Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า โครงการความร่วมมือระหว่าง กระทรวง ดีอี และ Google ในการปราบปรามและป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เมื่อเดือนเมษายน 2567 ที่ผ่านมา ถือเป็นหนึ่งในกระบวนการสำคัญในการป้องกันความปลอดภัย และสร้างความเชื่อมั่นด้านการใช้งานดิจิทัลให้กับประชาชน   ทั้งนี้โครงการดังกล่าวเป็นการป้องกัน การติดตั้งแอปพลิเคชันที่เป็นอันตราย และมีความเสี่ยงจากแหล่งที่มาที่ไม่รู้จักโดยอัตโนมัติ บนสมาร์ทโฟนระบบ Android ด้วยฟีเจอร์ Google Play Protect ซึ่งเป็นการสกัดช่องทางการก่อเหตุของมิจฉาชีพ ที่ต้องการจะเพื่อหวังดูดเงิน หรือข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน Google  ในประเทศไทย   สำหรับจากสถิติ พบว่าตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ฟีเจอร์ Google Play Protect ได้ช่วยสกัดกั้นความพยายามของมิจฉาชีพ ในการติดตั้งแอปฯ ที่มีความเสี่ยงไปแล้วกว่า 4.8 ล้านครั้ง บนอุปกรณ์ Android กว่า 1 ล้านเครื่อง บล็อกแอปฯ ไปกว่า 41,000 รายการ จากแหล่งที่มาที่ไม่รู้จักบนอินเทอร์เน็ต เช่น เว็บเบราว์เซอร์ แอปรับส่งข้อความ หรือโปรแกรมจัดการไฟล์ ซึ่งรวมไปถึงแอปฯ ปลอมที่มีการแอบอ้างเป็นแอปฯรับส่งข้อความ แอปฯเกม และแอปฯ อีคอมเมิร์ซที่ได้รับความนิยม   “โครงการความร่วมมือระหว่างกระทรวง ดีอี และ Google ในการใช้ฟีเจอร์ Google Play Protect ถือว่าเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญ ที่ช่วยเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้เทคโนโลยีให้กับคนไทย โดยฟีเจอร์ดังกล่าวทำหน้าที่ในการตรวจจับและบล็อกแอปฯ ที่เป็นอันตราย เช่น แอปฯ ที่ออกแบบมาเพื่อควบคุมโทรศัพท์ หรือแอปดูดเงิน ก่อนที่จะมีการติดตั้งลงในอุปกรณ์ของผู้ใช้งาน ซึ่งช่วยให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันที่เข้มแข็ง และสร้างความเชื่อมั่นในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้กับคนไทย เพื่อการก้าวสู่การมีเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ที่ปลอดภัย เท่าเทียม และยั่งยืน”   อย่างไรก็ตาม กระทรวง ดีอี มุ่งมั่นดำเนินการสร้างความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในลักษณะโครงการความร่วมมือดังกล่าวกับบริษัทชั้นนำของโลก ตามข้อสั่งการของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นด้านระบบการป้องกันและรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและทรัพย์สินของประชาชน หรือด้านการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล เพื่อส่งเสริมการขับเคลื่อนการเป็นรัฐบาลดิจิทัล (Digital Government) พร้อมก้าวสู่การเป็น Digital Nation


วันที่ 3 ธันวาคม 2567 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดกิจกรรมสร้างจิตสำนึก ด้านคุณธรรม จริยธรรม การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 เพื่อส่งเสริมและปลูกฝังค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริต รวมถึงสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการต่อต้านการทุจริตในหน่วยงานภาครัฐ โดยมี นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดีอี ผู้บริหารกระทรวง พร้อมด้วย หัวหน้าหน่วยงานในสังกัด เจ้าหน้าที่ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ NT Auditorrium อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT

  นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวง ดีอี มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่ที่ประสบภัยจากสถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้  โดยได้มอบหมายให้บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT เร่งช่วยเหลือประชาชนเป็นการด่วน โดยให้จัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังการให้บริการระบบสื่อสารโทรคมนาคมในพื้นที่ประสบอุทกภัยตลอด 24 ชม. เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการใช้บริการในสถานการณ์ฉุกเฉิน   พร้อมส่งมอบความช่วยเหลือแก่ประชาชน ผู้ใช้บริการและพนักงานที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สตูล พัทลุง และตรัง อย่างทั่วถึง   ทั้งนี้ NT ได้จัดแนวทางให้ความช่วยเหลือในหลากหลายช่องทาง ประกอบด้วย จัดพื้นที่จอดรถภายในศูนย์บริการลูกค้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน พร้อมจัดส่งรถบรรทุกขนาดใหญ่ ร่วมกิจกรรมช่วยเหลือด้านต่าง ๆ รวมถึงจัดส่งน้ำดื่มเพื่อใช้ในการอุปโภคและบริโภค ผ่านทางองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และเร่งดำเนินการจัดทำถุงยังชีพแจกจ่ายให้กับผู้ประสบภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน   สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการ NT ได้ขยายเวลาชำระค่าบริการใน 2 กลุ่มบริการ ประกอบด้วย 1.บริการ NT Broadband และบริการโทรศัพท์ประจำที่ (Fixed Line) เปิดขยายเวลาชำระค่าบริการรอบบิลเดือนธันวาคม 2567 ออกไป 30 วัน 2.บริการ my by NT และ NT Mobile แบบเติมเงิน เปิดขยายเวลาใช้บริการเพิ่มจากปกติเป็นเวลา 15 วัน และแบบรายเดือน เปิดขยายเวลาชำระค่าบริการเพิ่มอีก 15 วัน และรับสิทธิยกเว้นการระงับบริการชั่วคราวในรอบบิลเดือนธันวาคม 2567   สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมการขยายระยะเวลาการให้บริการหรือการชำระค่าใช้บริการ ได้ที่ NT Contact Center โทร.1888

วันที่ 3 ธันวาคม 2567 นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมพิธีลงนามในบันทึกข้อตกลงความเข้าใจ เรื่อง ความร่วมมือในการกำกับดูแลการโฆษณาสินค้าและบริการ การโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ หรือการดำเนินการในลักษณะเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค ในกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ระหว่างกระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ โรงแรม เดอะเบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ

วันนี้ (3 ธันวาคม 2567) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์  วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมส่งเสริมจิตสำนึกดานคุณธรรม จริยธรรม การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 และมอบนโยบายในการขับเคลื่อนองค์กรในการส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม การป้องกันและปราบปรามการทุจริต ณ ห้อง Auditorium อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก     ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกและค่านิยมความซื่อสัตย์สุจริตให้เกิดขึ้นในองค์กร สร้างวัฒนธรรมการทำงานที่โปร่งใส  ตรวจสอบได้ และปราศจากทุจริต เพื่อเป็นการยกระดับมาตรฐานการทำงานของภาครัฐให้สูงขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน     โดยปลัดกระทรวงดีอี กล่าวว่า "การสร้างจิตสำนึกที่ดีเป็น DNA ตัวแรกของการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดี เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ การที่องค์กรมีข้าราชการที่ซื่อสัตย์สุจริต ประกอบการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาช่วยในการป้องกันจะสามารถช่วยลดการเกิดการทุจริต ทำให้การปฏิบัติงานโปร่งใสหรือการปฏิบัติงานในที่แจ้งก็จะลดขั้นตอนการกระทำการทุจริตได้ ตลอดจนการประกาศนโยบาย No Gift Policy จากการปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการในวันนี้เป็นเพียงหนึ่งในมาตรการสำคัญที่เราได้ดำเนินการเพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์ของกระทรวงดีอีในการต่อต้านการรับของขวัญและของกำนัลทุกชนิดจากการปฏิบัติหน้าที่ในทุกกรณี  ซึ่งเป้าหมายสูงสุดของกิจกรรมในครั้งนี้ คือ การสร้างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นต้นแบบขององค์กรที่ีการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาช่วยในการเสริมสร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นที่ไว้วางใจของประชาชน"

วันที่ 4 ธันวาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานพิธีน้อมลำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2567 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วม ณ สถาบันวิชาการ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)

วันที่ 4 ธันวาคม 2567 ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ - นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานแถลงข่าว การเตรียมเป็นเจ้าภาพ จัดงาน “The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025” ชูแนวคิด “Ethical Governance of AI in Motion”  โดย กระทรวง ดีอี ร่วมกับ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และองค์การเพื่อการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ร่วมกันจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 24-27 มิถุนายน 2568 ณ กรุงเทพฯ โดยมีศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ร่วมการสนทนาพิเศษในหัวข้อ "Thailand Readiness to Host the Global Forum and to Conduct RAM on the Ethics of AI" พร้อมด้วยตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ รร.อินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ   สำหรับงาน The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025 เป็นการจัดการประชุมนานาชาติด้าน เทคโนโลยี AI ครั้งแรกในเอเชียแปซิฟิกของ UNESCO  โดยงานนี้จะเป็นการแสดงศักยภาพความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นผู้นำร่วมขับเคลื่อนจริยธรรม รวมถึงยกระดับการกำกับดูแลการประยุกต์ใช้ AI ของโลก อย่างมีจริยธรรมและธรรมาภิบาลของประเทศไทย ตามกรอบ UNESCO AI Readiness Assessment (UNESCO RAM) ไปสู่การปฏิบัติจริง เพื่อเป็นที่ยอมรับในระดับสากลอย่างยั่งยืน โดยคาดว่าจะมีผู้นำและผู้เชี่ยวชาญจากประเทศสมาชิกยูเนสโก กว่า 194 ประเทศ รวมกว่า 800 คน เข้าร่วมงาน

วันที่ 4 ธันวาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงดีอี และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด (Top Executives) ครั้งที่ 14/2567 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวง ดีอี นางปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 อาคาร NT สำนักงานใหญ่ ---------------------------------------------------

วันที่ 5 ธันวาคม 2567 นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2567 ณ บริเวณพิธีท้องสนามหลวง 

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เผยถึง ผลการเร่งรัดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล โดยเฉพาะการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URLs ผิดกฎหมายทุกรูปแบบ เพื่อเป็นการตัดวงจรช่องทางการก่ออาชญากรรมที่สำคัญของขบวนการมิจฉาชีพ ในปีงบประมาณ 2567 ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2566 – พ.ย. 2567 (14 เดือน) ดำเนินการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URLs ผิดกฎหมายแล้ว 178,609 รายการ หรือ เฉลี่ย 12,757 รายการต่อเดือน เพิ่มขึ้น 8.6 เท่าตัว จากช่วงเดียวกันของปีงบประมาณ 2566 ตั้งแต่ ต.ค. 2565 – ก.ย. 2566 (12 เดือน) ที่ปิดกั้น 17,670 รายการ หรือ เฉลี่ย 1,472 รายการต่อเดือน สำหรับสถิติตัวเลขที่เพิ่มสูงขึ้นในปี 2567 ทุกเดือนนั้น เนื่องจากการปรับกระบวนการทำงานให้มีความรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยมีการตรวจสอบ เฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ซึ่งการดำเนินการกับเว็บไซต์หรือแพลตฟอร์มที่มีลักษณะหลอกลงทุนเป็นการกระทำความผิดที่เข้าข่าย ตามมาตรา 14 (1) พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ  โดยกระทรวงดีอี มีขั้นตอนที่ต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายในการระงับการทำให้แพร่หลายของข้อมูลคอมพิวเตอร์ ซึ่งได้รับแจ้งข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือผู้เสียหาย พร้อมนำส่งพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง กับเว็บไซต์ที่เข้าข่ายเป็นความผิด หรือในกรณีที่กระทรวงดีอี ทำการตรวจสอบและพบเว็บไซต์ดังกล่าวเอง ในขั้นตอนนี้ กระทรวงฯ จะต้องทำการตรวจสอบ เก็บหลักฐานและรวบรวม URLs เสนอให้รัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบกับข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ได้ทำการตรวจสอบ เพื่อใช้เป็นพยาน หลักฐานประกอบการยื่นคำขอต่อศาลให้มีคำสั่งระงับ / ปิดกั้นการเผยแพร่ข้อมูล (หลอกลงทุน) โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ขณะที่เมื่อศาลมีคำสั่งให้ปิดกั้นเว็บไซต์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายนั้นแล้ว กระทรวงฯ จะแจ้งคำสั่งศาลไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต สำนักงาน กสทช. และแพลตฟอร์ม เพื่อดำเนินการระงับ / ปิดกั้นเว็บไซต์ต่อไป ใช้ระยะเวลาดำเนินการ 2 – 3 วัน พร้อมกันนี้ กระทรวงฯ ได้มีกระบวนการตรวจสอบติดตามการระงับ / ปิดกั้นเว็บไซต์ ภายหลังจากการแจ้งคำสั่งให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และแพลตฟอร์มทราบด้วย เพื่อให้การปิดกั้นเว็บไซต์เป็นไปตามคำสั่งศาล กรณีที่ยังพบเว็บไซต์บางรายการที่ยังไม่ปิดกั้น / ระงับการเผยแพร่ ภายหลังกระทรวงดีอีได้แจ้งคำสั่งศาลให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต แพลตฟอร์มทราบแล้ว จึงเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล มีความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งหากพบการฝ่าฝืนดังกล่าว กระทรวงฯ จะนำผลการตรวจสอบการไม่ระงับ / ไม่ปิดกั้นเว็บไซต์ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต แพลตฟอร์มด้วยระบบการจัดเก็บทางคอมพิวเตอร์ ไปทำการปรับพินัยฐานไม่ปิด “เว็บผิดกฎหมาย” ปัจจุบันกระทรวงดีอีได้มีคำสั่งแจ้งไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตในแต่ละคราวของคำสั่งศาลที่ไม่ระงับ / ไม่ปิดกั้นเว็บไซต์ เป็นการปรับตามคำสั่งศาล และสั่งปรับรายวัน โดยมีคำสั่งปรับเป็นพินัยกว่า 21 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างส่งเรื่องให้พนักงานอัยการฟ้องคดีต่อศาล เหตุไม่ชำระค่าปรับตามคำสั่งศาล   อย่างไรก็ตามขั้นตอนต่าง ๆ ดังกล่าว กระทรวงฯ ได้ดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งสิ้น เว้นแต่เฉพาะในขั้นตอนการตรวจสอบพยานหลักฐาน ที่ยังมีความจำเป็นต้องให้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากพยาน หลักฐานต้องมีองค์ประกอบตามที่กฎหมายกำหนด สำหรับข้อมูลเว็บไซต์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีอยู่แล้วนั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำความผิดไปพร้อมกัน “ในส่วนกรณีของหมอบุญ ซึ่งเป็นการหลอกให้ร่วมลงทุน สร้างความน่าเชื่อถือด้วยการออกสื่อ การให้สัมภาษณ์  และให้โบรกเกอร์แจ้งระดมทุนผ่านบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ อ้างการระดมทุนจะให้ค่าตอบแทนมากกว่าสถาบันการเงินนั้น อยู่ในอำนาจของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ในการตรวจสอบ และเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินคดี โดยการปิดกั้นเว็บไซต์ในลักษณะหลอกลงทุนที่มีลักษณะเช่นนี้ ภายหลังจากการรับแจ้งความและดำเนินคดีของพนักงานสอบสวนแล้ว กระทรวงดีอี ได้ประสานพนักงานสอบสวนเพื่อพิจารณานำส่งพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการปิดกั้นเว็บไซต์ดังกล่าวโดยทันทีด้วยเช่นกัน” รองนายกฯ ประเสริฐ กล่าว--------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 5 ธันวาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมคณะ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร ณ บริเวณพิธีท้องสนามหลวง จากนั้นร่วมพิธีวางพานพุ่มดอกไม้และถวายบังคม นำโดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2567 ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เขตดุสิต กรุงเทพฯ

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ลมพิษเกิดจากการบูดเน่าของอาหารในลำไส้ ในช่วงเวลาอากาศเปลี่ยน ทำให้ร่างกายเกิดความแปรปรวน” รองลงมาคือเรื่อง “คิงเพาเวอร์ประกาศปิดทุกสาขาอย่างไม่มีกำหนด” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความสับสน เข้าใจผิด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ในฐานะโฆษกกระทรวงดีอี กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 5 ธันวาคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 833,092  ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 534 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 518 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 12 ข้อความ Website จำนวน 4 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 192 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 68 เรื่อง ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 103 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 37 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 16 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 14 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 22 เรื่อง นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ พบว่าเป็นข่าวเกี่ยวกับสุขภาพ และหน่วยงานของรัฐ รวมถึงเรื่องภัยพิบัติ ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด วิตกกังวลได้ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ลมพิษเกิดจากการบูดเน่าของอาหารในลำไส้ ในช่วงเวลาอากาศเปลี่ยน ทำให้ร่างกายเกิดความแปรปรวน อันดับที่ 2 : เรื่อง คิงเพาเวอร์ประกาศปิดทุกสาขาอย่างไม่มีกำหนด อันดับที่ 3 : เรื่อง ใบหน้าบวม ปลายจมูกแดง เป็นสัญญาณเตือนว่าหัวใจกำลังทำงาน อันดับที่ 4 : เรื่อง รัฐบาลเตรียมประกาศงดเทศกาลปีใหม่ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิดเดลตาครอล XBC อันดับที่ 5 : เรื่อง ธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อออมสิน เปิดให้ยืม วงเงินขั้นต่ำ 10,000 บาท อันดับที่ 6 : เรื่อง ธ.ก.ส. ลงมติยกเลิกการตรวจสอบเครดิตบูโร แบล็คลิสต์ เพื่อช่วยเหลือคนไทยทุกอาชีพ อันดับที่ 7 : เรื่อง อาการง่วงนอน ท้องอืดทุกครั้งหลังกินข้าวมักพบในผู้ที่เลือดไม่สมบูรณ์ อันดับที่ 8 : เรื่อง PEA เปิดรับแจ้งปัญหาเปลี่ยนมิเตอร์ไฟ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านไลน์การไฟฟ้าซ่อมบำรุงPEA อันดับที่ 9 : เรื่อง เพจเฟซบุ๊กชื่อ ร.ร.กิตติวิทยา จ.ตราด กิตต์ นิรันต์พานิช เป็นเพจของโรงเรียนกิตติวิทยา อ.เมืองตราด จ.ตราด อันดับที่ 10 : เรื่อง พายุฟิลิปปินส์ลูกที่ 2 เข้าไทยแล้ว และยังมีอีกลูกที่ 3 “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ สุขภาพ และภัยพิบัติ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อประชาชน ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ความวิตกกังวล ส่งผลกระทบกับประชาชนทั่วประเทศเป็นวงกว้าง หากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ลมพิษเกิดจากการบูดเน่าของอาหารในลำไส้ ในช่วงเวลาอากาศเปลี่ยน ทำให้ร่างกายเกิดความแปรปรวน” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า จากข้อมูลที่กล่าวมาไม่สอดคล้องกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ หรืองานวิจัยที่น่าเชื่อถือ และข้อมูลดังกล่าวยังพิสูจน์ไม่ได้ด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ในปัจจุบัน โรคลมพิษ (urticaria) เป็นโรคผิวหนังที่มีลักษณะผื่นนูนใหญ่ สาเหตุนั้นมีหลาย อย่างเช่น ภูมิแพ้ (อาหาร ยา ฝุ่นละอองต่างๆ) โรคภูมิแพ้ตัวเอง (autoimmune diseases) ภาวะติดเชื้อ เป็นต้น แต่มีกลุ่มผู้ป่วยลมพิษที่ไม่พบสาเหตุที่แน่ชัด และตรวจหาไม่พบสาเหตุ ส่วนปัจจัยกระตุ้นนั้นมีมากมาย เช่น อุณหภูมิ สิ่งแวดล้อม อาหาร ยา ความเครียดทางอารมณ์ เป็นต้น จึงทำให้มีการกำเริบของอาการผื่นลมพิษได้เมื่อมีปัจจัยเกื้อหนุนดังกล่าว ดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่งหรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ โดยประชาชนที่สนใจสามารถรับข้อมูลข่าวสารจากโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ที่เว็บไซต์ www.rajavithi.go.th หรือโทร. 02 206 2900 ด้านข่าวปลอม อันดับ 2 “คิงเพาเวอร์ประกาศปิดทุกสาขาอย่างไม่มีกำหนด”  กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบข้อมูลและขอชี้แจงว่า ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวปลอม ซึ่งบริษัท คิงเพาเวอร์ยังไม่มีการประกาศปิดสาขาแต่อย่างใด ดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และโดยประชาชนสามารถรับข้อมูลข่าวสารจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย ได้ที่เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/homepage/ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                                                                                                            --------------------------------------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมที่เกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์รายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ธ.ก.ส. เปิดบัญชี TikTok baacthailand04” รองลงมาคือเรื่อง “รับสมัครพนักงาน รายได้ต่อวันเริ่มต้น 360 บาทต่อวัน ผ่านเพจ สร้างรายได้เสริม ที่บ้านด้วยงานฝีมือ” โดยขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความวิตกกังวล ความสับสน ความเข้าใจผิด และส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ในฐานะโฆษกกระทรวงดีอี กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 5 ธันวาคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 833,092  ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 534 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 518 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 12 ข้อความ Website จำนวน 4 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 192 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 68 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง  ธ.ก.ส. เปิดบัญชี TikTok baacthailand04 อันดับที่ 2 : เรื่อง รับสมัครพนักงาน รายได้ต่อวันเริ่มต้น 360 บาทต่อวัน ผ่านเพจ สร้างรายได้เสริม ที่บ้านด้วยงานฝีมือ อันดับที่ 3 : เรื่อง เพจ Ohkajhu OKJ-Trade เปิดพอร์ตให้ลงทุน ซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อันดับที่ 4 : เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดช่องทางทำใบขับขี่รถยนต์แบบทางลัด รับประกันภายใน 2 วัน ผ่านเพจ นางสาวเกสร อันดับที่ 5 : เรื่อง เพจเฟซบุ๊กนราวิชญ์ เปิดรับดำเนินการทำใบขับขี่แบบครบวงจร บัตรออกจากขนส่งโดยตรงจัดส่งทั่วประเทศ อันดับที่ 6 : เรื่อง บริษัทจัดหางานต่างประเทศถูกต้องตามกฎหมาย รับรองโดยกระทรวงแรงงาน ติดต่อได้ผ่านบัญชี TikTok mizina9 อันดับที่ 7 : เรื่อง รับสมัครพนักงานเสริมพับถุงกระดาษ ชิ้นละ 4 บาท ผ่านเพจ หางานเสริม อันดับที่ 8 : เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดให้ลงทะเบียนทำใบขับขี่ออนไลน์ ผ่านเพจ ข้อมูลใบขับขี่ Thailand อันดับที่ 9 : เรื่อง รับสมัครพนักงานเสริมพับถุงกาแฟ ผ่านเพจ Asia Kraft Paper Company Limited อันดับที่ 10 : เรื่อง กรมการขนส่งเปิดรับทำใบขับขี่ออนไลน์ ผ่านเพจ Real facts “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ หน่วยงานด้านการลงทุนที่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะโครงการสินเชื่อ การชวนลงทุนหรือทำงานเพื่อหารายได้พิเศษ รวมทั้งการใช้บริการหน่วยงานรัฐ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อประชาชน ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ความวิตกกังวล และอาจทำให้ประชาชน ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้ ซึ่งส่งผลกระทบกับประชาชนทั่วประเทศเป็นวงกว้าง หากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ธ.ก.ส. เปิดบัญชี TikTok baacthailand04” กระทรวงดีอี ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กระทรวงการคลัง พบว่า เป็นข้อมูลเท็จ โดยบัญชี TikTok ดังกล่าวได้แอบอ้างใช้ชื่อของธนาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากธนาคารไม่มีการปล่อยสินเชื่อดังกล่าวแก่ลูกค้า ผ่านช่องทางออนไลน์ดังกล่าวทั้งสิ้น และบัญชี Tiktok ที่ใช้ชื่อว่า @baacthailand04 ก็ไม่ใช่ช่องทางการติดต่อหรือเกี่ยวข้องกับ ธ.ก.ส. ดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ โดยประชาชนที่สนใจรับข้อมูลข่าวสารจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.baac.or.th หรือโทร. 0-2555-0555 อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                                          --------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 9 ธันวาคม 2567 นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นำคณะข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงดีอี เข้าร่วมงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ปี 2567 ZERO TOLERANCE คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต เพื่อร่วมแสดงพลัง“FIGHT AGAINST CORRUPTION สู้ให้สุด หยุดการโกง” โดยมีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี ประกาศเจตจำนงในการต่อต้านการทุจริต พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ฮอลล์ 7 อาคารศูนย์การประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี นนทบุรี   งานนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐได้แก่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท) ร่วมด้วย องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และภาคีเครือข่าย เพื่อแสดงเจตจำนงทางการเมืองที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาการทุจริตเป็นวาระเร่งด่วน ด้วยความร่วมมือกับทั้งฝ่ายการเมือง รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อประกาศให้ประชาชนชาวไทยและนานาประเทศทราบถึงการดำเนินการต่อสู้กับปัญหาการทุจริตของประเทศไทยและเจตจำนงของคนไทยไม่ทนต่อการทุจริต

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.