Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา






วันที่ 1 ตุลาคม 2567 นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแสดงความยินดี ในโอกาสครบรอบ 62 ปี กรมการพัฒนาชุมชน เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง “ก้าวย่างที่ 63 เราจะเดินไปด้วยกัน เพื่อความสุขของประชาชน” พร้อมร่วมบริจาคสมทบทุน “บัญชีการกุศลและค่าใช้จ่ายอื่นๆ กรมการพัฒนาชุมชน” โดยมีผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมการพัฒนาชุมชนให้การต้อนรับ ณ กรมการพัฒนาชุมชน ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ --------------------------------------------------

วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)  และ H.E. OTAKA Masato เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ร่วมเปิดงาน “SUSTAINABLE SOCIETY & SOLUTION SUMMIT, NIKKEI DIGITAL FORUM 2024” ในหัวข้อ: Data x Digital Revolution from Asia to Make the World More Convenient and Affluent ซึ่งจัดโดย สมาคมศิษย์เก่าศูนย์วัฒนธรรมเอเชียและทุนฝึกอบรมเทคนิคโพ้นทะเลประเทศไทย (ABK&AOTS Alumni Association Thailand) ร่วมกับ The Association for Overseas Technical Cooperation and Sustainable Partnerships (AOTS) ประเทศญี่ปุ่น และ Nikkei Business Publication (Nikkei B.P.) ณ ห้อง 208-209 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์   ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ กล่าวว่า ขอบคุณผู้จัดงาน "SUSTAINABLE SOCIETY & SOLUTION Summit 2024" ที่เล็งเห็นโอกาสพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของไทย มุ่งสู่การเติบโตที่ยั่งยืน ภายใต้หัวข้อ "การปฏิวัติข้อมูลและดิจิทัลจากเอเชีย เพื่อทำให้โลกสะดวกสบายและมั่งคั่งยิ่งขึ้น" โดยมีวิทยากรจากภาครัฐและเอกชนชั้นนำทั้งไทยและญี่ปุ่น มาแบ่งปันแนวคิดการขับเคลื่อน Green Transformation (GX) และ Digital Transformation (DX) หวังว่าผู้เข้าร่วมจะได้รับความรู้ นำไปยกระดับองค์กร และเป็นโอกาสกระชับความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น เพื่อการพัฒนาร่วมกันอย่างยั่งยืน   --------------------------------------------------

วันที่ 1 ตุลาคม 2567 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ประชุมการดำเนินงานเพื่อขยายผล Korat Model ครั้งที่ 1 ประจำปี 2567 เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินงานและการขยายผลโครงการ Korat Model ซึ่งเป็นโมเดลการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในจังหวัดนครราชสีมา เพื่อยกระดับเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชนผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เป็นเป้าหมายในการนำแนวทางการพัฒนาไปปรับใช้ในพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 601 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   --------------------------------------------------

วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแถลงข่าว เปิดตัวมาตรการส่งดี (Dee–elivery) การให้บริการขนส่งสินค้า โดยเรียกเก็บเงินปลายทาง (COD) ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้า โดยเรียกเก็บเงินปลายทาง เป็นธุรกิจที่ควบคุมรายการในหลักฐานการรับเงิน พ.ศ. 2567 มีผลบังคับใช้ วันที่ 3 ตุลาคม 2567 โดยมี นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ร่วมด้วย พล.ต.ต. วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ผู้ประกอบการธุรกิจขนส่ง ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน และแพลตฟอร์มออนไลน์รวม 7 แห่ง เข้าร่วม ณ ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล   มาตรการส่งดี (Dee-Delivery) เกิดขึ้นด้วยความร่วมมือ ของสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กระทรวงดีอี กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ผู้ประกอบการธุรกิจขนส่ง ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อคุ้มครองประชาชน ผู้บริโภคในการซื้อสินค้าออนไลน์ แก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่น การสั่งซื้อสินค้าที่ได้รับของไม่ตรงปก ไม่ตรงกับคำสั่งซื้อ กรณีไม่ได้สั่งซื้อสินค้าแต่ได้รับของ การสั่งซื้อสินค้าแล้วได้รับของชำรุดเสียหาย แต่โอนเงินค่าสินค้าไปสู่ผู้ขายแล้ว ทำให้ในบางรายไม่ได้รับการชดเชยเยียวยา   ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม 2567 เป็นต้นไป ผู้บริโภคที่สั่งซื้อของออนไลน์แบบเก็บเงินปลายทาง สามารถเปิดพัสดุเพื่อตรวจสอบสินค้าได้ก่อนจ่ายเงิน โดยต้องบันทึกหลักฐานเป็นภาพถ่ายวิดีโอ และสามารถตรวจสอบสินค้าทางกายภาพ หากพบสินค้าไม่ตรงกับที่สั่งซื้อ หรือสินค้าชำรุดบกพร่อง หรือไม่ได้สั่งซื้อสินค้า แต่มีสินค้ามาส่ง ผู้บริโภคมีสิทธิ์ปฏิเสธไม่รับสินค้าและไม่ชำระเงิน หรือหากชำระเงินไปแล้วสามารถขอคืนสินค้าและขอเงินคืนได้ภายใน 5 วัน ซึ่งผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งจะมารับสินค้าคืนจากผู้บริโภค ณ สถานที่ส่งมอบสินค้า โดยผู้บริโภคไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมใดๆ และจะได้รับเงินคืน ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้ง และตรวจสอบสินค้าแล้วมีปัญหาจริง   สำหรับผู้ที่สนใจสอบถามได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect หรือ เว็บไซต์ www.ocpb.go.th   -------------------------------------------------------

วันที่ 3 ตุลาคม 2567 นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแสดงความยินดี ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ครบรอบ 22 ปี พร้อมร่วมบริจาคสมทบทุน โดยมี นายจิระพงษ์ คูหากาญจน์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุมศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ชั้น 2 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม   ---------------------------------------------------------------

วันที่ 3 ตุลาคม 2567 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแสดงความยินดี ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ครบรอบ 22 ปี พร้อมร่วมบริจาคสมทบทุน โดยมี พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ รักษาการราชการอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ร่วมต้อนรับ ณ อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ   -----------------------------------------------------------------------

วันที่ 3 ตุลาคม 2567 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุม คณะทำงานอาเซียนด้านการป้องกันปัญหาการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ ครั้งที่ 4 (The 4th ASEAN Working Group on Anti-Online Scam : WG-AS) ผ่านระบบการประชุมทางไกล ร่วมด้วยผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียนและสำนักเลขาธิการอาเซียน โดยมีนายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยเข้าร่วมการประชุมฯ ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   สำหรับประเด็นสำคัญของการประชุมฯ ประกอบด้วย การพิจารณาร่าง The Report of the ASEAN Working Group on Anti-Online Scam (2023 - 2024) เป็นการรายงานข้อมูลการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ในอาเซียน (ปี 2566 - 2567) รวมถึงร่างเอกสาร The ASEAN Recommendations of the ASEAN Working Group on Anti-online scam ซึ่งเป็นแนวทางข้อเสนอแนะสำหรับอาเซียน   โดยประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินการหลัก เพื่อนำไปสู่การพัฒนาวิธีการที่ครอบคลุม เพื่อต่อสู้กับการหลอกลวงออนไลน์ภายในอาเซียน และยกระดับการบูรณาการการดำเนินงานด้านการป้องกันปัญหาการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ของอาเซียน เพื่อบรรเทาความเสียหายแก่ประชาชน เป็นต้น   --------------------------------------------------------

วันที่ 3 ตุลาคม 2567 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแสดงความยินดี กับ นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ครบรอบ 22 ปี พร้อมร่วมบริจาคสมทบทุน โดยมี คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมให้การต้อนรับ ณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา   ---------------------------------------------------

วันที่ 3 ตุลาคม 2567 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแสดงความยินดี กับ นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงวัฒนธรรม ครบรอบ 22 ปี พร้อมร่วมบริจาคสมทบทุน โดยมีคณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กระทรวงกระทรวงวัฒนธรรม ร่วมให้การต้อนรับ ณ กระทรวงกระทรวงวัฒนธรรม ---------------------------------------------------

โครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม กิจกรรมที่ ๑ การขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศ (โครงการเน็ตประชารัฐ)” นโยบายรัฐบาลและการดำเนินงานโครงการเน็ตประชารัฐวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๙ คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบในหลักการโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทุกหมู่บ้านของประเทศไทย และได้มีการแต่งตั้ง “คณะทำงานร่วมเพื่อพิจารณากำหนดพื้นที่เป้าหมายภายใต้การดำเนินโครงการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ” ซึ่งประกอบด้วยผู้แทน ดศ. และ กสทช. ซึ่งได้กำหนดหมู่บ้านที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล (Zone C) และเป็นพื้นที่เป้าหมาย จำนวน ๔๐,๔๓๒ หมู่บ้าน และเมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๙ คณะรัฐมนตรีได้มีมติมอบหมายให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดศ.) ขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุม ๒๔,๗๐๐ หมู่บ้าน โดยใช้เงินงบประมาณปี ๒๕๕๙ และขอความร่วมมือให้ กสทช. ดำเนินการในหมู่บ้านส่วนที่เหลือเพิ่มเติมอีกจำนวน ๑๕,๗๓๒ หมู่บ้าน และพื้นที่ชายขอบ (Zone C+) ๓,๙๒๐ หมู่บ้าน โดยใช้งบประมาณ USO ซึ่งได้แบ่งพื้นที่หมู่บ้านเป้าหมาย ดังนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติ เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๕๙ มอบหมายให้ ดศ. ดำเนินการจัดให้มีโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสง (Optical Distribution Network: ODN) ไปยังหมู่บ้านเป้าหมายที่มีลักษณะเป็นพื้นที่ซึ่งไม่ศักยภาพในเชิงพาณิชย์และยังไม่มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง จำนวน ๒๔,๗๐๐ หมู่บ้านเป้าหมาย พร้อมทั้งจัดให้มีจุดให้บริการอินเทอร์เน็ตแบบไร้สายสาธารณะประจำหมู่บ้าน หมู่บ้านละ ๑ จุด โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายกับผู้ใช้บริการที่ระดับความเร็วไม่ต่ำกว่า ๓๐ Mbps/๑๐ Mbps (Download/Upload) และเมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๒ ได้ปรับเพิ่มเป็น 100/50 Mbps (Download/Upload) การติดตั้งอุปกรณ์กระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ตได้ให้ชาวบ้านในหมู่บ้านพิจารณาความเหมาะสม เข้าถึงง่าย และเดินทางสะดวก เช่น ศาลาประชาคมหมู่บ้าน ที่ทำการผู้ใหญ่บ้าน (โดยไม่มีการก่อสร้างอาคาร/ศูนย์ให้บริการอินเทอร์เน็ต)   โดยในการออกแบบและติดตั้งโครงข่ายเคเบิลใยแก้วนำแสงจะต้องมีลักษณะทางกายภาพเป็นโครงข่ายแบบเปิด (Open Access Network) ที่สามารถรองรับการเชื่อมต่อของผู้ให้บริการอื่นได้โดยสะดวก โดยดำเนินการติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๐การส่งเสริมการใช้ประโยชน์โครงข่ายเน็ตประชารัฐ ภาพรวมการดำเนินงาน การขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศ (โครงการเน็ตประชารัฐ) ดศ. ได้วางโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านสื่อสัญญา Fiber Opticให้ครอบคลุมหมู่บ้าน จำนวน 24,700 หมู่บ้าน จากหมู่บ้านทั้งหมด 74,987 หมู่บ้าน ทั้งนี้ มีอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว 30,653 หมู่บ้าน และ กสทช. จะดำเนินการอีก 19,652 หมู่บ้าน โดยในโครงการของ ดศ. (24,700 หมู่บ้าน) ได้จัดให้มีจุดให้บริการ Free WI-FI หมู่บ้านละ 1 จุด ที่ความเร็วไม่ต่ำกว่า 30/10 Mbps ที่ไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยติดตั้งแล้วเสร็จเมื่อธันวาคม 2560 มีผู้ลงทะเบียนใช้บริการ Wi-Fi ใหม่ประมาณเดือนละ 1-3 แสนราย การดำเนินการขยายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตไปยังโรงเรียนและโรงพยาบาลของรัฐจำนวน 1,671 แห่งแบ่งเป็นโรงเรียน จำนวน 1,187 แห่ง และสถานพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 484 แห่ง สถานะปัจจุบัน การดำเนินการขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงให้ครอบคลุมทั่วประเทศ (เน็ตประชารัฐ) จำนวน 24,700 หมู่บ้าน ที่ห่างไกลและยังไม่มีอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเข้าถึง แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2560 ดำเนินการสร้างการรับรู้การใช้ประโยชน์จากเน็ตประชารัฐ โดยพัฒนาวิทยากรแกนนำ จำนวน 1,033 คน เสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2560 และวิทยากรแกนนำได้ไปสร้างการรับรู้และถ่ายทอดความรู้ ความเข้าใจในการใช้ประโยชน์จากเน็ตประชารัฐให้แก่กลุ่มผู้นำชุมชน จำนวนทั้งสิ้น 99,413 คน แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2561 รวมทั้งหมดมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 100,446 คน นอกจากนี้ ยังได้ดำเนินการอบรมการใช้งานเน็ตประชารัฐให้แก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม และขยายผลการสร้างการรับรู้การใช้ประโยชน์จากเน็ตประชารัฐไปสู่ประชาชนใน 24,700 หมู่บ้านที่มีการติดตั้งเน็ตประชารัฐ เรียบร้อยแล้วหมู่บ้านละ 1 ครั้ง เป้าหมายหมู่บ้านละไม่น้อยกว่า 50 คน โดยมีผู้เข้ารับการอบรมฯ ทั้งสิ้นจำนวน 1,224,623 คน และได้วางกลไกการพัฒนาในระดับหมู่บ้านด้วยการสร้าง “เครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ” จำนวน 24,700 คน พัฒนาแอปพลิเคชัน “เครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ” เครื่องมือสำหรับการทำงานของเน็ตอาสาประชารัฐ และการรับรู้ข้อมูลข่าวสารสำหรับประชาชนทั่วไป การดำเนินการต่อไป พิจารณาร่วมกับสำนักงาน กสทช. ในการกำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางการขยายจุดติดตั้ง Free Wi-Fi ในหมู่บ้านเน็ตประชารัฐเพิ่มเติม รวมถึงกรณีหมู่บ้านตกสำรวจและหมู่บ้านเกิดใหม่ด้วย (open access) การเปิดโครงข่ายเน็ตประชารัฐ เพื่อเปิดโอกาสให้เอกชนรายอื่น โดยเฉพาะรายเล็ก และ SME สามารถเข้ามาใช้โครงข่ายเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตไปยังบ้านเรือนประชาชน ด้วยหลักการ Open Access Network เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงได้ในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม ทั้งนี้ เป็นต้นแบบในการลดความเหลื่อมล้ำทางด้านดิจิทัล (Digital Divide) ติดตั้ง internet โรงเรียนและโรงพยาบาลของรัฐจำนวน 1,671 แห่ง (งบ BigRock) ขยายเครือข่ายอาสาสมัครให้ครอบคลุมกลุ่มต่างๆ เช่น เยาวชน อสม. หมอดิน ลูกเสือไซเบอร์ ฯลฯ ไม่น้อยกว่า 1 ล้านคน พัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้แก่ประชาชน กลุ่มอาชีพในหมู่บ้านเน็ตประชารัฐ ไม่น้อยกว่า 10 ล้านคน ส่งเสริมและพัฒนาการใช้ดิจิทัลของหมู่บ้านเน็ตประชารัฐไปสู่ความเป็นเลิศ จัดประกวดหมู่บ้านและคนต้นแบบ ไม่น้อยกว่า 500 ต้นแบบ ส่งเสริมการการสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการชุมชนผ่านโครงการ Village E-Commerce: เสริมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน โดยการพัฒนาธุรกิจเพื่อสังคมเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการชุมชน ไม่น้อย 500 ราย สร้างกลไกการขับเคลื่อนงานและการติดตามประเมินผล         ทั้งนี้ โครงการเน็ตประชารัฐได้รับเข้าร่วมประกวด WSIS Prize 2019 จัดโดย ITU (องค์กรของ United Nations) และได้รับรางวัลชนะเลิศ ประเภทโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศและการสื่อสาร (Information and Communication Infrastructure)  จากจำนวน 284 โครงการทั่วโลกที่เข้าประกวด ดาวโหลดแอปพลิเคชัน เพื่อสะสมแต้มแลกของรางวัลแลกเลยไม่ต้องลุ้น       การเปิดโครงข่ายเน็ตประชารัฐ (OpenAccessNetwork) โครงข่ายเน็ตประชารัฐเป็นโครงข่ายที่รัฐบาลลงทุน ซึ่งรัฐบาลเปิดให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมที่ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. เชื่อมต่อโครงข่ายไปให้บริการแก่ครัวเรือน โดยทำข้อตกลงกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งกระทรวงฯ ไม่คิดค่าใช้โครงข่ายฯ ทั้งนี้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ Switch ของโครงข่ายเน็ตประชารัฐ ตามภาพในหน้าถัดไป โดยผู้ขอใช้ Open Access Network เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่ออุปกรณ์ ในจุด A (เป็นจุดเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตกับผู้ให้บริการรายอื่น) และ จุด B (เป็นการเชื่อม Drop Optic จาก SDP ของเน็ตประชารัฐไปยังบ้านเรือนประชาชน)  การเปิดโครงข่ายเน็ตประชารัฐ ให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมเข้าเชื่อมต่อเพื่อไปให้บริการยังบ้านเรือนประชาชน ลดความซ้ำซ้อนในการวางโครงข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งทำให้ช่วยลดต้นทุนการคิดค่าบริการกับประชาชน ครอบคลุมในพื้นที่เป้าหมาย 24,700 หมู่บ้าน ที่กระทรวงดิจิทัลฯ รับผิดชอบ กระทรวงฯ ได้อนุญาตให้ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ที่ยื่นข้อเสนอตามที่กระทรวงกำหนดจำนวน 6 ราย เชื่อมต่อโครงข่ายและขณะนี้ได้ลงนามในสัญญาอนุญาตแล้ว 3 ราย ผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ที่มีความสนใจ ยังสามารถยื่นความประสงค์ขอเชื่อมต่อได้ที่กระทรวงดิจิทัลฯ ติดต่อเพิ่มเติม สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติโครงการอินเทอร์เน็ตสาธารณะเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตโทร 02-1599550 หรือ 1111 กด 88 ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน เพื่อสะสมแต้มแลกของรางวัลแลกเลยไม่ต้องลุ้น   ขั้นตอนการขอย้ายจุดติดตั้ง                               กระทรวงฯ ได้มีแนวทางการปฏิบัติกรณีขอย้ายจุดบริการอินเทอร์เน็ตแบบไร้สาย ซึ่งต้องเป็นความสมัครใจของสมาชิกในหมู่บ้านโดยการประชุมหารือร่วมกัน และให้คณะกรรมการของหมู่บ้านลงนามในหนังสือแสดงความจำนงขอย้ายจุดติดตั้งมายัง ดศ. และขอให้มีเอกสารประกอบการพิจารณา ดังนี้               ๒.๑  รายงานการประชุม/ประชาคมหมู่บ้านในการขอย้ายจุดติดตั้งหรือหลักฐานที่แสดงว่าเป็นความต้องการของชาวบ้านโดยรวม พร้อมระบุสาเหตุการขอย้าย              ๒.๒  ภาพถ่ายจุดติดตั้งเดิม               ๒.๓  ภาพถ่ายสถานที่ที่ต้องการติดตั้งใหม่             ทั้งนี้ กระทรวงฯ จะเป็นผู้พิจารณา และแจ้งให้ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ดำเนินการย้ายจุดติดตั้งต่อไป การขยายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ดศ. ได้มอบหมายให้ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ดำเนินการขยายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตเพื่อขยายโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมทั้งปรับปรุงโครงข่ายที่เป็นเทคโนโลยีแบบเก่าให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นด้วยเคเบิลใยแก้วนำแสง (Fiber Optic)  ไปยังโรงเรียน และโรงพยาบาลของรัฐที่ยังไม่มีโครงข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และขยายความจุอินเทอร์เน็ต (Bandwidth) ให้กับโรงพยาบาล เพื่อรองรับการตรวจรักษาทางไกล (Tele-Medicine)จำนวนทั้งสิ้น ๑,๖๗๑ แห่ง (ร.ร. ๑,๑๘๗ แห่ง และรพ. ๔๘๔ แห่ง) โดยจะไม่ดำเนินการทับซ้อนกับพื้นที่ที่สำนักงาน กสทช. รับผิดชอบอยู่ ข่าวดี!! เน็ตประชารัฐปรับความเร็วอินเทอร์เน็ตไร้สายเป็น 100/50 MBPS เริ่มแล้ววันนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปรับปรุงประสิทธิภาพอินเทอร์เน็ตในโครงการเน็ตประชารัฐ โดยการปรับความเร็วอินเทอร์เน็ตไร้สายที่ให้บริการในโครงการเน็ตประชารัฐ จำนวน 24,700 จุด จากเดิม 30/10 Mbps (Download/Upload) เป็นความเร็ว 100/50 Mbps (Download/Upload) เริ่มแล้ววันนี้!! จากการใช้งานอินเทอร์เน็ตของโครงการเน็ตประชารัฐที่เพิ่มมากขึ้น โดยในปัจจุบันมีจำนวนผู้ลงทะเบียนเข้าใช้งานทั้งหมด 7,818,288 ราย นอกจากยอดการลงทะเบียนเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตไร้สายของโครงการแล้ว ยอดการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน “เครือข่ายเน็ตอาสาประชารัฐ” ยังพุ่งสูงถึง 2 แสนครั้ง เพื่อตอบสนองการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทางกระทรวงฯ จึงได้ปรับเพิ่มความเร็วอินเทอร์เน็ตเป็น 100/50 Mbps เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้ใช้ประโยชน์จากอินเทอร์เน็ตของโครงการได้อย่างเต็มที่ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการใช้งานด้านเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง สร้างความยั่งยืนทางด้านการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การค้าขาย สื่อสังคมออนไลน์ และบริการจากทางภาครัฐอย่างเท่าเทียม เงื่อนไขการใช้งาน: ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตโครงการเน็ตประชารัฐ Thailand Wi-Fi by MDES สามารถใช้งานผ่านระบบ Wi-Fi เท่านั้น อุปกรณ์กระจายสัญญาณ Access Point (AP) ของโครงการฯ จะกระจายสัญญาณอินเทอร์เน็ต ผ่านคลื่นความถี่ 2 คลื่น คือ คลื่นความถี่ 2.4 GHz และคลื่นความถี่ 5.0 GHz ผู้ใช้งานผ่านคลื่นความถี่ 5 GHz จะได้ใช้งานอินเทอร์เน็ต ความเร็วถึง 100/50 Mbps (Download/Upload) ในระยะห่างจาก AP ไม่เกิน 25 เมตร และผู้ใช้งานผ่านคลื่นความถี่ 2.4 GHz จะได้ใช้งานอินเทอร์เน็ต ความเร็วไม่เกิน 60 Mbps ในระยะห่างจาก AP ไม่เกิน 27 เมตร (แม้ว่าจะเพิ่มความเร็ว เป็น 100/50 Mbps) จากข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ตไร้สาย โครงการเน็ตประชารัฐ มีสถิติผู้ใช้งานบนอุปกรณ์ผ่านคลื่นความถี่ 2.4 GHz ประมาณร้อยละ 90 ของผู้ใช้บริการทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าผู้ใช้งานร้อยละ 90 ดังกล่าว จะใช้งานอินเทอร์เน็ตที่ความเร็วไม่ถึง 100/500 Mbps (Download/Upload) ดาวโหลดแอปพลิเคชัน เพื่อสะสมแต้มแลกของรางวัลแลกเลยไม่ต้องลุ้น --------------------------------------------------   ข้อมูล ณ พฤษภาคม ๒๕๖๔  

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.