Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

ดีอี ต้อนรับที่ปรึกษาและหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจของสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับ Dr. Jean SOL MACHER ที่ปรึกษาและหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจของสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย พร้อมคณะผู้แทน โดยมีผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDDC) และสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) เข้าร่วมหารือ ณ ห้องประชุม 801 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น ด้านแผนงานและนโยบายที่สำคัญของประเทศไทย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในประเทศไทยจากภาครัฐและเอกชน ภาพรวมการลงทุนของภาครัฐที่สำคัญ ตลอดจนการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นการส่งเสริมการค้าและการลงทุนของภาคธุรกิจ รวมถึงความร่วมมือด้านการส่งเสริมแรงงานให้มีทักษะด้านดิจิทัลตลอดจนการส่งเสริมโอกาสความร่วมมือด้านดิจิทัลระหว่างไทยและฝรั่งเศส การส่งเสริม Start-ups และความร่วมมือด้าน Smart City

AOC 1441 เตือนภัยรับปีใหม่ “โจรออนไลน์” ลวงลงทุนเทรดหุ้น –หลอกซื้อขายรถมือสอง ก่อนเชิดเงินหนี สูญเงินกว่า 10 ล้านบาท   นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 30 ธันวาคม 2567 – 5 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย   คดีที่ 1 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 1,510,777 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพชักชวนลงทุนเทรดหุ้นสกุลเงินดิจิทัลมีผลตอบแทนดี ผ่านช่องทาง Line ผู้เสียหายสนใจจึงโอนเงินลงทุน ช่วงแรกได้รับผลตอบแทนจริง จึงโอนเงินลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ต่อมาผู้เสียหายต้องการถอนเงินแต่ไม่สามารถถอนได้ มิจฉาชีพอ้างว่าต้องโอนเงินค่าธรรมเนียมในการถอนเนื่องจากเป็นยอดมูลค่าสูง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป หลังจากโอนเงินแล้วก็ยังไม่สามารถถอนเงินได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 2 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ เพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์ มูลค่าความเสียหาย 1,988,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ กรมบัญชีกลางแจ้งให้ผู้เสียหายยืนยันข้อมูลการคุ้มครองเงินบำเหน็จบำนาญ จากนั้นได้เพิ่มเพื่อนทาง Line ส่งแอปพลิเคชันให้ติดตั้งและทำตามขั้นตอนที่แนะนำรวมถึงขั้นตอนสแกนใบหน้า ต่อมาผู้เสียหายได้รับข้อความ SMS จากธนาคารแจ้งว่ายอดเงินในบัญชีได้ถูกโอนออกไปจนหมด ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 3,075,000 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาเชิญชวนเทรดหุ้นบริษัทหลักทรัพย์ผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจ จึงเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อสอบถามรายละเอียด มิจฉาชีพให้โหลดแอปพลิเคชันและทำตาม ขั้นตอนต่าง ๆ จากนั้นโอนเงินเพื่อเทรดหุ้น ในช่วงแรกสามารถถอนเงินจากระบบได้ จึงโอนเงินเพิ่มและเทรดหุ้นได้จำนวนมากแต่ไม่สามารถถอนเงินได้ ต่อมาตรวจสอบข้อมูลผ่าน ทาง Google พบว่าเป็นเพจมิจฉาชีพ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 4 คดีหลอกลวงให้รักแล้วโอนเงิน มูลค่าความเสียหาย 2,050,000 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทางแอปพลิเคชันหาคู่ Tinder โดยใช้รูปโพรไฟล์หนุ่มหล่อหน้าตาดี จากนั้นพูดคุยสนทนากันจนสนิทใจแต่ไม่เคยพบเจอกัน ต่อมามิจฉาชีพขอให้ผู้เสียหายโอนเงินช่วยเหลือในการลงทุนทำธุรกิจพร้อมทั้งนัดพบเจอกัน และจะนำเงินมาคืนให้เมื่อถึงวันนัดหมาย ผู้เสียหายไม่สามารถติดต่อได้และสงสัยในพฤติการณ์หลายอย่าง ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก   และคดีที่ 5  คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 2,350,000 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาขายรถยนต์มือสองสภาพดีราคากันเองผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงทักไปสอบถามรายละเอียดผ่านช่องทาง Messenger Facebook และได้ตกลงซื้อขายราคากัน หลังจากโอนเงินไปแล้ว ผู้เสียหายถูกบล็อกและไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก   สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 10,973,777 บาท   ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 3 มกราคม 2568 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้   1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,355,182 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,152 สาย   2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 458,680 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,182 บัญชี   3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 139,953 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 30.51 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 109,645 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.90 (3) หลอกลวงลงทุน  67,534 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.72 (4) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 42,127 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 9.18 (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 34,742 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.57 (และคดีอื่นๆ 64,679 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.12)    “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่ามิจฉาชีพ ใช้วิธีการหลอกลวงผู้เสียหายให้ลงทุนเทรดหุ้น อ้างได้ผลตอบแทนดี หรือได้รับของรางวัล ผ่านช่องทาง Facebook , TikTok ,Line รวมทั้งหลอกให้รัก ก่อนใช้อุบายหลอกให้ลงทุนร่วมกัน หรือหลอกลวงให้ซื้อขายสินค้า ทั้งนี้ขอย้ำว่า กรณีการร่วมลงทุนผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ  หรือถูกอ้างว่ามีได้รับรางวัลโดยไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด หรือติดต่อผ่านทางสายด่วน AOC 1441 เพื่อยืนยันตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนที่จะมีการดำเนินการใดๆ และความปลอดภัย ต่อการถูกหลอกลวง ดังนั้นขอให้สอบถามรายละเอียดให้แน่ชัดก่อนให้ข้อมูลส่วนบุคคล และทำการเพิ่มเพื่อนหรือดำเนินการใดๆ ในโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ควรตรวจสอบการลงทุนในธุรกิจต่างๆ ควรติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด หรือติดต่อผ่านทางสายด่วน AOC 1441 เพื่อยืนยันตรวจสอบข้อเท็จจริง” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว   อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดย กระทรวง ดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง     หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441 แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                                 --------------------------------------------------------------------------------------

ดีอี ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาปีที่ 5 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2568 ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ น.ส.กัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ ร่วมด้วย พันเอก สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ณ ห้องแกรนด์บอลลูม ชั้น 2 อาคารสโมสร สำนักงานใหญ่ NT

ดีอี ประชุมคณะทำงานแบ่งส่วนราชการภายในกรม ของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2568 ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะทำงานแบ่งส่วนราชการภายในกรมของ สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องประชุม 601 ชั้น 6 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ดีอี ประชุมคณะอนุกรรมการด้านการรักษาความปลอดภัยและการจราจร   เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2568 ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการรักษาความปลอดภัยและการจราจร ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ปลัดดีอี บรรยายหัวข้อการติดตามการขับเคลื่อนด้านดิจิทัลในเชิงพื้นที่ของสถิติจังหวัด   เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการบรรยายหัวข้อการติดตามการขับเคลื่อนด้านดิจิทัลในเชิงพื้นที่ของสถิติจังหวัด ณ โรงแรม ทีเค.พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น


ปลัดดีอี เป็นประธานในงานเปิดตัวศูนย์ข้อมูลในประเทศไทยของบริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส(ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่เศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในงานเปิดตัวศูนย์ข้อมูลในประเทศไทยของบริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส(ประเทศไทย) ณ บริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด เขตห้วยขวาง

ดีอี ประชุมผู้บริหารกระทรวงฯ และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด Top Executives . เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รอง นรม./รมว.ดศ. เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงฯ และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด Top Executives ครั้งที่ 1/2568 ณ ห้องประชุม MDES 1 ชั้น 9



ดีอี เผยผลงาน ปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ผิดกฎหมาย ไตรมาสแรกปีงบ 68 แล้วกว่า 52,691  รายการ     นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวงดีอี ได้เร่งรัดการดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล นางสาว แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URLs ผิดกฎหมายทุกรูปแบบ เพื่อเป็นการตัดวงจรช่องทางการก่ออาชญากรรมที่สำคัญของขบวนการมิจฉาชีพ    ทั้งนี้ในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ 2568 ตั้งแต่เดือน ตุลาคม – ธันวาคม 2567 (ระยะเวลา 3 เดือน) กระทรวงดีอี ได้ดำเนินการปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เพจ และเว็บไซต์ URLs ผิดกฎหมายแล้ว 52,691 รายการ หรือเฉลี่ย 17,564 รายการต่อเดือน เพิ่มขึ้น 0.69 เท่าตัว จากช่วงเดียวกันของปีงบประมาณ 2567 (เดือน ตุลาคม – ธันวาคม 2566) ที่ปิดกั้น 31,154 รายการ หรือ เฉลี่ย 10,385 รายการต่อเดือน   สำหรับประเภทของการปิดกั้นในระยะเวลา 3 เดือน ( ต.ค.– ธ.ค. 2567) มีดังนี้ - พนันออนไลน์ จำนวน 14,010 รายการ เพิ่มขึ้น 0.163 เท่า จากช่วงเวลาเดียวกันก่อนหน้านี้ (ต.ค.– ธ.ค. 66) ที่มีจำนวน 12,045 รายการ  - บิดเบือน/หลอกลวงออนไลน์ จำนวน 22,826 รายการ เพิ่มขึ้น 1.287 เท่า จากช่วงเวลาเดียวกันก่อนหน้านี้ (ต.ค.– ธ.ค. 66) ที่มีจำนวน 17,750 รายการ  - อื่นๆ จำนวน 15,855 รายการ เพิ่มขึ้น 10.66 เท่า จากช่วงเวลาเดียวกันก่อนหน้านี้ (ต.ค.– ธ.ค. 66) ที่มีจำนวน 1,359 รายการ   “จากการบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบติดตามอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ทำให้สถิติการปิดกั้นมีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวของปีงบประมาณก่อนหน้า พร้อมกันนี้กระทรวงดีอี ยังได้ติดตามตรวจสอบขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมายในการระงับการทำให้แพร่หลายของข้อมูลคอมพิวเตอร์ ภายหลังจากที่แจ้งคำสั่งศาลไปยังผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต และแพลตฟอร์มทราบแล้วด้วย เพื่อให้การปิดกั้นเว็บไซต์เป็นไปตามคำสั่งศาล โดยหากกรณีที่ยังพบเว็บไซต์บางรายการที่ยังไม่ปิดกั้น / ระงับการเผยแพร่ ถือเป็นการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งศาล มีความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งหากพบการฝ่าฝืนดังกล่าว กระทรวงฯ จะนำผลการตรวจสอบการไม่ระงับ / ไม่ปิดกั้นเว็บไซต์ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต แพลตฟอร์มด้วยระบบการจัดเก็บทางคอมพิวเตอร์ ไปทำการปรับพินัยฐานไม่ปิด “เว็บผิดกฎหมาย” ต่อไป” รองนายกฯ ประเสริฐ กล่าว                               --------------------------------------------------------------------------------------


AOC ทำบุญ ถวายสังฆทาน เพื่อความเป็นสิริมงคล เทศกาลต้อนรับปีใหม่ 2568   เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2568 ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานพิธีทำบุญ ถวายสังฆทาน เพื่อความเป็นสิริมงคล เทศกาลต้อนรับปีใหม่ 2568 ณ AOC

ดีอี ร่วมประชาสัมพันธ์ "รู้เท่าทันภัยออนไลน์" ผ่านรายการ “เคลียร์ คัด ชัดเจน” NBT นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมสนทนาในรายการ “เคลียร์ คัด ชัดเจน” ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) กรมประชาสัมพันธ์ เรื่องการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมกับการสร้างตระหนักรู้ด้านภัยออนไลน์ ให้กับประชาชนในประเด็น “คนไทยรู้ทันภัยไซเบอร์มากน้อยแค่ไหน” ออกอากาศวันที่ 9 มกราคม 2568 เวลา 14.30 – 15.00 น. ณ สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ถ.วิภาวดีรังสิต

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.