Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา






วันที่ 27 มีนาคม 2568 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) เป็นประธานการประชุม หารือประเด็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ก่อนเปิดให้บริการแอปพลิเคชันป้องกันการโทรหลอกลวง (DE-fence) โดยมีนางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ผู้บริหารสำนักงาน BDE สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ผู้ประกอบการโทรคมนาคม และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 ชั้น 8 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม



นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวงดีอี ได้เร่งรัดการดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล นางสาว แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ผ่านมาตรการต่างๆ ซึ่งกำหนดโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่ประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมบูรณาการการทำงาน  เพื่อเป็นแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ป้องกันและปราบปรามขบวนการมิจฉาชีพ บรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชน    ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 พร้อมกับการบูรณาการข้อมูลร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้สามารถแจ้งระงับบัญชีม้าของมิจฉาชีพได้ภายในไม่เกิน 15 นาที รวมทั้งการเร่งรัดปิดกั้นโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ URLs ผิดกฎหมาย และการดำเนินมาตรการต่างๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี อาทิ 1.มาตรการระงับอายัดบัญชีม้าของโดย AOC ธนาคาร และปปง.  2.มาตรการสกัดซิมม้า-เสา-สายสัญญาณโทรศัพท์ และอินเทอร์เน็ต ของ กสทช. ร่วมกับผู้ให้บริการโทรคมนาคม 3. มาตรการส่งดี (Dee-Delivery) การให้บริการขนส่งสินค้าโดยเรียกเก็บเงินปลายทาง โดย สคบ. ปคบ. ผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์   จากข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)  พบว่ามูลค่าความเสียหายตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2567 –  กุมภาพันธ์ 2568 (ระยะเวลา 5 เดือน ของปีงบประมาณ 2568) อยู่ที่ 11,348 ล้านบาท มีความเสียหายลดลง จำนวน 3,335 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับความเสียหายจำนวน 14,683 ล้านบาท ในช่วงเวลาเดียวกันของปีงบประมาณ 2567 ( ตุลาคม 2566 –  กุมภาพันธ์ 2567)    นอกจากนี้ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 มีมูลค่าความเสียหาย อยู่ที่ 65 ล้านบาทต่อวัน ลดลงร้อยละ 45 เมื่อเทียบกับ ค่าเฉลี่ยความเสียหายในช่วงต้นปีตั้งแต่เดือนมกราคม - มิถุนายน 2567 ที่มีความเสียหายเฉลี่ย 117 ล้านบาทต่อวัน     “จากการบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการเฝ้าระวัง ตรวจสอบติดตามการก่ออาชญากรรมออนไลน์ตามมาตรการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมกับปฏิบัติการตัดไฟฟ้า สัญญาณอินเตอร์เน็ต และการส่งออกน้ำมัน ในพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ทำให้มูลค่าความเสียหายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันเมื่อ ร่าง พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา และคาดว่ามีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาในเดือน เมษายน 2568 นี้ เมื่อมีผลบังคับใช้แล้ว คาดว่ามูลค่าความเสียหายอาชญากรรมออนไลน์จะลดลงมากยิ่งขึ้น พร้อมกับการลดปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป” รองนายกฯ ประเสริฐ กล่าว     หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441 แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com       --------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 28 มีนาคม 2568 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการด้านพิธีการและอำนวยการ เพื่อเตรียมการจัดการประชุม “The Global Forum on the Ethics of Artificial Intelligence in 2025” ครั้งที่ 2/2568 โดยมีผู้แทนจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผู้แทนจากกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนจากยูเนสโก และผู้แทนจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุม 802 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบการประชุมทางไกล   โดยที่ประชุมฯ ได้หารือเกี่ยวกับแผนการประชาสัมพันธ์ กำหนดการประชุม โรงแรมที่พัก (Official Hotels) โปรแกรมทัศนศึกษา แและการมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสนับสนุนการดำเนินการตามภารกิจของคณะอนุพิธีการฯ  สำหรับการจัดการประชุม Global Forum on the Ethics of AI ครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 24 - 27 มิถุนายน 2568 ณ กรุงเทพฯ ซึ่งประเทศไทยร่วมกับ UNESCO จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าว

นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตามที่ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้สั่งการให้ กระทรวงดีอี บูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตาม ตรวจสอบ และเฝ้าระวังการก่ออาชญากรรมออนไลน์ในช่วงเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งมีจุดศูนย์กลางในประเทศเมียนมา และมีผลกระทบจนเกิดแรงสั่นสะเทือนในประเทศไทย พื้นที่ภาคเหนือ กรุงเทพมหานคร และภาคใต้ นั้น ทั้งนี้จากการตรวจสอบของกองบัญชาตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) พบว่าขณะนี้มีมิจฉาชีพอาศัยสถานการณ์ดังกล่าว ส่ง “SMS แนบลิงก์ ปลอม” โดยแอบอ้างว่าเป็นการแจ้งเตือนเหตุการณ์เเผ่นดินไหว ไปยังโทรศัพท์มือถือของประชาชน ซึ่ง SMS แนบลิงก์ดังกล่าว อาจเป็นลิงก์ที่มิจฉาชีพใช้ในการติดตั้งโปรแกรมดูดควบคุมการโอนเงิน หรือข้อมูลส่วนตัวของประชาชนอยู่ด้วย ดังนั้นขอเตือนประชาชน หากได้รับ หรือพบข้อความ SMS แนบลิงก์ ต้องสงสัย ซึ่งไม่ได้ส่งจากหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ขอให้ยึด “หลัก 4 ไม่” คือ 1) ไม่กดลิงก์ 2) ไม่เชื่อ 3) ไม่รีบ และ 4) ไม่โอน โดยหากพบ SMS แนบลิงก์ ต้องสงสัย สามารถแจ้งให้กระทรวงดีอีดำเนินการระงับได้ทันที ที่โทร 1212 ETDA ศูนย์ช่วยเหลือและจัดการปัญหาออนไลน์ หรือที่ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม www.antifakenewscenter.com สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com -------------------------------------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ทหารเขมรขับรถถังเคลื่อนพลพร้อมอาวุธ ประชิดชายแดนไทย” รองลงมาคือเรื่อง “กัมพูชาขอเลื่อนประชุม GBC เตรียมระดมกำลังทหารเขมรประชิดชายแดนไทย” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด เกิดความสับสนในสังคม หรือในบางข่าวอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน และข้อมูลส่วนบุคคล นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 21 – 27 มีนาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 828,598 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 613  ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 598 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 15 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 208 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 100 เรื่อง ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 80 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 88 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 9 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 6 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 25 เรื่อง นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ พบว่าเป็นข่าวเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ โครงการของรัฐ การให้บริการของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน และวิตกกังวลได้ รวมทั้งอาจเกิดความเสียหายต่อข้อมูลส่วนบุคคล และทรัพย์สิน โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง กลาโหมไฟเขียว หากสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาผิดปกติ ให้กองทัพดำเนินการได้ทันที อันดับที่ 2 : เรื่อง กัมพูชาขอเลื่อนประชุม GBC เตรียมระดมกำลังทหารเขมรประชิดชายแดนไทย อันดับที่ 3 : เรื่อง ประกันสังคมปรับอายุเกษียณเป็น 60 ปี อันดับที่ 4 : เรื่อง ประชากรพม่าใน จ.สมุทรสาคร มากกว่าประชากรไทยในพื้นที่ อันดับที่ 5 : เรื่อง ออมสิน จับมือ ธ.ก.ส. ปล่อยสินเชื่อช่วยประชาชนปลดหนี้ ครอบครัวละ 200,000 บาท อันดับที่ 6 : เรื่อง การบินไทยเปิดให้จองตั๋วเครื่องบิน เที่ยวบินชั้นประหยัดสำหรับผู้สูงอายุ 50-70 ปี อันดับที่ 7 : เรื่อง ออมสินเปิดลงทะเบียน กู้ขั้นต่ำ 100,000 บาท ดอกเบี้ย 0.5% ผ่อน 60 เดือน อันดับที่ 8 : เรื่อง มีการฝึกซ้อมอพยพเข้าหลุมหลบภัย เนื่องจากสถานการณ์ชายแดน จ.ศรีสะเกษและสุรินทร์อยู่ในภาวะตึงเครียด อันดับที่ 9 : เรื่อง กรมสรรพากรส่งอีเมล แจ้งให้ยืนยันการใช้สิทธิ e-TAX เพื่อรับสิทธิลดหย่อนภาษีปี 2568 อันดับที่ 10 : เรื่อง ปตท. เคยเป็นของคนไทย แต่ถูกนำไปขาย “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความมั่นคงของประเทศ โครงการของรัฐบาล การให้บริการของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อประชาชน โดยในส่วนของข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับประเทศเพื่อนบ้านนั้น อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด ความสับสนในสังคม ด้านข่าวที่เกี่ยวข้องกับธนาคารรัฐ และการให้บริการของหน่วยงานรัฐ ขอให้ประชาชนระมัดระวัง การแอบอ้างของมิจฉาชีพ ซึ่งอาจมีความเสี่ยงทำให้สูญเสียข้อมูลส่วนบุคคล และทรัพย์สินได้ โดยหากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม มีผลทำให้ประชาชนเกิดความสับสน ส่งผลกระทบกับประชาชนทั่วประเทศเป็นวงกว้าง” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “กลาโหมไฟเขียว หากสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาผิดปกติ ให้กองทัพดำเนินการได้ทันที” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า กรณีดังกล่าว ได้มีการเผยแพร่คลิปซึ่งเป็นภาพที่นำมาตัดต่อ โดยภาพในคลิปดังกล่าวเป็นภาพการฝึกประจำปี 68 และกระทรวงกลาโหมไม่ได้มีการสั่งการใด ๆ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด ในส่วนข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “กัมพูชาขอเลื่อนประชุม GBC เตรียมระดมกำลังทหารเขมรประชิดชายแดนไทย” กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับกองบัญชาการกองทัพไทย กระทรวงกลาโหม ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า สาเหตุหลักที่กัมพูชาเลื่อนการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) คือมีพิธีสำคัญซึ่งประธานการประชุมและคณะกรรมการของกัมพูชาต้องเข้าร่วมพิธีประดับยศจอมพลให้กับสมเด็จพิชัย เสนาเตีย บันห์ ซึ่งเป็นพิธีที่มีความสำคัญและยิ่งใหญ่ในประเทศกัมพูชา โดยกองทัพไทยได้ติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และยืนยันว่า ยังไม่มีการเคลื่อนไหวหรือการเพิ่มเติมกำลังทหารในบริเวณชายแดนแต่อย่างใด และสถานการณ์ชายแดนในปัจจุบันยังคงเป็นปกติ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทันส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com --------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 29 มีนาคม 2568 นายประเสริฐ  จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ติดตามสถานการณ์แผ่นดินไหว และพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน พร้อมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ณ ห้องประชุมชั้น 1 กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว และศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กรมอุตุนิยมวิทยาบางนา สำหรับสถานการณ์แผ่นดินไหว ณ เวลา 13.20 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานการเกิดอาฟเตอร์ช็อกรวมทั้งสิ้น 101 เหตุการณ์ โดยแบ่งเป็นขนาดแผ่นดินไหว 1.0-2.9 จำนวน 22 ครั้ง ขนาดแผ่นดินไหว 3.0-3.9 จำนวน 44 ครั้ง ขนาดแผ่นดินไหว 4.0-4.9 จำนวน 29 ครั้ง ขนาดแผ่นดินไหว 5.0-5.9 จำนวน 5 ครั้ง ขนาดแผ่นดินไหว 7.0 ขึ้นไปจำนวน 1 ครั้ง นอกจากนี้ กองพยากรณ์อากาศ กรมอุตุฯ ยังได้ออกประกาศเตือน “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน ฉบับที่ 7” ซึ่งมีผลกระทบในช่วงวันที่ 29 มีนาคม-1 เมษายน 2568 เนื่องจากมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทยและทะเลจีนใต้ โดยจะส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนถึงร้อนจัด ดังนั้นขอเตือนให้ประชาชนระวังอันตรายที่อาจเกิดขึ้นในช่วงวันดังกล่าว ทั้งนี้ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา www.tmd.go.th

วันที่ 29 มีนาคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือร่วมกับ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคม (โอเปอเรเตอร์) เพื่อแก้ไขความผิดพลาดเรื่องระบบการแจ้งเตือนภัยจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น รองนายกฯ ประเสริฐ กล่าวว่า ที่ประชุมได้หารือเรื่องของกระบวนการส่งข้อมูลการแจ้งเตือนสถานการณ์ฉุกเฉินด้วย SMS ตามข้อสั่งการของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ให้ ปภ. และ กสทช.ดำเนินการส่งข้อความ SMS แจ้งเตือนภัยถึงประชาชนให้เร็วขึ้น ทันเวลาและทั่วถึง ซึ่งเป็นไปตามข้อเรียกร้องจากประชาชน โดยสามารถสรุปขั้นตอนได้ดังนี้ -เมื่อ ปภ. ได้รับการแจ้งเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยา ปภ. โดยศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ จะวิเคราะห์ข้อมูล พิจารณาแล้วแจ้งข้อความเตือน และ broadcast ไปให้ทาง กสทช. ในทันที - กสทช. แจ้งดำเนินการไปยัง โอเปอเรเตอร์ เพื่อส่ง SMS ไปยังประชาชนในพื้นที่ประสบภัย  - ปภ. เตรียมแผนปฏิบัติการสื่อสาร/แผนสำรองในการแจ้งเตือนภัย ให้มีการแจ้งสถานการณ์เบื้องต้น การปฏิบัติตนของประชาชนเมื่อเกิดภัยพิบัติ และแจ้งสรุปสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อสถานการณ์ได้สิ้นสุดลง นอกจากนี้ ทาง กสทช. และหน่วยที่เกี่ยวข้องจะวางแผนการเพิ่มผังรายการให้ประชาชนได้รับข่าวสารอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเร่งรัดการดำเนินการเรื่องระบบแจ้งเตือนภัย (cell broadcast ) ส่งข้อความ SMS แจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่านเครือข่ายโทรศัพท์ครอบคลุมโทรศัพท์มือถือของประชาชนที่ประสบภัยธรรมชาติ เหตุฉุกเฉินในพื้นที่เป้าหมาย ประสานการทำงานกันอย่างใกล้ชิด พร้อมการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อกระจายเสียงให้ทันท่วงที -------------------------------------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “OR ให้โอกาสนักลงทุน เป็นเจ้าของหุ้นด้วยเงิน 3,000 บาท ลงทะเบียนจองทางเฟซบุ๊ก” รองลงมาคือเรื่อง “ธนาคารกรุงไทยให้บริการสินเชื่อผ่านบัญชี TikTok ktb.bank33” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ-แชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความสูญเสียทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สิน และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 21 – 27 มีนาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 828,598 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 613  ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 598 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 15 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 208 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 100 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง OR ให้โอกาสนักลงทุน เป็นเจ้าของหุ้นด้วยเงิน 3,000 บาท ลงทะเบียนจองทางเฟซบุ๊ก อันดับที่ 2 : เรื่อง ธนาคารกรุงไทยให้บริการสินเชื่อผ่านบัญชี TikTok ktb.bank33 อันดับที่ 3 : เรื่อง เพจรับสมัครคนไปทำงานเกษตรออสเตรเลีย วีซ่า 3 ปี ถูกกฎหมาย ผ่านกรมแรงงาน อันดับที่ 4 : เรื่อง ออมสินเปิดให้ ปชช. กู้ปิดหนี้นอกระบบ วงเงิน 1 ล้านบาท ผ่อนนาน 3 ปี ผ่านเพจ LEASE it PCL 464 อันดับที่ 5 : เรื่อง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดให้บริการผ่านช่องทางไลน์ฝ่ายมิเตอร์ไฟฟ้า อันดับที่ 6 : เรื่อง รับเลขวงในจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ผ่านบัญชี TikTok sarnlmdeh18 อันดับที่ 7 : เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดลงทะเบียนทำใบขับขี่ออนไลน์ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก ตั้งแต่วันนี้ถึง เม.ย. 68 อันดับที่ 8 : เรื่อง ติดต่อแจ้งหลักฐานเพื่อรับสิทธิรับเงินคืนจากกรมบังคับคดี ผ่านเพจ Center for Future Development อันดับที่ 9 : เรื่อง ก.ล.ต. เปิดเว็บไซต์ใหม่ ให้ซื้อ-ขายหุ้น อันดับที่ 10 : เรื่อง การประปานครหลวงเปิดบัญชี Instagram ชื่อ pramaetorrane.beebmuaypom “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวชักชวนลงทุนในหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ รวมถึงการให้บริการและให้ความช่วยเหลือประชาชนของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนที่สนใจเกิดความเข้าใจผิด มีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง เกิดความสับสน โดยประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “OR ให้โอกาสนักลงทุน เป็นเจ้าของหุ้นด้วยเงิน 3,000 บาท ลงทะเบียนจองทางเฟซบุ๊ก” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ตรวจสอบพบว่า เป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า OR ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโฆษณาชักชวนลงทุนหุ้นตามภาพข่าวดังกล่าว รวมถึงไม่มีนโยบายเสนอขายหุ้นผ่านเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดทำประชาสัมพันธ์เพื่อเชิญชวนให้ลงทุนในลักษณะนี้ ทั้งนี้ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ OR ได้ที่โทร. 02-196-5959 และสำหรับผู้สนใจข้อมูลเกี่ยวกับ OR เพื่อประกอบการพิจารณาลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากลิงก์ https://investor.pttor.com/th/home อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com --------------------------------------------------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.