Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา


นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่ากากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมในพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 173 รูป ถวายพระราชกุศลเนื่องในโอกาส พระราชพิธีสมมงคลพระชนมายุเท่าพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช สมเด็จพระปฐมบรมกษัตริยาธิราช แห่งพระราชวงศ์จักรี พุทธศักราช 2568 ที่มีนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ร่วมด้วยนางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร คณะผู้บริหาร ข้าราชการ กระทรวงดีอี ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านดิจิทัล ครั้งที่ 5 (The 5th ASEAN Digital Senior Officials Meeting: ADGSOM) และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ณ โรงแรมอนันตรา ริเวอร์ไซด์ และโรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ    สำหรับการประชุมในวันนี้ เป็นการประชุมหารือร่วมกันระหว่าง ADGSOM และคู่เจรจา ได้แก่ จีน สาธารณรัฐเกาหลี อินเดีย และองค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (Asia-Pacific Telecommunity - APT) โดยมีสาระสำคัญ ประกอบด้วย กิจกรรม/โครงการความร่วมมือในแผนการดำเนินการด้านดิจิทัลระหว่างอาเซียนและคู่เจรจา ในปี 2568 โดยที่ประชุมมุ่งหวังที่จะกระชับความร่วมมือกับคู่เจรจา เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือที่เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องปัญญาประดิษฐ์ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล เป็นต้น

ปลัดดีอี ร่วมหารือทวิภาคี ไทย-สหรัฐฯ ในการประชุม ADGSOM ครั้งที่ 5   วันที่ 15 มกราคม 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับ นายสตีฟ แลง เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา พร้อมคณะ เข้าพบเพื่อหารือในฐานะคู่เจรจากับอาเซียน ณ โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ    สำหรับการประชุมทวิภาคีระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือในหลายประเด็น เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในภูมิภาคอาเซียน รวมถึงความเข้มแข็งในเศรษฐกิจดิจิทัลและความปลอดภัยทางไซเบอร์ ภายใต้หัวข้อหลัก (Theme) ของการประชุม ADGMIN ครั้งที่ 5 คือ “Secure, Innovation, Inclusive: Shaping ASEAN’s Digital Future” อีกทั้งประเด็นการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) และความปลอดภัยทางไซเบอร์ซึ่งไทยได้มีการทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับบริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะด้าน Cloud Computing    ทั้งนี้เทคโนโลยี AI ถือเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างมาก แต่ยังคงต้องใช้อย่างระมัดระวังและเป็นไปตามกฏระเบียบ รวมถึงประเด็นด้านการแก้ไขปัญหาการฉ้อโกงออนไลน์ โดยไทยได้มีการหารือร่วมกับ META บนแพลตฟอร์ม Facebook และแพลตฟอร์มอื่น ๆ เพื่อป้องกันการฉ้อโกงที่เกิดขึ้น    ขณะเดียวกันในด้านประเด็นความร่วมมืออื่น ๆ นั้น สหรัฐฯ ได้มีการเสนอความร่วมมือด้าน 5G ผ่านดาวเทียม และ Cloud Computing โดยไทยได้รายงานว่าที่ผ่านมาประเทศไทยมีการให้บริการ 5G ผ่านดาวเทียมซึ่งสามารถเชื่อมโยงพื้นที่ห่างไกลและส่งเสริมความครอบคลุมทางดิจิทัล รวมทั้งประเด็นการเลือกตั้งในการประชุมใหญ่สหภาพสากลไปรษณีย์ (Universal Postal Union : UPU) ซึ่งไทยขอการสนับสนุนจากสหรัฐฯ ในการเลือกตั้งครั้งใหม่ซึ่งจะขึ้นในช่วงเดือนกันยายนนี้ สำหรับความคืบหน้าด้านกรอบความตกลงทางเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ the ASEAN Digital Economy Framework Agreement (DEFA) นั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจา โดยตั้งเป้าหมายสรุปผล ภายในสิ้นปี 2025    นอกจากนี้ทางสหรัฐฯ ได้ชื่นชมไทยที่เปิดโอกาสให้คณะผู้แทน US-ASEAN Business Council  (USABC) ซึ่งเป็นคณะผู้แทนที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยเดินทางมาไทยได้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ โดยถือเป็นการยกระดับความร่วมมือระหว่างสองประเทศในหลากหลายมิติ  ---------------------------



นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) ให้การต้อนรับ Mr. PHUANGPASERT KEOSOUVANH ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสารแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว พร้อมคณะผู้บริหาร เข้าเยี่ยมชมศูนย์ AOC และรับฟังคำบรรยายเรื่อง “การทำงานในการบูรณาการความร่วมมือของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC)” ณ ศูนย์ AOC

เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านดิจิทัล ครั้งที่ 5 (The 5th ASEAN Digital Senior Officials Meeting: ADGSOM) และการประชุมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เป็นวันที่ 2 ณ โรงแรมอนันตรา ริเวอร์ไซด์ และโรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ   สำหรับการประชุมในวันนี้ เป็นการประชุมหารือร่วมกันระหว่าง ADGSOM และคู่เจรจา ได้แก่ สหรัฐอเมริกา รัสเซีย สหภาพยุโรป สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union – ITU)  และญี่ปุ่น โดยมีสาระสำคัญ ประกอบด้วย กิจกรรม/โครงการความร่วมมือในแผนการดำเนินการด้านดิจิทัลระหว่างอาเซียนและคู่เจรจา ในปี 2568 และการพิจารณาแผนการดำเนินการด้านดิจิทัลระหว่างอาเซียนและคู่เจรจาในปีถัดไป โดยที่ประชุมมุ่งหวังที่จะกระชับความร่วมมือกับคู่เจรจา เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือที่เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในเรื่องปัญญาประดิษฐ์  ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล เป็นต้น

  เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และศาสตราจารย์บ่อเวียงคำ วงดาลา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสาร สปป.ลาว ได้ร่วมประชุมหารือระดับรัฐมนตรี ณ โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ เพื่อกระชับความสัมพันธ์และขับเคลื่อนความร่วมมือด้านดิจิทัลระหว่างทั้งสองประเทศการประชุมครั้งนี้มีการทบทวนความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือด้านไปรษณีย์ โทรคมนาคม เทคโนโลยีสารสนเทศ และเทคโนโลยีดิจิทัล ที่ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมลงนามไปเมื่อปี 2565 พร้อมได้หารือเกี่ยวกับการพัฒนาแผนงานหรือกิจกรรมความร่วมมือที่ประสงค์จะดำเนินร่วมกันในด้านต่าง ๆ ได้แก่ การไปรษณีย์ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์ ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยเฉพาะการต่อต้านและปราบปรามการหลอกลวงทางออนไลน์ผ่านช่องทางต่าง ๆ การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัล และการพัฒนาทักษะดิจิทัลแก่ประชาชนและบุคลากร เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันเสนอแนวทางการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลระดับภูมิภาค โดยมุ่งเน้นการสร้างมาตรฐานที่เป็นธรรมและยั่งยืนตามแผนแม่บทดิจิทัลอาเซียน 2025ทั้งนี้ไทยได้ขอรับการสนับสนุนเสียงในการลงสมัครเลือกตั้งเพื่อดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาบริหารและสมาชิกสภาปฏิบัติการไปรษณีย์ ในที่ประชุมใหญ่สหภาพสากลไปรษณีย์ สมัยที่ 28 ที่จะมาถึงในช่วงเดือนกันยายนนี้ และสปป.ลาว ยินดีให้การสนับสนุนไทยในประเด็นดังกล่าวในโอกาสนี้ รัฐมนตรีของทั้งสองประเทศได้เน้นย้ำถึงความประสงค์ที่จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกันอย่างต่อเนื่องในมิติที่ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน การประชุมในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและ สปป.ลาว ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นการวางรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลที่ยั่งยืนในภูมิภาค  

วันที่ 16 มกราคม 2568 - นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัล ครั้งที่ 5 (The 5th ASEAN Digital Ministers’ Meeting: ADGMIN) ณ โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ โดยมีผู้แทนจาก 10 ประเทศสมาชิกอาเซียน พร้อมคู่เจรจาสำคัญอย่างจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา อินเดีย และสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) รวมถึงผู้แทนติมอร์-เลสเต เข้าร่วมกว่า 300 คน   สำหรับการประชุมครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของประเทศสมาชิกอาเซียนในการพัฒนาดิจิทัลอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และมั่นคง โดยประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพ มีความยินดีที่ได้ร่วมขับเคลื่อนภูมิภาคอาเซียนสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจดิจิทัลของโลก พร้อมเน้นหัวข้อสำคัญ “Secure, Innovative, Inclusive: Shaping ASEAN's Digital Future” ซึ่งมุ่งสร้างระบบดิจิทัลที่ปลอดภัย ส่งเสริมนวัตกรรม และสนับสนุนการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียมทั้งนี้นายกรัฐมนตรีได้เข้าร่วมพิธีเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการ และได้หยิบยกประเด็นสำคัญสามด้านสำหรับความร่วมมือด้านดิจิทัลในอาเซียน คือ (1) การจัดการปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับทุกประเทศและจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือในระดับภูมิภาคเพื่อสร้างระบบนิเวศทางดิจิทัลให้มั่นคงปลอดภัย และมีมาตรฐานในการรับมือและต่อสู้กับภัยหลอกลวงออนไลน์ (2) การแก้ไขปัญหาข้อมูลบิดเบือนซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในโลกไซเบอร์  โดยเสนอแนะอาเซียนในเรื่องกลไกการติดตามและตรวจสอบเนื้อหาออนไลน์ ส่งเสริมการรู้เท่าทันดิจิทัลแก่ประชาชน และ (3) ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กลายมาเป็นเทคโนโลยีที่มีความจำเป็นในปัจจุบัน และนำไปสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน ตระหนักถึง ความเสี่ยง และจริยธรรมในการใช้ AI  ทั้งนี้ อาเซียนเป็นภูมิภาคที่มีศักยภาพสูงในการเป็นผู้นำและกำหนดมาตรฐาน AI ให้ทัดเทียมกับมาตรฐานโลก  โดยไทยจะเป็นเจ้าภาพจัดงาน Global Forum on the Ethics of AI ของยูเนสโกในปีนี้   การประชุมรัฐมนตรีดิจิทัลอาเซียนครั้งที่ 5 นี้ มีเป้าหมายสร้างอนาคตดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ครอบคลุม และนำสมัย พร้อมก้าวข้ามความท้าทายสู่โอกาสใหม่ในภูมิภาคอย่างยั่งยืน   นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  (ดีอี) กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับประเทศไทยในการแสดงศักยภาพในฐานะศูนย์กลางด้านดิจิทัลของอาเซียน โดยเฉพาะในประเด็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและนวัตกรรม ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถของประเทศในหลายมิติ   “ประเทศไทยจะได้รับประโยชน์ในหลายด้านจากการประชุมครั้งนี้ ทั้งการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านดิจิทัลกับประเทศสมาชิกอาเซียนและคู่เจรจา ซึ่งจะนำไปสู่การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยี รวมถึงการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลและการพัฒนาทักษะดิจิทัลของคนไทย นอกจากนี้การยกระดับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ยังเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน และสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนในอนาคต” นายประเสริฐ กล่าว   การประชุมครั้งนี้ยังมีการหารือและรับรองเอกสารในประเด็นสำคัญ อาทิ มาตรฐานการไหลเวียนข้อมูลและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การพัฒนาเทคโนโลยีอุบัติใหม่โดยเฉพาะปัญญาประดิษฐ์เชิงสร้างสรรค์ การเสริมสร้างความมั่นคงไซเบอร์ และข้อแนะนำอาเซียนในการต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์  ตอกย้ำบทบาทของไทยในฐานะผู้นำด้านดิจิทัลในภูมิภาค พร้อมจัดพิธีมอบรางวัล ASEAN Digital Awards 2025 เพื่อเชิดชูความสำเร็จด้านนวัตกรรมดิจิทัลในภูมิภาค อย่างไรก็ตามการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัลครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนาดิจิทัลของอาเซียน และเป็นโอกาสสำคัญที่ประเทศไทยจะยกระดับความสามารถทางดิจิทัลในระดับสากล พร้อมสร้างความร่วมมือเพื่ออนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนในภูมิภาคนี้   --------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 16 มกราคม 2568  นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี และคณะ ให้การต้อนรับ ดร.เกา คิม ฮอร์น เลขาธิการอาเซียน และคณะ ในโอกาสการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัล ครั้งที่ 5 (The 5th ASEAN Digital Ministers’ Meeting: The 5th ADGMIN) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ณ โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม โดยถือเป็นโอกาสสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างไทยและอาเซียน ทั้งยังเป็นการขยายความร่วมมือด้านดิจิทัลในภูมิภาค   ทั้งนี้ในการหารือทวิภาคีระหว่างไทยและเลขาธิการอาเซียนครั้งนี้ มีประเด็นสำคัญด้านการส่งเสริมความร่วมมือทางดิจิทัลทั้งการต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ (Anti-Online Scam) และการส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งประเทศไทยให้ความสำคัญอย่างยิ่ง พร้อมทั้งกำหนดแนวทางและมาตรฐานในการดำเนินงานด้าน AI โดยเน้นการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพร่วมจัดงาน UNESCO Global Forum ครั้งที่ 3 ว่าด้วยจริยธรรมของ AI ในเดือนมิถุนายน 2568 และได้เชิญเลขาธิการอาเซียนเข้าร่วมงานดังกล่าว   นอกจากนี้ประเทศไทยยังแสดงจุดยืนในการแก้ไขปัญหาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และการหลอกลวงออนไลน์อย่างจิงจัง ซึ่งปัญหานี้ได้ส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจ สังคม และประชาชนอย่างมาก โดยเลขาธิการอาเซียนได้เน้นย้ำความสำคัญของการทำงานร่วมกันผ่านกลไกคณะทำงานอาเซียนด้านการป้องกันปัญหาการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ (ASEAN Working Group on Anti-Online Scam หรือ WG-AS) พร้อมสนับสนุนการแบ่งปันข้อมูลและแนวทางปฏิบัติที่ดี เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือในระดับภูมิภาค   ขณะเดียวกันประเทศไทยสนับสนุนกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) เพื่อเสริมสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคให้เติบโตอย่างมั่นคง พร้อมผลักดันและสนับสนุนการดำเนินงานของ DEFA ที่มีความต่อเนื่อง โดยประเทศไทยพร้อมสนับสนุนการผลักดัน AI ในวาระการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านดิจิทัล ครั้งที่ 5 (ADGSOM) ตามข้อเสนอของประเทศมาเลเซีย และสนับสนุนให้มีการศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้ง ASEAN AI Safe รวมถึงผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลในภูมิภาค   สำหรับการหารือครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างไทยและอาเซียนในด้านดิจิทัลอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านการแก้ไขปัญหาภัยคุกคามทางไซเบอร์ การพัฒนามาตรการป้องกันการหลอกลวงออนไลน์ และการสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลที่ครอบคลุม ปลอดภัย และยั่งยืนในภูมิภาคต่อไป

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2568  นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และพลเอกเมีย ตุน โอ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมและการสื่อสารของเมียนมา พร้อมด้วยศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี และคณะผู้บริหารกระทรวงดีอี ร่วมหารือทวิภาคีระหว่างไทยและเมียนมา ในประเด็นความมั่นคงด้านดิจิทัล ระหว่างงานการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัล ครั้งที่ 5 (The 5th ASEAN Digital Ministers’ Meeting: The 5th ADGMIN) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ณ โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ   ในการประชุมครั้งนี้ได้มุ่งเน้นความร่วมมือระดับภูมิภาคในมิติความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ โดยเฉพาะการป้องกันการหลอกลวงออนไลน์ และการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่มีความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ และน่าเชื่อถือแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ   ทั้งนี้ระหว่างการประชุมฯ ไทยและเมียนมา ได้ทำการแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีในการป้องกันการหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งไทยได้นำเสนอการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) และการใช้เทคโนโลยี Big Data ผ่านระบบ Central Fraud Registry (CFR) ช่วยลดปัญหาการฉ้อโกงทางออนไลน์ และสามารถให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายได้อย่างรวดเร็ว โดยการจัดตั้งศูนย์ AOC ของประเทศไทยนั้นได้รับความสนใจและชื่นชมอย่างยิ่งจากเมียนมา เนื่องจากจะสร้างประโยชน์อย่างมากแก่พลเมืองเมียนมาที่กำลังเผชิญปัญหาการถูกหลอกลวงทางออนไลน์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่นกัน โดยรองนายกและรัฐมนตรีฯ เมียนมาจะนำประเด็นการตั้งศูนย์ AOC ไปรายงานแก่รัฐบาล และจะขอแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการดำเนินงาน นโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้องระหว่างกันต่อไป  ซึ่งกระทรวงดีอี มีความยินดีสนับสนุนเมียนมาอย่างเต็มที่ในประเด็นดังกล่าว   ในโอกาสนี้ทางเมียนมาได้แสดงความขอบคุณประเทศไทยที่ช่วยประสานและให้ความช่วยเหลือในกรณีปัญหาการทำลายสายไฟเบอร์ของเมียนมาในแนวชายแดนโดยผู้ไม่หวังดี และขอความอนุเคราะห์ประเทศไทยสนับสนุนในประเด็นดังกล่าวต่อไป รัฐมนตรีทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือที่ต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืน การหารือทวิภาคีครั้งนี้ได้เน้นย้ำความมุ่งมั่นของทั้งสองประเทศในการสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยและสร้างสรรค์ต่อไป ---------------------------------------------------

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ H.E.Gobind Singh Deo รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสื่อสารและมัลติมีเดียแห่งมาเลเซีย ได้เข้าร่วมการหารือทวิภาคี ในโอกาสการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัล ครั้งที่ 5 (the 5th ADGMIN) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง โดยมีศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี และคณะผู้บริหารกระทรวงดีอี เข้าร่วม ณ โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ   ทั้งนี้การประชุมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านดิจิทัลระหว่าง 2 ประเทศและสนับสนุนการพัฒนาภูมิภาคอาเซียนอย่างยั่งยืน โดยประเทศไทยได้แสดงการสนับสนุนบทบาทของมาเลเซียในฐานะประธานอาเซียนประจำปี 2025 ซึ่งมุ่งเน้นแนวคิด "Inclusivity and Sustainability" เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือในระดับภูมิภาค   ในขณะเดียวกัน มาเลเซียได้เน้นย้ำถึงประเด็นสำคัญที่ให้ความสนใจในปี 2568 ได้แก่ การพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) การจัดการข้อมูล เมืองอัจฉริยะ ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ การพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (Govtech) และอุตสาหกรรมเกมและแอนิเมชัน ซึ่งเป็นหัวข้อที่ประเทศไทยเห็นความสำคัญและยินดีส่งเสริมร่วมกัน   สำหรับการหารือครั้งนี้ทั้งสองฝ่ายได้เน้นย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและมาเลเซีย ซึ่งจะนำมาซึ่งความร่วมมือด้านดิจิทัลที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนระหว่างกัน

เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของไทย และนาย Pemmasani Chandra Sekhar รัฐมนตรีกระทรวงการสื่อสารและพัฒนาชนบทของอินเดีย ร่วมหารือทวิภาคีเพื่อผลักดันความร่วมมือระหว่างทั้ง 2 ประเทศ ในโอกาสการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัล ครั้งที่ 5 (the 5th ADGMIN) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง โดยมีศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี และคณะผู้บริหารกระทรวงดีอี เข้าร่วม ณ โรงแรมอวานี พลัส ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ   ทั้งนี้การประชุมครั้งนี้มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนความรู้และแนวทางปฏิบัติที่ดีระหว่าง 2 ประเทศ โดยอินเดียในฐานะประเทศที่มีพัฒนาการด้านดิจิทัลในระดับแนวหน้าของโลกได้แบ่งปันประสบการณ์เกี่ยวกับโครงการด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ประสบความสำเร็จ เช่น การพัฒนาระบบ Unique ID (UID) ที่เพิ่มการเข้าถึงการให้บริการดิจิทัลแก่ประชาชนกว่า 1 พันล้านคน การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน (สายเคเบิลใต้น้ำ และ5G) และการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลโดยการสนับสนุนสตาร์ทอัพกว่า 150,000 ราย   อย่างไรก็ตาม รองนายกฯ ประเสริฐ ได้แสดงความพร้อมที่จะยกระดับความร่วมมือด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีไอซีทีกับอินเดีย ผ่านการจัดทำบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อกระชับความสัมพันธ์และขยายความร่วมมือในด้านเทคโนโลยีดิจิทัลระหว่างกันต่อไป  

กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย – การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านดิจิทัล (ASEAN Digital Ministers Meeting: ADGMIN) ครั้งที่ 5 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 16 – 17 มกราคม 2568 ณ กรุงเทพมหานคร โดยมี นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุม และมีผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียนและคู่เจรจาร่วมประชุมอย่างคับคั่ง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญที่มุ่งเสริมสร้างความร่วมมือด้านดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลที่มั่นคงและยั่งยืน โดยที่ประชุมได้หารือและรับรองประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.การป้องกันการหลอกลวงออนไลน์ : ที่ประชุมรับรองรายงานการสำรวจการหลอกลวงออนไลน์ในอาเซียน (พ.ศ. 2566–2567) และข้อเสนอแนะเพื่อเป็นแนวทางสำหรับการดำเนินงานระดับชาติและภูมิภาค พร้อมส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคส่วนในการจัดการปัญหานี้อย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะปัญหาการหลอกลวงที่มีต้นตอจากประเทศแนวเขตชายแดน เช่น การหลอกลวงทางโทรศัพท์และการใช้โซเชียลมีเดีย เป็นเครื่องมือในการโกงเงิน ที่มักพบการเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้กระทำผิดในประเทศใกล้เคียง เช่น กัมพูชา เมียนมา และลาว การหารือจึงให้ความสำคัญกับการแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศ และการเสริมสร้างศักยภาพเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ชายแดน นอกจากนี้ ประเทศสมาชิกยังได้เสนอการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยล่วงหน้าร่วมกัน เพื่อช่วยลดผลกระทบจากการหลอกลวงในภูมิภาค 2.ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ : รับทราบการจัดตั้งศูนย์ ASEAN Cert ณ สิงคโปร์ และรับรองเอกสาร ASEAN Checklist on Cyberspace Norms เพื่อสร้างมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในภูมิภาค โดยมีเป้าหมายลดความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความปลอดภัยของประชาชน พร้อมทั้งสนับสนุนการจัดตั้งหน่วยงานประสานงานเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ด้านไซเบอร์ในลักษณะเร่งด่วน 3.เศรษฐกิจดิจิทัล : สนับสนุนการจัดทำกรอบความตกลงเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน (DEFA) เพื่อเร่งรัดการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และเสริมสร้างความร่วมมือด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ และการป้องกันการหลอกลวงออนไลน์ โดยที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางการส่งเสริมการลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพด้านดิจิทัล และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง เพื่อกระตุ้นการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาค 4.ธรรมาภิบาลข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ : รับรองแผนปฏิบัติการสำหรับ Global CBPR และเอกสารธรรมาภิบาล AI ที่ครอบคลุมถึง Generative AI เพื่อส่งเสริมการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ในภูมิภาคอย่างรับผิดชอบ โดยเน้นความโปร่งใส และการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ พร้อมผลักดันการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม AI ที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในภูมิภาค 5.5G และการเชื่อมโยง : รับทราบความก้าวหน้าการใช้งาน 5G และหารือแนวทางลดค่าบริการข้ามแดน พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการควบคุมซิมการ์ด เพื่อป้องกันการหลอกลวงข้ามพรมแดน ซึ่งเป็นปัญหาที่ได้รับความสนใจจากหลายประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะการใช้งานซิมการ์ดที่ไม่ได้ลงทะเบียนในประเทศแนวเขตชายแดนที่มีการเคลื่อนไหวข้ามแดนบ่อยครั้ง เช่น ไทย - กัมพูชา และ ไทย - เมียนมา 6.ปฏิญญาดิจิทัลกรุงเทพ : รับรองปฏิญญาฉบับนี้เพื่อกำหนดทิศทางอนาคตดิจิทัลของอาเซียนที่เน้นความมั่นคงปลอดภัย ไร้รอยต่อ และครอบคลุมทุกภาคส่วน โดยเน้นการขยายการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลในพื้นที่ชนบทและพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงโอกาสทางดิจิทัลได้อย่างเท่าเทียม นอกจากนี้การประชุมครั้งนี้ยังได้หารือกับคู่เจรจา เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย สหรัฐอเมริกา และสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) โดยมุ่งส่งเสริมมาตรฐานดิจิทัลและความร่วมมือในด้านต่าง ๆ เช่น การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล นอกจากนี้ยังเน้นย้ำความสำคัญของการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกเพื่อต่อสู้กับการหลอกลวงออนไลน์ในระดับสากล รวมถึงการพัฒนาแนวทางปฏิบัติที่สามารถใช้ร่วมกันได้ในภูมิภาค นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า ในโอกาสเดียวกันนี้ยังได้มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างประเทศไทยกับกัมพูชา และไทยกับฟิลิปปินส์ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านดิจิทัลในระดับภูมิภาค โดยเน้นประเด็นสำคัญ ได้แก่ การพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล ธรรมาภิบาลภาครัฐอิเล็กทรอนิกส์ และการป้องกันและการต่อสู้กับปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ด้วย สำหรับ MOU ไทย-กัมพูชา เป็นความร่วมมือด้านเทคโนโลยีดิจิทัลระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงการไปรษณีย์และโทรคมนาคมแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ พร้อมทั้งพัฒนาความร่วมมือในสาขาต่าง ๆ เช่น บริการแพลตฟอร์มดิจิทัล สินค้าและบริการของรัฐบาลดิจิทัล การเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล การสร้างโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัล และความปลอดภัยออนไลน์ รวมถึงการป้องกันการหลอกลวงทางดิจิทัล ขณะที่ MOU ไทย-ฟิลิปปินส์ เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งราชอาณาจักรไทย และกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์บนพื้นฐานของผลประโยชน์ร่วมกันและความเข้าใจซึ่งกันและกัน การส่งเสริมการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ธรรมาภิบาลภาครัฐอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ยุทธศาสตร์รัฐบาลดิจิทัลและการใช้ปัญญาประดิษฐ์ ระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัล รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีอุบัติใหม่ เช่น คลาวด์คอมพิวติ้ง IoT และข้อมูลขนาดใหญ่ นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ผ่านการแลกเปลี่ยนความรู้ ความเชี่ยวชาญ และการฝึกอบรมร่วมกัน ทั้งนี้การประชุม ADGMIN ครั้งที่ 6 จะจัดขึ้นที่สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามในปี 2569 ซึ่งประเทศสมาชิกมุ่งมั่นที่จะสานต่อความร่วมมือเพื่อสร้างภูมิภาคดิจิทัลที่เข้มแข็ง และยั่งยืนอีกด้วย                           --------------------------------------------------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.