแล ด้านโทรคมนาคมในการจำแนกแหล่งที่มาของการโทรศัพท์หลอกลวง แนวทางการคุ้มครองผู้บริโภค ตัวอย่างกรณีศึกษาอาชญากรรมทางการเงิน สกุลเงินดิจิทัล (Crypto Currency) และ Digital Token บทบาทของภาคเอกชนต่อปัญหาการหลอกลวงทางออนไลน์ เป็นต้น   -------------------------------------------------------------------------

วันนี้ (21 สิงหาคม 2567) สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เดินหน้าส่งเสริมการลดขยะและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ด้วยการจัดกิจกรรม "reBOX ครั้งที่ 3" ภายใต้โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม "คน DE หัวใจสีเขียว" ประจำปี 2567 ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 6 ทิศเหนือ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา โดยกิจกรรมนี้เปิดโอกาสให้บุคลากรภายในสำนักงานได้ร่วมกันนำกล่องกระดาษพัสดุ ซองจดหมาย แกนทิชชู และกระดาษที่ไม่ใช้แล้วมารวมกัน เพื่อนำไปรีไซเคิลและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ช่วยลดปริมาณขยะในหลุมฝังกลบ และเป็นการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของสำนักงานปลัดกระทรวงฯ ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ที่ต้องการส่งเสริมให้บุคลากรทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการลดขยะ และร่วมกันสร้างสรรค์สำนักงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม" กิจกรรม reBOX จะจัดขึ้นเป็นประจำทุกเดือนในวันพุธที่ 3 เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง จึงเชิญชวนให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันในการลดปริมาณขยะกระดาษ เพื่อสร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืน

วันที่ 26 สิงหาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการหารือกับสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย (ATSI) โดยมี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดีอี นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงดีอี รศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม MDES1 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   --------------------------------------------------------

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินสไลด์ ในพื้นที่หลายแห่งทางภาคเหนือในขณะนี้ ส่งผลให้ สัญญาณโทรศัพท์ในบางพื้นที่ไม่สามารถใช้การได้ กระทรวง ดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในแต่ละพื้นที่ โดยเร่งรัดดำเนินการตรวจสอบ  สถานีฐานเครื่องรับ-ส่งสัญญาณโทรคมนาคม (Cell Site) และจัดเตรียมรถโมบายล์ชุมสายเคลื่อนที่เร็ว (COW หรือ Cell-On-Wheel) เข้าไปยังจุดที่สัญญาณการสื่อสารขาดหาย   นอกจากนี้ กระทรวง ดีอี ยังได้ประสานงานผู้ให้บริการเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ TRUE และ AIS พบว่าปัญหาเกิดจากดินถล่ม และมีปัญหากกระแสไฟฟ้าขัดข้อง โดยเบื้องต้นได้เร่งรัดให้มีการกู้คืนสถานีสัญญาณในแต่ละจุดที่มีปัญหาให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ รวมถึงส่งรถโมบายล์ COW เข้าไปประจำพื้นที่ในแต่ละจุดเพื่อทดแทนสถานีสัญญาณที่เกิดปัญหา ซึ่งขณะนี้ผู้ให้บริการเครือข่ายกำลังเร่งแก้ไข โดยผู้ให้บริการเครือข่าย AIS เตรียมประเมินสถานการณ์ ถึงความจำเป็นในการจัดส่งรถโมบายล์ COW แบบใช้ระบบดาวเทียมร่วมด้วย ซึ่งรถโมบายล์ดังกล่าว จะเพิ่มศักยภาพการกระจายขอบเขตสัญญาณได้กว้างกว่า รถ COW ธรรมดา   “กระทรวง ดีอี มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์อุทกภัย ที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดของภาคเหนือ อาทิ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ และสุโขทัย ฯลฯ โดยมอบหมายให้ทุกหน่วยงานในสังกัด ได้ติดตามสถานการณ์และประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชน พร้อมทั้งมอบหมายให้ กรมอุตุฯ เฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อสามารถดำเนินการแจ้งเตือนภัยให้กับประชาชน และประสานหน่วยงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที” รมว.ประเสริฐ กล่าว             --------------------------------------------------------------------------------------

วันนี้ ( 26 มิถุนายน 2567) สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดูแลสิ่งแวดล้อม ด้วยการเปิดตัวกิจกรรม “คุณทำได้ เลิกใช้พลาสติก” ครั้งที่ 1 ภายใต้โครงการเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม “คน DE หัวใจสีเขียว” ประจำปี 2567 ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 6 ทิศเหนือ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา  โดยกิจกรรมนี้มุ่งเน้นให้บุคลากรภายในสำนักงานลดการใช้ผลิตภัณฑ์พลาสติกแบบใช้แล้วทิ้ง เช่น กล่องโฟม แก้วพลาสติก หลอดพลาสติก และบรรจุภัณฑ์พลาสติกต่างๆ โดยส่งเสริมให้พกพาภาชนะส่วนตัว เช่น แก้วน้ำสแตนเลส ช้อนส้อมส่วนตัว และถุงผ้า เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกที่เกิดขึ้น  ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างจิตสำนึกให้กับบุคลากรทุกคน และเป็นการส่งเสริมให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมไปสู่การใช้ชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น กิจกรรม “คุณทำได้ เลิกใช้พลาสติก” จะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยสามารถนำพลาสติกแบบใช้แล้วทิ้งมาร่วมกิจกรรมในทุกวันพุธที่ 3 ของเดือน 

ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดการอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ โครงการอบรมการดำเนินงานภาครัฐผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลแบบไร้กระดาษ (Paperless Government) โดยมีผู้บริหารสำนักงานสถิติแห่งชาติ ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) และผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ เข้าร่วม ณ โรงแรม ทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น (TK Palace) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ   ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์  กล่าวว่า การขับเคลื่อนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพ และความโปร่งใส ในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ถือเป็นก้าวสำคัญของการพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวง ดีอี โดยมีเป้าหมายเปลี่ยนแปลงการทำงานของภาครัฐให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด ผ่านนโยบาย "Go Cloud First" ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัล ที่มุ่งเน้นการใช้ระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการบริหารจัดการข้อมูลและบริการต่างๆ ของหน่วยงานภาครัฐ    ทั้งนี้กระทรวง ดีอี ได้ดำเนินการการจัดทำและพัฒนาระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) อย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบงานต่าง ๆ ภายใต้งานบริการ คลาวด์กลางภาครัฐ ได้แก่ ระบบ e-Office ที่ถูกพัฒนาเพื่อให้สามารถบูรณาการและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ภายในองค์กรภาครัฐ    สำหรับระบบ e-Office เป็นการเชื่อมโยงกระบวนงานภายในของหน่วยงานบนแพลตฟอร์มเดียว เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูล และการทำงานร่วมกัน ทำให้สะดวกรวดเร็วและมีความโปร่งใสในการจัดการงานสารบรรณและเอกสารผ่านระบบดิจิทัล โดยมีระบบงานย่อยในการบริหารจัดการทรัพยากรภายในองค์กร เช่น การจัดการประชุม การจองทรัพยากร และการบริหารครุภัณฑ์ เป็นต้น   “แม้ว่าหลายหน่วยงานจะเริ่มพัฒนาระบบบริการประชาชน ผ่านระบบออนไลน์หรืออิเล็กทรอนิกส์ แต่ปัจจุบันยังพบว่า ระบบหลังบ้านของหน่วยงานราชการยังคงมีการใช้กระดาษเพื่อการดำเนินการภายในองค์กรอยู่เป็นจำนวนมาก กระทรวง ดีอี จึงได้พัฒนาระบบ ThaiD ที่รับผิดชอบโดยกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นระบบยืนยันตัวตนของประชาชนแบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้บุคลากรหน่วยงานรัฐ ใช้ยืนยันตัวตนลงทะเบียนเข้าสู่ระบบการทำงานของแต่ละหน่วยงาน โดยปัจจุบันพบว่ามีบุคลากรของรัฐ ประมาณ 15-17 ล้านคน ที่มีบัญชี ThaiD ของตนเอง วันนี้จึงเป็นหน้าที่ของแต่ละหน่วยงาน ในการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานไปสู่การระบบอิเล็กทรอนิกส์แทนการใช้กระดาษ เพื่อปรับเปลี่ยนไปสู่การทำงาน e-Office อย่างเต็มรูปแบบ” ปลัด กระทรวง ดีอี กล่าว   ปัจจุบันกระทรวง ดีอี ได้บูรณาการการทำงานด้วยระบบคลาวด์กลางภาครัฐ ร่วมกับกระทรวงต่างๆ และหน่วยงานในสังกัด ล่าสุดคือความร่วมมือของการใช้ระบบ คลาวด์กลางภาครัฐ และ e-Office ในกระบวนยุติธรรม ของศาลอาญา และศาลแพ่ง ที่เรียกว่า “ระบบยื่นคำร้องขอปิดกั้นเว็บไซต์ทางออนไลน์” โดยดำเนินการยื่นคำร้องอิเล็กทรอนิกส์ต่อศาล พร้อมด้วยพยานหลักฐานทางอิเล็กทรอนิกส์ 100% ซึ่งศาลได้มีการพิจารณาคำร้อง พยานหลักฐาน รวมถึงการไต่สวนคำร้องทางออนไลน์ และมีคำสั่งศาลโดยใช้ Digital Signature ในการลงนาม ทำให้มีความรวดเร็ว สามารถรับคำสั่งศาลได้ภายในวันที่ยื่น    อย่างไรก็ตามการขับเคลื่อนนโยบาลรัฐบาลดิจิทัล จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ โดยเริ่มจากการปรับเปลี่ยนงานเอกสารภายในสำนักงาน ต่อยอดไปสู่การเชื่อมโยงกับระบบบริการในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยใช้ ระบบคลาวด์ ในการจัดเก็บข้อมูลภายใต้มาตรฐานการดูแลรักษาความปลอดภัยที่มั่นคง และเชื่อถือได้ สร้างความเชื่อมั่นการใช้เทคโนโลยีให้กับประชาชน ทำให้เกิดการใช้งานตามนโยบายรัฐบาลดิจิทัลครอบคลุมทั่วประเทศ มีความเป็นมาตรฐานและประสิทธิภาพตามเป้าหมายของรัฐบาล อันจะหมายถึงการให้บริการประชาชนได้อย่างเต็มศักยภาพอย่างเท่าเทียม ทั่วถึง และยั่งยืน     --------------------------------------------------------------------------------------  

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวง ดีอี ได้มอบหมายให้ ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล PDPC Eagle Eye สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ติดตาม เฝ้าระวัง การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนอย่างต่อเนื่อง   ทั้งนี้จากสถิติผลการดำเนินการ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2566 จนถึง 31 กรกฎาคม 2567 ได้ทำการตรวจสอบ ติดตาม เฝ้าระวัง การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลจากเว็บไซต์ของหน่วยงานต่าง ๆ จำนวน 31,561 หน่วย พบว่ามีกรณีการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน จำนวน 6,086 เรื่อง และแจ้งหน่วยงานให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาแล้ว 6,081 เรื่อง และยังมี 5 เรื่อง ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ ซึ่งจากสถิติดังกล่าวพบว่า ลดลงจาก 31.40 % ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2566 เหลือ 1.62 % ในช่วงเดือนกรกฎาคม 2567    ด้านหน่วยงานที่มีข้อมูลรั่วไหลมากที่สุดคือ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีข้อมูลรั่วไหลจำนวน 2,850 เรื่อง ขณะเดียวกันยังตรวจพบการขายข้อมูลจำนวน 139 เรื่อง ซึ่งกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ได้ดำเนินการจับกุมผู้กระทำผิดทั้งสิ้น 11 ราย    อย่างไรก็ตาม กระทรวง ดีอี ได้มอบหมายให้ PDPC เร่งดำเนินการประชาสัมพันธ์ และสร้างความตระหนักรู้ ด้านกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (กฎหมาย PDPA) และตรวจสอบการรั่วไหลข้อมูลส่วนบุคคลของหน่วยงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกภาคส่วนเกิดความมั่นใจและให้ผู้เกี่ยวข้องตระหนักถึงหน้าที่ความรับผิดชอบในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนด   “จากสถิติดังกล่าว จะเห็นได้ว่าการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลในภาพรวมลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงพบการรั่วไหลของข้อมูลจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการประชาชนอยู่ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อเฝ้าระวัง ติดตาม ตรวจสอบ และกำกับดูแลหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย PDPA อย่างเคร่งครัด และป้องกันไม่ให้หน่วยงานเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนโดยไม่เหมาะสมบนช่องทางสาธารณะ โดยหากตรวจพบหน่วยงานที่มีการกระทำผิดอย่างต่อเนื่องและมีผลกระทบร้ายแรง จำเป็นจะต้องมีลงโทษ มีการปรับทางปกครองอย่างเด็ดขาดตามกฎหมาย PDPA ต่อไป” นายประเสริฐ กล่าว   -------------------------------------------------------------------------------------- #กระทรวงดิจิทัล #กระทรวงดีอี #DE #รมวประเสริฐ

นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 19-25  สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย คดีที่ 1 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 278,400 บาท ผู้เสียหายพบโฆษณาหารายได้พิเศษ ผ่านช่องทาง Facebook เกี่ยวกับการรับสินค้ามาทำที่บ้าน จึงสนใจทักไปสอบถามแล้วเพิ่มเพื่อนทาง Line มิจฉาชีพแจ้งว่าต้องรอรับอุปกรณ์ จากทางบริษัทส่งมาให้ ระหว่างนี้มีกิจกรรมอื่นให้ทำก่อนเป็นกิจกรรมกลุ่มโพรโมตสินค้า กระตุ้นยอดขาย มีค่าคอมมิชชันตอบแทน โดยให้สำรองเงินลงทุนไปก่อน ในระยะแรก ได้รับผลตอบแทนจริง ต่อมาภายหลังให้สำรองเงินลงทุนเพิ่มมากขึ้น ผู้เสียหายต้องการยกเลิกภารกิจดังกล่าว มิจฉาชีพอ้างว่าทำผิดกฎทางบริษัทจะต้องชำระค่าปรับ และค่าภาษีก่อนจึงจะยกเลิกภารกิจและได้รับเงินคืน ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเอง ถูกมิจฉาชีพหลอก คดีที่ 2 หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 11,500 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาบริการรับต่อ พรบ.ภาษีรถยนต์ ผ่านช่องทาง Facebook โดยไม่ต้องไปติดต่อสำนักงานขนส่งด้วยตนเอง จึงสนใจทักไปสอบถาม มิจฉาชีพแจ้งค่าบริการทั้งหมดที่ต้องชำระ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้โอนเงินไป ภายหลังโอนเงินเสร็จไม่สามารถติดต่อได้อีก ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก คดีที่ 3 หลอกลวงให้รักแล้วโอนเงิน Romance Scam มูลค่าความเสียหาย 508,000 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายได้รู้จักกับมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook พูดคุยกันจนสนิทใจแต่ไม่เคยพบเจอกัน ต่อมามิจฉาชีพแจ้งว่าจะส่งพัสดุของฝากมาให้จากต่างประเทศ โดยให้ผู้เสียหายช่วยชำระค่าดำเนินการต่างๆ คนละครึ่ง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปช่วยเหลือ หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีก ตนเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก คดีที่ 4 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 1,093,949 บาท ผู้เสียหายพบโฆษณาหารายได้พิเศษ ผ่านช่องทาง Facebook โดยมี QR Code Line ปรากฏ จึงเพิ่มเพื่อนและสอบถามพูดคุย มิจฉาชีพแจ้งว่าเป็นกิจกรรมกดถูกใจลิงก์ที่บริษัทกำหนดให้ และจะได้เปอร์เซ็นต์จากยอดกดถูกใจ มิจฉาชีพส่งลิงก์ให้กรอกข้อมูลส่วนบุคคล และแนะนำขั้นตอนการทำงานภารกิจกลุ่ม ให้สำรองเงินลงทุนเข้าไปในระบบ ในระยะแรก ได้รับผลตอบแทนจริงเพราะลงทุนไม่มาก ต่อมาภายหลังให้ลงทุนเงินเพิ่มมากขึ้น และอ้างว่าเป็นภารกิจสุดท้ายจะได้เงินคืนกลับมาทั้งหมด สุดท้ายก็ไม่ได้รับเงินคืน และไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก และคดีที่ 5 ข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน Call Center มูลค่าความเสียหาย 500,700 บาท โดยผู้เสียหายพบเห็นโฆษณารับแจ้งความออนไลน์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี ผ่านช่องทาง Facebook Messenger จึงกรอกข้อมูลส่วนบุคคลและส่งหลักฐานคดีถูกหลอกให้ลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล ต่อมามิจฉาชีพติดต่อมาทางโทรศัพท์แจ้งว่าจับกุมแก๊งคนร้ายได้แล้ว แต่ต้องชำระค่าดำเนินการคดี เพื่อจะได้รับเงินคืนโดยให้เพิ่มเพื่อนทาง Line ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงโอนเงินไป หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีก ต่อมาภายหลังทราบว่าเป็นเพจปลอม ตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก          สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 2,392,549 บาท ทั้งนี้ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 23 สิงหาคม 2567 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงานดังนี้ 1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 962,838 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,242 สาย 2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 282,289 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,107 บัญชี 3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 83,966 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 29.74 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 68,519 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 24.28 (3) หลอกลวงลงทุน 46,899 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 16.61 (4) หลอกลวงให้กู้เงิน 21,536 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.63 (5) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 21,482 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.61 (และคดีอื่นๆ 39,887 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.13) “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพใช้วิธีการหลอกลวงผู้เสียหาย ด้วยการลงทุนเพื่อหารายได้พิเศษ การโพรโมตสินค้า หรือหลอกลวงเป็นเจ้าหน้าที่รับแจ้งความทางออนไลน์ ติดต่อประสานงานเรื่องคดี ผ่านการติดต่อด้วยช่องทางโซเชียลมีเดีย คือ Line  และ Facebook  ทั้งนี้ขอย้ำว่า กรณีการลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขณะเดียวกันกรณีที่มีการรับแจ้งความทางออนไลน์นั้น ขอให้ตรวจสอบรายละเอียดของเพจให้ละเอียด โดยแฟนเพจเฟซบุ๊กของหน่วยงานอย่างเป็นทางการ จะต้องมีสัญลักษณ์ “เครื่องหมายถูกสีฟ้า (Meta Verified)” อยู่ด้านหลังชื่อเพจ ซึ่งแสดงว่าผ่านการยืนยันบัญชีอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจึงควรตรวจสอบการลงทุนในธุรกิจอย่างรอบคอบ และติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด หรือติดต่อผ่านทางสายด่วน AOC 1441 เพื่อยืนยันตรวจสอบข้อเท็จจริง” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดย กระทรวง ดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441 แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                                              ---------------------------------------------------------------

วันที่ 27 สิงหาคม 2567 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมการหารือเกี่ยวกับการจัดทำบันทึกข้อตกลง (MOU) การตรวจสอบคุณสมบัติผู้ลงทะเบียน (เฉพาะด้านเงินฝาก) โครงการฯ Digital Wallet ครั้งที่ 1/2567 โดยมีนางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   #กระทรวงดิจิทัล #กระทรวงดีอี #DE #รองปลัดเวทางค์ #DigitalWallet

วันที่ 27 สิงหาคม 2567 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุม คณะทำงานอาเซียน ด้านการป้องกันปัญหาการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ ครั้งที่ 3 (The 3rd ASEAN Working Group on Anti-Online Scam : WG-AS) โดยมีนายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ณ โรงแรม The Athenee Hotel, a Luxury Collection Hotel กรุงเทพฯ    สำหรับวาระสำคัญของการประชุม ประกอบด้วย การพิจารณาร่างรายงานข้อมูลการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ในอาเซียน (ปี 2566 - 2567) ซึ่งประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินการ รวมถึงแนวทางข้อเสนอแนะสำหรับอาเซียน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาวิธีการที่ครอบคลุม เพื่อต่อสู้กับการหลอกลวงออนไลน์ภายในอาเซียน และยกระดับการบูรณาการการดำเนินงานด้านการป้องกันปัญหาการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ของอาเซียน เพื่อบรรเทาความเสียหายแก่ประชาชน เป็นต้น #กระทรวงดิจิทัล #กระทรวงดีอี #DE #ปลัดวิศิษฏ์ #WGAS


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.