Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนางปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวง ดีอี ร่วมหารือกับคณะนักธุรกิจจากสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียน (USABC) นำโดย ประธาน และCEO ของ USABC เอกอัครราชทูต Ted Osius และบริษัทชั้นนำของสหรัฐอเมริกามากกว่า 30 บริษัท เพื่อหารือแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือด้านดิจิทัล การเปิดโอกาสด้านการลงทุนทางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การยกระดับศักยภาพด้านบุคลากรดิจิทัล และการสร้างความมั่นคงปลอดภัยในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพัฒนาเทคโนโลยีคลาวด์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ การส่งเสริมการชำระเงินทางดิจิทัล และหัวข้ออื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)   โดยรองนายกฯ ประเสริฐ ได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเอกชน โดยเฉพาะความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญในการบรรลุวิสัยทัศน์ของการพัฒนาประเทศในการสร้างความเชื่อมั่นว่า เทคโนโลยีดิจิทัลจะเป็นกลไกสำคัญในการเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจ และสามารถสร้างอนาคตแห่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้าในทุกภาคส่วน และสร้างโอกาสและความเชื่อมโยงให้ประชาชนของทั้งสองประเทศต่อไป   ในการหารือครั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แลกเปลี่ยนนโยบายหลักที่สำคัญ อาทิ การขับเคลื่อนนโยบาย New Growth Engine เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยสู่เศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล นโยบาย Cloud First Policy การพัฒนาด้าน AI และกำลังคนดิจิทัล รวมถึงความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และแนวทางการแก้ไขปัญหาหลอกลวงทางออนไลน์ ผ่านศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti-Online Scam Operation Center: AOC) และศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (Anti Fake News Center: AFNC) นอกจากนี้ USABC ได้กล่าวถึงบทบาทสำคัญของไทยในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจในภูมิภาค และชื่นชมการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาลและกระทรวงฯ รวมถึงแสดงความสนใจที่จะดำเนินการความร่วมมือด้านการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลระหว่างกัน เพื่อสร้างความเข้มแข็งทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงการลงทุนระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกา

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวเปิดงาน พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ ในงาน AWS PUBLIC SECTORDAY THAILAND 2024 โดยมี นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี รศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) Mr. Julian Lau Head of ASEAN Growth Markets AWS เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม จัดโดย AWS และ GovInsider ณ ห้องสยาม ฮอลล์ (ชั้น 6) โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไทกรุงเทพฯ   งานสัมมนานี้จัดขึ้นสำหรับเครือข่ายองค์กร บุคลากรภาครัฐ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มุ่งเน้นการอัปเดตนวัตกรรมล่าสุดด้านเทคโนโลยี นวัตกรรมด้าน Generative AI การรักษาความปลอดภัย การปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัย การย้ายระบบสู่คลาวด์ และนวัตกรรมการให้บริการสาธารณะ ที่จะช่วยยกระดับการบริการสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และเข้าถึงได้ง่าย

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2567 นางปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดงานและแสดงปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนา โครงการอบรมการป้องกันความปลอดภัยข้อมูลคอมพิวเตอร์ ครั้งที่ 23 (Cyber Defense Initiative Conference: CDIC 2024) งานสัมมนาด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยมี พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) จัดโดยบริษัท เอซิส โปรเฟสชั่นนัล เซ็นเตอร์ จำกัด และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ณ ห้องแกรนด์ฮอลล์ 201-203 ชั้น 2 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ   โดยงานนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด ″Harnessing the Power of Generative AI for Proactive Digital Trust and Cyber Resilience: Opportunities, Challenges, Governance, and Integration Strategies″ การถือกำเนิดของ Generative AI (Gen-AI) ได้ปฏิวัติกระบวนการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ถูกยกระดับให้มีการตรวจจับและตอบสนองต่อภัยคุกคามทางไซเบอร์เชิงรุก ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นโดยรวม ดังนั้นการทำความเข้าใจโอกาส ความท้าทาย และกลยุทธ์ในการบูรณาการ Gen-AI เข้ากับกรอบการทำงานด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง ถือเป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยไซเบอร์ระดับนานาชาติ เพื่อแบ่งปันความรู้ และประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อรู้เท่าทันและพร้อมรับมือกับภัยทางไซเบอร์เชิงรุกจากทั่วโลก

กฎหมายที่รับฟัง - สาระสำคัญของ พรบ. ไปรษณีย์ พ.ศ. ๒๔๗๗   - พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พุทธศักราช ๒๔๗๗ หลักการและเหตุผล ช่องทางการรับฟัง - รับฟังความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์   - รับฟังความคิดเห็นผ่านการประชุม สรุปผลการรับฟัง สถานะ ติดต่อเรา สถานะของโครงการ : รับฟังความคิดเห็นเพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พุทธศักราช ๒๔๗๗ กลับสู่ด้านบน หลักการและเหตุผล กลับสู่ด้านบน รับฟังความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ กลับสู่ด้านบน รับฟังความคิดเห็นผ่านการประชุม กลับสู่ด้านบน

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมแสดงถ้อยแถลงงาน “สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 17” ภายใต้หัวข้อ “เศรษฐกิจยุคใหม่ สร้างสุขภาวะไทยยั่งยืน” New Wealth for Health ณ อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี   การประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติครั้งนี้ ได้มีระเบียบวาระการประชุมจำนวน 2 ระเบียบวาระ ได้แก่ (1) พลิกโฉมกำลังคนเพื่อสังคมสุขภาวะ และ (2) การท่องเที่ยวแนวใหม่ สู่สุขภาวะและเศรษฐกิจไทยยั่งยืน โดยกระทรวงดีอี ได้ร่วมแสดงถ้อยแถลงเพื่อการขับเคลื่อนการร่างมติฯ ครั้งนี้ เกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ภารกิจของกระทรวงดีอี ในประเด็น การท่องเที่ยวแนวใหม่ สู่สุขภาวะและเศรษฐกิจไทยยั่งยืน

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นวิทยากรในงานสัมมนา Digital Nation: Making it Happen ในหัวข้อ “Thailand as a Digital Nation: Making it Happen” (TMA) โดยมี พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องจากภาครัฐ และเอกชนเข้าร่วม ณ ห้อง คริสตัล ฮอลล์ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก   โดยงานนี้ได้มุ่งเน้นการนำเสนอแนวทางการพัฒนาประเทศไทยสู่ยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน ในประเด็นที่น่าสนใจต่างๆ โครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล (Digital Infrastructure) ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) ทักษะและการพัฒนาทุนมนุษย์ (Digital Talent and Skills) นโยบายและกรอบการกำกับดูแล (Policy and Regulatory Framework) และอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความพร้อมการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลที่จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจและสังคมไทยในระยะยาว

กฎหมายที่รับฟัง - สาระสำคัญของ พรบ. ไปรษณีย์ พ.ศ. ๒๔๗๗   - พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พุทธศักราช ๒๔๗๗   - ร่าง พรบ.การประกอบกิจการไปรษณีย์   - Presentation การประชุมครั้งที่ ๑   - Presentation การประชุมครั้งที่ ๒ หลักการและเหตุผล ช่องทางการรับฟัง - รับฟังความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ ครั้งที่ ๑   - รับฟังความคิดเห็นผ่านการประชุม ครั้งที่ ๑   - รับฟังความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ ครั้งที่ ๒   - รับฟังความคิดเห็นผ่านการประชุม ครั้งที่ ๒ สรุปผลการรับฟัง วิดีโอการประชุม - วิดีโอการประชุม ครั้งที่ ๑   - วิดีโอการประชุม ครั้งที่ ๒ ติดต่อเรา สถานะของโครงการ : รับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมายไปรษณีย์ฉบับใหม่ กลับสู่ด้านบน หลักการและเหตุผล กลับสู่ด้านบน รับฟังความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ และ รับฟังความคิดเห็นผ่านการประชุม ครั้งที่ ๑ กลับสู่ด้านบน  รับฟังความคิดเห็นผ่านระบบออนไลน์ และ รับฟังความคิดเห็นผ่านการประชุม ครั้งที่ ๒ กลับสู่ด้านบน  ติดต่อเรา       apar@utcc.ac.thกลับสู่ด้านบน

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านสารัตถะ ครั้งที่ 2/2567 เพื่อเตรียมการจัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัล ครั้งที่ 5 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ASEAN Digital Ministers Meeting: (ADGMIN) โดยมี นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบการประชุมทางไกล   --------------------------------------------------------------

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับ Mr. ShenZhu Lin ตำแหน่ง Vice Administrator of the National Data Administration, Director – General Department, Innovation and High-Tech Development, National Development and Reform Commission (NDRC) และคณะผู้แทนจากฝ่ายจีนและสมาคมการค้าไทย-จีนและเศรษฐกิจเอเชีย เพื่อหารือเกี่ยวกับนโยบายด้านดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและความเป็นไปได้ในการดำเนินความร่วมมือระหว่างกัน โดยมีที่ปรึกษาด้านต่างประเทศกระทรวงดีอี นางสาวกัลยา ชินาธิวร และผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่เข้าร่วมการหารือ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น 9 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม          โดยทั้งสองฝ่ายได้หารือและแลกเปลี่ยนนโยบายด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาลทั้งสองประเทศ และการส่งเสริมกรอบความร่วมมือด้านการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ การผลักดันเศรษฐกิจดิจิทัลของภาคอุตสาหกรรม การพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลกับชีวิตประจำวัน ธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะดิจิทัลและการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้และบุคลากรด้านดิจิทัลร่วมกัน   --------------------------------------------------------------

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2567 ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานมอบวุฒิบัตร พร้อมกล่าวแสดงความยินดี ในพิธีมอบวุฒิบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรม หลักสูตร The Cullinan: The Making of the Digital Board รุ่นที่ 4 ซึ่งเป็นหลักสูตรเพื่อพัฒนาด้าน Digital Transformation สำหรับกรรมการและผู้บริหาร สำหรับองค์กรภาครัฐและเอกชน มุ่งพัฒนาศักยภาพในการกำกับดูแล และบริหารองค์กรให้มีประสิทธิภาพ ทันสมัย ก้าวทันโลกยุคดิจิทัล จัดโดย สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงานการสัมมนารับฟังความคิดเห็นเพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ของพระราชบัญญัติไปรษณีย์พุทธศักราช 2477 เพื่อการจัดทำแนวทางปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติไปรษณีย์ ช่วยให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ โดยมีนางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้ที่สนใจเข้าร่วม ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ

วันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวปาฐกถาพิเศษและร่วมเป็นเกียรติในงาน Facebook IRL (Facebook in Real Life) Meta เปิดประสบการณ์การเชื่อมต่อบน Facebook ให้ผู้คนได้สัมผัสในชีวิตจริง ร่วมกับพันธมิตรภาครัฐ ผู้ที่เกี่ยวข้อง และประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมงาน ณ เอ็มควอเทียร์ อเวนิว ชั้น G สุขุมวิท กรุงเทพฯ สำหรับงาน Facebook IRL (Facebook in Real Life) Meta จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2567 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงให้เห็นความสําเร็จของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อ ใช้แพลตฟอร์มในการสื่อสาร เสริมสร้างนวัตกรรม และธุรกิจในไทย ภายใต้บรรยากาศของความสุขและเทศกาลคาร์นิวัล ภายในงานมีการจัดกิจกรรมนำเสนอประสบการณ์ที่ดีที่สุดของ Facebook มาให้ผู้คนได้สัมผัสในชีวิตจริง พร้อมนิทรรศการที่เกี่ยวข้อง และกิจกรรมเวิร์กช็อปที่เปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าร่วมสนุก โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากนี้จะได้พบกับบรรดาครีเอเตอร์ ที่จะมาแชร์เคล็ดลับความสำเร็จในเส้นทางอาชีพ เพื่อค้นพบและสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆ

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “หาวมากอาจเป็นเพราะไตบกพร่อง” รองลงมาคือเรื่อง “ประเทศไทย ไม่เข้าร่วมพิธีปิดการประชุม ASEAN Summit” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความสับสน เข้าใจผิด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ในฐานะโฆษกกระทรวงดีอี กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 22-28 พฤศจิกายน 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 835,284  ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 655 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 609 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 44 ข้อความ Website จำนวน 2 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 245 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 69 เรื่อง ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 113 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 62 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 15 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 18 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 37 เรื่อง นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ พบว่าเป็นข่าวเกี่ยวกับสุขภาพ และหน่วยงานของรัฐ รวมถึงเรื่องภัยพิบัติ และผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับสุขภาพ ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด วิตกกังวลได้ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง หาวมากอาจเป็นเพราะไตบกพร่อง อันดับที่ 2 : เรื่อง ประเทศไทย ไม่เข้าร่วมพิธีปิดการประชุม ASEAN Summit อันดับที่ 3 : เรื่อง ทหารเรือเตือนรัฐบาล ต้าน MOU44 ประกาศรักษาอธิปไตยทางทะเล อันดับที่ 4 : เรื่อง ลักษณะของเมฆเตือนภัยแผ่นดินไหว อันดับที่ 5 : เรื่อง ศธ. ประกาศให้ชุดยุวกาชาดใส่แค่หมวกหรือผ้าพันคอ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายได้ อันดับที่ 6 : เรื่อง ผู้หญิงที่ดื่มเบียร์ทุกวันจะทำให้หน้าอกใหญ่ขึ้น 80% อันดับที่ 7 : เรื่อง ลักษณะของเมฆควันสีขาวเป็นเมฆเตือนภัย จะมีการเกิดเหตุคลังแก๊ส คลังน้ำมันระเบิดครั้งใหญ่ อันดับที่ 8 : เรื่อง กฟภ. ออกเอกสารแจ้งผู้ใช้ไฟฟ้า เรื่องการสับเปลี่ยนมิเตอร์อิเล็กทรอนิกส์ ทดแทนมิเตอร์จานหมุน อันดับที่ 9 : เรื่อง เอกสารห้ามเผยแพร่ ชุด ช.10 ช.11 และ ช.12 จัดทำโดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อันดับที่ 10 : เรื่อง หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล บริษัท ชิอิน ลอสแอนเจลิส จำกัด “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ สุขภาพ และภัยพิบัติ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อประชาชน ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ความวิตกกังวล ส่งผลกระทบกับประชาชนทั่วประเทศเป็นวงกว้าง หากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “หาวมากอาจเป็นเพราะไตบกพร่อง” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข พบว่า เป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า อาการหาวเป็นพฤติกรรมปกติของมนุษย์ กลไกการเกิดยังไม่สามารถอธิบายได้แน่ชัด แต่มักถูกกระตุ้นเมื่อง่วงนอน อยู่ในภาวะเหนื่อยล้า ความรู้สึกเบื่อ หรือ ความเครียด อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ระบุว่า อาการหาวมีความสัมพันธ์กับโรคไต ดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ โดยประชาชนที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารจากโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ที่เว็บไซต์ www.rajavithi.go.th หรือโทร. 02 206 2900 ด้านข่าวปลอม อันดับ 2 “ประเทศไทย ไม่เข้าร่วมพิธีปิดการประชุม ASEAN Summit”  กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ พบว่า เป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า เป็นการเผยแพร่ข้อมูลให้เกิดความเข้าใจผิด เนื่องจากเดิมนายกรัฐมนตรี มีกำหนดเข้าร่วมพิธีปิดดังกล่าว แต่ด้วยที่มีภารกิจก่อนหน้าที่แน่น จึงได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (รมว.กต.) เข้าร่วมแทน ซึ่งการมอบผู้แทนระดับสูงเข้าร่วมงานในลักษณะนี้ เป็นแนวปฏิบัติสากลของการประชุมระหว่างประเทศ โดยจะเห็นได้ว่า ในภาพดังกล่าว มีผู้นำของบางประเทศที่ได้มอบหมายให้ รมว. กต. ของตนเข้าร่วมแทนเช่นกัน ทั้งนี้ เก้าอี้สำหรับผู้นำไทย ซึ่งมีการวางธงชาติไทยบนโต๊ะหน้าเก้าอี้ด้วย ไม่ได้ว่างตามที่เป็นข่าว โดยมี รมว.กต. ในฐานะผู้แทนนายกฯ ยืนอยู่หน้าตำแหน่งของเก้าอี้ดังกล่าว และมีเก้าอี้ว่างอยู่ด้านขวา แต่ด้วยมุมของการถ่ายภาพ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด ดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น โดยประชาชนที่สนใจสามารถรับข้อมูลข่าวสารจากกระทรวงการต่างประเทศ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ https://info.mfa.go.th หรือโทร. 02 203 5000 ต่อ 22009 อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                                --------------------------------------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมที่เกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์รายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ออมสินปล่อยกู้เงินด่วน กู้ได้ทุกอาชีพ ผ่านเพจ กู้ง่าย ทันใจ” รองลงมาคือเรื่อง “กรมการขนส่งทางบก เปิดทำใบขับขี่ใหม่หรือต่ออายุ ผ่านเพจ Business 822” โดยขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความวิตกกังวล ความสับสน ความเข้าใจผิด และส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ในฐานะโฆษกกระทรวงดีอี กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 22-28 พฤศจิกายน 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 835,284  ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 655 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 609 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 44 ข้อความ Website จำนวน 2 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 245 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 69 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ออมสินปล่อยกู้เงินด่วน กู้ได้ทุกอาชีพ ผ่านเพจ กู้ง่าย ทันใจ อันดับที่ 2 : เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดทำใบขับขี่ใหม่หรือต่ออายุ ผ่านเพจ Business 822 อันดับที่ 3 : เรื่อง ใบรับรองการซื้อหุ้น ออกโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ อันดับที่ 4 : เรื่อง ปปง. เปิดลงทะเบียนรับเงินคืนจากการถูกโกงออนไลน์ผ่านเพจ Corruption Consultation and Suppression Center อันดับที่ 5 : เรื่อง ท่าอากาศยานดอนเมือง เปิดเพจเฟซบุ๊กใหม่ ชื่อ Don Mueang International Airport DMK อันดับที่ 6 : เรื่อง ลงทะเบียนยื่นสิทธิ์รับเงินคืน ผ่านเพจ Human assistance organization, online anti-C.rruption อันดับที่ 7 : เรื่อง นิคมอุตสาหกรรมอมตะ เปิดให้ลงทุนกองทุนรายวัน ปันผล 15-30% ต่อวัน และกองทุนรวม ปันผล 5-7% ต่อสัปดาห์ โดย ก.ล.ต. อันดับที่ 8 : เรื่อง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ประกาศเปิดรับสมัครงานทำที่บ้าน ผ่านเพจ Department of skill อันดับที่ 9 : เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดช่องทางติดต่อผ่านไลน์ ธ.ก.ส. BAAC Thailand อันดับที่ 10 : เรื่อง ก.ล.ต. รับรอง ลงทุนหุ้น cp axtra ผ่าน TikTok trade_talk_today ได้ผลตอบแทนสูง “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ สถาบันการเงินของรัฐ โดยเฉพาะโครงการสินเชื่อ การชวนลงทุน และโครงการที่เกี่ยวข้องกับการเยียวยาผู้เสียหายจากคดีอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อประชาชน ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ความวิตกกังวล และอาจทำให้ประชาชน ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้ ซึ่งส่งผลกระทบกับประชาชนทั่วประเทศเป็นวงกว้าง หากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ออมสินปล่อยกู้เงินด่วน กู้ได้ทุกอาชีพ ผ่านเพจ กู้ง่าย ทันใจ” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับธนาคารออมสิน กระทรวงการคลัง พบว่า เป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า เพจเฟซบุ๊กชื่อ “กู้ง่าย ทันใจ” ไม่ใช่เพจของ ธ.ออมสิน และ ธ.ออมสิน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผยแพร่ข้อมูลของเพจดังกล่าวใด ๆ ทั้งยังเป็นการแอบอ้างนำโลโก้ของธนาคารมาใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต โดยธนาคารไม่มีการปล่อยสินเชื่อ ผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก แอปพลิเคชันไลน์ และ Messenger อีกทั้ง ได้ยกเลิกการส่ง SMS ที่แนบลิงก์ให้ลูกค้าแล้ว ดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อเพจดังกล่าวที่มีการแอบอ้างชื่อของธนาคารในการชักชวนลักษณะนี้ หากต้องการถติดตามข่าวสารจากธนาคาร สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.gsb.or.th, แอปพลิเคชัน MyMo, Social Media ช่องทาง GSB Society และ GSB Now เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดสามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                                                                                  --------------------------------------------------------------------------------------

  เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2567 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดรับฟังความคิดเห็นเพื่อประเมินผลสัมฤทธิ์ของพระราชบัญญัติไปรษณีย์ พุทธศักราช 2477 โดยมี  นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดีอี ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ รร.มิราเคิลแกรนด์ กรุงเทพฯ   ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์  กล่าวว่า การกำกับดูแลเรื่องของไปรษณีย์ของประเทศไทย อยู่ภายใต้โครงสร้างของ พระราชบัญญัติไปรษณีย์ พุทธศักราช 2477 ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในกฎหมายฉบับที่เก่า  มีการบังคับใช้มานานฉบับหนึ่งของประเทศไทย ซึ่งในปัจจุบันเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว การประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับไปรษณีย์มีนวัตกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเกี่ยวข้อง ขณะที่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการกิจการไปรษณีย์ก็ได้ปรับเปลี่ยนเป็นรัฐวิสาหกิจ มีรูปแบบระบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงไป   ทั้งนี้ในการเปิดรับฟังความคิดเห็น พบว่าหน่วยงานรัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชนมีความสนใจในประเด็นสำคัญ อาทิ การจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลการดำเนินงานด้านไปรษณีย์และบริการที่เกี่ยวข้อง โดยมีข้อเสนอการจัดตั้งเป็นสำนักงานคณะกรรมการกำกับดูแล หรืออื่นๆ รวมทั้งระบบการลงทะเบียนการขออนุญาตประกอบกิจการไปรษณีย์ของภาคเอกชน รวมทั้ง การออกหลักเกณฑ์การกำกับดูแลผู้ให้บริการขนส่งพัสดุภัณฑ์รายอื่นๆ เพื่อให้ผู้บริโภคที่ใช้บริการขนส่งพัสดุภัณฑ์น้ำหนักเบาได้รับการคุ้มครองอย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น   “วันนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างมหาศาล แต่กฎหมายที่ควบคุมดูแลเรื่องของไปรษณีย์ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปตามเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในยุคปัจจุบัน จึงจะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงกฎหมาย เพื่อให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจและสังคมยุคดิจิทัล นำไปสู่การเสริมสร้างความสามารถทางการแข่งขันของประเทศ ที่สำคัญที่สุดคือการเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการประชาชน ดังนั้น ถ้าหากต้องการให้ผู้บริโภคได้รับการบริการที่ดี ผู้ที่ทำหน้าที่ในการบริการจะต้องมีการบริหารจัดการ การควบคุมที่ดี ดังนั้นหากจะพัฒนาระบบไปรษณีย์ของประเทศไทยที่มีประสิทธิภาพในการให้บริการ กฎหมายไปรษณีย์คือหลักสำคัญ” ปลัดกระทรวงดีอี กล่าว  

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.