Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

นางปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมพิธีเปิดงาน “CYBERSEC ASIA x Thailand International Cyber Week 2025” เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2568 โดยมี พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เป็นประธานในพิธี ร่วมด้วยผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตประจำประเทศไทย อาทิ รัสเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อิสราเอล ฯลฯ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์    สำหรับงาน CYBERSEC ASIA x Thailand International Cyber Week 2025 จัดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ร่วมกับบริษัท VNU Asia Pacific เป็นงานแสดงนิทรรศการด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จากบริษัทชั้นนำของโลก ภายในงานมีการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่และนวัตกรรมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์    นอกจากนี้ ยังมีงานสัมมนาด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และเสริมสร้างความร่วมมือในการยกระดับมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ในภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก จากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ ผู้แทนจากภาครัฐและเอกชน

วันที่ 22 มกราคม 2568 นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center: AOC) ร่วมสนทนาในรายการ “สถานีประชาชน” ทางสถานีโทรทัศน์ Thai PBS เรื่องการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมแนะนำการสร้างภูมิคุ้มกัน “ภัยออนไลน์” ให้กับประชาชน ณ สถานีโทรทัศน์ Thai PBS ถ.วิภาวดี-รังสิต กรุงเทพฯ


นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมการประชุม World Economic Forum (WEF) ประจำปี 2568 โดยการประชุมในปีนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ "Collaboration for the Intelligent Age" ซึ่งเน้นการส่งเสริมความร่วมมือในด้านการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI), ระบบประมวลผลแบบควอนตัม, เศรษฐกิจดิจิทัล, นวัตกรรมหุ่นยนต์ และพลังงานสะอาด เพื่อสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ในระหว่างวันที่ 20 - 24 มกราคม 2568 ณ เมืองดาวอส, สมาพันธรัฐสวิส สำหรับการประชุมในปีนี้มีผู้เข้าร่วมการประชุมจากทั่วโลก รวมทั้งผู้นำทางการเมือง, นักธุรกิจชั้นนำ, และผู้เชี่ยวชาญจากหลากหลายสาขา ซึ่งได้ร่วมอภิปรายถึงบทบาทของเทคโนโลยี AI และการเรียนรู้ของเครื่องในการพัฒนาสังคม รวมถึงการปรับตัวของธุรกิจในยุคที่เทคโนโลยีอัจฉริยะเข้ามามีบทบาทสำคัญ ทั้งนี้ ในวันที่ 21 มกราคม 2568 รองนายกฯ ประเสริฐ ได้ร่วมหารือทวิภาคีกับ H.E. Abdullah AlSwaha รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศของซาอุดีอาระเบีย โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ การยกระดับทักษะด้านดิจิทัล และการเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิทัลในภูมิภาค นอกจากนี้ รองนายกฯ ประเสริฐ ยังได้หารือกับผู้บริหารระดับสูงของบริษัท Cisco Systems เกี่ยวกับความร่วมมือด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก รวมถึงการสร้างศูนย์ฝึกอบรมด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ สำหรับการประชุม WEF 2025 เป็นโอกาสสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านเทคโนโลยีและการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและเท่าเทียมมากยิ่งขึ้นในระดับโลก 

วันที่ 23 มกราคม 2568 นางปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ประชุมหารือแพลตฟอร์ม IsWhere เพื่อเป็นแนวทางการสนับสนุนการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยมี นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 802 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 23 มกราคม 2568 นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแสดงความยินดี ในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ครบรอบ 8 ปี พร้อมร่วมพิธีเปิดอาคารสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (สำนักงานใหญ่) โดยมี ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ให้การต้อนรับ ณ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล กรุงเทพฯ

วันที่ 22 มกราคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี เข้าร่วมการประชุม World Economic Forum ประจำปี 2568 (WEF Annual Meeting 2025) เป็นวันที่ 2 ณ เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส    สำหรับการประชุมในวันที่ 2 เป็นการประชุมในหัวข้อ Meeting of the Jobs Champion ซึ่งเป็นการประชุมเสวนาระดับผู้นำ (Leaders Dialogue Meeting) ที่ประกอบด้วยผู้บริหารจากภาคอุตสาหกรรม และผู้นำระดับสูงจากทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคประชาชนเข้าร่วมหารือประเด็นระดับโลกที่สำคัญที่สุด มีการรายงานผลการวิจัยใหม่เรื่อง “อนาคตของงาน” ที่กล่าวถึงผลกระทบของ AI ต่องานและการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจเพื่อทุกคน    ขณะเดียวกัน นายประเสริฐ ยังได้เข้าร่วมการหารือทวิภาคีระหว่าง นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ Mr. Sabastian Niles ประธานฝ่ายกฎหมายและกิจการองค์กรของบริษัท Salesforce โดยมีการเน้นย้ำถึงนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมการลงทุน และเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งรวมถึงการพัฒนา ease of doing business และเชิญชวนให้ Salesforce พิจารณาความร่วมมือการลงทุน เพื่อสนับสนุนการดำเนินนโยบาย Cloud First Policy การพัฒนาขีดความสามารถของ SMEs ไทย การสนับสนุน digital startups ให้เข้าถึงตลาดระหว่างประเทศ การส่งเสริมศักยภาพ พัฒนาทักษะแรงงานด้านดิจิทัล รวมถึงเพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล    พร้อมกันนี้ยังได้มีการหารือทวิภาคีระหว่างนายกรัฐมนตรี และนาง Ruth Porat, President and Chief Investment Officer บริษัท Google ในเรื่อง Cloud First Policy และ AI ซึ่งทั้ง 2 ฝ่าย ได้ดำเนินงานร่วมกันในปัจจุบัน เพื่อช่วยสนับสนุนภาครัฐ และการไหลเวียนข้อมูลข้ามพรมแดน   นอกจากนี้ นายประเสริฐ ยังได้ร่วมการประชุมหารือทวิภาคีกับ Sir Nick Clegg, President of Global Affairs และ Mr. Probir Mehta, Director of Global Policy Planning บริษัท META ในเรื่องการส่งเสริมทักษะความรู้ความเข้าใจด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ช่องทางการส่งข้อมูลระหว่างกระทรวงดิจิทัลและ META เพื่อแจ้งข้อมูลปัญหาที่ไม่เหมาะสมและผิดกฎหมาย แนวทางการทำงานเชิงรุกในการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ การส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการเร่งการเติบโตทางเศรษฐกิจ และประเทศต้องการให้ META พิจารณาลงทุนในไทย

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุม World Economic Forum (WEF) 2025 ร่วมกับ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะ ณ เมืองดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในระหว่างวันที่ 20-24 มกราคม 2568    นายประเสริฐ กล่าวว่า การประชุม WEF 2025 ในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้ธีม “Collaboration for the Intelligent Age” ซึ่งเน้นการสร้างสรรค์อนาคตที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพผ่านการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศในยุคดิจิทัลที่ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้นำทางการเมือง นักธุรกิจชั้นนำ ผู้เชี่ยวชาญจากสาขาต่าง ๆ และผู้มีวิสัยทัศน์จากทั่วโลกเข้าร่วม เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และหารือแนวทางการเปลี่ยนแปลงผ่านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI), การเรียนรู้ของเครื่องจักร (Machine Learning), และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต   ในช่วงวันที่ 21 – 22 มกราคม 2568 กระทรวงดีอีได้เข้าร่วมการประชุมหารือทวิภาคีกับ H.E. Abdullah AlSwaha รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศของซาอุดีอาระเบีย รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงของบริษัทชั้นนำต่าง ๆ ได้แก่ บริษัท Cisco Systems, AstraZeneca, Salesforce, META, Google และ AWS รวมทั้งได้มีการหารือกับ World Bank’s Global Director for Water ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงการบริหารจัดการน้ำของประเทศไทย   สำหรับประเด็นสำคัญในการหารือทวิภาคีกับบริษัทชั้นนำต่าง ๆ ได้แก่  (1) ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในหลากหลายมิติ (2) การพัฒนาเมืองอัจฉริยะโดยใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย (3) การยกระดับทักษะด้านดิจิทัลผ่านการฝึกอบรมในด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ (4) ปัญญาประดิษฐ์ และหุ่นยนต์ (5) การพัฒนาระบบไอทีของหน่วยงานภาครัฐผ่านนโยบาย Cloud First Policy (6) การส่งเสริมการลงทุนในด้านเศรษฐกิจดิจิทัล (7) การส่งเสริม digital literacy ของหน่วยงานรัฐและของประชาชน (8) การพัฒนาขีดความสามารถของ SMEs ไทย รวมถึงการสนับสนุน digital startups ให้เข้าถึงตลาดระหว่างประเทศ (9) การส่งเสริมศักยภาพคนรุ่นใหม่ของไทยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งอนาคต (10) การพัฒนาทักษะแรงงานด้านดิจิทัล (11) การเพิ่มการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล (12) แนวทางการทำงานเชิงรุกในการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ และ (13) มาตรฐานชุมชนและเครื่องมือความปลอดภัยในการใช้งานแพลตฟอร์ม   ขณะที่ในวันที่ 23 มกราคม 2568 กระทรวงดีอีได้เข้าร่วมการประชุมในหัวข้อ Meeting of the Jobs Champion ซึ่งเป็นการประชุมเสวนาผู้นำ (Leaders Dialogue Meeting) ที่มีผู้บริหารระดับสูงจากภาคอุตสาหกรรมต่างๆ และผู้นำระดับสูงจากทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคประชาชน เข้าร่วมหารือประเด็นระดับโลกที่สำคัญ โดยมีการรายงานผลการวิจัยใหม่เรื่อง “อนาคตของงาน” ที่กล่าวถึงผลกระทบของ AI ต่องานและการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจเพื่อทุกคน   นอกจากนั้น ยังมีกิจกรรมสำคัญ “Thailand Reception” ซึ่งเป็นงานเลี้ยงต้อนรับอาหารกลางวัน ระหว่างผู้นำประเทศต่างๆ และนายกรัฐมนตรีประเทศไทย โดยมีการนำเสนออาหารไทยและการเฉลิมฉลองวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ และการต้อนรับอันอบอุ่นของประเทศไทย ในธีม Nourishing the Future for ALL เน้นเรื่องอาหารและศักยภาพของประเทศไทย โดยนำเสนอวัฒนธรรมและความเป็นไทย ผ่านอาหารไทย เพื่อส่งเสริม Soft Power และศักยภาพของประเทศไทยในฐานะ “ครัวของโลก”    “สำหรับในวันที่ 24 มกราคม 2568 ผมจะเข้าร่วมเป็นสักขีพยานการลงนามความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยกับ EFTA และการเสวนาของนายกรัฐมนตรี ในหัวข้อ “Not Losing Sight of Soft Power” ที่จะกล่าวถึงการสร้างแรงกระเพื่อมในวัฒนธรรมสมัยนิยม เศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ได้รับการกระตุ้นโดยเทคโนโลยีดิจิทัล พร้อมทั้งเข้าร่วมการเสวนาในหัวข้อ Country Strategy Dialogue on Thailand โดยท่านนายกจะกล่าวถึงจุดแข็งของประเทศไทยโดยรวม ประเด็นความมั่นคงทางอาหาร การใช้เทคโนโลยีด้านเกษตร และการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล” นายประเสริฐ กล่าว



ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลมีนโยบายสำคัญในการปรับรูปแบบการทำงานของภาครัฐ และการให้บริการประชาชนแบบไร้กระดาษ (Papreless) ซึ่งกระทรวงดีอี ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินงานผ่านระบบบริหารจัดการสำนักงาน (e-Office) โดยใช้ระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document) ในการจัดการเอกสารต่างๆ โดยไม่มีกระดาษเข้ามาเกี่ยวข้องตั้งแต่ต้นจนจบ ซึ่งช่วยลดขั้นตอนต่างๆ และลดต้นทุนในการดูแลเอกสาร    สำหรับจุดเด่นของระบบ e-Office ทำให้เกิดกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ ช่วยอำนวยความสะดวกในการทำงาน มีความโปร่งใส น่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบได้ โดยประกอบไปด้วยระบบทะเบียนงานสารบรรณ ตรวจสอบเอกสาร และลงนามดิจิทัล ระบบบริหารการประชุม ระบบจัดเก็บ ส่งต่อไฟล์และคลังข้อมูล เป็นต้น ทุกขั้นตอนไม่มีการใช้กระดาษ ซึ่งปัจจุบันได้มีความร่วมมือระหว่างกระทรวงดีอี และหน่วยงานต่างๆ รวมถึงหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม   “ด้วยสถานการณ์เรื่องฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ที่กำลังส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ กทม.และปริมณฑลในขณะนี้ กระทรวงดีอีพร้อมสนับสนุนมาตรการช่วยลดผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 โดยอนุญาตให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานนอกพื้นที่ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ ทำให้การทำงานยังคงต่อเนื่อง และไม่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจ” ปลัดกระทรวงดีอี กล่าว   อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอีพร้อมสนับสนุนหน่วยงานภาครัฐ ปรับเปลี่ยนการทำงานด้วยระบบ e-Office ภายใต้งานบริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) ช่วยให้การทำงานและการให้บริการประชาชน มีความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพ ซึ่งเปิดให้หน่วยงานภาครัฐสามารถใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย  

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “มีหิมะตกที่เมืองไทย” รองลงมาคือเรื่อง “ศุภาลัย ใจดีให้ยืม เปิดให้บริการสินเชื่อเงินกู้ ชำระผ่านแอปธนาคารหรือบัตรเดบิตของกรุงไทยได้” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความสับสน ความเข้าใจผิด และมีผลกระทบต่อประชาชนและสังคมเป็นวงกว้าง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดีอี กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 17 – 23 มกราคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 839,286  ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 665 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 640 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 18 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 7 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 267 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 77 เรื่อง ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 131 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 69 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 12 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 24 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 31 เรื่อง นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ พบว่าเป็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องภัยพิบัติ โครงการของรัฐ และหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ รวมทั้งเรื่องของสุขภาพ และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน และวิตกกังวลได้ ข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง มีหิมะตกที่เมืองไทย อันดับที่ 2 : เรื่อง ศุภาลัย ใจดีให้ยืม เปิดให้บริการสินเชื่อเงินกู้ ชำระผ่านแอปธนาคารหรือบัตรเดบิตของกรุงไทยได้ อันดับที่ 3 : เรื่อง ผลิตภัณฑ์ OlyLife THz Tera-P90 รักษาอาการบาดเจ็บด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า อันดับที่ 4 : เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดลงทะเบียนใหม่ ให้ยืม 1 แสนบาท ยกหนี้เสียให้ ยื่นได้ทุกอาชีพ อันดับที่ 5 : เรื่อง สนามบินสุวรรณภูมิ เปิดเพจเฟซบุ๊กจำหน่ายกระเป๋าเดินทาง อันดับที่ 6 : เรื่อง ธ.ก.ส. เปิดให้ลงทะเบียนกู้เงิน 50,000 บาท ไม่ต้องเป็นเกษตรก็กู้ได้ อันดับที่ 7 : เรื่อง ปลาหมอคางดำกลับมาระบาด ล่าสุดพบในบ่อกุ้ง คลองยี่สาร กว่า 6 ตัน อันดับที่ 8 : เรื่อง เมฆเตือนภัย จะเกิดไฟไหม้ในประเทศไทยเหมือนที่ LA ระวังถึง 10 ก.พ. 68 อันดับที่ 9 : เรื่อง เผยเลขหลุดของสลากกินแบ่งงวดวันที่ 17 ม.ค. 68 ที่ผ่านมา อันดับที่ 10 : เรื่อง กฟภ. เพิ่มช่องทางติดต่อผ่านไลน์ ไอดี pea10689 “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องภัยพิบัติ เรื่องของโครงการของรัฐ หรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เรื่องของสุขภาพ และผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อประชาชน ทำให้เกิดความเข้าใจผิด ความวิตกกังวล ส่งผลกระทบกับประชาชนทั่วประเทศเป็นวงกว้าง หากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม โดยเฉพาะข่าวที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติ ซึ่งทำให้เกิดความเข้าใจผิด หรือตื่นตระหนกต่อประชาชนส่วนใหญ่ หรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานรัฐ ซึ่งอาจเป็นช่องทางของการก่ออาชญากรรมออนไลน์ได้” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “มีหิมะตกที่เมืองไทย” กระทรวงดีอี โดยกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ตรวจสอบแล้ว พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ และขอชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ได้มีที่มาจากกรมอุตุฯแต่อย่างใด โดยประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อน และที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ใกล้เส้นศูนย์สูตร โอกาสการเกิดหิมะในประเทศไทยนั้นถือว่าน้อยมาก เนื่องจากที่ตั้งของประเทศไทยอยู่ตำแหน่งละติจูด 20 องศาเหนือ ถึง 5 องศาเหนือ ซึ่งอยู่บริเวณเหนือเส้นศูนย์สูตร (Equator) ในเขตร้อนชื้น สภาพอากาศร้อนสลับกับฝนตกชุกตลอดปี ไม่เอื้อต่อการก่อตัวของหิมะ ด้านข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “ศุภาลัย ใจดีให้ยืม เปิดให้บริการสินเชื่อเงินกู้ ชำระผ่านแอปธนาคารหรือบัตรเดบิตของกรุงไทยได้” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานตรวจสอบร่วมกับธนาคารกรุงไทย กระทรวงการคลัง พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ และขอชี้แจงว่า ธนาคารไม่มีนโยบาย หรือไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปล่อยสินเชื่อผ่านทางเพจเฟซบุ๊กแต่อย่างใด โดยขอเตือนว่า อย่าหลงเชื่อโฆษณาดังกล่าว และหากพบเห็นให้สงสัยไว้เลยว่าเป็นมิจฉาชีพและแจ้งเบาะแสได้ที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทันส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดสามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                                      --------------------------------------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดเพจเฟซบุ๊ก Patrick Mini Luke” รองลงมาคือเรื่อง “ธนาคารออมสิน ปล่อยสินเชื่อสำหรับคนมีหนี้ รับสูงสุด 30,000 บาท” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ-แชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความสูญเสียทั้งข้อมูลส่วนบุคคล และทรัพย์สิน โดยอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดีอี กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 17 – 23 มกราคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 839,286  ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 665 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 640 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 18 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 7 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 267 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 77 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดเพจเฟซบุ๊ก Patrick Mini Luke อันดับที่ 2 : เรื่อง ธนาคารออมสิน ปล่อยสินเชื่อสำหรับคนมีหนี้ รับสูงสุด 30,000 บาท อันดับที่ 3 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิด TikTok สำหรับผู้ที่สนใจลงทุนกองทุนหลักทรัพย์โอ้กะจู๋ อันดับที่ 4 : เรื่อง บัญชีไลน์แอบอ้างเป็นผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ฯ ชักชวนลงทุน อันดับที่ 5 : เรื่อง SET Trader เป็นเพจเฟซบุ๊กใหม่ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดทำขึ้น อันดับที่ 6 : เรื่อง กรมการขนส่งทางบกเปิดเพจเฟซบุ๊ก บริการต่อใuขับขี่-จำกัด เพื่อรับทำใบขับขี่ออนไลน์ อันดับที่ 7 : เรื่อง ก.ล.ต. เปิดให้ลงทุนกองทุน SET 50 ประเภทระยะสั้น มีผู้เชี่ยวชาญดูแลจนจบ อันดับที่ 8 : เรื่อง บริษัท ปลูกผักเพราะรักแม่ เสนอขายหุ้น เริ่มต้นพอร์ตหลักพัน ปันผลสูง 35% อันดับที่ 9 : เรื่อง กรมการขนส่งทางบกเปิดเพจเฟซบุ๊กใหม่ชื่อ สำนักงานขนส่ง/กรุงเทพมหานคร พื้นที่.4 อันดับที่ 10 : เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดเพจเฟซบุ๊ก หลักสูตร-ขับขี่ปลอดภัย “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับ การชักชวนให้ลงทุนร่วมกับหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ โครงการสินเชื่อของธนาคารรัฐ ซึ่งอาจส่งผลให้ประชาชนที่สนใจเกิดความเข้าใจผิด ซึ่งมีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไป อาจส่งผลกระทบต่อเป็นวงกว้าง เกิดความสับสน และอาจทำให้ประชาชนตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบกับประชาชนทั่วประเทศเป็นวงกว้าง หากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดเพจเฟซบุ๊ก Patrick Mini Luke” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานตรวจสอบร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ และขอชี้แจงว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ไม่ได้เปิดเพจดังกล่าว โดยได้มีการแอบอ้างนำโลโก้ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ไปใช้เป็นภาพโปรไฟล์และภาพหน้าปกเฟซบุ๊ก เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและจงใจหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com                                                                 -------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 23 มกราคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี ได้เข้าร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงการค้าเสรีระหว่างราชอาณาจักรไทยและสมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) ในระหว่างการประชุม World Economic Forum (WEF) ประจำปี 2568 ณ เมืองดาวอส ประเทศสมาพันธรัฐสวิส สำหรับการลงนามตกลงการค้าเสรีในครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเปิดตลาดบริการคอมพิวเตอร์และโทรคมนาคม รวมถึงการยกระดับมาตรฐานและกฎระเบียบด้านการกำกับดูแลบริการโทรคมนาคมให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล และช่วยส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในกลุ่มประเทศสมาชิก EFTA ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ รวมถึงเพิ่มส่วนแบ่งตลาดด้านบริการของไทยในกลุ่มประเทศ EFTA ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต ขณะเดียวกัน นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ได้เข้าร่วมการเสวนาของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในหัวข้อ "Not Losing Sight of Soft Power" ที่มุ่งเน้นการสร้างแรงกระเพื่อมในวัฒนธรรมสมัยนิยมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ที่ได้รับการกระตุ้นจากเทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงการหารือทวิภาคีกับนาย Matt Garman CEO ของ Amazon Web Service (AWS) โดยได้พูดคุยถึงแนวทางส่งเสริมการลงทุนและพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย ผ่านการใช้เทคโนโลยีคลาวด์ (Cloud First Policy) และการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีของแรงงานไทย นอกจากนี้ นายประเสริฐ ยังได้เข้าร่วมการเสวนาในหัวข้อ "Country Strategy Dialogue on Thailand" โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถึงจุดแข็งของประเทศไทยและประเด็นสำคัญต่าง ๆ อาทิ ความมั่นคงทางอาหาร การใช้เทคโนโลยีด้านเกษตร และการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รวมถึงการเข้าร่วมการประชุมหารือทวิภาคีกับ Mr. Eric Loeb และ Mr. Adam Evans จาก Salesforce ซึ่งได้หารือเกี่ยวกับการดำเนินงาน Cloud First Policy และการใช้ AI ในการสนับสนุนภาครัฐไทย โดยเน้นความสำคัญของการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีเพื่อรองรับอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล การประชุมในวันสุดท้ายของ WEF 2025 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและภาคธุรกิจชั้นนำระดับโลก เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลและสร้างโอกาสใหม่ ๆ สำหรับประเทศไทยในเวทีสากล

วันที่ 27 มกราคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมระหว่างกระทรวงดีอี กับสำนักงบประมาณ เพื่อรับทราบ แนวนโยบายการจัดทำงบประมาณรายจ่ายและภารกิจสำคัญประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 ของกระทรวงดีอี โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 อาคารสำนักงานใหญ่ (NT)

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.