Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงานการประชุม “APSCC 2024 (Asia-Pacific Satellite Communications Council) Satellite Conference & Exhibition” ภายใต้หัวข้อ "ก้าวสู่ดินแดนอนาคต: เผชิญความเปลี่ยนแปลงและโอกาสในอุตสาหกรรมอวกาศ"  ณ โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯ   สำหรับงาน  APSCC 2024 เป็นงานประชุมประจำปีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยเป็นเวทีสำคัญสำหรับผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ มาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ ด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมดาวเทียมและอวกาศ พร้อมอัปเดตเทรนด์ และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีต่างๆ

  วันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงดีอี และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด (Top Executives) ครั้งที่ 13/2567 โดยมี คณะผู้บริหาร และคณะหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวง ดีอี เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 อาคาร NT สำนักงานใหญ่

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ รักษาราชการแทน รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกล่าวสนับสนุนในพิธีเปิดงานนิทรรศการไทยแลนด์เมืองอัจฉริยะ ประจำปี 2567 (Thailand Smart City Expo 2024) และมอบตราสัญลักษณ์เมืองอัจฉริยะประเทศไทย ประกาศนียบัตรเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ และรางวัลสำหรับผู้ชนะการประกวด Smart City Solutions Awards 2024 โดยมี นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (นางสาวแพทองธาร ชินวัตร) เป็นประธานในพิธี จัดโดยบริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ภายใต้กระทรวง ดีอี ในระหว่างวันที่ 6-8 พฤศจิกายน 2567 ณ ฮอลล์ 4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ   สำหรับงานนี้ นับเป็นเวทีแห่งโอกาสธุรกิจประจำปีที่ช่วยผลักดันให้ประเทศไทยก้าวไปสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะได้อย่างก้าวกระโดดและยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นเวทีสำหรับการแลกเปลี่ยนเทคนิคและความรู้เกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีเพื่อการบริหารจัดการเมือง เกิดการให้บริการประชาชนอย่างชาญฉลาด เท่าทันการเปลี่ยนแปลง และแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (Top Executives) ครั้งที่ 13/2567 โดยมี นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดีอี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ รองปลัดกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัล เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT และผ่านระบบ VDO CONFERENCE นายประเสริฐ กล่าวว่า ในการประชุมหารือร่วมกับผู้บริหารกระทรวงดีอี มีวาระสำคัญในการร่วมพิจารณาที่เกี่ยวข้องกับมาตรการการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตามนโยบายของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยเน้นให้ความสำคัญกับมาตรการการตรวจสอบและปราบปรามเว็บไซต์ และลิงค์ URL ผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นหนึ่งในช่องทางที่ใช้ก่ออาชญากรรมของมิจฉาชีพ พร้อมกันนี้กระทรวงดีอี ได้จัดตั้งกองนวัตกรรมด้านดิจิทัล ในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงดีอี เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2567 ภายใต้นโยบายการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัลโดยข้าราชการกระทวงดีอี ซึ่งที่ผ่านมาได้ร่วมพัฒนาระบบสำคัญโดยไม่ใช้งบประมาณ ได้แก่ 1.การพัฒนาแอปพลิเคชันพยากรณ์อากาศ เป็นความร่วมมือในการพัฒนาแอปฯ ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา เพื่อพัฒนาโมดูลภายใต้แอปฯ Thai weather ของกรมอุตุนิยมวิทยา โดยระบบใหม่จะรองรับการแสดงผลบนแผนที่ในรูปแบบเคลื่อนไหว รวมทั้งเพิ่มข้อมูลและฟังก์ชัน อาทิ พยากรณ์ฝน ความชื้น ทิศทางลม อุณหภูมิ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถระบุพิกัดได้ถึงระดับตำบล และยังสามารถติดตามการพยากรณ์ล่วงหน้าได้ 7 วัน ซึ่งทำให้ระบบมีความทันสมัยและสะดวกต่อการใช้งานมากขึ้น 2.ระบบ MDES PDF Encrypter ที่พัฒนาร่วมกับ สกมช. เพื่อรองรับการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ ในการเข้ารหัสเอกสารชั้นความลับต่างๆ ได้ ซึ่งสามารถเข้ารหัสเอกสารครั้งละจำนวนมากได้ และเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการซื้อ license ของโปรแกรมเข้ารหัสได้ เช่น สป.ดศ. ได้จำนวน 1.7 ล้านบาทต่อปี โดยระบบนี้ได้เปิดให้หน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ สามารถนำไปใช้ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย 3.ระบบตรวจสอบและเก็บหลักฐานเว็บไซต์ที่กระทำผิดกฎหมายตามคำสั่งศาลขึ้น โดยระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยลดขั้นตอนการทำงานของเจ้าหน้าที่ ให้สามารถตรวจสอบและจัดเก็บหลักฐาน และดําเนินการทางการปรับเป็นพินัย ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Robotic Process Automation (RPA) ที่ช่วยให้กระบวนการต่าง ๆ เป็นไปโดยอัตโนมัติ สำหรับระบบตรวจสอบและเก็บหลักฐานเว็บไซต์ที่กระทำผิดกฎหมายตามคำสั่งศาล มีส่วนประกอบที่สำคัญ 3 ระบบ ได้แก่1) ระบบตรวจสอบเว็บไซต์ผิดกฎหมาย (URLChecker) ทำหน้าที่ในการตรวจสอบเว็บไซต์ผิดกฎหมายที่ยังคงมีการเผยแพร่หลังมีการออกคำสั่งศาล ที่รองรับ URL ที่ต้องตรวจสอบจำนวนมาก 2) ระบบเก็บหลักฐานเว็บไซต์ผิดกฎหมาย (Evidence) บันทึกและจัดเก็บไฟล์สื่อจากเว็บไซต์ (วิดีโอและรูปภาพ) ที่ผ่านการตรวจสอบของระบบตรวจสอบเว็บไซต์ผิดกฎหมาย และพบว่ามีการละเมิดต่อไปแม้จะมีคำสั่งศาลแล้ว 3) ระบบการทำงานอัตโนมัติโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ RPA ใช้เพื่อช่วยในการบันทึกและเก็บหลักฐานโดยอัตโนมัติ และส่งมอบให้กับเจ้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบและดำเนินการต่อไป ขณะเดียวกัน ยังได้พัฒนาให้ระบบตรวจสอบ สามารถเชื่อมโยงผ่านแอปพลิเคชัน โดยเชื่อมโยงกับระบบสนับสนุนการทำงานปิดเว็บไซต์ผิดกฎหมาย (Webd) ที่มีอยู่เดิม เพื่อรับส่งข้อมูลเว็บไซต์ผิดกฎหมายและคำสั่งศาลได้อย่างรวดเร็ว ข้อมูลดังกล่าวจะถูกส่งไปตรวจสอบ (URL Checker) และเก็บหลักฐานเว็บไซต์ผิดกฎหมาย (Evidence) ผ่านเครือข่ายของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (ISP) และระบบจะส่งหลักฐานเว็บไซต์ที่ผิดกฎหมายและยังเผยแพร่อยู่ได้อัตโนมัติ “ระบบนี้ช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบหลักฐานเว็บไซต์ผิดกฎหมาย ที่ยังมีการเผยแพร่อยู่ได้ในทันที โดยหลักฐานที่ระบบสามารถเก็บได้ ประกอบด้วย เว็บไซต์ วันที่ออกคำสั่งศาล วันที่ตรวจพบ และชื่อผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต  จึงช่วยให้การดำเนินการตามกฎหมายมีความคล่องตัวและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อให้เกิดการทำงานที่สะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ โดยสามารถตรวจสอบ เว็บไซต์ผิดกฎหมาย จำนวน 10,000 URL ได้ภายในเวลา 3 ชั่วโมง และใช้จำนวนเจ้าหน้าที่เพียง 1 คนในการทำงาน การพัฒนาระบบดังกล่าวจะช่วยทำให้ดำเนินมาตรการตรวจสอบ เฝ้าระวัง และปราบปรามเว็บไซต์ และ URL ผิดกฎหมาย ได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ช่วยให้สามารถตัดวงจรช่องทางการก่ออาชญากรรมของขบวนการมิจฉาชีพได้อย่างมีนัยสำคัญ” นายประเสริฐกล่าว นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้พิจารณา แนวทางการขับเคลื่อนสถานภาพการเข้าใจดิจิทัล (Digital Literacy: DL) ของประเทศ โดยมุ่งเป้าที่การขยายองค์ความรู้และทักษะดิจิทัล (Digital Knowledge & Skill) ตามยุทธศาสตร์การพัฒนาและสร้างเสริมศักยภาพและทรัพยากรมนุษย์ สำหรับปี 2566 – 2570 จำนวน 250,000 คน ผ่านการดำเนินงานด้วยการขับเคลื่อนขยายองค์ความรู้และทักษะดิจิทัลเพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านดิจิทัล (Digital Divide) ให้ประชาชนในพื้นที่ต่างจังหวัด ผ่านศูนย์ดิจิทัลชุมชนประมาณ 1,722 ศูนย์ทั่วประเทศ เช่น การอบรมทำคลิป และการซื้อขายสินค้าออนไลน์ โดยได้กำหนดเป้าหมายผู้เข้าร่วมการอบรม คือ 150 คน/ศูนย์/ปี พร้อมทั้งสร้างบุคลากรในรูปแบบดิจิทัลอำเภอ เพื่อระดมสร้างองค์ความรู้ด้านดิจิทัลผ่านการอบรมบุคลากรในศูนย์ดิจิทัลชุมชน รวมทั้งเพิ่มจำนวนอาสาสมัครดิจิทัล (อสด.) ในแต่ละจังหวัด ซึ่งมีสถิติจังหวัดเป็นหน่วยงานดูแล โดยเสนอให้ สดช. จัดทำโครงการสร้างดิจิทัลอำเภอ (ลูกจ้างชั่วคราว) ซึ่งอาจต่อยอดเป็นพนักงานราชการต่อไปในอนาคต                                                               --------------------------------------------------------------------------------------






วันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือรูปแบบการจัดเก็บข้อมูล การทำงานร่วมกัน และการใช้สถานที่ของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางออนไลน์ (AOC 1441) บูรณาการกับ ศูนย์ปฏิบัติการบูรณาการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศบอท.) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกัน แก้ไข และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ณ ห้องประชุม 801 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   ----------------------------------------------------------------------

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดการฝึกบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ ด้านเทคโนโลยีสารสรเทศ และการสื่อสาร ประจำปี พ.ศ. 2567 และการตรวจสอบความพร้อมของหน่วยงานที่เข้าร่วมการฝึก เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการประสานงานและแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีหน่วยงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินลาดพร้าว จตุจักร กรุงเทพฯ   ----------------------------------------------------------------------

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงาน Thailand Space Week 2024 ซึ่งจัดขึ้นโดยสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับหน่วยงานรัฐและเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศ กว่า 70 หน่วยงาน โดยมี นายพรรณธนู วรรณกางซ้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีฯ กระทรวงดีอี นายอัฐฐเสฏฐ จุลเสฏฐพานิช เลขานุการรัฐมนตรีฯ กระทรวงดีอี นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดีอี พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานอวกาศจากนานาประเทศ และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องจากทั้งในและต่างประเทศ ณ อิมแพค เมืองทองธานี ฮอลล์ 9-10   นายประเสริฐ กล่าวว่า การจัดงาน Thailand Space Week 2024 เป็นครั้งที่ 3 ที่ประเทศไทยได้จัดขึ้น โดยถือเป็นงานด้านเทคโนโลยีอวกาศในระดับนานาชาติที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีและธุรกิจด้านอวกาศของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ซึ่งรัฐบาลไทยมีเป้าหมายมุ่งมั่นสนับสนุนและพัฒนานวัตกรรมในด้านอวกาศอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่การขับเคลื่อนทางวิทยาศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคมและเทคโนโลยี และอุตสาหกรรมอวกาศในอนาคต   สำหรับงาน Thailand Space Week 2024  มี 7 - 9 พฤศจิกายน 2567 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. – 17.00 น. ณ ฮอลล์ 9 – 10 อิมแพค เมืองทองธานี   ----------------------------------------------------------------------

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธาน เปิดโครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti-Fake News Center : AFNC) และเยี่ยมชมการทำงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้อง AFNC War Room ชั้น 4 บริษัท เรียลสมาร์ท จำกัด   สำหรับ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมฯ อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กระทรวงดีอี เพื่อเป็นศูนย์กลางในการประสานงานและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของข่าวปลอมในสังคมออนไลน์ และดำเนินการติดตามและตรวจสอบข่าวปลอม รวมถึงการประสานความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยประชาชนสามารถสอบถาม แจ้งเบาะแสข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com   ----------------------------------------------------------

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2567 นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ รักษาราชการแทน รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)  เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการเป็นข้าราชการที่ดี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 รุ่นที่ 1 เพื่อให้ข้าราชการบรรจุใหม่มีความรู้ ความเข้าใจในกฎระเบียบ แบบแผนในการปฏิบัติราชการ พร้อมเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่นในระบบราชการให้มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของความเป็นข้าราชการที่ดี ณ ห้องประชุม MDES 1 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุมสภาบริหารของสหภาพสากลไปรษณีย์ (Council of Administration: CA) ประจำปี ค.ศ. 2024 ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 6 - 8 พฤศจิกายน 2567 ณ กรุงเบิร์น สมาพันธรัฐสวิส ในฐานะประเทศสมาชิกสภาบริหาร ผู้เข้าร่วมประชุมฯ ประกอบด้วย ผู้แทนประเทศสมาชิกสภาบริหาร จำนวน 41 ประเทศ และประเทศผู้สังเกตการณ์ โดยที่ประชุมได้มีการพิจารณาแผนงานและแผนยุทธศาสตร์ ข้อตกลงและกฎหมายที่เป็นประโยชน์ในการบริหารกิจการไปรษณีย์ ตลอดจนพิจารณาให้ความเห็นชอบด้านการเงิน งบประมาณ และการให้ความช่วยเหลือทางด้านเทคนิคและวิชาการแก่ประเทศสมาชิกสหภาพฯ ซึ่งมีประเทศสมาชิกรวม 192 ประเทศ โดยนางสาวกัลยาฯ ได้เสนอความเห็นต่อร่างนโยบายว่าด้วยความร่วมมือด้านการพัฒนา ปี ค.ศ. 2026 - 2029 ในการเพิ่มบทบาทของสำนักงานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกของสหภาพฯ ณ กรุงเทพ ในการเสริมสร้างความร่วมมือกับสำนักงานภูมิภาคขององค์การระหว่างประเทศในสาขาอื่น เพื่อสร้างพันธมิตรใหม่ที่เข้มแข็งในการพัฒนางานเครือข่ายไปรษณีย์ เช่น การสร้างความร่วมมือกับสำนักงานภูมิภาคฯ สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ ในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนาบริการไปรษณีย์ ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีในคราวการประชุมเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2567 อนุมัติให้ประเทศไทยสมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งสมาชิกสภาบริหารและสภาปฏิบัติการไปรษณีย์ วาระปี ค.ศ. 2026 - 2029 ซึ่งจะมีการเลือกตั้งในการประชุมใหญ่สหภาพสากลไปรษณีย์ สมัยที่ 28 ณ นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ในเดือนกันยายน 2568 ‐-----------------------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.