Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

  วันที่ 19 - 22 พฤศจิกายน 2567 นางปิยนุช วุฒิสอน ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ รักษาราชการในตำแหน่งรองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการจัดการ สมัยที่ 48 (The 48th Session of the Management Committee of the APT : MC-48) ซึ่งจัดขึ้นโดย องค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียแปซิฟิก (Asia Pacific Telecommunity : APT) ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย   ทั้งนี้ นางปิยนุช ได้ร่วมกล่าว Statement ภายในงาน ในนามประเทศไทย โดยได้ระบุว่า ประเทศไทยมีความมุ่งมั่นที่จะใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลเพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรม ส่งเสริมนวัตกรรม เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และขยายเศรษฐกิจดิจิทัล การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เช่น โครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในหมู่บ้าน เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายอินเทอร์เน็ตกว่า 40,283 หมู่บ้าน และลดช่องว่างทางดิจิทัล โดยไทยให้ความสำคัญกับความเท่าเทียม พร้อมสนับสนุนคนพิการ และดำเนินการรัฐบาลไร้กระดาษผ่านระบบ e-Document นโยบาย GO Cloud First เพื่อส่งเสริมนวัตกรรม ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และความยั่งยืน   พร้อมกันนี้ ประเทศไทยได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ (AOC) และร่วมมือกับอาเซียนเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงในภูมิภาคต่อสู้กับภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยโครงการริเริ่มดังกล่าวได้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยในการสร้างอนาคตด้านดิจิทัลที่ปลอดภัย รวมถึงการพัฒนานวัตกรรม ซึ่งสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ APT 2567 - 2569 ที่ได้รับการรับรองในที่ประชุมสมัชชาใหญ่ ครั้งที่ 16   การประชุม MC เป็นการประชุมองค์กรบริหารของ APT ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปี เพื่อพิจารณาและให้ความเห็นชอบแผนงาน โครงการของ APT การเบิกจ่ายเงินและการบริหารงานในปีที่ผ่านมา ตลอดจนพิจารณาจัดสรรงบประมาณตามแผนงานและโครงการเพื่อดำเนินการในปีถัดไป โดยที่ประชุม MC เป็นกลไกสำคัญทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของสำนักเลขาธิการ APT   สำหรับที่ประชุม MC-48 ได้ร่วมหารือประเด็นสำคัญ ได้แก่ การรับทราบรายงานผลการประชุมต่าง ๆ ของ APT ในปี ค.ศ. 2024 และที่ประชุมได้ร่วมหารือเกี่ยวกับ การพิจารณารายงานโครงการ Extra Budgetary Contribution (EBCs) ปี ค.ศ. 2024 และคำขอเงินสนับสนุนโครงการฯ ปี ค.ศ. 2024 การเตรียมการประชุม Asia-Pacific ICT Ministerial Meeting ในปี ค.ศ. 2024 การพิจารณาข้อเสนอจากประเทศสมาชิก สมาชิกสมทบ และประธาน MC หรือเลขาธิการ APT การเลือกตั้งประธานและรองประธาน MC เพื่อทำหน้าที่ในสมัยถัดไป และกำหนดการและสถานที่จัดการประชุม MC สมัยที่ 49

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการทดสอบความเป็นไปได้ของระบบ (Proof of concept : POC) การแจ้งเตือนภัยผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Cell Broadcast) โดยมี นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. เป็นประธาน และ นายกองเอกอดุลย์ ชูทอง รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ (AIS TRUE NT) ณ ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต   สำหรับระบบ Cell Broadcast เป็นเทคโนโลยีที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการแจ้งเตือนภัยพิบัติให้กับประชาชนผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้ประชาชนสามารถรับทราบข้อมูลและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที

วันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน 2567 นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมคณะฯ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของสำนักงานสถิติจังหวัดภูเก็ต และ ศูนย์บริการ NT ภูเก็ต 1 ซึ่งเป็นหน่วยงานในสังกัดของกระทรวงดีอี โดยมี นางสาวฮาซานะฮ์ เล็กหีม สถิติจังหวัดภูเก็ต และ นายฑิฆัมพร สมอทอง โทรคมนาคมจังหวัดภูเก็ต พร้อมเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ ณ จ. ภูเก็ต

    นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า จากผลการดำเนินเฝ้าระวัง ตรวจสอบภัยออนไลน์ ตามมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์อย่างเข้มข้น ของกระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ทำให้ขณะนี้มิจฉาชีพได้เปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวงให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการใช้ เพจ/URL ปลอม โดยอ้างอิงหน่วยงานรัฐ เปิดรับให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากคดีออนไลน์ทำให้ประชาชนหลงเชื่อ   “ปัจจุบันพบว่ามิจฉาชีพได้เปลี่ยนรูปแบบวิธีการหลอกลวงให้มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น โดยเปิดเพจปลอม และนำเอารูปของผม หรือรูปของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ และผู้บริหารหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการปราบปรามภัยออนไลน์มาใช้อ้างอิง เพื่อหลอกลวงประชาชน เช่น เพจกองทุนเพื่อเข้าถึงความยุติธรรม ฯลฯ ซึ่งกระทรวงดีอี ได้ประสานผู้ให้บริการโซเชียลมีเดีย ผู้ให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ดำเนินการปิดกั้นเพจปลอมดังกล่าวไปแล้ว เพื่อป้องกันประชาชนไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ พร้อมกันนี้กระทรวงดีอี จะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุด เพราะถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการซ้ำเติมประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน” รองนายกฯ ประเสริฐ กล่าว   ขณะเดียวกันกระทรวงดีอี ได้ร่วมกับกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) บูรณาการความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามการใช้ช่องทางออนไลน์กระทำความผิด โดย ยธ.พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนด้านการฟ้องคดี เรียกร้องค่าเสียหาย ขณะเดียวกันกระทรวงดีอี ยังได้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงเพิ่มเติม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ.2566 เพื่อเพิ่มบทลงโทษให้กับผู้กระทำผิดกฎหมายดังกล่าว รวมไปถึงการประสานงานกับผู้ให้บริการโซเชียลมีเดีย ในการกำหนดเงื่อนไขการซื้อโฆษณาที่จะต้องมีการตรวจสอบเนื้อหาของโฆษณา และการยืนยันตัวตนก่อนการซื้อโฆษณาในโซเชียลมีเดียทุกครั้ง     อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนสังเกตุเครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้าด้านหลังชื่อบัญชีเพจของหน่วยงาน ซึ่งเป็นการยืนยันว่าเป็นเพจทางการของหน่วยงานที่ได้รับการยืนยันตัวตนแล้ว ไม่ใช่มิจฉาชีพ และขออย่าหลงเชื่อ เพจ/URL ที่น่าสงสัย ซึ่งถูกส่งต่อๆกันจากบุคคลที่ไม่รู้จักหรือไม่น่าไว้วางใจ หรือกดลิงก์แพลตฟอร์มต้องสงสัยภายในโซเชียลมีเดีย เพจ และ URLs ผิดกฎหมาย เพราะอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ทำให้สูญเสียทรัพย์สินหรือข้อมูลส่วนบุคคลได้ หรือหากมีการแชร์ต่อๆกัน อาจทำให้เกิดผลกระทบต่อสังคมในวงกว้างได้   แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com   --------------------------------------------------------------------------------------  


 วันศุกร์ที่ 22 พฤศจิกายน 2567 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมกับผู้แทนสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้ให้การต้อนรับ Mr. Tom Rogers ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้งออสเตรเลีย (Australian Electoral Commissioner) และคณะผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในประเด็นด้านข่าวปลอม การให้ข้อมูลเท็จ และการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง (Fake News and Dis/misinformation) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านนโยบาย และการรับมือข่าวปลอมของทั้งสองประเทศ   ทั้งนี้กระทรวงดีอี ได้นำเสนอโครงการ anti fake news และทางออสเตรเลียได้แบ่งปันประสบการณ์และแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการดำเนินการของแคมเปญ stop and consider เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านข่าวปลอมในช่วงเลือกตั้งของออสเตรเลีย

  วันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย บริษัท โทรคมนาคม แห่งชาติ (NT) จำกัด ร่วมแสดงความยินดี ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา กรมบังคับคดี ครบรอบ 50 ปี พร้อมร่วมบริจาคสมทบทุน โดยมี นายเสกสรร สุขแสง อธิบดีกรมบังคับคดี ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมบังคับคดี ให้การต้อนรับ ณ อาคารกรมบังคับคดี

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการติดตามความคืบหน้าโครงการ “Digital Korat: The Future Starts now - โคราช มหานครดิจิทัลแห่งอนาคต” โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี นายอัฐฐเสฏฐ จุลเสฏฐพานิช เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวง ดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ จังหวัดนครราชสีมา   นายประเสริฐ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา ในวาระการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่ ณ จังหวัดนครราชสีมา กระทรวง ดีอี ได้จัดโครงการ “Digital Korat: The Future Starts now - โคราช มหานครดิจิทัลแห่งอนาคต” ขึ้น เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล ระบบการทำงานแบบไร้กระดาษ (Paperless) ให้ประชาชนและหน่วยงานราชการภายในท้องถิ่น ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 2,000 คน พร้อมการลงนาม MOU ร่วมกับจังหวัดนครราชสีมา และหน่วยงานพันธมิตรต่างๆ ในการขับเคลื่อนโครงการ โดยพบว่า หน่วยงานภายในจังหวัด มีความต้องการใช้ระบบจำนวน 343 หน่วยงาน มีจำนวนผู้ใช้งาน 15,219 บัญชี (users) และใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ จำนวน 1,775 CA (Certification Authority)   ทั้งนี้ตลอดระยะเวลา 4 เดือนที่ผ่านมา กระทรวงดีอี ได้เร่งรัดโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับการดำเนินโครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแบบไร้กระดาษในหน่วยงานรัฐทั่วประเทศ โดยมอบหมายให้สถิติจังหวัดทั้ง 76 จังหวัดดำเนินการ ส่งเสริมการใช้งานระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document) ขับเคลื่อนการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้งานบริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) (โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้งาน) ให้กับส่วนราชการต่าง ๆ ทุกกระทรวง และทุกจังหวัด เพื่อตอบสนองต่อนโยบายรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) และผลักดันให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจน ช่วยลดความซ้ำซ้อนในการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของแต่ละหน่วยงาน   ในโอกาสนี้ กระทรวงดีอี ลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามการดำเนินโครงการ “Digital Korat: The Future Starts now - โคราช มหานครดิจิทัลแห่งอนาคต” ซึ่งถือเป็นต้นแบบ ก่อนขยายโครงการในลักษณะนี้ไปยังจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศ พร้อมทั้งเยี่ยมชมโครงการการยกระดับชุมชนด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ณ วิสาหกิจชุมชน @ View Share Farm ตำบลวังหมี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นการส่งเสริมการใช้งานดิจิทัลให้กับกลุ่มผู้พิการที่ประกอบอาชีพเกษตรแบบผสมผสาน ของ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า)    สำหรับเทศบาลเมืองปากช่อง เป็นอีกหนึ่งในหน่วยงานของจังหวัดนครราชสีมา ที่นำระบบ e-Document มาใช้ในหน่วยงานรัฐ เพื่อลดการใช้เอกสารกระดาษ ปรับปรุงประสิทธิภาพและความโปร่งใสกระบวนการทำงาน รวมทั้งยกระดับการให้บริการแก่ประชาชน ให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว เช่น การออกเอกสารสำคัญ การจัดเก็บข้อมูลทะเบียน และการประสานงานระหว่างหน่วยงาน ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถลดภาระงานเอกสารที่ซ้ำซ้อน ลดค่าใช้จ่ายด้านการดำเนินงาน รวมทั้งมีความปลอดภัยในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล และข้อมูลของภาครัฐ   ในส่วนของ วิสาหกิจชุมชน @ View Share Farm ตำบลวังหมี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ที่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนผ่านมาตรการช่วยเหลือหรือการอุดหนุนการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อชุมชนในชนบท (depa Digital Transformation Fund for Community) ในปี 2564 นั้น เป็นวิสาหกิจชุมชนที่บริหารจัดการโดยกลุ่มผู้พิการที่ประกอบอาชีพเกษตรแบบผสมผสาน โดยได้มีการนำเทคโนโลยีโรงเรือนอัจฉริยะ พร้อมระบบ Smart Farm และตู้ควบคุมระบบน้ำเข้ามาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยบริหารจัดการการให้น้ำ และปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อใช้สำหรับปลูกเมล่อน สายพันธุ์ Golden Pink และพืชผักสวนครัวบนพื้นที่ 2 ไร่ ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มคุณภาพของผลผลิตแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนและแรงงานได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งสามารถลดการสูญเสียผลผลิตได้มากถึง 70% พร้อมกับการนำเครื่องตั้งเวลาอัตโนมัติมาใช้ และติดตั้งโซล่ารูฟท็อป ผลิตกระแสไฟฟ้าในวิสาหกิจชุมชนบางส่วน ขณะเดียวกันดีป้า ยังได้เตรียมส่งเสริมการใช้แพลตฟอร์มการจัดการระบบบริหารจัดการโฮมสเตย์ ประกอบด้วยระบบการจอง ระบบการรับเงิน ให้กับทางวิสาหกิจชุมชน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบครบวงจร    อย่างไรก็ตาม แม้ว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยยกระดับกลุ่มวิสาหกิจ @ View Share Farm เพื่อการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลมากยิ่งขึ้นของผู้พิการ และกลุ่มเปราะบาง แต่ยังคงติดขัดปัญหาเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ เรื่องของสัญญาณอินเทอร์เน็ต  สัญญาณโทรคมนาคม รวมทั้งระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ซึ่งกระทรวงดีอี จะดำเนินการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการแก้ไขต่อไป    “กระทรวงดีอี พร้อมขับเคลื่อนการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแบบไร้กระดาษในหน่วยงานรัฐระดับภูมิภาค ทั้งการใช้งานระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document) การขับเคลื่อนการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้งานบริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) (โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้งาน) การวางโคงสร้างและยกระดับให้จังหวัดต่างๆ ที่มีศักยภาพ และความพร้อม ด้วยการวางโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัลอย่างทั่วถึง สร้างสภาพแวดล้อม ระบบนิเวศทางเทคโนโลยีที่ทันสมัย สร้างองค์ความรู้ พัฒนาทุนมนุษย์ให้กับประชาชน และบุคลากรหน่วยงานรัฐ ต่อยอดไปสู่การสร้างอาชีพ สร้างรายได้ สร้างความมั่นคงปลอดภัย ความเชื่อมั่นของประชาชนในการใช้เทคโนโลยี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับคนไทยทุกคนอย่างเท่าเทียม ทั่วถึง และยั่งยืน” รองนายกฯ ประเสริฐ

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ประชุมความร่วมมือในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและบริการของศาลปกครองโดยผ่านช่องทางของศูนย์ดิจิทัลชมุชน และศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) โดยมี ผู้แทนจากสำนักงานศาลปกครอง และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “รัฐบาลช่วยค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 1,000 บาท เริ่มจ่าย 24 พ.ย. 67” รองลงมาคือเรื่อง “นอนหันศีรษะและลำตัวไปตามแนวสนามแม่เหล็กโลกช่วยให้สุขภาพดี” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความสับสน เข้าใจผิด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ในฐานะโฆษกกระทรวงดีอี กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 15-21 พฤศจิกายน 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 842,896  ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 636 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 596 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 17 ข้อความ Website จำนวน 18 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 5 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 231 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 102 เรื่อง ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 100 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 50 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 19 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 31 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 31 เรื่อง นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ พบว่าเป็นข่าวเกี่ยวกับโครงการและนโยบายของรัฐ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับโครงการช่วยเหลือเกษตรกร รวมถึงเรื่องภัยพิบัติ และผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพ ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด วิตกกังวลได้ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง รัฐบาลช่วยค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 1,000 บาท เริ่มจ่าย 24 พ.ย. 67 อันดับที่ 2 : เรื่อง นอนหันศีรษะและลำตัวไปตามแนวสนามแม่เหล็กโลกช่วยให้สุขภาพดี อันดับที่ 3 : เรื่อง พายุไต้ฝุ่นอุซางิ ทวีความรุนแรงเป็นซูปเปอร์ไต้ฝุ่นแล้ว อันดับที่ 4 : เรื่อง เตือนให้สังเกตการเกิดสึนามิบริเวณชายทะเลอ่าวไทย รอบนี้จะมีคลื่นสูง 10 กว่าเมตร อันดับที่ 5 : เรื่อง AOT เปิดเว็บไซต์จำหน่ายกระเป๋าเดินทาง อันดับที่ 6 : เรื่อง เพจเจ้าหน้าที่ขนส่งแห่งประเทศไทย รับทำใบขับขี่ ต่อใบขับขี่ แบบออนไลน์ บัตรออกจากกรมขนส่งโดยตรง ทำได้ทั่วประเทศ อันดับที่ 7 : เรื่อง G-Herb ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง และเสริมภูมิคุ้มกัน อันดับที่ 8 : เรื่อง รัฐบาลประกาศให้งดทำนาปรัง เนื่องจากน้ำมีน้อย อันดับที่ 9 : เรื่อง เมฆเตือนภัย เครื่องบินเล็ก รถทัวร์ ให้ระวังอุบัติเหตุภายในเดือน พ.ย. 67 อันดับที่ 10 : เรื่อง ครึ่งเดือนแรกของเดือน พ.ย. มีพายุไต้ฝุ่นก่อตัวไล่เลี่ยกัน 4 ลูก ทุกลูกข้ามจากพายุดีเปรสชันเป็นไต้ฝุ่น“เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับโครงการของรัฐ และภัยพิบัติ มากถึง 6 อันดับ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อประชาชน ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ความวิตกกังวล ส่งผลกระทบกับประชาชนทั่วประเทศเป็นวงกว้าง หากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “รัฐบาลช่วยค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 1,000 บาท เริ่มจ่าย 24 พ.ย. 67” กระทรวงดีอีได้ประสานงานสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจสอบและชี้แจง พบว่า เป็นข้อมูลเท็จ โดยโครงการสนับสนุนค่าบริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปีการผลิต 2567/2568 หรือ โครงการไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ไร่ หรือไม่เกินครัวเรือนละ 20,000 บาท ซึ่งได้มีชาวนาสอบถามและเร่งรัดให้รัฐบาลอนุมัติโครงการไร่ละ 1,000 บาท ขณะนี้ยังไม่สามารถดําเนินการได้ เนื่องจากมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2566 กําหนดเป็นหลักการว่า ในการจัดทํามาตรการ/โครงการ เพื่อสนับสนุนหรือให้ความช่วยเหลือเกษตรกร และภาคเกษตรต่อจากนี้ไป ให้ทุกหน่วยงานหลีกเลี่ยงการดําเนินการในลักษณะการให้เงินอุดหนุน ช่วยเหลือ ชดเชย หรือประกันราคาสินค้าเกษตรโดยตรงแก่เกษตรกร และให้พิจารณาดําเนินมาตรการ/โครงการในลักษณะที่เป็นการสนับสนุน การเพิ่มระดับผลิตภาพ (Productivity) ของภาคการเกษตร การพัฒนาภาคเกษตรตลอดห่วงโซ่อุปทาน หรือเป็นการยกระดับกระบวนการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าเกษตร ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถสร้างรายได้ของตนเองได้อย่างเพียงพอในระยะยาว และดํารงชีวิตได้อย่างมีคุณภาพและมีความยั่งยืน ทั้งนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะพิจารณาแนวทางการดําเนินงานตามระเบียบให้เกิดประโยชน์กับเกษตรกรสูงสุด และขอยืนยันว่า จะเร่งรัดการดําเนินการให้เป็นไปตามขั้นตอน ระเบียบ และกฎหมายต่อไป ดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลเหล่านี้ต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ แล สามารถติดตามข่าวสารได้ที่เว็บไซต์ www.moac.go.th หรือโทร 0-2281-5884ด้านข่าวปลอม อันดับ 2 “นอนหันศีรษะและลำตัวไปตามแนวสนามแม่เหล็กโลกช่วยให้สุขภาพดี” กระทรวงดีอีได้ประสานงานร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ตรวจพบว่า เป็นข้อมูลเท็จ โดยแม้ว่าสนามแม่เหล็กโลกจะมีผลต่อการอพยพย้ายถิ่นของสัตว์บางชนิดและมีบทบาทสำคัญในการป้องกันรังสีจากอวกาศ แต่ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนว่า สนามแม่เหล็กโลกมีผลต่อสุขภาพของมนุษย์โดยตรง หรือส่งผลต่อการดูดซับพลังงานของร่างกายแต่อย่างใด ขณะที่ผลต่อการนอนหลับที่ดีมีหลากหลาย เช่น ความสบายของเตียง หมอน แสง สี เสียง อุณหภูมิห้อง ความเครียด และสุขภาพโดยรวมมากกว่าทิศทางการนอน อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                                                                                                             --------------------------------------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมที่เกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์รายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ธ.ก.ส. เปิดให้กู้ปิดหนี้ คนติดเครดิตบูโรยื่นได้ทุกอาชีพ เพียงมีรายได้ 9,000 บาทขึ้นไป” รองลงมาคือเรื่อง “ธ.ก.ส. เปิดโครงการรวมหนี้ ไม่ต้องค้ำ ไม่เช็กบูโร ยื่นได้ทุกอาชีพ รายได้ขั้นต่ำ 9,000 บาท” โดยขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความวิตกกังวล ความสับสน ความเข้าใจผิด และส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ในฐานะโฆษกกระทรวงดีอี กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 15-21 พฤศจิกายน 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 842,896  ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 636 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 596 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 17 ข้อความ Website จำนวน 18 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 5 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 231 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 102 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดให้กู้ปิดหนี้ คนติดเครดิตบูโรยื่นได้ทุกอาชีพ เพียงมีรายได้ 9,000 บาทขึ้นไป อันดับที่ 2 : เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดโครงการรวมหนี้ ไม่ต้องค้ำ ไม่เช็กบูโร ยื่นได้ทุกอาชีพ รายได้ขั้นต่ำ 9,000 บาท อันดับที่ 3 : เรื่อง ปปง. เปิดเว็บไซต์ตรวจสอบรายชื่อผู้เสียหายที่ขอรับเงินคืนหรือเงินชดเชยผู้เสียหายรายคดี อันดับที่ 4 : เรื่อง ยื่นหลักฐานเพื่อขอสิทธิ์รับเงินคืนจากโจรออนไลน์ ผ่านเพจ Government Office Regionอันดับที่ 5 : เรื่อง ธ.ก.ส. ออกหนังสือแจ้ง 3 ขั้นตอนการปลดล็อกบัญชีที่ถูกอายัด อันดับที่ 6 : เรื่อง ลงทุนหุ้นคาราบาว CBG รับประกันเงินทุน 100% ลงทุนระยะสั้นและกองทุนรวม รับรองโดย ก.ล.ต. อันดับที่ 7 : เรื่อง กระทรวงยุติธรรมเปิดเพจเฟซบุ๊ก Thailand Ministry Of Justice อันดับที่ 8 : เรื่อง เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลัง ติดต่อขอข้อมูลส่วนบุคคล ผ่านบัญชีไลน์กระทรวงการคลัง อันดับที่ 9 : เรื่อง กรุงไทยปล่อยสินเชื่อผ่านไลน์ ข้าราชการเงินเดือน 13,000 ขึ้นไป กู้ได้ถึง 1 ล้านบาท ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน อันดับที่ 10 : เรื่อง เอกสารรับรองเว็บไซต์ได้รับการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับทางกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ สถาบันการเงินของรัฐ โดยเฉพาะโครงการสินเชื่อ และโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเยียวยาผู้เสียหายจากคดีอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อประชาชน ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ความวิตกกังวล และอาจทำให้ประชาชน ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้ ซึ่งส่งผลกระทบกับประชาชนทั่วประเทศเป็นวงกว้าง หากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ธ.ก.ส. เปิดให้กู้ปิดหนี้ คนติดเครดิตบูโรยื่นได้ทุกอาชีพ เพียงมีรายได้ 9,000 บาทขึ้นไป” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานตรวจสอบข้อเท็จจริง ร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กระทรวงการคลัง พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ ซึ่งธ.ก.ส. ไม่มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อตามเงื่อนไขดังกล่าวแต่อย่างใด โดยเป็นการแอบอ้างนำเอาชื่อของธนาคารไปใช้ในการโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์โดยไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร กระทรวงการคลัง สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.baac.or.th หรือโทร. 0-2555-05550555 อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดสามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                                                                                  --------------------------------------------------------------------------------------

  วันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงาน DronTech Asia 2024 พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "Drone Innovation for Economic Growth" (นวัตกรรมโดรนเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ) ซึ่งถือเป็นงานนิทรรศการ และการประชุมระดับนานาชาติครั้งแรกที่เกี่ยวข้องกับโดรน (อากาศยานไร้คนขับ) และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องในประเทศไทย จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 25-27 พฤศจิกายน 2567 ณ อาคาร 12 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี   โดยงานนี้ ได้มีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์ บริการ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับโดรนในหลากหลายมิติ ทั้งการทหาร รวมถึงสำหรับภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมต่างๆ อีกทั้งจัดให้มีการประชุมสัมมนา เพื่อแบ่งปันวิสัยทัศน์และความรู้เกี่ยวกับโดรนให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงาน และบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมโดรน และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องมากกว่า 60 บริษัท จากไทยและต่างประเทศ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เข้าร่วมงาน และนำเสนอเทคโนโลยีโดรนมากกว่า 100 แบรนด์ พร้อมทั้งยังมีการบรรยายเชิงเทคนิคที่น่าสนใจ เจาะลึกด้านเทคโนโลยีและแอปพลิเคชันที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน และการประกวด Drone Swarming Challenge 2024 และ Flight Simulator Championship 20

วันที่ 25 พฤศจิกายน 2567 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ ได้ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งในโอกาสเข้าศึกษาดูงานการใช้งานเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ในระบบ e-Office ภายใต้งานบริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) พร้อมได้หารือแนวทางการใช้งานและการจัดการระบบงานสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ การลงลายมือชื่อ อิเล็กทรอนิกส์ และประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมยกระดับการปฏิบัติงานภาครัฐให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลดิจิทัล ณ ห้องประชุม 803 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 18 – 24 พฤศจิกายน 2567 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย    คดีที่ 1 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 7,250,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook ชักชวนลงทุนเทรดหุ้นสกุลเงินต่างประเทศ ตนสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line สอบถามรายละเอียด จากนั้นโอนเงินเพื่อทำการเทรดหุ้น ช่วงแรกได้กำไรและสามารถถอนเงินได้ ต่อมามีการดึงเข้า Group Lineและให้ลงทุนเทรดหุ้นเพิ่มแต่ไม่สามารถถอนเงินได้ มิจฉาชีพแจ้งว่าต้องเสียค่าภาษี และค่าประกันบัญชีรับเงิน ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก    คดีที่ 2 หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 1,417,910 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาชักชวนลงทุนหารายได้พิเศษอ้างผลตอบแทนดีผ่านช่องทาง Facebook จึงทักไปสอบถามรายละเอียด มิจฉาชีพแจ้งว่าเป็นการส่งเสริมการขายสินค้าโดยได้รับค่าคอมมิชชันตอบแทน จากนั้นเพิ่มเพื่อนทาง Line แนะนำขั้นตอนการทำงานและดึงเข้า Group Line โดยให้เริ่มลงทุนโอนเงินเข้าไปในระบบก่อนในระยะแรกได้รับผลตอบแทนจริง ต่อมาภายหลังเริ่มให้ลงทุนมากขึ้นจนตนไม่ไหว จึงต้องการขอยกเลิกภารกิจและถอนเงินคืน มิจฉาชีพแจ้งว่าให้ชำระค่าภาษีและค่าปรับเนื่องจากทำผิดกฎบริษัท ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก    คดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 1,350,000 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาอาหารเสริมผ่านช่องทาง Facebook ตนสนใจจึงจึงทักไปสอบถามรายละเอียดและเพิ่มเพื่อนทาง Line จากนั้นมิจฉาชีพแจ้งว่ามีสินค้าให้ทดลองทานฟรี แต่มีกิจกรรมให้ทำเป็นการโพรโมตแพลตฟอร์มมีค่าคอมมิชชัน แจ้งให้ผู้เสียหายโอนเงิน เป็นค่าโพรโมต ช่วงแรกตนได้รับเงินค่าคอมมิชชันจริง จากนั้นตนโอนเงินเพิ่มแต่ไม่ได้รับเงินคืน มิจฉาชีพแจ้งว่าตนทำรายการผิดพลาด ต้องโอนเงินเพิ่มเพื่อให้ทางระบบเปิด ให้ทำการแก้ไข ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก    คดีที่ 4 คดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน (Call Center) มูลค่าความเสียหาย 336,390 บาท ทั้งนี้ ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าตนทำการขายบัญชีม้า โดยให้บุคคลอื่นทำการเปิดบัญชีเป็นความผิดกฎหมายอาญา แจ้งขอตรวจสอบเส้นทางการเงินในบัญชี หากไม่ให้ความร่วมมือจะมีความผิดตามกฎหมาย ตนหลงเชื่อจึงโอนเงินไป หลังจากโอนเงินไปมิจฉาชีพติดต่อมาอีกครั้งให้ผู้เสียหาย นำทรัพย์สินไปจำนำเพื่อโอนเงินไปตรวจสอบเพิ่ม และให้ตนเดินทางไปสถานีตำรวจหนองจอกเพื่อพบเจ้าหน้าที่สอบสวน ตนเดินทางไปสถานีตำรวจแต่ไม่พบเจ้าหน้าที่ตามที่มิจฉาชีพแจ้ง ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก    และคดีที่ 5  หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 251,232บาท โดยผู้เสียหายได้พบโฆษณาบริษัทจัดหางานไปทำงานต่างประเทศผ่านช่องทาง TikTok ตนสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line ทักไปสอบถามรายละเอียด มิจฉาชีพให้โอนเงินโดยอ้างว่า เป็นค่าดำเนินการจองโควตาและค่าตรวจสอบยอดเงินในบัญชี ตนหลงเชื่อจึงโอนเงินไป จากนั้นตนรู้สึกผิดปกติจึงนำชื่อบริษัทจัดหางานไปตรวจสอบ จึงทราบว่าบริษัทถูกนำชื่อ ไปแอบอ้าง ตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก    สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 10,605,532 บาท   ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 22 พฤศจิกายน 2567 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้   1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,237,065 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,188 สาย 2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 393,733 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,138 บัญชี 3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 116,950 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 29.70 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 96,250 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 24.45 (3) หลอกลวงลงทุน  59,631 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 15.15 (4) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 33,650 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 8.55  (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 30,684 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.78 (และคดีอื่นๆ 56,568 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.37)    “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพ ใช้วิธีการหลอกลวงผู้เสียหาย ด้วยการหลอกให้ลงทุนเพื่อหารายได้พิเศษ การโพรโมตสินค้า หรือพบโฆษณาหลอกลวงเชิญชวนเทรดหุ้นผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย คือ Facebook ,Line และ TikTok ทั้งนี้ขอย้ำว่า กรณีการร่วมลงทุนผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด หรือติดต่อผ่านทางสายด่วน AOC 1441 เพื่อยืนยันตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนที่จะมีการดำเนินการใดๆ และความปลอดภัย ต่อการถูกหลอกลวง ดังนั้นขอให้สอบถามรายละเอียดให้แน่ชัดก่อนให้ข้อมูลส่วนบุคคล และทำการเพิ่มเพื่อนหรือดำเนินการใดๆ ในโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ควรตรวจสอบการลงทุนในธุรกิจต่างๆ และการถูกข่มขู่จากมิจฉาชีพอ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ควรติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด หรือติดต่อผ่านทางสายด่วน AOC 1441 เพื่อยืนยันตรวจสอบข้อเท็จจริง” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว   อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดย กระทรวง ดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง   หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441 แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                                                                --------------------------------------------------------------------------------------

  วันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย และคณะทำงาน ร่วมประชุมหารือการขับเคลื่อน และผลักดัน Digital Trade Transformation Work Program การปรับเปลี่ยนและพัฒนาระบบการค้าดิจิทัล โดยมี ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.