Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมตรวจพบข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์รายสัปดาห์ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุด อันดับที่ 1 เรื่อง “ซีพี ออลล์ เปิดให้จองหุ้น ผลตอบแทน 10-30% ปันผลกำไรต่อวัน รับรองโดย ก.ล.ต.” รองลงมาคือเรื่อง “กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับ ปปง. เปิดลงทะเบียนขอรับเงินคืนผ่านเพจเฟซบุ๊ก Thai Police CYBER” โดยขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความสับสน เข้าใจผิด และส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 4 - 10 ตุลาคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 841,161 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 367ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 355 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 11 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 1 ข้อความรวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 190 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 72 เรื่อง โดยในจำนวนนี้มีข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนให้ความสนใจมากที่สุด จำนวน 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ซีพี ออลล์ เปิดให้จองหุ้น ผลตอบแทน 10-30% ปันผลกำไรต่อวัน รับรองโดย ก.ล.ต. อันดับที่ 2 : เรื่อง กระทรวงการต่างประเทศ ร่วมกับ ปปง. เปิดลงทะเบียนขอรับเงินคืนผ่านเพจเฟซบุ๊ก Thai Police CYBER อันดับที่ 3 : เรื่อง เรื่อง SET เปิดให้เรียนลงทุนฟรีกับคุณโจ ลูกอิสาน-เซียนหุ้นรุ่นเก๋า เพียงเพิ่ม Line รับหุ้นคุณภาพวันละ 1-3 ตัว อันดับที่ 4 : เรื่อง ลงทุนกับ บริษัทฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด ร่วมกับ ก.ล.ต. กำไร 12-30% ผ่านเพจ ฮั่วเซ่งเฮง HSHsocial Co., Ltd. อันดับที่ 5 : เรื่อง กรมการจัดหางานเปิดช่องทางรับสมัครงานหลายตำแหน่ง ผ่านบัญชี lanyxd51 อันดับที่ 6 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดคอร์สสอนเทรดอย่างยั่งยืน ต่อยอดความคิดด้านการเงิน อันดับที่ 7 : เรื่อง กรมการขนส่งทางบกเปิดเพจเฟซบุ๊ก Real Hassana Muhd อันดับที่ 8 : เรื่อง เปิดโอกาสให้เข้าเทรดหุ้นทองคำไทย เริ่มต้น 1,000 บาท ปันผล 390 บาท กำกับดูแลโดยสำนักงาน ก.ล.ต. อันดับที่ 9 : เรื่อง ผู้แนะนำการลงทุนที่ได้รับการรับรองจาก ก.ล.ต. ชักชวนลงทุนผ่านไลน์โค้ชเกรซ ธัญญ์รวี อันดับที่ 10 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดเว็บไซต์ใหม่ “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าส่วนใหญ่เป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในหุ้น และสินทรัพย์ต่างๆ โดยอ้างว่ามีหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถืออย่าง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) รับรอง จึงทำให้ประชาชนเกิดความหลงเชื่อ โดยข่าวปลอมอันดับ 1 เรื่อง “ซีพี ออลล์ เปิดให้จองหุ้น ผลตอบแทน 10-30% ปันผลกำไรต่อวัน รับรองโดย ก.ล.ต.” ซึ่งตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ” นายเวทางค์ กล่าว กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ ก.ล.ต. ตรวจสอบพบว่า โฆษณาการลงทุนดังกล่าวเป็น “ข้อมูลเท็จ” สร้างขึ้นโดย “มิจฉาชีพ” และแอบอ้างใช้โลโก้ของ ก.ล.ต. โดยไม่ได้รับอนุญาต สร้างความเข้าใจผิดแก่ผู้พบเห็นว่าทาง ก.ล.ต. เป็นผู้ดูแลการลงทุนนี้ ซึ่ง ก.ล.ต. ขอยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ กับข้อมูลโฆษณาเชิญชวนลงทุนดังกล่าว ทั้งนี้ ก่อนตัดสินใจลงทุนสามารถตรวจสอบว่า ผู้ที่ชักชวน/ผู้ให้บริการได้รับอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. หรือไม่ ได้ที่ www.sec.or.th/seccheckfirst หรือ ติดตั้งแอปพลิเคชัน SEC Check First เพื่อตรวจสอบข้อมูลได้ทันที หรือติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่สายด่วน โทร. 1207 กด 22 และเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากสำนักงาน ก.ล.ต. สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.sec.or.th หรือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. SEC Help Center 1207 อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้ประชาชนเกิดความสับสน สร้างความเสียหาย การเข้าใจผิด เกิดการหลงเชื่อ ซึ่งอาจทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด โดยสามารถสอบถามผ่าน สายด่วน 1111 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกันนี้ขอให้ประชาชน ยึด “หลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน” สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                                                                     --------------------------------------------------------------------------------------

  วันที่ 15 ตุลาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการจัดกิจกรรมเพื่อร่วมน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันที่ 13 ตุลาคม 2567 “วันนวมินทรมหาราช” ด้วยการทำบุญตักบาตร โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วม ณ บริเวณโถงชั้น 1 อาคาร 9 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จํากัด (มหาชน)

นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 7-13  ตุลาคม 2567 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย   คดีที่ 1 หลอกลวงให้กู้เงิน มูลค่าความเสียหาย 78,099 บาท โดยผู้เสียหายได้พบโฆษณาการสมัครกู้เงินออนไลน์ Krungsri Ifin ผ่านช่องทาง Facebook มีความสนใจ จึงทักไปสอบถามรายละเอียดผ่านทาง Messenger Facebook และมีการเพิ่มเพื่อนทาง Line จากนั้นมีการกดลิงก์เพื่อสมัครกู้เงินออนไลน์ ทางมิจฉาชีพแจ้งว่าผู้เสียหายได้กรอกข้อมูลผิดพลาด ต้องโอนเงินไปเพื่อให้ทางระบบทำการแก้ไข ผู้เสียหายได้โอนไปหลายครั้งและพยายามติดต่อกลับไป แต่ไม่สามารถติดต่อได้ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 2 หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 99,995 บาท ผู้เสียหายได้เห็นโฆษณาขายทองคำ ผ่านช่องทาง Tiktok สนใจจึงทักไปสอบถาม รายละเอียดและได้ตกลงซื้อขายพร้อมโอนเงินชำระเรียบร้อย จากนั้นได้ทักข้อความ สอบถามวันจัดส่งพัสดุแต่ไม่มีการตอบกลับจากทางร้าน ต่อมาภายหลังตนทราบว่า มีผู้เสียหายหลายท่านแสดงความคิดเห็นว่าโดนหลอกให้โอนเงินแล้วไม่ส่งของ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 3 หลอกลวงให้รักแล้วโอนเงิน (Romance Scam) มูลค่าความเสียหาย 92,900 บาท ผู้เสียหายได้รับการติดต่อกับมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Tinder อ้างว่าอยากมีเพื่อนคุย และอยากทำความรู้จักกับผู้เสียหาย แล้วเพิ่มเพื่อนทาง Line พูดคุยจนสนิทใจ มิจฉาชีพอ้างว่าหากมีเงินเพียงพอจะวางแผนสร้างครอบครัวด้วยกัน แล้วชักชวนลงทุนซึ่งได้รับผลกำไรสูง โดยได้กรอกรายละเอียดลงในลิงก์ที่มิจฉาชีพส่งให้และทำตามขั้นตอนที่มิจฉาชีพแนะนำ จากนั้นได้โอนเงินลงทุน ในระยะแรกได้ผลกำไรและสามารถถอนได้จริง ผู้เสียหายจึงทยอยโอนไปลงทุนเพิ่มขึ้นเพื่อหวังผลกำไร แต่เมื่อต้องการถอนเงินไม่สามารถถอนได้ และไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก     คดีที่ 4 หลอกลวงเป็นบุคคลอื่นเพื่อยืมเงิน มูลค่าความเสียหาย 52,000 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์มือถือ อ้างว่าเป็นหลานชาย ติดต่อมาเพื่อขอยืมเงินจ่ายค่าอุปกรณ์ดนตรีและเครื่องเสียง เนื่องจากเงินสดและเงินในบัญชี ไม่เพียงพอจะขอยืมก่อน เมื่อกลับถึงบ้านจะโอนคืนให้หลังจากนั้นผ่านไปหลายชั่วโมง ผู้เสียหายติดต่อกลับเบอร์เดิมที่ได้ติดต่อเข้ามา แต่กลับไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอก   และคดีที่ 5 หลอกลวงให้ติดตั้งโปรแกรมควบคุมระบบโทรศัพท์ เพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์ มูลค่าความเสียหาย 841,510 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ ซึ่งมิจฉาชีพอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ภาครัฐจะโอนเงินค่าบำเหน็จบำนาญให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ มิจฉาชีพได้ขอเลขที่บัญชี ธนาคารและเลขบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เสียหาย พร้อมทั้งให้สแกนใบหน้าและสแกน QR Code จากนั้นแจ้งให้ผู้เสียหายรอรับเงิน ต่อมาผู้เสียหายเช็คยอดเงินในบัญชีของตนเอง พบว่าได้ถูกโอนออกไป จึงติดต่อกลับไปแต่ไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก           สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 1,164,504 บาท   ทั้งนี้ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 11 ตุลาคม 2567 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงานดังนี้   1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,117,221 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,229 สาย   2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 339,592 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,117 บัญชี   3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 100,470 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 29.59 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 83,598 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 24.62 (3) หลอกลวงลงทุน 53,075 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 15.63 (4) หลอกลวงให้กู้เงิน 27,320 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 8.04 (5) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 26,599 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.83 (และคดีอื่นๆ 48,530 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.29)   “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพใช้วิธีการหลอกลวงผู้เสียหาย ด้วยการอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ  เครือญาติใกล้ชิด รวมทั้งการหลอกลวงให้เกิดความรัก ด้วยวิธีการติดต่อผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย คือ Line  และ Facebook  ทั้งนี้ขอย้ำว่า กรณีการหลอกลวงให้รักเพื่อลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขณะเดียวกันกรณีที่อ้างเป็นญาติสนิท ควรสอบถามรายละเอียดหรือประวัติของญาติที่รู้กันเฉพาะในครอบครัวให้ละเอียด ด้านการโอนเงินบำนาญ หรือการทำธุรกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐนั้น ควรตรวจสอบจากหน่วยงานนั้นๆ โดยตรง ควรตระหนักเป็นอันดับแรกว่าการติดต่อโดยตรงจากเจ้าหน้าที่รัฐถึงประชาชน เป็นการติดต่อที่น่าสงสัย   “ดังนั้นขอให้สอบถามรายละเอียดให้แน่ชัดก่อนให้ข้อมูลส่วนบุคคล และการสแกนใบหน้า นอกจากนี้ควรตรวจสอบการลงทุนในธุรกิจต่างๆ อย่างรอบคอบ และติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด หรือติดต่อผ่านทางสายด่วน AOC 1441 เพื่อยืนยันตรวจสอบข้อเท็จจริง” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว   อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดย กระทรวง ดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง     หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441   แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                     --------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 15 ตุลาคม 2567 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับ พร้อมหารือกับ นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และประธานสถาบันอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และซอฟต์พาวเวอร์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และคณะทำงาน เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และหาแนวทางในการสนับสนุนอุตสาหกรรมเกมของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระดับนานาชาติ นำเสนอแผนการพัฒนาอุตสาหกรรมเกมไทย สู่ TOP 10 เกมโลก ในระยะ 5 ปี และประเด็นอื่น ๆ ที่เหมาะสมในการสนับสนุนจากภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมี นางอำไพ จิตรแจ่มใส รองเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

  วันที่ 15 ตุลาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี ให้การต้อนรับ ผู้แทนจาก บริษัท ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย Mr. Cash McCracken ตำแหน่ง Vice President of Global Government Affairs บริษัท Seagate Technology และคณะ ในโอกาสการเข้าพบหารือเพื่อนำเสนอการดำเนินงานของบริษัทฯ ในประเทศไทย รวมถึงประเด็นความร่วมมือกับประเทศไทย โดยมี นายฉัตริน จันทร์หอม รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายพรรณธนู วรรณกางซ้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นายอัฐฐเสฏฐ จุลเสฏฐพานิช เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมหารือ ณ ห้องรับรอง 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล   ในการหารือดังกล่าว บริษัทฯ ได้เน้นย้ำเกี่ยวกับแผนการดำเนินงานและการลงทุนในด้าน Semiconductor, Data Center และ AI ในประเทศไทย รวมถึงการสนับสนุนนโยบาย “Cloud First Policy” โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม Storage Solution เพื่อพัฒนาการจัดเก็บข้อมูลและสนับสนุนการจัดตั้ง Data Center ในประเทศไทย รวมถึงแสดงความสนใจที่จะร่วมมือด้านการส่งเสริมและพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลให้กับหน่วยงานไทยและสถาบันการศึกษา โดยเฉพาะเทคโนโลยีอุบัติใหม่ ได้แก่  AI และ Cloud   โอกาสนี้ รองนายกฯ ประเสริฐ ได้แลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับนโยบายและการดำเนินงานที่สำคัญของรัฐบาลและกระทรวงดีอี อาทิ นโยบาย Cloud First Policy การสนับสนุนการลงทุน Data Center การผลักดันอุตสาหกรรม Semiconductor การพัฒนาด้าน AI รวมถึงจุดแข็งในด้านพลังงานสะอาดของไทยสำหรับรองรับการจัดตั้ง Data Center เพื่อพัฒนาสู่การเป็น Data Hub ของไทยในภูมิภาค โดยรัฐบาลเชิญชวนให้บริษัทฯ เข้ามาลงทุนในไทยในด้านต่างๆ และยินดีที่จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันในอนาคตต่อไป  

วันที่ 16 ตุลาคม 2567 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการหารือร่วมกับผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เพื่อกำหนดแนวทางในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ ผ่านการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลในภาคราชการ เน้นถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรภาครัฐให้มีทักษะดิจิทัลที่เหมาะสม เสริมสร้างศักยภาพ และปรับเปลี่ยนวิธีการทำงาน ผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และตอบสนองต่อความท้าทายที่เกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสม โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 16 ตุลาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะประธานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานเปิดงานสัมมนา และกล่าวปาฐกถาพิเศษ “เทคโนโลยีกับการลดอุบัติเหตุ” ภายใต้ความร่วมมือของ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.), กระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้เพื่อการลดอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยมี นพ.สุเทพ เพชรมาก เลขาธิการคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ


วันที่ 16 ตุลาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ เพื่อเตรียมการจัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัล ครั้งที่ 5 (The 5th ADGMIN) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 2/2567 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วย นายพรรณธนู วรรณกางซ้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นายอัฐฐเสฏฐ จุลเสฏฐพานิช เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 สำนักงานใหญ่ บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) และผ่านระบบการประชุมทางไกล   สำหรับการประชุม ADGMIN  ครั้งที่ 5 เป็นเวทีสำคัญสำหรับรัฐมนตรีด้านดิจิทัลของประเทศสมาชิกอาเซียนในการหารือและกำหนดทิศทางความร่วมมือด้านดิจิทัลในภูมิภาค

  วันที่ 16 ตุลาคม 2567 นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) เข้าร่วมเปิดงานสัมมนา Mekong-U.S. Partnership Track 1.5 Policy Dialogue on Online Scam Operations ร่วมกับนาย โรเบิร์ต เอฟ. โกเดค เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย และผู้แทนจากกระทรวงแรงงาน ทุพพลภาพ และสวัสดิการสังคม (Ministry of Labour, Invalids and Social Affairs) สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม จัดโดย กระทรวงการต่างประเทศ และศูนย์ Stimson Center ภายใต้การมอบหมายจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ณ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ   สำหรับงานสัมมนาดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีหารือเกี่ยวกับการจัดการปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง แลกเปลี่ยนนโยบายและแนวปฏิบัติในการแก้ไขปัญหา การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ระหว่างประเทศสมาชิก MUSP การจัดการความเสี่ยงในเขตเศรษฐกิจพิเศษและระบบการเงินดิจิทัล และประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง   ในโอกาสนี้ นายเอกพงษ์ ได้กล่าวถึงนโยบาย และการดำเนินการ ของรัฐบาลไทยในการจัดการกับปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ในประเทศ และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะ แนวปฏิบัติ ร่วมกับหน่วยงานภาคส่วนต่างๆ ของสหรัฐฯ และประเทศลุ่มน้ำโขง ที่เข้าร่วมเพื่อเป็นประโยชน์ต่อการเสริมสร้างความร่วมมือในประเด็นดังกล่าวในกรอบ MUSP ต่อไป

วันที่ 17 ตุลาคม 2567 นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับ เลขานุการเอก และเจ้าหน้าที่ประสานงานอาวุโสฝ่ายตำรวจ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย พร้อมคณะนักศึกษา ในโอกาสเข้าเยี่ยมชมศึกษาดูงาน ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) ณ ศูนย์ปฏิบัติการฯ AOC 1441 หลักสี่ กรุงเทพฯ

วันที่ 17 ตุลาคม 2567 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ (พณ.) ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และกระทรวงพาณิชย์ ด้านการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้งานบริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัล ผลักดันการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการเอกสารของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ลดการใช้กระดาษ และอำนวยความสะดวกในการเข้าถึงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน ด้วยความรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมี นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดีอี และนางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดีอี เป็นสักขีพยานในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือดังกล่าว ณ ห้องศูนย์ปฏิบัติการกระทรวงพาณิชย์ 1 ชั้น 11 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

วันที่ 18 ตุลาคม 2567 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวเปิด พร้อมปาฐกถาพิเศษ ในงาน SEC Digital Services 2024 หัวข้อ “การส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในภาคตลาดทุน” โดยมี นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ สุขุมวิท กรุงเทพฯ   ทั้งนี้ ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ ได้กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลในภาคตลาดทุนไทย โดยเน้นย้ำถึงการที่เทคโนโลยีดิจิทัลจะช่วยสร้างโอกาสในการเพิ่มประสิทธิภาพ การสร้างนวัตกรรมทางการเงิน และการขยายการเข้าถึงบริการทางการเงิน พร้อมทั้งกล่าวถึงนโยบายและมาตรการสนับสนุนจากกระทรวงดีอี และภาครัฐ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และการป้องกันอาชญากรรมทางการเงิน พร้อมเรียกร้องให้ทุกภาคส่วนร่วมมือกันสร้าง "ภูมิคุ้มกันทางดิจิทัล" ให้กับสังคมไทย เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลที่มั่นคงและยั่งยืน   สำหรับงาน SEC Digital Services 2024 เป็นการเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และสร้างเครือข่ายความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อที่จะนำไปสู่การพัฒนาตลาดทุนดิจิทัลของไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง มีความน่าเชื่อถือ และเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

วันที่ 18 ตุลาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) บรรยายพิเศษในงาน “GC Sustainable Living Symposium 2024 : GEN S GATHERING ภายใต้แนวคิด “ยั่งยืนไม่ยาก” รวมพลังสำคัญของคนหัวใจรักษ์โลก โดยมี นายณะรงค์ศักดิ์ จิวากานันต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม จัดโดย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ณ พารากอนฮอลล์ สยาม พารากอน   โดยงานนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 เพื่อให้ทุกภาคส่วน ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และพัฒนาความร่วมมือ เพื่อบรรเทาปัญหาโลกเดือด และสร้างความยั่งยืนให้กับโลก พร้อมชวนทุกคนร่วมเรียนรู้การใช้ชีวิตแบบ Net Zoro Lifestyles รวมถึงนิทรรศการผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ถือเป็นก้าวสำคัญในการปลุกพลังสร้างสรรค์และผสานกับ GEN S เพื่อร่วมกันเปลี่ยนแปลงประเทศไทยและโลกให้ยั่งยืน

วันที่ 18 ตุลาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 9/2567 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดีอี รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) นายพรรณธนู วรรณกางซ้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ นายอัฐฐเสฏฐ จุลเสฏฐพานิช เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวง ดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมภาณุพันธุวงศ์ อาคารภาณุรังษีไปรษณียาคาร ชั้น 2 บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (สำนักงานใหญ่)

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.