Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา






วันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือรูปแบบการจัดเก็บข้อมูล การทำงานร่วมกัน และการใช้สถานที่ของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางออนไลน์ (AOC 1441) บูรณาการกับ ศูนย์ปฏิบัติการบูรณาการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศบอท.) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกัน แก้ไข และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ณ ห้องประชุม 801 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   ----------------------------------------------------------------------

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดการฝึกบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ ด้านเทคโนโลยีสารสรเทศ และการสื่อสาร ประจำปี พ.ศ. 2567 และการตรวจสอบความพร้อมของหน่วยงานที่เข้าร่วมการฝึก เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการประสานงานและแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีหน่วยงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าว จตุจักร กรุงเทพฯ   ----------------------------------------------------------------------

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงาน Thailand Space Week 2024 ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับหน่วยงานรัฐและเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศ กว่า 70 หน่วยงาน โดยมี นายพรรณธนู วรรณกางซ้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ กระทรวงดีอี นายอัฐฐเสฏฐ จุลเสฏฐพานิช เลขานุการรัฐมนตรีฯ กระทรวงดีอี นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดีอี พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานอวกาศจากนานาประเทศ และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องจากทั้งในและต่างประเทศ ณ อิมแพค เมืองทองธานี ฮอลล์ 9-10   นายประเสริฐ กล่าวว่า การจัดงาน Thailand Space Week 2024 เป็นครั้งที่ 3 ที่ประเทศไทยได้จัดขึ้น โดยถือเป็นงานด้านเทคโนโลยีอวกาศในระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีและธุรกิจด้านอวกาศของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ซึ่งรัฐบาลไทยมีเป้าหมายมุ่งมั่นสนับสนุนและพัฒนานวัตกรรมในด้านอวกาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนทางวิทยาศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยี และอุตสาหกรรมอวกาศในอนาคต   สำหรับงาน Thailand Space Week 2024  มี 7 - 9 พฤศจิกายน 2567 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 17.00 น. ณ ฮอลล์ 9 – 10 อิมแพค เมืองทองธานี   ----------------------------------------------------------------------

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธาน เปิดโครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti-Fake News Center : AFNC) และเยี่ยมชมการทำงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้อง AFNC War Room ชั้น 4 บริษัท เรียลสมาร์ท จำกัด   สำหรับ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมฯ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กระทรวงดีอี เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานงานและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของข่าวปลอมในสังคมออนไลน์ และดำเนินการติดตามและตรวจสอบข่าวปลอม รวมถึงการประสานความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยประชาชนสามารถสอบถาม แจ้งเบาะแสข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com   ----------------------------------------------------------

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ รักษาราชการแทน รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)  เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการเป็นข้าราชการที่ดี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 รุ่นที่ 1 เพื่อให้ข้าราชการบรรจุใหม่มีความรู้ ความเข้าใจในกฎระเบียบ แบบแผนในการปฏิบัติราชการ พร้อมเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่นในระบบราชการให้มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของความเป็นข้าราชการที่ดี ณ ห้องประชุม MDES 1 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุมสภาบริหารของสหภาพสากลไปรษณีย์ (Council of Administration: CA) ประจำปี ค.ศ. 2024 ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 6 - 8 พฤศจิกายน 2567 ณ กรุงเบิร์น สมาพันธรัฐสวิส ในฐานะประเทศสมาชิกสภาบริหาร ผู้เข้าร่วมประชุมฯ ประกอบด้วย ผู้แทนประเทศสมาชิกสภาบริหาร จำนวน 41 ประเทศ และประเทศผู้สังเกตการณ์ โดยที่ประชุมได้มีการพิจารณาแผนงานและแผนยุทธศาสตร์ ข้อตกลงและกฎหมายที่เป็นประโยชน์ในการบริหารกิจการไปรษณีย์ ตลอดจนพิจารณาให้ความเห็นชอบด้านการเงิน งบประมาณ และการให้ความช่วยเหลือทางด้านเทคนิคและวิชาการแก่ประเทศสมาชิกสหภาพฯ ซึ่งมีประเทศสมาชิกรวม 192 ประเทศ โดยนางสาวกัลยาฯ ได้เสนอความเห็นต่อร่างนโยบายว่าด้วยความร่วมมือด้านการพัฒนา ปี ค.ศ. 2026 - 2029 ในการเพิ่มบทบาทของสำนักงานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกของสหภาพฯ ณ กรุงเทพ ในการเสริมสร้างความร่วมมือกับสำนักงานภูมิภาคขององค์การระหว่างประเทศในสาขาอื่น เพื่อสร้างพันธมิตรใหม่ที่เข้มแข็งในการพัฒนางานเครือข่ายไปรษณีย์ เช่น การสร้างความร่วมมือกับสำนักงานภูมิภาคฯ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนาบริการไปรษณีย์ ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีในคราวการประชุมเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 อนุมัติให้ประเทศไทยสมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งสมาชิกสภาบริหารและสภาปฏิบัติการไปรษณีย์ วาระปี ค.ศ. 2026 - 2029 ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในการประชุมใหญ่สหภาพสากลไปรษณีย์ สมัยที่ 28 ณ นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในเดือนกันยายน 2568 ‐-----------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ธนาคารกรุงไทย เปิดลงทะเบียนเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท รอบใหม่” รองลงมาคือเรื่อง “ธนาคารกรุงไทย ส่งเอกสารแจ้งตรวจพบความผิดปกติแอปพลิเคชัน Krung NEXT” โดยขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความวิตกกังวล ความสับสน ความเข้าใจผิด และส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 1-7 พฤศจิกายน 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 854,009 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 579 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 564 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 11 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 4 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 229 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 79 เรื่อง ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 97 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 66 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 25 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 14 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 27 เรื่อง นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ พบว่าเป็นข่าวเกี่ยวกับหน่วยงานรัฐ และนโยบายของรัฐ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต และสิทธิประกันสังคม ทั้งในเรื่องการเปิดสินเชื่อ และเรื่องสิทธิการรักษาพยาบาล ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ สร้างความเข้าใจผิด สร้างความวิตกกังวล และอาจสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ธนาคารกรุงไทย เปิดลงทะเบียนเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท รอบใหม่ อันดับที่ 2 : เรื่อง ธนาคารกรุงไทย ส่งเอกสารแจ้งตรวจพบความผิดปกติแอปพลิเคชัน Krung NEXT อันดับที่ 3 : เรื่อง ผู้ประกันตนสามารถกู้เงินประกันสังคมได้ ผ่านเพจ Carroll Reyes อันดับที่ 4 : เรื่อง ตำรายาแก้โรคมะเร็งหายใน 6 วัน อันดับที่ 5 : เรื่อง โรงพยาบาลเอกชน 70 แห่ง เตรียมถอนตัวจากการเป็นคู่สัญญากับประกันสังคม เนื่องจากอัตราการจ่ายปัจจุบันไม่สะท้อนต้นทุน ทำให้ขาดทุน อันดับที่ 6 : เรื่อง จะเกิดทอร์นาโด ระดับ 4 ในพื้นที่ แปดริ้ว กรุงเทพ และปริมณฑล อันดับที่ 7 : เรื่อง สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ออกเอกสารวงในบอกเลขก่อนวันออกรางวัล อันดับที่ 8 : เรื่อง คลิกลิงก์ เพื่อแก้ไขแอปฯ ทางรัฐค้างอยู่ขั้นตอนที่ 3 และ 4 อันดับที่ 9 : เรื่อง ไปรษณีย์ไทยส่งอีเมลแจ้งให้อัปเดตข้อมูลการเรียกเก็บเงิน เพื่อขอจัดส่งพัสดุใหม่ อันดับที่ 10 : เรื่อง จำหน่ายบัตรราคาพิเศษพร้อมการเดินทางไม่จำกัดบนระบบขนส่งสาธารณะทุกประเภทในกรุงเทพฯ และพื้นที่โดยรอบเป็นเวลา 6 เดือน “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐและโครงการของรัฐถึง 8 อันดับ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อประชาชน ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ความวิตกกังวล สำหรับข่าวที่เกี่ยวข้องกับโครงการรัฐ โดยเฉพาะสถาบันการเงินของรัฐ สิทธิประกันสังคม และข่าวเกี่ยวกับโครงการ ดิจิทัลวอลเล็ต อาจทำให้ประชาชน ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้ ซึ่งส่งผลกระทบกับประชาชนทั่วประเทศเป็นวงกว้าง หากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ธนาคารกรุงไทย เปิดลงทะเบียนเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท รอบใหม่” ซึ่งกระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับธนาคารกรุงไทย กระทรวงการคลัง พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยธนาคารไม่ได้เปิดลงทะเบียนดิจิทัลวอลเล็ตแต่อย่างใด เป็นการกระทำของมิจฉาชีพที่แอบอ้างถึงธนาคารกรุงไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อสร้างความสับสนแก่ประชาชน ดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนควรระมัดระวังในการกรอกข้อมูลและไม่ควรกดลิงก์แปลก น่าสงสัยที่ส่งโดยไม่ทราบที่มาชัดเจน สำหรับประชาชนที่สนใจสามารถรับข้อมูลข่าวสารจากธนาคารกรุงไทย ได้ที่ www.krungthai.com หรือติดต่อ Krungthai Contact Center 02-111-1111 หรือแจ้งผ่าน Facebook : Krungthai Care ด้านข่าวปลอม อันดับ 2 “ธนาคารกรุงไทย ส่งเอกสารแจ้งตรวจพบความผิดปกติแอปพลิเคชัน Krung NEXT” โดยกระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับธนาคารกรุงไทย กระทรวงการคลัง พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำของมิจฉาชีพที่แอบอ้างถึงธนาคารกรุงไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารปลอมที่ไม่ได้ออกโดยธนาคารกรุงไทยแต่อย่างใด จึงขอเตือนประชาชนควรระมัดระวังในการกรอกข้อมูลและไม่ควรกดลิงก์แปลก น่าสงสัยที่ส่งโดยไม่ทราบที่มาชัดเจน อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                                                           --------------------------------------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมที่เกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์รายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ธ.ก.ส. เปิดลงทะเบียนสินเชื่อ ผ่านบัญชี Tiktok baac.thailand5” รองลงมาคือเรื่อง “ป.ป.ท. เปิดให้ลงทะเบียนคุ้มครองสิทธิเหยื่อคอลเซ็นเตอร์ ผ่านเพจ สำนักงานรัฐภาคที่ 2” โดยขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความวิตกกังวล ความสับสน ความเข้าใจผิด และส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ในฐานะโฆษกกระทรวงฯ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 1-7 พฤศจิกายน 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 854,009 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 579 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 564 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 11 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 4 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 229 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 79 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดลงทะเบียนสินเชื่อ ผ่านบัญชี TikTok baac.thailand5 อันดับที่ 2 : เรื่อง ป.ป.ท. เปิดให้ลงทะเบียนคุ้มครองสิทธิเหยื่อคอลเซ็นเตอร์ ผ่านเพจ สำนักงานรัฐภาคที่ 2 อันดับที่ 3 : เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดบัญชีไลน์ Admin BAAC Thailand อันดับที่ 4 : เรื่อง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเพิ่มช่องทางการติดต่อ ไอดีไลน์ pea1143 อันดับที่ 5 : เรื่อง ธนาคารออมสินเปิดเพจเฟซบุ๊ก สินเชื่อ ฉุกเฉิน อันดับที่ 6 : เรื่อง ปปง. เปิดลงทะเบียนคุ้มครองสิทธิ เพื่อเฉลี่ยทรัพย์คืนผู้เสียหาย ผ่านเพจ Notify the public อันดับที่ 7 : เรื่อง ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เปิดเพจ News releases for the economy and society รับให้คำปรึกษาออนไลน์ อันดับที่ 8 : เรื่อง กระทรวงดิจิทัลฯ เปิดให้ประชาชนยื่นคำร้องขอเฉลี่ยทรัพย์คืนผ่านเพจ เพื่อพี่น้องไทย อันดับที่ 9 : เรื่อง สมัครกรุงไทยใจป้ำ สินเชื่อเพื่อเดอะแบก อนุมัติไวใน 1 วัน ดอกเบี้ย 5.50-11% อันดับที่ 10 : เรื่อง CIB ร่วมกับเพจศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม เปิดช่องทางให้ประชาชนติดต่อขอรับเงินคืนจากการถูกหลอกลวงทางออนไลน์ “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ สถาบันการเงินของรัฐ โดยเฉพาะโครงการสินเชื่อ และโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเยียวยาผู้เสียหายจากคดีอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อประชาชน ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ความวิตกกังวล และอาจทำให้ประชาชน ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้ ซึ่งส่งผลกระทบกับประชาชนทั่วประเทศเป็นวงกว้าง หากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ธ.ก.ส. เปิดลงทะเบียนสินเชื่อ ผ่านบัญชี Tiktok baac.thailand5” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานตรวจสอบข้อเท็จจริง ร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กระทรวงการคลัง พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ ซึ่งเป็นการแอบอ้างโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากธนาคารไม่มีการปล่อยสินเชื่อดังกล่าวแก่ลูกค้า ผ่านช่องทางออนไลน์ใดๆทั้งสิ้น และบัญชี Tiktok ที่ใช้ชื่อว่า baac.thailand5 ไม่ใช่ช่องทางการติดต่อหรือเกี่ยวข้องกับ ธ.ก.ส. จึงขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ โดยประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารจาก ธ.ก.ส. สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.baac.or.th หรือโทร. 0-2555-0555 อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                                                                                  --------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 11 พฤศจิกายน 2567 นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อการบูรณาการ การทำงานในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการป้องกันและปราบปราม เพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือกับภัยคุกคามทางออนไลน์ในรูปแบบต่างๆ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 803 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

    นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 4 – 10 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย   คดีที่ 1 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 5,486,777 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาเชิญชวนเทรดหุ้นผ่านช่องทาง Facebook ตนสนใจจึงเพิ่มเพื่อน ทาง Line สอบถามรายละเอียด มิจฉาชีพแนะนำและสอนขั้นตอนวิธีการต่าง ๆ การเทรดหุ้นแก่ตน ตนจึงโอนเงินเพื่อเทรดหุ้น ในช่วงแรกสามารถถอนเงินจากระบบได้ ตนจึงโอนเงินเพิ่มและเทรดหุ้นได้จำนวนมากขึ้นแต่ไม่สามารถถอนเงินได้ มิจฉาชีพแจ้งว่าต้องโอนเงินเพิ่มอีกเพื่อเป็นค่าดำเนินการ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 2 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 1,587,872 บาท ผู้เสียหายพบโฆษณาทำงานหารายได้พิเศษผ่านช่องทาง Facebook เป็นการรีวิวสินค้าเสื้อผ้าเด็ก และมีการชักชวนให้ทำกิจกรรมระหว่างช่วงรอสินค้า โดยให้ตนโอนเงิน เพื่อซื้อสินค้าหลากหลายประเภท ในช่วงแรกได้รับค่าตอบแทนกลับมา ช่วงหลังมิจฉาชีพ ให้โอนเงินซื้อสินค้าด้วยราคาที่สูงขึ้น ตนหลงเชื่อโอนเงินเพิ่มแต่ไม่ได้รับค่าตอบแทน ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 578,218 บาท ผู้เสียหายได้พบโฆษณาชักชวนทำงานต่างประเทศผ่านช่องทาง Facebook ตนสนใจ จึงเพิ่มเพื่อนทาง Line สอบถามรายละเอียด จากนั้นมิจฉาชีพแจ้งให้ตนโอนเงินเพื่อเป็น ค่าดำเนินการ ค่าเอกสาร ค่าภาษี และค่าแลกเปลี่ยนสกุลเงิน ตนหลงเชื่อจึงโอนเงินไป ภายหลังตนได้นำข้อมูลในโฆษณาไปตรวจสอบกับบริษัทจัดหางาน พบว่าทางบริษัท โดนมิจฉาชีพนำชื่อบริษัทไปแอบอ้าง บริษัทจัดหางานแจ้งว่าไม่มีการโฆษณาเพื่อชักชวนคนไปทำงานต่างประเทศแต่อย่างใด ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 4 คดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน (Call Center) มูลค่าความเสียหาย 300,946 บาท ทั้งนี้ ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ แจ้งว่ามีเด็กถูกรถชนบาดเจ็บสาหัส โดยมีชื่อผู้เสียหายเป็นคนนำตัวเด็กส่งโรงพยาบาล มิจฉาชีพแจ้งว่าจะต้องลงชื่อยินยอม ให้ทำการผ่าตัดและเป็นผู้รับผิดชอบค่าผ่าตัดทั้งหมด จากนั้นได้โอนสายไปยังเจ้าหน้าที่ อีกท่านอ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรขอนแก่น แจ้งว่าจากการตรวจสอบประวัติพบว่ามีการค้ามนุษย์และฟอกเงินผิดกฎหมาย จึงขอตรวจสอบเส้นทางการเงิน ในบัญชี หากไม่ให้ความร่วมมือจะมีความผิดตามกฎหมาย ตนหลงเชื่อจึงโอนเงินไป ภายหลังโอนเงินเสร็จเรียบร้อย ได้ติดต่อไปยังโรงพยาบาลเพื่อสอบถามข้อมูลเรื่องที่เกิดขึ้น จึงทราบว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก   และคดีที่ 5  คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 226,599 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง TikTok ชักชวนทำงานหารายได้พิเศษตนสนใจจึงทักข้อความไปสอบถาม มิจฉาชีพแจ้งว่าเป็นกิจกรรมส่งเสริมการขายและได้กำไร เป็นค่าคอมมิชชัน จากนั้นให้เพิ่มเพื่อนทาง Line ส่งลิงก์ให้กรอกข้อมูลแล้วแนะนำขั้นตอน การทำงานจากนั้นดึงเข้า Group Line โดยให้โอนเงินค่าสินค้าเข้าไปในระบบก่อนและ จะได้รับคืนภายหลัง ในระยะแรกได้ผลตอบแทนจริง ต่อมาภายหลังให้ลงทุนราคาสินค้ามากขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่ไหว ตนต้องการยกเลิก มิจฉาชีพอ้างว่าทำผิดกฎทางบริษัทจะต้องชำระค่าปรับและเสียค่าภาษีจำนวนสินค้าทั้งหมดก่อน ตนจึงเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอก   สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 8,180,412 บาท   ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้   1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,199,174 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,206 สาย   2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 375,066 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,130 บัญชี   3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 111,173 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 29.63 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 91,916 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 24.51 (3) หลอกลวงลงทุน  57,419 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 15.31 (4) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 31,305 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 8.35  (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 29,363 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.83 (และคดีอื่นๆ 53,890 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.37)    “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพ ใช้วิธีการหลอกลวงผู้เสียหาย ด้วยการหลอกให้ลงทุนเพื่อหารายได้พิเศษ การโปรโมทสินค้า หรือพบโฆษณาหลอกลวงเชิญชวนเทรดหุ้นผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย คือ Facebook ,Line และ TikTok ทั้งนี้ขอย้ำว่า การลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด หรือติดต่อผ่านทางสายด่วน AOC 1441 เพื่อยืนยันตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนที่จะมีการดำเนินการใดๆ และความปลอดภัย ต่อการถูกหลอกลวง ด้านกรณีการลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวงดังนั้นขอให้สอบถามรายละเอียดให้แน่ชัดก่อนให้ข้อมูลส่วนบุคคล และทำการเพิ่มเพื่อนหรือดำเนินการใดๆ ในโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ควรตรวจสอบการลงทุนในธุรกิจต่างๆ อย่างรอบคอบ และติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด หรือติดต่อผ่านทางสายด่วน AOC 1441 เพื่อยืนยันตรวจสอบข้อเท็จจริง” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว   อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดย กระทรวง ดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง      หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441 แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                                          --------------------------------------------------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.