Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)  เปิดเผยว่า กระทรวงดีอี ได้ดำเนินการเฝ้าระวังและติดตาม ปราบปรามการกระทำความผิดที่เป็นอาชญากรรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย เพจ และ URLs ที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญของการก่ออาชญากรรมทางออนไลน์ของมิจฉาชีพ โดยจัดตั้งทีมปฏิบัติการทำการตรวจสอบ เฝ้าระวัง และดำเนินการปิดกั้น พร้อมยกระดับกระบวนการปิดกั้นให้มีความรวดเร็ว รัดกุม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น   สำหรับที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 – 31 สิงหาคม 2567 กระทรวงได้ทำการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ / URLsเกี่ยวกับพนันออนไลน์แล้ว จำนวน 58,273 รายการ เพิ่มขึ้น 34.28 เท่า จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ( 1 ต.ค.65 - 31 ส.ค.66) ที่มีการปิดกั้นจำนวน 1,700 รายการ   ทั้งนี้กระทรวงดีอี ได้ประสานงานบูรณาการความร่วมมือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย และหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการเร่งรัดปราบปรามกวาดล้างกลุ่มขบวนการที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ ทั้งกระบวนการปิดกั้น ตรวจสอบเส้นทางการเงิน อายัดบัญชีม้า พร้อมดำเนินการจับกุมและยึดทรัพย์สินของผู้ที่เกี่ยวข้องได้เป็นจำนวนมาก   “กระทรวงดีอี เอาจริงเอาจังต่อเรื่องนี้ โดยตั้งทีมเฉพาะกิจ ใช้เทคโนโลยี AI ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องปราบปรามการพนันออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เพื่อตัดวงจรอาชญากรรมออนไลน์ ไม่ให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง และขอเตือนประชาชนอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยว เล่นพนันออนไลน์ เพราะนอกจากสูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ หรือ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เนื่องจากอาจสูญเสียข้อมูลส่วนบุคคล หมายเลขบัตรประชาชน บัญชีธนาคาร หรือข้อมูลอื่นๆ จากการลงทะเบียนเว็บพนันออนไลน์ได้” นายประเสริฐ กล่าว   อย่างไรก็ตาม การยุ่งเกี่ยวกับโซเชียลมีเดีย เพจ และ URLs พนันออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดให้เล่น ผู้เล่นหรือผู้ที่เผยแพร่ข้อความ (ประกาศชักชวน) จะมีความผิด ตาม พ.ร.บ.การพนัน โดย ผู้เล่น/ประกาศชักชวน มีความผิดตาม มาตรา 12 จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ   แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com   --------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 4 กันยายน 2567 นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้เรื่อง การตรวจราชการ การติดตามประเมินผล และการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับการตรวจราชการและติดตามประเมินผล   การศึกษาดูงานครั้งนี้มุ่งเน้นการพัฒนาประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของหน่วยงานภาครัฐ ณ ห้องประชุม MDES 1 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2567 นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุมแสดงความคิดเห็น ในการประชุมเฉพาะกลุ่ม (Focus Group) การจ้างที่ปรึกษาเพื่อติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลตามนโยบาย กสทช. ที่สำคัญในด้านกิจการโทรทัศน์ ประจำปี 2567 “การดำเนินการติดตามตามนโยบายและแผนการดำเนินงาน ที่มีความสอดคล้องต่อการดำเนินงานของ กสทช. ในการส่งเสริมพัฒนา และการกำกับดูแลอุตสาหกรรมสื่อโทรทัศน์ในสภาวะหลอมรวมสื่อ (Media Convergence) ภายใต้แผนแม่บทกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2563-2568) (ฉบับปรับปรุง) โดยคำนึงถึงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อกิจการโทรทัศน์ซึ่งเป็นสื่อสารมวลชนหลัก” โดยมีตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ   ----------------------------------------------------------------------

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2567 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีว่าด้วยความครอบคลุมและเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก เป็นวันที่ 2 ซึ่งจัดโดย คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (UNESCAP) ร่วมกับ สาธารณรัฐคาซัคสถาน ในระหว่างวันที่ 3-5 กันยายน 2567   ทั้งนี้ที่ประชุมได้มีการรับรอง “ปฏิญญาอัสตานา” ระดับรัฐมนตรีว่าด้วยความครอบคลุมและการเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก ซึ่งเป็นเอกสารผลลัพธ์สำคัญของการประชุมฯ ที่จะมุ่งเน้นส่งเสริมความร่วมมือในการยกระดับ ด้านความเท่าเทียมและการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลในภูมิภาคเอเชีย – แปซิฟิก โดยการใช้ประโยชน์จาก ICT และดิจิทัล เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในภูมิภาค   นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงดีอี ยังได้เข้าร่วมเวทีหารือระดับสูงในหัวข้อ Digital Public Services for Enhanced Competitiveness of Small and Medium-sized Enterprises และร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางการยกระดับความสามารถในการแข่งขันของ SMEs ของประเทศ ซึ่งเป็นระบบเศรษฐกิจที่สำคัญท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงไปสู่ดิจิทัล โดยประเทศไทยได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนา 3 ด้าน ได้แก่ เงินทุน (Money) ตลาด (Market) และการจัดการ (Management) ผ่านการส่งเสริมและสนับสนุนโดยให้ความรู้และเครื่องมือทางดิจิทัลสำหรับ SMEsในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การสร้างช่องทางค้าขายทางออนไลน์ และการบริหารจัดการธุรกิจ   นอกจากนี้ กระทรวงดีอี ยังมีโครงการเพื่อขับเคลื่อนแนวทางการพัฒนาดังกล่าว อาทิ การพัฒนาแพลตฟอร์มของไปรษณีย์ "Thailand Post Mart" เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ในการจำหน่ายสินค้าช่องทางออนไลน์ ส่งเสริมการกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคโดยตรง ฯลฯ   --------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 5 กันยายน 2567 นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กุล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมแสดงความยินดีในวันสถาปนาสถาบันพระปกเกล้า ครบรอบ 26 ปี และร่วมบริจาคสมทบทุน โดยมีผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สถาบันพระปกเกล้าให้การต้อนรับ ณ ห้องโถงรับรอง ชั้น 5 สถาบันพระปกเกล้า กรุงเทพฯ   --------------------------------------------------------

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงดีอี เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงดีอี ดำเนินการเฝ้าระวัง ตรวจสอบ และติดตามการก่ออาชญากรรมทางออนไลน์ทุกประเภท  โดยได้ตรวจสอบพบกรณีมิจฉาชีพ เปิดเฟซบุ๊ก แฟนเพจ โดยใช้ชื่อบัญชีว่า “กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศsษฐกิจและสังคม” พร้อมสัญลักษณ์ประจำกระทรวงอย่างเป็นทางการของกระทรวงดีอี เพื่อหลอกลวงประชาชน และผู้ที่ได้รับความเสียหายจากกรณีถูกมิจฉาชีพหลอกลวง   สำหรับเพจปลอมดังกล่าว ได้มีการโพสต์ข้อความ โดยระบุว่า “พ.ร.ก.ใหม่ เร่งคืนเงิน เปิดให้ผู้เสียหายโดนโกงออนไลน์ ลงทะเบียนคุ้มครองสิทธิเพื่อรับเงินคืน หลังยึดเงินสด-ทรัพย์สินรวม 1 หมื่นล้านบาท” และข้อความ “หากตกเป็นเหยื่อกลโกงออนไลน์ กดที่ปุ่ม “ส่งข้อความ” เพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่ แจ้งเบาะแส และติดตามเงินคืนได้เลยครับ”   ทั้งนี้ ขอยืนยันว่า เฟซบุ๊ก แฟนเพจ ดังกล่าวเป็น “บัญชีปลอม” โดยกระทรวง ดีอี ไม่มีนโยบายเปิดให้ลงทะเบียนคุ้มครองสิทธิเพื่อติดตามเงินคืน และขณะนี้ ร่างกฎหมายพิเศษ การคืนเงินให้กับผู้เสียหายในคดีอาชญากรรมออนไลน์ ยังคงอยู่ระหว่างขั้นตอนการพิจารณา หากประชาชนถูกหลอกลวงออนไลน์ สามารถโทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี ได้ที่ สายด่วน AOC 1441   “ขณะนี้ กระทรวง ดีอี ได้ดำเนินการประสานขอความร่วมมือผู้ให้บริการเครือข่ายสังคมออนไลน์ แจ้งปิดแฟนเพจปลอมดังกล่าวแล้ว พร้อมทั้งให้ตรวจสอบหาต้นทางการกระทำความผิด โดยถือว่าการแอบอ้างเป็นหน่วยงานรัฐ หลอกลวงประชาชน เป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่ร้ายแรง และจะดำเนินคดีกับมิจฉาชีพอย่างถึงที่สุด” นายเวทางค์ กล่าว   สำหรับช่องทางการติดต่อ กระทรวง ดีอี ทาง Facebook อย่างเป็นทางการ คือ https://www.facebook.com/prde.official/  โดยให้สังเกตเครื่องหมาย Blue Badge หรือเครื่องหมายถูกสีน้ำเงิน เป็นป้ายสถานะเครื่องหมายยืนยันจาก Facebook ว่า เป็นเพจหรือโปรไฟล์ตัวตนที่แท้จริงของหน่วยงาน    นอกจากนี้กระทรวง ดีอี ยังได้เปิดช่องทางการติดต่อสื่อสารกับประชาชน ผ่านช่องทางต่างๆ ดังนี้ Website : https://www.mdes.go.th/ Instagram : https://www.instagram.com/prde.official/ Twitter หรือ X : https://x.com/prde_official Youtube : https://www.youtube.com/@prde.official TikTok : https://www.tiktok.com/@prde_official Threads : https://www.threads.net/@prde.official หรือโทร : 064-2086657 (ในวันและเวลาราชการ)   อย่างไรก็ตาม กระทรวง ดีอี มีความห่วงใย ขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ หรือ แชร์ ข้อมูลจากเพจปลอมดังกล่าว พร้อมทั้งอย่ากดลิงก์ หรือสแกน QR Code ที่มีการเผยแพร่ในเพจปลอม ซึ่งอาจทำให้สูญเสียข้อมูลส่วนบุคคล และทรัพย์สินได้ โดยกระทรวงจะเร่งรัดเตรียมการดำเนินคดีตามกฎหมายกับเพจปลอมดังกล่าวอย่างถึงที่สุด   หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441 แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com   --------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 4 ก.ย. 2567 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดการฝึกซ้อมการบริหารจัดการฉุกเฉินด้านการแพทย์สาธารณสุขประจำปี 2567 (Medical Emergency Management Exercise 2024 : M-MEX 2024) โดยมี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข (สธ.) เป็นประธานในพิธี เพื่อสร้างองค์ความรู้ด้านการจัดการความเสี่ยงทุกระยะการเกิดโรคและภัยสุขภาพ และทดสอบระบบการบริหารจัดการภาวะฉุกเฉินสาธารณสุขของหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ณ โรงแรมริชมอนด์ นนทบุรี ----------------------------------------------

วันที่ 6 กันยายน 2567 นางสาวยุพาภรณ์  ศิริกิจพาณิชย์กุล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเจ้าหน้าที่ ศปท. เข้าร่วมงานวันต่อต้านคอร์รัปชัน 2567 โกงแบบโปร่งใส ESE…G เหมือนมีแต่มองไม่เห็น ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 7 อาคาร B ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย   เพื่อมุ่งเน้นถึงความสำคัญที่ภาคธุรกิจทุกระดับทุกอาชีพ ด้วยส่งเสริมให้มีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ และคำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยส่งเสริม สนับสนุนให้ธุรกิจไทยในทุกขนาดได้ร่วมกันต่อต้านการคอร์รัปชันผ่านหลักเกณฑ์ด้าน ESG โดยเน้นเรื่อง G (Governance) เป็นหลักเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนบนแผ่นดินไทย และสร้างสังคมให้ “ตื่นรู้สู้โกง”   ----------------------------------------------

วันที่ 6 กันยายน 2567 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมหารือการแก้ไขปัญหาระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) และการนำสายสื่อสารลงดิน ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวง ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาด้านดิจิทัลของประเทศ โดยมีนางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี นางสาวพิยะดา สุดกังวาน ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม MDES 1 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   -------------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “วิธีกดเงินสดจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ออกจากตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย” รองลงมาคือเรื่อง “พื้นที่ในเขต กทม. ที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 2567” โดยขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความสับสน เข้าใจผิด และส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 5 กันยายน 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 838,194 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 235 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 207  ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 20 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 172 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 84 เรื่อง ทั้งนี้ กระทรวง ดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 70 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 40 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 10 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 5 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 47 เรื่อง นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ พบว่าเป็นข่าวกลุ่มนโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความมั่นคง ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงการของรัฐบาล อย่างโครงการ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” และ แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” รวมทั้งข่าวที่เกี่ยวข้องกับอุทกภัย น้ำท่วม มากถึง 6 อันดับ โดยเป็นข่าวที่มีผลกระทบต่อประชาชน ขณะที่ข่าวอื่นๆ เป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับด้านสุขภาพ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง วิธีกดเงินสดจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ออกจากตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย อันดับที่ 2 : เรื่อง พื้นที่ในเขต กทม. ที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 2567 อันดับที่ 3 : เรื่อง กินเม็ดมังคุดวันละ 1 กก. ช่วยรักษาอาการปวดเข่าได้ อันดับที่ 4 : เรื่อง เขื่อนประเทศจีนแตก ส่งผลน้ำทะลักเข้าท่วมประเทศไทย อันดับที่ 5 : เรื่อง แถบสีท้ายหลอดยาสีฟัน บอกถึงส่วนประกอบที่ใช้ผลิต อันดับที่ 6 : เรื่อง ดื่มน้ำเย็นเป็นสาเหตุทำให้ผู้หญิงอ้วนลงพุงได้ อันดับที่ 7 : เรื่อง ยืนยันตัวตนรับเงินดิจิทัลผ่านทางไลน์ฝ่ายทะเบียน ทางรัฐ อันดับที่ 8 : เรื่อง อีกไม่เกิน 8 ปี กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีโอกาสจมทะเลได้ น้ำทะเลหนุนสูงขึ้น พื้นดินทรุดตัวลง อันดับที่ 9 : เรื่อง โรงเรียนแห่งหนึ่งในประเทศไทย ให้นักเรียนเข้าแถวร้องเพลงชาติเมียนมาทุกเช้า อันดับที่ 10 : เรื่อง เตือนภัยประชาชนเตรียมรับมือมวลน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ลุ่มน้ำป่าสักตอนบน จังหวัดเพชรบูรณ์ เนื่องจากมีฝนตกหนักนานต่อเนื่อง              “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่า เป็นข่าวเกี่ยวข้องกับนโยบายรัฐ และหน่วยงานของรัฐ มากถึง 6 อันดับ โดยเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับโครงการ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” และแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” 2 อันดับ และข่าวแจ้งเตือนภัยน้ำท่วม อุทกภัย ถึง 4 อันดับ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง อาจเกิดความเสียหาย ความตื่นตระหนกให้กับประชาชนเป็นวงกว้าง หากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “วิธีกดเงินสดจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ออกจากตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย” เป็นข้อมูลเท็จ โดยกระทรวงดีอี ได้ประสานงานกับ ธนาคารกรุงไทย ตรวจสอบและชี้แจงข้อมูลจริงว่า ข้อมูลที่มีการเผยแพร่เป็นข่าวเก่า เนื่องจากได้มีการเปลี่ยนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปเป็นการใช้บัตรประชาชนแทน การกดถอนเงินสดจึงต้องใช้บัตร ATM ของธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชนในการถอนเงิน ด้านข่าวปลอม อันดับ 2 “พื้นที่ในเขต กทม. ที่จะได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม 2567” พบว่าเป็น ข้อมูลเท็จ โดยกระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) สำนักนายกรัฐมนตรี ตรวจสอบข้อมูลและชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง และเป็นการสร้างข้อมูลที่ทำให้เกิดความแตกตื่น ซึ่งถูกนำมาเผยแพร่อีกครั้งในช่วงนี้ซึ่งเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมขึ้นในหลายพื้นที่ จึงขอให้ติดตามสถานการณ์น้ำจากข่าวสารข้อมูลภาครัฐและตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและน่าเชื่อถือเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดสอบถามข้อมูลข่าวสารโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” โทรสายด่วน Digital Wallet 1111 (24 ชม.)สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                            --------------------------------------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์รายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “โรงพยาบาลชื่อดังเปิดให้ลงทุนหุ้น ภายใต้การกำกับดูแลโดย ก.ล.ต.” รองลงมาคือเรื่อง “ศูนย์ดำรงธรรมเปิดให้ยื่นสิทธิเฉลี่ยทรัพย์สิน จากการถูกหลอกลวง ผ่านเพจศูนย์ช่วยเหลือ-ลงทะเบียนรับเงินคืน คดีอาชญากรรมทางออนไลน์” โดยขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความเสียหายให้กับข้อมูลส่วนบุคคลและทรัพย์สิน โดยหากมีการส่งต่ออาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม – 5 กันยายน 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 838,194 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 235 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 207  ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 20 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 172 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 84 เรื่อง โดยในจำนวนนี้มีข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุด จำนวน 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง โรงพยาบาลชื่อดังเปิดให้ลงทุนหุ้น ภายใต้การกำกับดูแลโดย ก.ล.ต. อันดับที่ 2 : เรื่อง ศูนย์ดำรงธรรมเปิดให้ยื่นสิทธิเฉลี่ยทรัพย์สิน จากการถูกหลอกลวง ผ่านเพจศูนย์ช่วยเหลือ-ลงทะเบียนรับเงินคืน คดีอาชญากรรมทางออนไลน์ อันดับที่ 3 : เรื่อง เพจ Thai Oil Stock Exchange of Thailand เปิดลงทะเบียนเพื่อร่วมลงทุนกับตลาดหลักทรัพย์ชั้นนำแห่งประเทศไทย อันดับที่ 4 : เรื่อง รับพนักงานแพ็กสบู่กล่องละ 5,000 บาท สมัครผ่านไลน์ @185qkevs อันดับที่ 5 : เรื่อง AOT เปิดเพจเฟซบุ๊กใหม่ชื่อ Thailand International Airport อันดับที่ 6 : เรื่อง AOT รับสมัครงานผ่านเพจ Mae Fah Luang Chiang Rai Internaional Airport – CEl อันดับที่ 7 : เรื่อง ออสเตรเลียรับสมัครคนทำสวน ที่พักฟรี รายได้สูง 80,000 บาท อันดับที่ 8 : เรื่อง กรมการจัดหางาน เปิดรับสมัครงานทำที่บ้าน รายได้ 3,422-7,680 บาทต่อสัปดาห์ อันดับที่ 9 : เรื่อง รับสมัครพนักงาน ไม่มีค่าสมัคร ไม่ต้องลงทุน ผ่านเพจรายได้เสริม ทำที่บ้าน โดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน อันดับที่ 10 : เรื่อง รับทำใบขับขี่ทุกประเภท ผ่านเพจนางวัชราภรณ์              “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่เกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ จาก 10 อันดับ ข้างต้น ยังคงพบว่า ส่วนใหญ่เป็นข่าวการทำธุรกรรมที่มีการแอบอ้างถึงหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะอันดับ 1 ที่แอบอ้างว่า “โรงพยาบาลชื่อดังเปิดให้ลงทุนหุ้น ภายใต้การกำกับดูแลโดย ก.ล.ต.” ทั้งนี้จากการประสานงานตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พบว่าข้อมูลดังกล่าว เป็นข้อมูลเท็จ ซึ่งเป็นการให้ข้อมูลหรือชักชวนลงทุนที่แอบอ้างใช้ชื่อของโรงพยาบาล และ ก.ล.ต. โดยไม่ได้รับอนุญาต และ ก.ล.ต. ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับโพสต์โฆษณาดังกล่าวทั้งสิ้น ดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจาก ก.ล.ต. สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.sec.or.th หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. SEC Help Center 1207” นายเวทางค์ กล่าว          อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด โดยสามารถสอบถามผ่าน สายด่วน 1111 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกันนี้ขอให้ประชาชน ยึด “หลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน”หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441สอบถามข้อมูลข่าวสารโครงการ “ดิจิทัลวอลเล็ต” โทรสายด่วน Digital Wallet 1111 (24 ชม.)แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.)|  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                            --------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 9 กันยายน 2567 นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมพิธีเปิดตัวโครงการและลงนามบันทึกข้อตกลงว่าด้วยความร่วมมือในการสนับสนุน และส่งเสริมการออกกำลังกายและการเล่นกีฬา แก่ บุคลากรภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ผ่านแพลตฟอร์มเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลสถิติการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาของประชาชน CALORIES CREDIT CHALLENGE: CCC จัดขึ้นโดย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมด้วยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานภาครัฐอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม Grand Hall 203 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ   โดยการลงนาม MOU ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายและการเล่นกีฬาของบุคลากรภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อยกระดับสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย   -----------------------------------------------------------------

วันที่ 9 กันยายน 2567 นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับ พร้อมเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ และข้อมูลการบริหารจัดการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) แก่คณะผู้แทนรัฐบาลจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติการ AOC 1441 ณ ศูนย์ปฏิบัติการ AOC1441 หลักสี่ กรุงเทพฯ   การเยี่ยมชมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ด้านการรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ระหว่างประเทศไทยและ สปป.ลาว เพื่อความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ในภูมิภาค   -----------------------------------------------------------------

เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2567 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุม The 4th Inter – Regional Conference on Cyber/ICT Security จัดโดยกระทรวงการต่างประเทศแห่งสาธารณรัฐเกาหลี ร่วมกับองค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (Organization for Security and Co-operation in Europe – OSCE) และสาธารณรัฐมาซิโดเนีย ในฐานะประธานประเทศหุ้นส่วนเพื่อความร่วมมือฝ่ายเอเชียขององค์การว่าด้วยความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (Chair of the Asian Partners for Co-operation Group) ณ ศูนย์การประชุม Hofburg กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย การประชุมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือ แลกเปลี่ยนข้อมูล และหารือเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินกิจกรรมร่วมกัน ที่ช่วยสร้างความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์สำหรับสมาชิก OSCE และภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะมาตรการเสริมสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (cyber/ICT security Confidence-Building Measures: CBMs) ในการนี้ ปลัดกระทรวงดีอี ได้เข้าร่วมเป็นวิทยากร ภายใต้หัวข้อ Good practices on cyber/ICT security capacity-building activities: how can regions learn from each other โดยมี นาย Dong-yeol Rhee เอกอัครราชทูตกิจการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศสาธารณรัฐเกาหลี (Ambassador for International Cyber Affairs of the Republic of Korea) ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ ร่วมด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ จากโปแลนด์ ฝรั่งเศส คาซัคสถาน มองโกเลีย สาธารณรัฐเกาหลี เซอร์เบีย และสหรัฐอเมริกา ปลัดกระทรวงดีอี ได้หยิบยกการดำเนินการของไทยและอาเซียน ศูนย์ความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่น เพื่อพัฒนาบุคลากรความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (ASEAN-Japan Cybersecurity Capacity Building Centre: AJCCBC) มาตั้งแต่ปี 2561 โดยได้พัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ของประเทศสมาชิกอาเซียนอย่างต่อเนื่อง  เพื่อเพิ่มศักยภาพในการป้องกันอันตรายภัยคุกคามทางไซเบอร์ ซึ่งเป็นการยกระดับทักษะกำลังคนด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้มีความพร้อมรับมือกับภัยคุกคามทางออนไลน์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงการจัดตั้งคณะทำงานอาเซียนด้านการป้องกันปัญหาการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ ( ASEAN Working Group on Anti – Online Scams (WG – AS)) ซึ่งศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวง ดีอี ได้ทำหน้าที่ประธานการประชุมคณะทำงานฯ โดยยกระดับการบูรณาการการดำเนินงานด้านการป้องกันปัญหาการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ของอาเซียน ซึ่งได้ตระหนักถึงการสร้างความตระหนักรู้ มาตรการป้องกัน และการหยุดยั้ง เพื่อบรรเทาความเสียหายแก่ประชาชน รวมถึงเน้นย้ำความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะการหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งเป็นปัญหาระดับโลก ที่ต้องสร้างกลไกความร่วมมือร่วมกัน ----------------------------------

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวงดีอี ได้ดำเนินการเฝ้าระวังและติดตาม ปราบปรามการกระทำความผิดที่เป็นอาชญากรรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ ซึ่งเป็นช่องทางสำคัญของการก่ออาชญากรรมทางออนไลน์ของมิจฉาชีพ โดยจัดตั้งทีมปฏิบัติการทำการตรวจสอบ เฝ้าระวัง และดำเนินการปิดกั้น พร้อมยกระดับกระบวนการปิดกั้นให้มีความรวดเร็ว รัดกุม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น   ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2567 - 9 สิงหาคม 2567 กระทรวงดีอีได้ตรวจพบ บัญชี Line Official Account (Line OA) ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับโซเชียลมีเดีย เพจ/URLs พนันออนไลน์ จำนวน 4,136 บัญชี โดยเป็นบัญชีที่ได้จากคลิปสั้นหรือโฆษณาในโซเชียลมีเดีย จำนวน 2,532 บัญชี และจากเว็บไซต์ออนไลน์ จำนวน 1,604 บัญชี โดยพบว่าบัญชีดังกล่าวถูกใช้เป็นช่องทางในการเล่นพนันออนไลน์ ติดต่อสื่อสารระหว่างผู้จัดให้เล่นพนันออนไลน์ และผู้เล่นพนันออนไลน์   ดังนั้นเพื่อเป็นการสกัดกั้นช่องทางการสื่อสารดังกล่าว กระทรวงดีอี จึงได้ประสาน บริษัท LINE Thailand ดำเนินการแจ้งปิดบัญชี Line OA พร้อมตรวจสอบข้อมูลการลงทะเบียนบัญชี เพื่อประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามและจับกุมผู้กระทำผิด   สำหรับการดำเนินการตามมาตรการดังกล่าว เป็นการยกระดับความเข้มข้นในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะการพนันออนไลน์ ร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย และหน่วยงานพันธมิตรที่เกี่ยวข้อง เพื่อตัดวงจรช่องทางการติดต่อสื่อสาร และการทำธุรกรรมการเงินที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ ทั้งกระบวนการปิดกั้น ตรวจสอบเส้นทางการเงิน อายัดบัญชีม้า  พร้อมดำเนินการจับกุมและยึดทรัพย์สินของผู้ที่เกี่ยวข้อง   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอีขอเตือนประชาชนอย่าเข้าไปยุ่งเกี่ยว เล่นพนันออนไลน์ เพราะนอกจากสูญเสียทรัพย์สินแล้ว ยังอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ หรือ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ เนื่องจากอาจสูญเสียข้อมูลส่วนบุคคล หมายเลขบัตรประชาชน บัญชีธนาคาร หรือข้อมูลอื่นๆ จากการลงทะเบียนเว็บพนันออนไลน์ได้   “นอกจากนี้การยุ่งเกี่ยวกับโซเชียลมีเดีย เพจ และ URLs พนันออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดให้เล่น ผู้เล่นหรือผู้ที่เผยแพร่ข้อความ (ประกาศชักชวน) จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน โดย ผู้เล่น/ประกาศชักชวน มีความผิดตาม มาตรา 12 จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ” นายประเสริฐ กล่าว   แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com   --------------------------------------------------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.