Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 30 เมษายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเวทีเสวนาให้ความรู้ ในงานสัมมนาเรื่อง “แนวทางการป้องกันและปราบปรามการหลอกลวงทางออนไลน์ ผ่านโซเชียลมีเดียและบริการโทรคมนาคม” จัดโดย คณะกรรมาธิการการเทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร และการโทรคมนาคม วุฒิสภา ณ ห้องพระพรหม ชั้น 3 โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ

วันที่ 30 เมษายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)  เป็นประธานในพิธีมอบวุฒิบัตร (Certificate Completion) พร้อมกล่าวแสดงความยินดี แก่ผู้ผ่านหลักสูตร The Cullinan: The Making of the Digital Board Batch รุ่นที่ 5 ณ ห้องคันธวาส โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล แบงค็อก, อะ ลักซ์ชูรี คอลเล็คชั่น โฮเทล โดยหลักสูตร The Cullinan: The Making of the Digital Board เป็นความร่วมมือระหว่าง สมาคมการจัดการธุรกิจ แห่งประเทศไทย (TMA) และ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อสร้างความความรู้ความเข้าใจให้กับกรรมการและผู้บริหาร ถึงแนวโน้มความเปลี่ยนแปลงและผลกระทบของเทคโนโลยีที่มีต่อองค์กร กรอบแนวทางในการเปลี่ยนผ่านสู่องค์กรดิจิทัล (Digital Transformation)--------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 30 เมษายน 2568 ดร. ปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วย ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และคณะ ได้เข้าร่วมหารือกระบวนการเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD  โดยมี Ms. Audrey Plonk Deputy Director Directorate for Science, Technology and Innovation, และผู้แทน OECD เข้าร่วมหารือดังกล่าว ณ สาธารณรัฐฝรั่งเศสโดยการประชุมดังกล่าวเป็นการหารือในแนวทางการเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD ในระยะแรก ภายใต้ คณะกรรมการนโยบายดิจิทัล (Digital Policy Committee) ซึ่งที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือและกระบวนการดำเนินการของประเทศไทยในการจัดทำบันทึกฉบับแรก (Initial Memorandum – IM) ของประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการการสมัครเข้าเป็นสมาชิก OECD  ซึ่งมีเอกสารที่กระทรวงดิจิทัลฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาความสอดคล้องการดำเนินงานของประเทศไทย กับ เอกสารข้อแนะนำหรือแนวทาง ภายใต้ Digital Policy Committee ทั้งนี้ ในขั้นตอนต่อไป จะมีการหารืออย่างใกล้ชิดกับผู้แทน OECD เพื่อ กระทรวงฯ จะได้ดำเนินการตามกระบวนการเข้าร่วมเป็นสมาชิก ในด้านนโยบายดิจิทัล ได้ตามกรอบกำหนดเวลาของประเทศไทยต่อไป --------------------------------------------------------------------------------------



เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อพัฒนาประเทศไทย ครั้งที่ 1/2568 ซึ่งได้มีการกำหนดแนวทางการขับเคลื่อนเพื่อให้ประเทศไทยมีระบบนิเวศที่จะสามารถผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการขับเคลื่อนปัญญาประดิษฐ์ของภูมิภาค และสร้างการเจริญเติบโตด้านเศรษฐกิจของประเทศ   นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะรองประธานคณะกรรมการฯ กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ได้กำหนดแนวทางในการเตรียมความพร้อมในด้านต่าง ๆ ของประเทศไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนากำลังคนด้าน AI ให้มีจำนวนเพียงพอ ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐาน โดยตั้งเป้าหมายที่จะต้องมีการสร้างความรู้ให้แก่บุคลากรที่เป็น AI User ไม่น้อยกว่า 10,000,000 คน AI Professional ไม่น้อยกว่า 90,000 คน และ AI Developer ที่ไม่น้อยกว่า 50,000 คน ภายในเวลา 2 ปี    นอกจากนี้ จะมีการส่งเสริมการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบคลาวด์ Data Center ระบบประมวลผล GPU และการพัฒนาแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์เปิด (Open Source AI Platform) ให้เพียงพอ เพื่อส่งเสริมการขยายตัวของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในราคาที่เหมาะสม รวมไปถึงการจัดตั้งศูนย์ข้อมูล (Data Bank) ที่จะรวมข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนา AI ในสาขาต่าง ๆ ในส่วนข้อมูลภาครัฐ จะส่งเสริมให้หน่วยงานของรัฐปรับตัวให้เป็นระบบดิจิทัลทั้งหมดภายในปี 2569     คาดว่าการลงทุนด้านโครงสร้างเหล่านี้ จะมีมูลค่าไม่น้อยกว่า 500,000 ล้านบาท โดยเป็นการลงทุนของรัฐบาลและภาคเอกชนทั้งในและต่างประเทศประกอบกัน    สำหรับการส่งเสริมการประยุกต์ใช้ AI ในงานธุรกิจและอุตสาหกรรมนั้น จะมุ่งเน้นสาขาที่สนับสนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจและการพัฒนาสังคมเป็นหลัก เช่น การสาธารณสุข การท่องเที่ยว และเกษตรกรรม เป็นต้น ซึ่งการประยุกต์ใช้ AI จะส่งผลให้การแพทย์ของไทยมีประสิทธิภาพและยกระดับขึ้นเป็นศูนย์กลางของการรักษาพยาบาลในอาเซียนได้ พร้อมกับยกระดับการท่องเที่ยวทั้งในด้านจำนวนนักท่องเที่ยวและการใช้จ่าย อีกทั้งการใช้ AI ด้านการเกษตรจะทำให้การเพาะปลูกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สร้างผลผลิตที่สูงขึ้น และสามารถทำงานด้านการพาณิชย์และตลาดอย่างตรงเป้าอีกด้วย ซึ่งคาดว่าการสนับสนุนการประยุกต์ใช้ AI ในด้านต่าง ๆ จะส่งผลดีต่อบริการสาธารณสุข อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและเกษตรกรไทยเป็นอย่างมาก    ทั้งนี้ เพื่อเร่งการประยุกต์ใช้ AI รัฐบาลจะสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์แห่งความเป็นเลิศเพื่อบูรณาการการทำงานด้าน AI ในแต่ละสาขาร่วมกับภาคเอกชนอย่างเป็นระบบต่อไป --------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 นายธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมประชาสัมพันธ์ ครบรอบ 92 ปี โดยมี ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ กรมประชาสัมพันธ์ให้การต้อนรับ ณ อาคารหอประชุมกรมประชาสัมพันธ์ ชั้น 1 เขตพญาไท กรุงเทพฯ

วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 2/2568 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมคณะกรรมการ บมจ.โทรคมนาคมแห่งชาติ ชั้น 10 อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)

วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับร่างหลักการของกฎหมายว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ พร้อมปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ ความพร้อมของประเทศไทยในเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI Economy) จัดโดย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ณ ห้องบอลรูม 2 ชั้น 3 โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์   โดยกิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ความเสี่ยง โอกาส และแนวทางธรรมาภิบาลของ AI จากผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายภาคส่วน ก่อนจะนำเสนอร่างหลักการของกฎหมายว่าด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเปิดรับความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนอย่างรอบด้าน

วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับ คณะผู้อบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล Digital CEO รุ่นที่ 8 ในโอกาสเข้าศึกษาดูงาน พร้อมเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ การดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) ณ ศูนย์ปฏิบัติการฯ AOC 1441 กรุงเทพฯ

ดีอี ร่วมเป็นวิทยากรหลักสูตร "การบริหารเชิงนิติศาสตร์ระดับสูง" (วทน.) รุ่นที่ 4   วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นวิทยากรผู้บรรยายหลักสูตร "การบริหารเชิงนิติศาสตร์ระดับสูง" (วทน.) รุ่นที่ 4 ณ ห้องประชุมชั้น 4 สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์   #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงดีอี #DE #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

รองนายกฯ ประเสริฐ เป็นประธานปิดโครงการเร่งพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงไซเบอร์ ระยะ 2   วันที่ 2 พฤษภาคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีแถลงข่าวความคืบหน้าและปิดโครงการเร่งรัดการพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Intensive Cybersecurity Capacity Building Program) ระยะที่ 2 พร้อมมอบประกาศนียบัตรสำหรับผู้ผ่านการอบรมหลักสูตรระดับผู้บริหาร Executive CISO#2 และพิธีมอบรางวัลศิษย์เก่าดีเด่นของสถาบันวิชาการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ประจำปี 2568 โดยมี ดร.ปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดีอี และดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) เข้าร่วมรับโล่ประกาศเกียรติคุณ พร้อมด้วย พลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) กล่าวต้อนรับ จัดโดย สถาบันวิชาการฯ สกมช. ณ ห้องอัศวินแกรนด์บอลรูม ชั้น 4  โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ   สำหรับโครงการฯ ระยะที่ 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของบุคลากรด้านไซเบอร์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ไซเบอร์แห่งชาติ และการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ให้กับโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ ผ่านการอบรมหลักสูตรที่ครอบคลุมทั้ง ด้านเทคนิค การบริหารจัดการ และการตอบสนองต่อภัยคุกคามไซเบอร์ในระดับสากล ซึ่งสถาบันวิชาการฯ ได้ดำเนินการจัดฝึกอบรมและพัฒนาทักษะให้แก่บุคลากรจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนไปแล้วกว่า 100,000 คน    พร้อมทั้งดำเนินการทดสอบมาตรฐานความสามารถตามหลักสูตรที่ได้รับการรับรองในระดับสากล    นอกจากนี้ภายใต้โครงการฯ ยังมีการสร้างความตระหนักรู้ให้แก่ ประชาชนทั่วไป เด็ก นักเรียน นักศึกษา เยาวชน คนพิการ ผู้สูงอายุ เพื่อเป็นการสร้างความตระหนักรู้ในด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่เข้าใจง่าย สามารถเข้าถึงประชาชนทั่วไปในทุกช่วงวัยได้#กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงดีอี #DE #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #รมวประเสริฐ

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “จะเกิดแผ่นดินไหวที่ภาคอีสาน” รองลงมาคือเรื่อง “20 เคล็ดลับอายุยืน จากองค์การอนามัยโลก” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ อาจทำให้เกิดความตื่นตระหนก วิตกกังวล เกิดความสับสนในสังคม นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 821,891 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 815 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 602 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 11 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 2 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 208 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 100 เรื่อง ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 92 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 68 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 14 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 10 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 24 เรื่อง นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ พบว่าเป็นยังคงเป็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องของภัยพิบัติ โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องต่อเนื่องจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ ทำให้เกิดความตื่นตระหนก เข้าใจผิด สับสน และวิตกกังวลได้ นอกจากนี้ยังมีเรื่องการให้บริการของหน่วยงานรัฐ และเรื่องของสุขภาพ ซึ่งมีผลกระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง  จะเกิดแผ่นดินไหวที่ภาคอีสาน อันดับที่ 2 : เรื่อง 20 เคล็ดลับอายุยืน จากองค์การอนามัยโลก อันดับที่ 3 : เรื่อง ภาคเหนือในไทย คือพื้นที่ปลอดภัยที่สุดจากแผ่นดินไหว ไม่ใช่ภาคอีสาน อันดับที่ 4 : เรื่อง เขื่อนนราธิวาสเสี่ยงแตก เหตุคลื่นทะเลซัดแรงต่อเนื่อง อันดับที่ 5 : เรื่อง กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดรับตัวแทนพับถุงกระดาษ ทำงานที่บ้าน รายได้ 1,200 บาทต่อวัน ผ่านเพจเฟซบุ๊ก จัดหาฝีมือแรงงานชุมชน อันดับที่ 6 : เรื่อง เงินดิจิทัล 10,000 บาท จ่ายครบทุกกลุ่มภายในเดือน ก.ย. 68 อันดับที่ 7 : เรื่อง ขบวนการวีซ่านักเรียนจีน! ต่อ ตม. ก่อนลุยไซต์งาน หัวละหมื่น อันดับที่ 8 : เรื่อง วันที่ 26 มี.ค 68 นายกฯ กัมพูชาเดินทางมาไทย เพื่อขอเจรจาเปิดทางขึ้นเขาพระวิหารฝั่งไทย อันดับที่ 9 : เรื่อง M-Flow ส่ง SMS ให้ชำระค่าผ่านทางและค่าปรับโดยเร็วที่สุด อันดับที่ 10 : เรื่อง สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ล็อกเลขท้าย 3 ตัว “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่ายังคงเป็นข่าวเรื่องของภัยพิบัติ ที่เกี่ยวข้องต่อเนื่องจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งเป็นทำให้เกิดความตื่นตระหนก เข้าใจผิด ความสับสนในสังคม โดยหากมีการแชร์ส่งต่อกันไปในสังคม มีผลทำให้ประชาชนเกิดความหวั่นวิตก นอกจากนี้ยังมีเรื่องการให้บริการของหน่วยงานรัฐ และข่าวที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ที่อาจส่งผลกระทบกับประชาชนทั่วประเทศเป็นวงกว้าง” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “จะเกิดแผ่นดินไหวที่ภาคอีสาน” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรือ ภาคอีสานของประเทศไทย ไม่มีรอยเลื่อนมีพลังพาดผ่านพื้นที่ดังกล่าว จึงถือเป็นพื้นที่ที่มีความปลอดภัยจากแผ่นดินไหวในระดับสูง โดยมีความเสี่ยงในการเกิดแผ่นดินไหวน้อยมากหรือแทบไม่มี ในส่วนภูเขาไฟในประเทศไทย ปัจจุบันได้ดับสนิทไปหมดแล้ว เมื่อไม่มีหินหนืดกระตุ้นการเคลื่อนตัวตั้งแต่หลัง 10,000 ปี ทางธรณีวิทยาจึงถือว่า ภูเขาไฟนี้ตาย เช่น ภูเขาไฟกระโดง จังหวัดบุรีรัมย์ ในส่วนข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “20 เคล็ดลับอายุยืน จากองค์การอนามัยโลก” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ตรงกับเอกสารเผยแพร่อย่างเป็นทางการขององค์การอนามัยโลก และขาดแหล่งอ้างอิงที่น่าเชื่อถือ ข้อเสนอแนะบางประเด็น เช่น "ดื่มไวน์ดี ๆ ในปริมาณที่พอเหมาะ" หรือ "กอด" มีความจำเพาะเจาะจงเกินไป แตกต่างจากแนวทางการให้คำแนะนำด้านสุขภาพของ WHO ที่มุ่งเน้นหลักการและปัจจัยที่มีผลกระทบต่อสุขภาพในวงกว้างมากกว่า อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทันส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com-------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 3 พฤษภาคม 2568 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเสวนาในหัวข้อ “เสรีภาพสื่อ VS AI Surveillance : ผลกระทบ โอกาส และความท้าทาย” เนื่องในโอกาส “วันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก ปี 2568” ซึ่งจัดขึ้นโดย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โดยมีตัวแทนจากองค์กร สถาบันการศึกษา และสื่อมวลชน เข้าร่วม ณ ร.ร.เบสท์ เวสเทิร์น จตุจักร และผ่านทางออนไลน์ สำหรับในปีนี้ องค์การยูเนสโก ได้กำหนดหัวข้อหลักในโอกาสวันเสรีภาพสื่อมวลชนโลก 2568 ไว้ว่า “Reporting in the Brave New World : The Impact of Artificial Intelligence on Press Freedom and the Media” ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความท้าทายครั้งใหม่ของวงการสื่อมวลชนในยุคที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามามีบทบาททั้งในด้านการผลิตเนื้อหา การกระจายข่าวสาร และการควบคุมข้อมูลในวงกว้าง นอกจากนี้ กระทรวงดีอี ได้ร่วมกับ กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ร่วมกับ องค์การยูเนสโก เป็นเจ้าภาพจัดงาน “The 3rd Global Forum on the Ethics of AI 2025” ภายใต้ธีม คือ “Bangkok AI Week 2025” ในช่วงระหว่างวันที่ 23 - 27 มิถุนายน 2568 ณ โรงแรม เซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ โดยคาดว่าจะมี รัฐมนตรีและผู้แทนจากประเทศสมาชิกยูเนสโก ผู้เชี่ยวชาญ สื่อมวลชน รวมทั้งผู้เข้าร่วมงานจากทั่วโลกกว่า 800 คน-------------------------------------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “เพจ LEASE it PCL 759 ของ ธ.ออมสิน ปล่อยสินเชื่อเงินกู้ ฉุกเฉิน วงเงินขั้นต่ำ 10,000 บาท อนุมัติสูงสุด 1,000,000 บาท” รองลงมาคือเรื่อง “ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านหุ้น เปิดเรียนฟรี ประกาศหุ้นน่าสนใจ 5 ตัว” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ-แชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความสูญเสียทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สิน และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 25 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 821,891 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 815 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 602 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 11 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 2 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 208 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 100 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง เพจ LEASE it PCL 759 ของ ธ.ออมสิน ปล่อยสินเชื่อเงินกู้ ฉุกเฉิน วงเงินขั้นต่ำ 10,000 บาท อนุมัติสูงสุด 1,000,000 บาท อันดับที่ 2 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านหุ้น เปิดเรียนฟรี ประกาศหุ้นน่าสนใจ 5 ตัว อันดับที่ 3 : เรื่อง ออมสินปล่อยกู้ผ่านเพจ LEASE it PCL 859 เริ่มต้น 10,000 – สูงสุด 1 ล้าน! อันดับที่ 4 : เรื่อง ฮั่วเซ่งเฮง ร่วมมือ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดโอกาสเข้าเทรดหุ้นทองคำ เหมาะสำหรับมือใหม่และวัยเกษียณ อันดับที่ 5 : เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดรับทำใบขับขี่ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก DLT Online 111 อันดับที่ 6 : เรื่อง ปปง. เตรียมคืนเงินเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ติดต่อรับสิทธิผ่านเพจ Provide knowledge on law enforcement อันดับที่ 7 : เรื่อง ผู้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพมีโอกาสได้เงินคืน ปรึกษาหรือสอบถาม ผ่านเพจ Assistance with safety อันดับที่ 8 : เรื่อง ออมสิน ปล่อยสินเชื่ออุ่นใจ ผ่าน TikTok ชื่อ gooaevfsb5c อันดับที่ 9 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญวางแผนหุ้นกระทิง 3 ตัว ผลตอบแทนสูง สนใจแอดไลน์ฟรี อันดับที่ 10 : เรื่อง ธ.ออมสิน ให้บริการสินเชื่อ ผ่าน TikTok ชื่อ gsb.550 “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวการให้บริการสินเชื่อของ ธ.ออมสิน และการชักชวนลงทุน และให้ความช่วยเหลือประชาชนของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนที่สนใจเกิดความเข้าใจผิด มีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง เกิดความสับสน โดยประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “เพจ LEASE it PCL 759 ของ ธ.ออมสิน ปล่อยสินเชื่อเงินกู้ ฉุกเฉิน วงเงินขั้นต่ำ 10,000 บาท อนุมัติสูงสุด 1,000,000 บาท” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ ธนาคารออมสิน กระทรวงการคลัง ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า โฆษณาสินเชื่อดังกล่าว ไม่เกี่ยวข้องกับธนาคารออมสิน  และเพจเฟซบุ๊ก LEASE it PCL 759 ไม่ใช่เพจเฟซบุ๊กของธนาคารออมสิน โดยธนาคารไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ทั้งสิ้น โปรดอย่าหลงเชื่อข้อมูลจากเพจดังกล่าว ทั้งนี้หากพบเห็นพฤติกรรมที่น่าสงสัยส่อไปในทางทุจริตหลอกลวง โปรดแจ้ง GSB Contact Center โทร. 1115 อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com--------------------------------------------------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.