Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

AOC ให้การต้อนรับผู้อำนวยการกองปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ประเทศมองโกเลีย   เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2568 ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้การต้อนรับผู้อำนวยการกองปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ประเทศมองโกเลีย ในโอกาสเข้าพบหารือเกี่ยวกับความร่วมมือทวิภาคีในอนาคต ณ AOC

ปลัดดีอี รับพระราชทานของขวัญ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ 2568    วันที่ 10 มกราคม 2568 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โปรดให้ พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ เป็นผู้แทนพระองค์ เชิญของขวัญพระราชทานมอบแก่ ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฎ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เนื่องในวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช 2568 โดยมีข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี ร่วมในพิธี เบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ปลัดดีอี ร่วมประชุมพิจารณาข้อเสนอการลดข้อจำกัดเกี่ยวกับการนำสินค้าเข้า - ออก เพื่อจัดนิทรรศการ (MICE)   วันที่ 10 มกราคม 2568 ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมเพื่อพิจารณาข้อเสนอการลดข้อจำกัดเกี่ยวกับการนำสินค้าเข้า - ออก เพื่อจัดนิทรรศการ (MICE) ณ ห้องประชุม 802 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ดีอี เตือน ข่าวปลอม “ผลิตภัณฑ์ Harina Bio ช่วยกระตุ้นให้ผมหนา ดกดำภายใน 7 วัน” อย่าเชื่อ-แชร์ หวั่นเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ปชช.   กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ผลิตภัณฑ์ Harina Bio ช่วยกระตุ้นให้ผมหนา ดกดำภายใน 7 วัน” รองลงมาคือเรื่อง “กินลูกปลาช่อนสด ช่วยสมานแผลหลังผ่าตัด” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความสับสน ความเข้าใจผิด และมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อในสังคมเป็นวงกว้าง   นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดีอี กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 3 – 9 มกราคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 832,298 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 380 ข้อความ   สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 358 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 16 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 6 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 148 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 51 เรื่อง    ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย   กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 69 เรื่อง    กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 46 เรื่อง   กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 5 เรื่อง    กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 10 เรื่อง    กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 18 เรื่อง   นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ พบว่าเป็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องของสุขภาพ และผลิตภัณฑ์สุขภาพ เรื่องของหน่วยงานรัฐ ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน  และวิตกกังวลได้ ข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่   อันดับที่ 1 : เรื่อง ผลิตภัณฑ์ Harina Bio ช่วยกระตุ้นให้ผมหนา ดกดำภายใน 7 วัน   อันดับที่ 2 : เรื่อง กินลูกปลาช่อนสด ช่วยสมานแผลหลังผ่าตัด   อันดับที่ 3 : เรื่อง ผลิตภัณฑ์ NPRO เป็นวิตามินฟื้นฟูเส้นเอ็นกระดูก เห็นผลภายใน 2 เม็ด   อันดับที่ 4 : เรื่อง การใช้จุกนมปลอมให้เด็กดูดตลอดเวลา ทำให้เป็นโรคหอบหืด   อันดับที่ 5 : เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดสินเชื่อปิดหนี้เดิม วงเงินอนุมัติ 50,000-2,000,000 บาท ติดต่อผ่านไลน์   อันดับที่ 6 : เรื่อง เลขหลุด วงใน งวดวันที่ 2 ม.ค. 68   อันดับที่ 7 : เรื่อง AOT รับสมัครเจ้าหน้าที่กดรับไฟล์ทบิน รายได้เริ่มต้น 450 บาทต่อวัน   อันดับที่ 8 : เรื่อง กฟภ. ส่งหนังสือแจ้งเปลี่ยนหม้อไฟฟรีจากโครงการมิเตอร์ยิ้ม ติดต่อ กฟภ. ใกล้บ้าน ภายใน 7 วัน อันดับที่ 9 : เรื่อง ธ.ก.ส. ปล่อยสินเชื่อปิดหนี้ สูงสุด 2 ล้านบาท ลงทะเบียนผ่าน TikTok baac_th   อันดับที่ 10 : เรื่อง สินเชื่อธนาคารออมสิน กู้ได้ทุกอาชีพ ติดต่อผ่านไลน์ @239ilepd   “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ และผลิตภัณฑ์สุขภาพ มากที่สุด รองลงมาเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อประชาชน ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ความวิตกกังวล ส่งผลกระทบกับประชาชนทั่วประเทศเป็นวงกว้าง หากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม โดยเฉพาะข่าวที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สุขภาพที่มีการโฆษณาเป็นเท็จ และข่าวที่เกี่ยวข้องกับการรับประทานอาหารแบบผิดๆ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยตรง” นายเวทางค์ กล่าว    สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ผลิตภัณฑ์ Harina Bio ช่วยกระตุ้นให้ผมหนา ดกดำภายใน 7 วัน” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานตรวจสอบร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ และขอชี้แจงว่า เพจดังกล่าวมีการโฆษณาเกินจริง โดยทำการโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร ซึ่งหากประชาชนหลงเชื่ออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ    ด้านข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “กินลูกปลาช่อนสด ช่วยสมานแผลหลังผ่าตัด” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานตรวจสอบร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่า เป็นข้อมูลเท็จ และขอชี้แจงว่า การกระทำดังกล่าวเป็นความเชื่อที่ไม่ควรทำตามอย่างยิ่ง การกินลูกปลาช่อนสด นอกจากจะไม่ช่วยให้แผลหายไว ยังเสี่ยงต่อการติดเชื้อ และอาจมีพยาธิ เช่น พยาธิใบไม้ตับ พยาธิปากขอ พยาธิตัวจี๊ด ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย ปวดท้อง และอาการอื่น ๆ ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้   อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทันส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.)  |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                                    --------------------------------------------------------------------------------------

ดีอี ร่วมงานวันเด็กแห่งชาติปี 68   นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดีอี และเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัด เข้าร่วมกิจกรรม “งานวันเด็กแห่งชาติประจำปี 2568” ณ ทำเนียบรัฐบาล ภายใต้ธีม “ร่วมคิด ร่วมสร้าง ร่วมวางอนาคต” ซึ่งมี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานฯ ร่วมด้วย คณะรัฐมนตรี และหน่วยงานเกี่ยวข้อง

ดีอี รับพระราชทานปฏิทินหลวงพระราชทาน พุทธศักราช 256 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านการต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นผู้แทนฯ เข้ารับพระราชทานปฏิทินหลวง พุทธศักราช 2568 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทาน ให้แก่ ส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ โดยมี พลอากาศตรี สุพิชัย สุนทรบุระ รองเลขาธิการพระราชวัง เป็นผู้แทนพระองค์ ณ อาคารสำนักพระราชวัง กรุงเทพมหานคร

ดีอี เตือนภัย เพจปลอม “ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดโอกาสการลงทุนกับ Asia Plus Group ราคาพอร์ตเริ่มต้น 1,288 บาท” หวั่นสูญเงิน-ข้อมูลส่วนบุคคล    กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดโอกาสการลงทุนกับ Asia Plus Group ราคาพอร์ตเริ่มต้น 1,288 บาท” รองลงมาคือเรื่อง “ผู้เสียหายจากมิจฉาชีพ ลงทะเบียนขอรับเงินคืนผ่าน TikTok ฟรี” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ-แชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความสูญเสียทั้งข้อมูลส่วนบุคคล และทรัพย์สิน โดยอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง   นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดีอี กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 3 – 9 มกราคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 832,298 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 380 ข้อความ   สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 358 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 16 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 6 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 148 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 51 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่   อันดับที่ 1 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดโอกาสการลงทุนกับ Asia Plus Group ราคาพอร์ตเริ่มต้น 1,288 บาท   อันดับที่ 2 : เรื่อง ผู้เสียหายจากมิจฉาชีพ ลงทะเบียนขอรับเงินคืนผ่าน TikTok ฟรี   อันดับที่ 3 : เรื่อง เปิดลงทุนในกองทุนรวม ปตท. ผ่านเพจจัดการหลักทรัพย์ เอเชีย พลัส กรุ๊ป   อันดับที่ 4 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดสอนเทรด ผ่านเพจ SET สอนหุ้น   อันดับที่ 5 : เรื่อง ผู้เสียหายจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ลงทะเบียนขอรับเงินคืนได้ทาง TikTok   อันดับที่ 6 : เรื่อง SET เปิดกลุ่มสอนเทรดหุ้น สนใจทักเพจ Technical Analysis   อันดับที่ 7 : เรื่อง เปิดลงทะเบียนรับสิทธิเฉลี่ยทรัพย์สินคืนจากการยึดทรัพย์ ผ่านทาง TikTok   อันดับที่ 8 : เรื่อง ผู้เชี่ยวชาญจากตลาดหลักทรัพย์ฯ สอนเทรดวางแผนหุ้นกระทิง 3 ตัว ผลตอบแทน 15%   อันดับที่ 9 : เรื่อง เปิดจองหุ้น AMATA รับปันผล 10-15% ต่อวัน รับรองโดย ก.ล.ต.   อันดับที่ 10 : เรื่อง สนใจลงทุนระยะสั้น ความเสี่ยงต่ำ ปันผลสูงถึง 30% ใกล้เกษียณเริ่มได้ คลิกเลย   “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับ การชักชวนให้ลงทุนร่วมกับหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ซึ่งอาจส่งผลให้ประชาชนที่สนใจเกิดความเข้าใจผิด ซึ่งมีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อ และแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไป อาจส่งผลกระทบต่อเป็นวงกว้าง เกิดความสับสน และอาจทำให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับประชาชนทั่วประเทศเป็นวงกว้าง หากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม” นายเวทางค์ กล่าว    สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดโอกาสการลงทุนกับ Asia Plus Group ราคาพอร์ตเริ่มต้น 1,288 บาท” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานตรวจสอบร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ และขอชี้แจงว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ได้มีการเปิดให้ลงทุนในช่องทางดังกล่าว โดยเป็นมิจฉาชีพแอบอ้างใช้ชื่อของ ตลาดหลักทรัพย์ฯ และให้ข้อมูลปลอม ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อ เพราะอาจเกิดความเสียหายตามมา   อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด   สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.)  |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                                                                     --------------------------------------------------------------------------------------

ดีอี เชื่อมั่นเวทีประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัล ADGMIN ครั้งที่ 5 ปลุก 10 ประเทศอาเซียน ร่วมพัฒนาดิจิทัลอย่างทั่วถึง-เท่าเทียม ทั่วภูมิภาค .นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า จากการที่ประเทศไทย โดยกระทรวงดีอี ได้มีกำหนดเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัล ครั้งที่ 5 (The 5th ASEAN Digital Ministers’ Meeting: The 5th ADGMIN) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ในระหว่างวันที่ 16 – 17 มกราคม 2568 ณ โรงแรมอนันตรา ริเวอร์ไซด์ และโรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ ซึ่งจะจัดต่อเนื่องกับการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านดิจิทัล ครั้งที่ 5 (The 5th ASEAN Digital Senior Officials’ Meeting: The 5th ADGSOM) รวมถึงการประชุมร่วมกับคู่เจรจาและหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาของอาเซียน โดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมในวันที่ 16 มกราคม 2568 นี้.สำหรับเวทีการประชุม ADGMIN ครั้งที่ 5 เป็นเวทีการประชุมรัฐมนตรีที่กำกับดูแลด้านดิจิทัลของอาเซียน 10 ประเทศ รวมถึงคู่เจรจาของอาเซียน ได้แก่ จีน ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี สหรัฐอเมริกา อินเดีย และสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union: ITU) รวมทั้งเลขาธิการอาเซียน และรัฐมนตรีจากติมอร์ เลสเต เข้าร่วมในฐานะผู้สังเกตการณ์ของอาเซียน ซึ่งคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกว่า 300 คน เพื่อร่วมหารือและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในการกำหนดทิศทางการพัฒนาด้านดิจิทัลในอาเซียน โดยมุ่งเน้นด้านเศรษฐกิจดิจิทัล นวัตกรรม เทคโนโลยีใหม่ การคุ้มครองข้อมูล การลดเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล และความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ .ทั้งนี้ ในการประชุม ADGMIN ครั้งที่ 5 นี้ ประเทศไทยซึ่งเป็นเจ้าภาพและประธานการประชุม ได้นำเสนอหัวข้อหลัก (Theme) คือ “Secure, Innovative, Inclusive: Shaping ASEAN's Digital Future” หมายถึง การมุ่งเน้นและส่งเสริมสภาพแวดล้อมทางดิจิทัลที่มั่นคงปลอดภัย ตอบสนองและรับมือต่อภัยคุกคามและอาชญากรรมไซเบอร์ การพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีอุบัติใหม่ และการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ทั่วถึงและเท่าเทียม ผ่านแกนหลักสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ความมั่นคง นวัตกรรม และความครอบคลุม ซึ่งจะเป็นเสาหลักที่จะพัฒนาอนาคตด้านดิจิทัลและนำอาเซียนไปสู่ความก้าวหน้าไปสู่อนาคตของภูมิภาคอาเซียน.ขณะเดียวกันในการประชุมฯ จะมีการพิจารณาประเด็นสำคัญ ได้แก่ การหารือระดับรัฐมนตรีที่กำกับดูแลด้านดิจิทัลของอาเซียน เพื่อแลกเปลี่ยนความก้าวหน้าและการพัฒนาด้านดิจิทัล โดยเฉพาะพัฒนาการที่สอดคล้องกับหัวข้อหลักของการประชุม เช่น การสร้างความเชื่อมั่นในบริการดิจิทัล ข้อริเริ่มการต่อต้านการหลอกลวงทางออนไลน์ บริการรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีดิจิทัล และการพัฒนาทักษะทางดิจิทัล รวมถึงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของความร่วมมือกับคู่เจรจาและหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาของอาเซียน .รวมทั้งยังมีการรับรองเอกสารสำคัญ อาทิ ปฏิญญาดิจิทัลกรุงเทพ (Bangkok Digital Declaration) แถลงข่าวร่วมผลการประชุม ADGMIN ครั้งที่ 5 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง (Joint Media Statement) ร่างเอกสารสำคัญที่เป็นแนวทางการดำเนินงานด้านต่าง ๆ อาทิ ความร่วมมือในการแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ แนวปฏิบัติธรรมาภิบาลและจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ เชิงสร้างสรรค์ (Generative AI) การพัฒนาการยืนยันตัวตนทางดิจิทัล สนับสนุนการไหลเวียนข้อมูล และการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรฐานโลก เป็นต้น .นอกจากนี้ ยังมีการจัดการแข่งขันรางวัล ASEAN Digital Awards 2025 เป็นการแข่งขันรางวัลด้านดิจิทัลในระดับอาเซียน ประกอบด้วย 6 สาขา ได้แก่ Public Sector, Private Sector, Digital Inclusivity, Digital Content, Digital Start - up และ Digital Innovation เพื่อพัฒนาสิ่งสร้างสรรค์ นวัตกรรมใหม่ และสร้างแรงจูงใจ สำหรับการวิจัยและพัฒนาให้แก่นักนวัตกรรมด้านดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียน และรัฐมนตรีอาเซียนจะเป็นผู้มอบรางวัลในพิธีประกาศผลรางวัลในช่วงงานเลี้ยงรับรองอาหารค่ำ ณ โรงแรม Capella Bangkok ในวันที่ 16 มกราคม 2568.“การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนดิจิทัลครั้งที่ 5 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะแสดงถึงศักยภาพความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม รวมถึงความเชื่อมั่นของรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการมุ่งมั่นขับเคลื่อนความมั่นคงปลอดภัยจากปัญหาอาชญากรรมทางออนไลน์ พร้อมกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล นวัตกรรม ทรัพยากรมนุษย์ สนับสนุนให้เกิดความทั่วถึง และเท่าเทียมทางด้านเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลทั่วภูมิภาคอาเซียน” รองนายกฯ ประเสริฐ กล่าว.---------------------------------------------------------------------------

วันที่ 13 มกราคม 2568 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นผู้แทนรับมอบรางวัล Prime Minister Awards 2024 : เชิดชูองค์กรเด่นด้านไซเบอร์ผลักดันองค์กรไทยสู่มาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์  โดยมี ดร.ณหทัย ทิวไผ่งาม ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ร่วมเป็นเกียรติในงาน ณ โรงแรมทีเค พาเลซ แอนด์ คอนเวนชั่น   สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) จัดพิธีมอบ รางวัลอันทรงเกียรติ "Prime Minister Awards: Thailand Cybersecurity Excellence Awards 2024" เพื่อเชิดชูองค์กรที่ มีผลงานโดดเด่นด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยทางไซเบอร์ของประเทศไทยและเสริมสร้างบทบาทของประเทศในฐานะศูนย์กลางความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งภูมิภาคอาเซียน

ดีอีและแรงงาน ร่วมเป็นประธานพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อถวายพระราชกุศลและเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคล   นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และ นายสันติ นันตสุวรรณ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน รักษาการรองปลัดกระทรวงแรงงาน ร่วมเป็นประธานในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระราชกุศล และเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่ากับพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราชแห่งราชวงศ์จักรี พุทธศักราช 2568 โดยมีข้าราชการ เจ้าหน้าที่ กระทรวงดีอี และกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมในพิธี ณ พระอุโบสถ วัดสุทัศนเทพวราราม กรุงเทพฯ

ดีอี เร่งพัฒนาแพลตฟอร์มป้องกันการโทรหลอกลวง (DE-fence) วันนี้ (13 มกราคม 2568) นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) เป็นประธานการประชุมการพัฒนาแพลตฟอร์มป้องกันการโทรหลอกลวง (DE-fence) โดยมีผู้แทนหน่วยงานในกลุ่มบริการขนส่งและพัสดุภัณฑ์ ตลอดจนผู้ประกอบการโทรคมนาคม เข้าร่วม ทั้งนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาแนวทางการจัดเก็บข้อมูลหลายเลขโทรศัพท์จากหน่วยงานภาครัฐ (White List : WL) รวมถึงติดตามความคืบหน้าการจัดทำฐานข้อมูลหลายเลขโทรศัพท์ และ SMS สำหรับแพลตฟอร์มป้องกันการโทรหลอกลวง ณ ห้องประชุม 801 สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ปลัดดีอี เป็นประธานการประชุม ADGSOM ครั้งที่ 5   เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านดิจิทัล ครั้งที่ 5 (The 5th ASEAN Digital Senior Officials Meeting: ADGSOM) และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ โรงแรมอนันตรา ริเวอร์ไซด์ และโรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ โดยมีเจ้าหน้าที่อาวุโส ตัวแทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน 10 ประเทศ พร้อมด้วย ผู้บริหาร ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม   สำหรับสาระสำคัญในการประชุม เป็นการร่วมหารือและพิจารณาผลลัพธ์สำคัญ เพื่อนำเสนอต่อการประชุม ADGMIN ครั้งที่ 5 ได้แก่ การสรุปความก้าวหน้าของการดำเนินโครงการประจำปี 2567 การดำเนินการตามแผนแม่บท ASEAN Digital Masterplan (ADM) 2025 การพิจารณางบประมาณที่จะขออนุมัติจากกองทุน ASEAN ICT Fund สำหรับดำเนินการในปี 2568    ตลอดจนการพิจารณาเอกสารที่จะเป็นผลลัพธ์สำคัญของการประชุม ADGMIN ครั้งที่ 5 รวมทั้งการหารือร่วมกับคู่เจรจาอาเซียน เพื่อพิจารณากิจกรรมแผนงาน / โครงการความร่วมมือที่จะดำเนินการร่วมกัน ในปี 2568 เป็นต้น


AOC 1441 เตือนภัย “มิจฉาชีพ” ใช้กลลวงตุ๋นเหยื่อ หลอกลงทุน – ปลอมเป็นตำรวจ ข่มขู่เหยื่อ อ้างขายบัญชีม้า พบสูญเงินกว่า 20 ล้านบาท .นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 6 – 12 มกราคม 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย.คดีที่ 1 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 10,693,723 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook ชักชวนทำงานหารายได้พิเศษ เป็นการกดถูกใจเพจเพื่อรับค่าตอบแทน จากนั้นจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line และทำตามขั้นตอนที่มิจฉาชีพแนะนำ เมื่อต้องการถอนเงินได้รับเงินจริง ต่อมามิจฉาชีพได้มีการชักชวนให้ทำกิจกรรมโอนเงินเพื่อรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป แต่เมื่อต้องการจะถอนเงิน มิจฉาชีพแจ้งว่ายังโอนไม่ครบตามกติกา จึงโอนเงินไปจนครบแล้วก็ยังไม่สามารถถอนเงินได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก .คดีที่ 2 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 3,247,521 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาเชิญชวนเทรดหุ้นผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อสอบถามรายละเอียด ต่อมามีการดึงเข้า Group Line และให้ติดตั้งแอปพลิเคชันเพื่อเทรดหุ้น ในช่วงแรกสามารถถอนเงินจากระบบได้ ผู้เสียหายจึงโอนเงินเพิ่มและเทรดหุ้นได้จำนวนมากขึ้นแต่ไม่สามารถถอนเงินได้ มิจฉาชีพอ้างว่ายังเทรดหุ้นไม่ครบตามระยะเวลาที่กำหนด ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก .คดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 3,161,275 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาเชิญชวนเทรดหุ้นผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อสอบถามรายละเอียด มิจฉาชีพแนะนำและสอนขั้นตอนวิธีการเทรดหุ้นต่างๆ ให้แก่ผู้เสียหาย ผู้เสียหายจึงโอนเงินเพื่อเริ่มเทรดหุ้น แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ มิจฉาชีพอ้างว่ายังเทรดไม่ถึงยอดที่สามารถถอนได้ ผู้เสียหายจึงโอนเงินเทรดหุ้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่สามารถถอนเงินได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก .คดีที่ 4 คดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน (Call Center) มูลค่าความเสียหาย 1,700,000 บาท ทั้งนี้ ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งว่าผู้เสียหายทำการขายบัญชีม้า โดยให้บุคคลอื่นทำการเปิดบัญชีเป็นความผิดกฎหมายอาญา แจ้งขอตรวจสอบเส้นทางการเงินในบัญชี หากไม่ให้ความร่วมมือจะมีความผิดตามกฎหมาย โดยให้โอนเงินทั้งหมดในบัญชีแล้วส่งหลักฐานการโอนให้ทาง Line หากตรวจสอบแล้วไม่พบการกระทำความผิดจะโอนเงินคืนให้พร้อมเงินชดเชยค่าเสียหายต่างๆ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงให้ความร่วมมือและโอนเงินไป ภายหลังการโอนเงินเสร็จไม่สามารถติดต่อได้อีก ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก.และคดีที่ 5 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 1,399,857 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างติดต่อจาก Flash Express แจ้งว่าพัสดุของตนเสียหาย จะทำการชดเชยค่าเสียหายให้ จากนั้นให้เพิ่มเพื่อนทาง Line และส่ง Link ให้สแกน QR Code ทำตามขั้นตอนจนถึงการสแกนใบหน้า พบว่าเงินถูกโอนออกจากบัญชีทั้งหมด ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก .สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 20,202,376 บาท.ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 10 มกราคม 2568 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้.1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,375,908 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,149 สาย.2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 469,810 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,186 บัญชี.3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 143,854 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 30.62 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 111,947 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.83 (3) หลอกลวงลงทุน 68,776 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.64 (4) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 43,861 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 9.34 (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 35,342 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.52 (และคดีอื่นๆ 66,030 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.05) .“จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพ ใช้วิธีการหลอกลวงผู้เสียหาย ด้วยการหลอกให้ลงทุนเพื่อหารายได้พิเศษ ติดตั้งแอปพลิเคชัน หรือพบโฆษณาหลอกลวงเชิญชวนเทรดหุ้น ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย คือ Facebook และเพิ่มเพื่อนทาง Line รวมทั้งหลอกลวงผู้เสียหาย ผ่านทางโทรศัพท์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจข่มขู่ ผู้เสียหายเกี่ยวกับการขายบัญชีม้า ทั้งนี้ขอย้ำว่า การลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด หรือติดต่อผ่านทางสายด่วน AOC 1441 เพื่อยืนยันตรวจสอบข้อเท็จจริง ก่อนที่จะมีการดำเนินการใดๆ และความปลอดภัย ต่อการถูกหลอกลวง ด้านกรณีการลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง .ดังนั้นขอให้สอบถามรายละเอียดให้แน่ชัดก่อนให้ข้อมูลส่วนบุคคล และทำการเพิ่มเพื่อนหรือดำเนินการใดๆ ในโซเชียลมีเดีย นอกจากนี้ควรตรวจสอบการลงทุนในธุรกิจต่างๆ อย่างรอบคอบ และติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด หรือติดต่อผ่านทางสายด่วน AOC 1441 เพื่อยืนยันตรวจสอบข้อเท็จจริง” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว.อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดย กระทรวง ดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง.หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.)| Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com .-------------------------------------------------------------------------


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.