Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 5 ธันวาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมคณะ ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร ณ บริเวณพิธีท้องสนามหลวง จากนั้นร่วมพิธีวางพานพุ่มดอกไม้และถวายบังคม นำโดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2567 ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เขตดุสิต กรุงเทพฯ

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ลมพิษเกิดจากการบูดเน่าของอาหารในลำไส้ ในช่วงเวลาอากาศเปลี่ยน ทำให้ร่างกายเกิดความแปรปรวน” รองลงมาคือเรื่อง “คิงเพาเวอร์ประกาศปิดทุกสาขาอย่างไม่มีกำหนด” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความสับสน เข้าใจผิด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ในฐานะโฆษกกระทรวงดีอี กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 5 ธันวาคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 833,092  ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 534 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 518 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 12 ข้อความ Website จำนวน 4 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 192 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 68 เรื่อง ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 103 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 37 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 16 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 14 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 22 เรื่อง นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ พบว่าเป็นข่าวเกี่ยวกับสุขภาพ และหน่วยงานของรัฐ รวมถึงเรื่องภัยพิบัติ ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด วิตกกังวลได้ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ลมพิษเกิดจากการบูดเน่าของอาหารในลำไส้ ในช่วงเวลาอากาศเปลี่ยน ทำให้ร่างกายเกิดความแปรปรวน อันดับที่ 2 : เรื่อง คิงเพาเวอร์ประกาศปิดทุกสาขาอย่างไม่มีกำหนด อันดับที่ 3 : เรื่อง ใบหน้าบวม ปลายจมูกแดง เป็นสัญญาณเตือนว่าหัวใจกำลังทำงาน อันดับที่ 4 : เรื่อง รัฐบาลเตรียมประกาศงดเทศกาลปีใหม่ เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิดเดลตาครอล XBC อันดับที่ 5 : เรื่อง ธนาคารออมสินปล่อยสินเชื่อออมสิน เปิดให้ยืม วงเงินขั้นต่ำ 10,000 บาท อันดับที่ 6 : เรื่อง ธ.ก.ส. ลงมติยกเลิกการตรวจสอบเครดิตบูโร แบล็คลิสต์ เพื่อช่วยเหลือคนไทยทุกอาชีพ อันดับที่ 7 : เรื่อง อาการง่วงนอน ท้องอืดทุกครั้งหลังกินข้าวมักพบในผู้ที่เลือดไม่สมบูรณ์ อันดับที่ 8 : เรื่อง PEA เปิดรับแจ้งปัญหาเปลี่ยนมิเตอร์ไฟ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านไลน์การไฟฟ้าซ่อมบำรุงPEA อันดับที่ 9 : เรื่อง เพจเฟซบุ๊กชื่อ ร.ร.กิตติวิทยา จ.ตราด กิตต์ นิรันต์พานิช เป็นเพจของโรงเรียนกิตติวิทยา อ.เมืองตราด จ.ตราด อันดับที่ 10 : เรื่อง พายุฟิลิปปินส์ลูกที่ 2 เข้าไทยแล้ว และยังมีอีกลูกที่ 3 “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ สุขภาพ และภัยพิบัติ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อประชาชน ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ความวิตกกังวล ส่งผลกระทบกับประชาชนทั่วประเทศเป็นวงกว้าง หากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ลมพิษเกิดจากการบูดเน่าของอาหารในลำไส้ ในช่วงเวลาอากาศเปลี่ยน ทำให้ร่างกายเกิดความแปรปรวน” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ชี้แจงว่า จากข้อมูลที่กล่าวมาไม่สอดคล้องกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ หรืองานวิจัยที่น่าเชื่อถือ และข้อมูลดังกล่าวยังพิสูจน์ไม่ได้ด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ในปัจจุบัน โรคลมพิษ (urticaria) เป็นโรคผิวหนังที่มีลักษณะผื่นนูนใหญ่ สาเหตุนั้นมีหลาย อย่างเช่น ภูมิแพ้ (อาหาร ยา ฝุ่นละอองต่างๆ) โรคภูมิแพ้ตัวเอง (autoimmune diseases) ภาวะติดเชื้อ เป็นต้น แต่มีกลุ่มผู้ป่วยลมพิษที่ไม่พบสาเหตุที่แน่ชัด และตรวจหาไม่พบสาเหตุ ส่วนปัจจัยกระตุ้นนั้นมีมากมาย เช่น อุณหภูมิ สิ่งแวดล้อม อาหาร ยา ความเครียดทางอารมณ์ เป็นต้น จึงทำให้มีการกำเริบของอาการผื่นลมพิษได้เมื่อมีปัจจัยเกื้อหนุนดังกล่าว ดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่งหรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ โดยประชาชนที่สนใจสามารถรับข้อมูลข่าวสารจากโรงพยาบาลราชวิถี กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ได้ที่เว็บไซต์ www.rajavithi.go.th หรือโทร. 02 206 2900 ด้านข่าวปลอม อันดับ 2 “คิงเพาเวอร์ประกาศปิดทุกสาขาอย่างไม่มีกำหนด”  กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบข้อมูลและขอชี้แจงว่า ข่าวดังกล่าวเป็นข่าวปลอม ซึ่งบริษัท คิงเพาเวอร์ยังไม่มีการประกาศปิดสาขาแต่อย่างใด ดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ และโดยประชาชนสามารถรับข้อมูลข่าวสารจากศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย ได้ที่เว็บไซต์ https://www.antifakenewscenter.com/homepage/ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                                                                                                            --------------------------------------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมที่เกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์รายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ธ.ก.ส. เปิดบัญชี TikTok baacthailand04” รองลงมาคือเรื่อง “รับสมัครพนักงาน รายได้ต่อวันเริ่มต้น 360 บาทต่อวัน ผ่านเพจ สร้างรายได้เสริม ที่บ้านด้วยงานฝีมือ” โดยขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความวิตกกังวล ความสับสน ความเข้าใจผิด และส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ในฐานะโฆษกกระทรวงดีอี กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 5 ธันวาคม 2567 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 833,092  ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 534 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 518 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 12 ข้อความ Website จำนวน 4 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 192 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 68 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง  ธ.ก.ส. เปิดบัญชี TikTok baacthailand04 อันดับที่ 2 : เรื่อง รับสมัครพนักงาน รายได้ต่อวันเริ่มต้น 360 บาทต่อวัน ผ่านเพจ สร้างรายได้เสริม ที่บ้านด้วยงานฝีมือ อันดับที่ 3 : เรื่อง เพจ Ohkajhu OKJ-Trade เปิดพอร์ตให้ลงทุน ซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อันดับที่ 4 : เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดช่องทางทำใบขับขี่รถยนต์แบบทางลัด รับประกันภายใน 2 วัน ผ่านเพจ นางสาวเกสร อันดับที่ 5 : เรื่อง เพจเฟซบุ๊กนราวิชญ์ เปิดรับดำเนินการทำใบขับขี่แบบครบวงจร บัตรออกจากขนส่งโดยตรงจัดส่งทั่วประเทศ อันดับที่ 6 : เรื่อง บริษัทจัดหางานต่างประเทศถูกต้องตามกฎหมาย รับรองโดยกระทรวงแรงงาน ติดต่อได้ผ่านบัญชี TikTok mizina9 อันดับที่ 7 : เรื่อง รับสมัครพนักงานเสริมพับถุงกระดาษ ชิ้นละ 4 บาท ผ่านเพจ หางานเสริม อันดับที่ 8 : เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดให้ลงทะเบียนทำใบขับขี่ออนไลน์ ผ่านเพจ ข้อมูลใบขับขี่ Thailand อันดับที่ 9 : เรื่อง รับสมัครพนักงานเสริมพับถุงกาแฟ ผ่านเพจ Asia Kraft Paper Company Limited อันดับที่ 10 : เรื่อง กรมการขนส่งเปิดรับทำใบขับขี่ออนไลน์ ผ่านเพจ Real facts “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ หน่วยงานด้านการลงทุนที่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะโครงการสินเชื่อ การชวนลงทุนหรือทำงานเพื่อหารายได้พิเศษ รวมทั้งการใช้บริการหน่วยงานรัฐ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อประชาชน ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ความวิตกกังวล และอาจทำให้ประชาชน ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้ ซึ่งส่งผลกระทบกับประชาชนทั่วประเทศเป็นวงกว้าง หากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ธ.ก.ส. เปิดบัญชี TikTok baacthailand04” กระทรวงดีอี ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กระทรวงการคลัง พบว่า เป็นข้อมูลเท็จ โดยบัญชี TikTok ดังกล่าวได้แอบอ้างใช้ชื่อของธนาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากธนาคารไม่มีการปล่อยสินเชื่อดังกล่าวแก่ลูกค้า ผ่านช่องทางออนไลน์ดังกล่าวทั้งสิ้น และบัญชี Tiktok ที่ใช้ชื่อว่า @baacthailand04 ก็ไม่ใช่ช่องทางการติดต่อหรือเกี่ยวข้องกับ ธ.ก.ส. ดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลดังกล่าว และขอความร่วมมือไม่ส่ง หรือแชร์ข้อมูลดังกล่าวต่อในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ โดยประชาชนที่สนใจรับข้อมูลข่าวสารจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ www.baac.or.th หรือโทร. 0-2555-0555 อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                                          --------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 9 ธันวาคม 2567 นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นำคณะข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงดีอี เข้าร่วมงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ปี 2567 ZERO TOLERANCE คนไทยไม่ทนต่อการทุจริต เพื่อร่วมแสดงพลัง“FIGHT AGAINST CORRUPTION สู้ให้สุด หยุดการโกง” โดยมีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี ประกาศเจตจำนงในการต่อต้านการทุจริต พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ฮอลล์ 7 อาคารศูนย์การประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี นนทบุรี   งานนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐได้แก่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท) ร่วมด้วย องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และภาคีเครือข่าย เพื่อแสดงเจตจำนงทางการเมืองที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญในการแก้ปัญหาการทุจริตเป็นวาระเร่งด่วน ด้วยความร่วมมือกับทั้งฝ่ายการเมือง รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อประกาศให้ประชาชนชาวไทยและนานาประเทศทราบถึงการดำเนินการต่อสู้กับปัญหาการทุจริตของประเทศไทยและเจตจำนงของคนไทยไม่ทนต่อการทุจริต

วันนี้ (9 ธันวาคม 2567) นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นำคณะข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเข้าร่วมงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ปี 2567 เพื่อร่วมแสดงพลัง“FIGHT AGAINST CORRUPTION สู้ให้สุด หยุดการโกง” โดยมีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธี ประกาศเจตจำนงในการต่อต้านการทุจริต พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ฮอลล์ 7 อาคารศูนย์การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี นนทบุรี งานนี้จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐได้แก่ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) และ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (สำนักงาน ป.ป.ท) ร่วมด้วย องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) และภาคีเครือข่าย เพื่อแสดงเจตนารมณ์ของผู้นำทางการเมืองที่ร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนมุ่งมุ่นในการแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างต่อเนื่อง และปลุกกระแสสังคมที่ไม่ทนต่อการทุจริต มุ่งยกระดับค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต (CPI)

นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 2 – 8 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย คดีที่ 1 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ 800,000 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาชักชวนลงทุนหารายได้พิเศษอ้างผลตอบแทนดีผ่านช่องทาง Facebook จึงทักไปสอบถามรายละเอียดผ่านทาง Messenger Facebook มิจฉาชีพแจ้งว่าเป็นการส่งเสริมการขายสินค้าโดยได้รับค่าคอมมิชชันตอบแทน จากนั้นเพิ่มเพื่อนทาง Line แนะนำขั้นตอนการทำงานและดึงเข้า Group Line โดยให้เริ่มลงทุนโอนเงินเข้าไปในระบบก่อน ในระยะแรกได้รับผลตอบแทนจริง ต่อมาภายหลังเริ่มให้ลงทุนมากขึ้น จึงต้องการขอยกเลิกภารกิจและถอนเงินคืน มิจฉาชีพแจ้งว่าให้ชำระค่าภาษีและค่าปรับเนื่องจากทำผิดกฎบริษัท ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก คดีที่ 2 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 1,648,617 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมที่ดินแจ้งว่าผู้เสียหายจะได้รับเงินภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เคยยื่นคำร้องไว้ หลังจากนั้นมิจฉาชีพ ให้ผู้เสียหายแจ้งหมายเลขบัญชีธนาคาร โดยแจ้งให้ทำตามขั้นตอนต่างๆรวมถึงการสแกนใบหน้า ต่อมาผู้เสียหายได้รับข้อความ SMS จากธนาคารแจ้งว่ายอดเงินในบัญชีได้ถูกโอนออกไปจนหมด ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก คดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 2,300,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook ชักชวนลงทุนเทรดหุ้น ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line สอบถามรายละเอียด จากนั้นโอนเงินลงทุนทำการเทรดหุ้น ในช่วงแรกได้กำไรและสามารถถอนเงินจากระบบได้ จึงโอนเงินเพิ่มและเทรดหุ้นได้จำนวนมากขึ้นแต่ไม่สามารถถอนเงินได้ มิจฉาชีพแจ้งว่าต้องโอนเงินเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นค่าดำเนินการ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก คดีที่ 4 คดีหลอกลวงให้กู้เงิน มูลค่าความเสียหาย 2,157,921 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาสินเชื่อกู้เงินง่ายผ่านช่องทาง Tiktok ผู้เสียหายสนใจจึงทักไปสอบถามรายละเอียด จากนั้นได้เพิ่มเพื่อนทาง Line มิจฉาชีพให้กรอกข้อมูลและแจ้งให้โอนเงินเพื่อเป็นค่าประกันสินเชื่อ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป แต่ไม่สามารถถอนเงินกู้ออกมาได้ มิจฉาชีพอ้างว่าผู้เสียหายกรอกข้อมูลส่วนตัวผิดพลาด ระบบจึงทำการระงับรายการไว้ชั่วคราว ให้ทำการส่ง หน้าเอกสารบัญชีธนาคาร ถ่ายรูปบัตรประจำตัวประชาชนด้านหน้าและด้านหลัง และโอนเงินเพื่อให้ทางระบบเปิดให้ทำการแก้ไข ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงทำตาม หลังจากโอนเงินเสร็จไม่สามารถติดต่อได้อีก จึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก และคดีที่ 5 คดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน (Call Center) มูลค่าความเสียหาย 1,999,999 บาท ทั้งนี้ ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่เครือข่าย โทรศัพท์ TrueMove แจ้งว่าผู้เสียหายเปิดหมายเลขโทรศัพท์ทำเรื่องผิดกฎหมาย และโอนสายไปให้สนทนากับเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าหมายเลขโทรศัพท์มือถือและบัญชีธนาคารของผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ จากนั้นได้เพิ่มเพื่อนทาง Line มีการสนทนาผ่าน VDO Call และขอตรวจสอบเส้นทางการเงินในบัญชี หากไม่ให้ความร่วมมือจะมีความผิดตามกฎหมาย ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงให้ความร่วมมือและโอนเงินไป ภายหลังการโอนเงินเสร็จไม่สามารถติดต่อได้อีก ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 8,906,537 บาท ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 6 ธันวาคม 2567 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้ 1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,275,696 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,173 สาย2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 415,405 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,154 บัญชี 3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 124,122 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 29.88 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 101,138 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 24.35 (3) หลอกลวงลงทุน  62,179 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.97 (4) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 36,390 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 8.76  (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 32,242 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.76 (และคดีอื่นๆ 59,334 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.28) “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพ ใช้วิธีการหลอกลวงผู้เสียหาย ด้วยการหลอกให้ลงทุน หรือหารายได้พิเศษ โดยเป็นการหลอกให้ลงทุนเทรดหุ้นผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย คือ Facebook และ Line ทั้งนี้ขอย้ำว่า กรณีการร่วมลงทุนผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ ที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด หรือติดต่อผ่านทางสายด่วน AOC 1441 เพื่อยืนยันตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนที่จะมีการให้ข้อมูลส่วนบุคคล เพิ่มเพื่อนหรือดำเนินการใดๆ ในโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ยังมีเรื่องการหลอกลวงให้กู้เงินทางออนไลน์ ซึ่งส่วนใหญ่มักเป็นขบวนการมิจฉาชีพ ซึ่งหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือส่วนใหญ่จะไม่มีบริการสินเชื่อให้กู้ยืมเงินผ่านโซเชียล หรือสื่อสังคมออนไลน์ โดยหากสนใจโครงการสินเชื่อ ควรติดต่อผ่านช่องทางของธนาคาร หรือผู้ให้บริการสินเชื่อโดยตรงที่สำนักงาน หรือช่องทางที่เชื่อถือได้ และควรตรวจสอบรายละเอียดให้แน่ชัด ก่อนให้ข้อมูลส่วนบุคคล ในส่วนของการที่มิจฉาชีพอ้างเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำการถูกข่มขู่ ควรติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด หรือติดต่อผ่านทางสายด่วน AOC 1441 เพื่อยืนยันตรวจสอบข้อเท็จจริง” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดยกระทรวง ดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.)|  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                                                                  --------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 11 ธันวาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีเปิดการประชุมคณะกรรมการด้านสถิติภายใต้การประชุมคณะกรรมการสถิติภายใต้ ภายใต้คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (เอสแคป) สมัยที่ 9 โดยมีนางปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดีอี นายภุชพงค์ โนดไธสง ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ   โดยรองนายกฯ ประเสริฐ ได้เน้นย้ำความสำคัญของข้อมูล และสถิติในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยและภูมิภาคอย่างยั่งยืน ซึ่งรัฐบาลไทยมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนาประเทศ โดยมีสำนักงานสถิติแห่งชาติ เป็นแกนหลักในการสร้างระบบข้อมูลที่เข้มแข็งเพื่อรองรับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน   สำหรับการประชุมครั้งนี้ ถือเป็นเวทีสำคัญสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้และความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาค รวมทั้งหารือเกี่ยวกับการดำเนินการที่สำคัญเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 โดยมีผู้แทนด้านสถิติจากประเทศสมาชิกเอสแคป มากกว่า 40 ประเทศเข้าร่วมการประชุมฯ  

ปลัดดีอี ประชุมคณะอนุฯ ปรับปรุงกฎหมาย สนับสนุนการประกอบธุรกิจ   วันที่ 11 ธันวาคม 2567 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการปรับปรุงกฎหมายเพื่อความสะดวกในการประกอบธุรกิจคณะที่ 3 ครั้งที่ 1/2567 โดยมี นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดีอี หน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 802 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   #DE #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 11 ธันวาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้รับมอบหมายจาก นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงาน NT Connect 2024 : Digital (soft)Power Collaboration โดยมีศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วย นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดีอี ผู้บริหารกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้อง NT Grand Ballroom อาคารสโมสร บริษัท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ

วันที่ 11 ธันวาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนางปิยนุช วุฒิสอน  รองปลัดกระทรวงฯ และนายภุชพงค์ โนดไธสง ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมคณะกรรมการสถิติภายใต้คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติ สำหรับเอเชียและแปซิฟิก (เอสแคป) ครั้งที่ 9 โดยนายประเสริฐ ร่วมกล่าวปาฐกถาพิธีเปิดการประชุม ‘สัปดาห์สถิติแห่งเอเชียแปซิฟิก’ ได้เน้นย้ำความสำคัญของข้อมูล และสถิติในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยและภูมิภาคอย่างยั่งยืน   นายประเสริฐ กล่าวว่า นวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนหลักในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว การสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งสำหรับประเทศที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจะช่วยให้สามารถผลิตข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิผล และส่งเสริมการไหลเวียนข้อมูลได้อย่างเท่าเทียมและปลอดภัย   “รัฐบาลไทยมุ่งเน้นการใช้ประโยชน์จากข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนาประเทศ  โดยมีสำนักงานสถิติแห่งชาติ เป็นแกนหลักในการสร้างระบบข้อมูลที่เข้มแข็งเพื่อรองรับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งนอกจากการเข้าถึงข้อมูลแล้ว ข้อมูลต้องมีความถูกต้อง ทันเวลา และละเอียด เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายพร้อมกับการพัฒนาระบบทางสถิติให้มีความคล่องตัว สามารถตอบสนองความต้องการข้อมูลในปัจจุบัน ทั้งนี้การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและสร้างความเชื่อมั่นว่าไม่มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังนั้น จำเป็นต้องมีข้อมูลที่มีคุณภาพสูงเข้าถึง เชื่อถือได้ และอาศัยความร่วมมือและสนับสนุนจากทุกภาคส่วน จึงจะสามารถเสริมสร้างระบบข้อมูลด้านสถิติให้มีความเข้มแข็งได้อย่างต่อเนื่อง” รองนายกฯประเสริฐ กล่าว   ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวเป็นเวทีสำคัญสำหรับการแลกเปลี่ยนความรู้และความร่วมมือระหว่างประเทศในภูมิภาค รวมทั้งหารือเกี่ยวกับการดำเนินการที่สำคัญเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 โดยมีผู้แทนด้านสถิติจากประเทศสมาชิกเอสแคป มากกว่า 40 ประเทศเข้าร่วมการประชุมฯ ซึ่งเป็นโอกาสอันดีที่จะเรียนรู้ซึ่งกันและกัน แบ่งปันความรู้ความสำเร็จ นอกจากนี้ ยังได้กล่าวแสดงความขอบคุณเอสแคปและทุกภาคส่วนที่ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของระบบสถิติที่เข้มแข็งและการร่วมมือกันเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนและเสริมสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของภูมิภาค --------------------------------------------------------------------------------------

  วันที่ 12 ธันวาคม 2567 นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านพิธีการ และอำนวยการ ครั้งที่ 2/2567 เพื่อเตรียมการจัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัล ครั้งที่ 5 (The 5th ADGMIN) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง โดยมี นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบการประชุมทางไกล    

วันที่ 12 ธันวาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี ผู้บริหารกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมงานแถลงผลการดำเนินงานของรัฐบาลรอบ 3 เดือน โดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมประกาศเดินหน้า 5 นโยบายหลัก “ล้างหนี้ประชาชน-บ้านเพื่อคนไทย-ทุนการศึกษา-รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย-ดิจิทัลวอลเล็ต” ขอทุกภาคส่วนร่วมทีมทำงาน เพื่อโอกาสประเทศไทย   นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้มอบนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินของนายกรัฐมนตรี ให้แก่ข้าราชการระดับสูง ภายใต้แคมเปญ “2568 โอกาสไทย ทำได้จริง 2025 Empowering Thais: A Real Possibility จากผลงานที่เป็นรูปธรรม สู่อนาคตที่ทำได้จริง” โดยมี คณะรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ข้าราชการฝ่ายการเมืองหัวหน้าส่วนราชการระดับกรมหรือเทียบเท่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้บัญชาการเหล่าทัพ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ โฆษกกระทรวง หัวหน้ารัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารองค์การมหาชน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องและสื่อมวลชนเข้าร่วมงาน ณ ห้องสตูดิโอ 4 สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT

วันที่ 12 ธันวาคม 2567 นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) ให้การต้อนรับคณะศึกษาดูงานจากสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ในโอกาสเข้าศึกษาดูงาน พร้อมเป็นวิทยากรบรรยาย การทำงานของศูนย์ AOC 1441 โดยมีผู้ที่เกี่ยวของเข้าร่วม ณ ศูนย์ AOC 1441 กรุงเทพฯ

นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุการณ์ที่คุณชาล็อต ออสติน นักแสดงและนางงามในสังกัด Miss Grand Thailand ถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน 4 ล้านบาท ซึ่งต่อมาในระหว่างแถลงข่าวนั้น ได้มีผู้โทรศัพท์มาหาโดยอ้างว่า เป็นพนักงานผู้ช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจ (Outsource) จากศูนย์ AOC กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นั้น ในกรณีนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงดีอี แต่อย่างใด   ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้จัดตั้งศูนย์ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti-Online-Scam Operation Center: AOC) ขึ้นเพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งไปตามพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 โดยบูรณาการข้อมูลการทำงานร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ฯลฯ ในการยับยั้งบัญชีม้า การใช้ซิมโทรศัพท์ผิดกฎหมาย และธุรกรรมต้องสงสัย เพื่อให้ธนาคารและผู้ให้บริการโทรศัพท์ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลบัญชีพฤติกรรมต้องสงสัยหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ระงับธุรกรรมที่ทำความเสียหายในวงกว้าง พร้อมดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์โดยมีทีมวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับ เพื่อประมวลผลข้อมูลด้วยเทคโนโลยี AI ให้หน่วยงานพันธมิตรนำไปใช้ในการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ เพื่อลดความเดือดร้อนความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชน สำหรับการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC จะประกอบไปด้วย การให้บริการรับแจ้งเหตุอาชญากรรมออนไลน์จากผู้เสียหาย ผ่านเจ้าหน้าที่ให้บริการ 100 คู่สาย ผ่านหมายเลขโทรศัพท์สายด่วน 1441 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยแบ่งการรับแจ้งเหตุจากประชาชนดังนี้   1441 กด 1 ระงับบัญชีของผู้ต้องสงสัย (บัญชีม้า) : โดยเจ้าหน้าที่ AOC จะดำเนินการติดต่อประสานงาน กับธนาคารเพื่อระงับบัญชีของผู้ต้องสงสัย และออก Bank Case ID พร้อมส่งข้อมูลประสานงานระหว่างธนาคารของผู้เสียหายและผู้ต้องสงสัย (ในกรณีที่เป็นคนละธนาคาร)   1441 กด 2 ติดตามสถานะของบัญชีที่ถูกระงับ : หากประชาชนถูกระงับบัญชีธนาคาร สามารถติดต่อประสาน AOC เพื่อตรวจสอบข้อมูลการถูกระงับบัญชี เพื่อที่ประชาชนสามารถติดต่อกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเจ้าของคดีได้   และ 1441 กด 3 ปรึกษาคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี : ประชานชนสามารถขอคำแนะนำปรึกษาคดีอาชญากรรมออนไลน์ผ่านศูนย์ AOC โดยเจ้าหน้าที่ AOC และเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งมีความรู้และสามารถให้คำปรึกษาได้   “กรณีของ คุณชาล็อต ได้ติดต่อธนาคาร และได้ Bank Case ID มาแล้ว จึงโทรเข้ามาที่ AOC 1441 คืนวันที่ 8 ธันวาคม 2567 เวลาประมาณ 03:15 น ซึ่งเจ้าหน้าที่ AOC แนะนำให้คุณชาล็อตเข้าไปแจ้งความที่ thaipoliceonline.go.th มีการบันทึกเคส เป็นการปรึกษาคดี ส่วนการติดต่อจากตำรวจสอบสวนกลางนั้น เป็นกระบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่โทรไปติดต่อ” นายเอกพงษ์ กล่าว   อย่างไรก็ตาม นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มอบนโยบายแนวทางการดำเนินงานของศูนย์ AOC ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวง ดีอี แบบบูรณาการข้อมูลร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับแจ้งคดีอาชญากรรมออนไลน์จากประชาชนผู้เสียหาย โดยศูนย์ AOC ขอยืนยันว่าไม่มีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไปยังผู้เสียหายโดยตรง และ AOC ไม่มีการเปิดช่องทางการติดต่อในช่องทางโซเชียลมีเดียใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้หากมีการแอบอ้างว่าเป็นการโทร หรือติดต่อผ่านทางช่องทางโซเชียล จากเจ้าหน้าที่ AOC ขอให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพแน่นอน โดยประชาชนสามารถติดต่อ AOC ผ่านโทรสายด่วน 1441 เท่านั้น” นายเอกพงษ์ กล่าวในตอนท้าย  

วันที่ 13 ธันวาคม 2567 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงานสัมมนาเพื่อเผยแพร่การดำเนินโครงการฯ เรื่อง Thailand Digital Economy 2024 การพัฒนาประสิทธิภาพการวัดมูลค่าเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital Contribution to GDP)  ประจำปี พ.ศ.2567 โดยมี นายอัฐฐเสฏฐ จุลเสฏฐพานิช เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม จัดโดย คณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ     โดย รองนายกฯ ประเสริฐ ย้ำถึงความสำคัญในการยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งถือเป็นทิศทางสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทยในปัจจุบัน และอนาคต รวมทั้งการเร่งผลักดันภาครัฐสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล โดยการส่งเสริมการลงทุนเรื่อง Cloud Services และ Data Centers ตลอดจนการลงทุนที่เกี่ยวข้องด้านดิจิทัล ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจดิจิทัลขยายตัวสูงกว่าเศรษฐกิจโดยรวม กว่า 2 เท่า ในปี 2567

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.