Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา


วันที่ 28 พฤษภาคม 2568 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติอนุมัติพระราชกำหนด 2 ฉบับ ที่คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี และนางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดีอี เข้าร่วมชี้แจง ซึ่งมีรายละเอียดการลงมติดังนี้ 1.พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 ที่ประชุมมีผู้ลงมติ 454 เสียง เห็นด้วย 452 เสียง ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง 2 เสียง   2.พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 ที่ประชุมมีผู้ลงมติ 455 เสียง เห็นด้วย 453 เสียง ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง 2 เสียง

วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมงาน "Korea-ASEAN Smart City & Service Tech Day 2025" และกล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมการประชุมฯ โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจากทั้งสองประเทศเข้าร่วมงาน ซึ่งงานนี้จัดโดยสำนักงานพาณิชย์เกาหลี (KOTRA) สำนักงานใหญ่ ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ณ โรงแรมคาร์ลตัน สุขุมวิท กรุงเทพฯ   ในโอกาสนี้ ดร. ณัฐพล รองปลัดกระทรวงดีอี ได้กล่าวแสดงความยินดีกับ KOTRA และสถานทูตสาธารณรัฐเกาหลีประจำประเทศไทย ในการจัดงานดังกล่าวขึ้นเป็นครั้งที่ 6 ซึ่งแสดงถึงความร่วมมือด้านเมืองอัจฉริยะ ระหว่างประเทศไทยกับสาธารณรัฐเกาหลีที่มีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทย ปัจจุบันมีการพัฒนาเมืองอัจฉริยะแล้ว 36 แห่ง และมีแผนพัฒนาเพิ่มเป็น 105 เมือง ภายในปี 2570 ซึ่งมีโครงการนำร่องในหลายจังหวัด เช่น ภูเก็ต ขอนแก่น และเชียงใหม่ เป็นต้น   นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อพัฒนาทั้งเศรษฐกิจและสังคมในทุกมิติของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาระบบดิจิทัลในภาครัฐ ซึ่งจะช่วยต่อยอดไปสู่การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ การสนับสนุนสตาร์ทอัพใน Thailand Digital Valley รวมถึงการส่งเสริมความร่วมมือในระดับภูมิภาคผ่านเครือข่ายเมืองอัจฉริยะอาเซียน (ASEAN Smart Cities Network: ASCN)

วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเวทีเสวนาวิชาการ ในโอกาสฉลองครบรอบ 150 ปี การสถาปนากระทรวงการต่างประเทศ ในหัวข้อ “TREATY = THAILAND's PAST, PRESENT, AND FUTURE สนธิสัญญา = อดีต ปัจจุบัน และอนาคตของไทย” เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง และให้ความรู้ ในเรื่องของสนธิสัญญาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันและความท้าทายในอนาคต กับความสัมพันธ์ระหว่างนานาประเทศ ที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยต่อไป ณ ห้องนราธิป กระทรวงการต่างประเทศ

วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายให้ความรู้ ในหลักสูตร Training on Crime Prevention and Criminal Justice for Southeast Asia (T4SEA2025) ในหัวข้อ “leveraging technology for good governance and integrity in legal proceedings related to online crime” เพื่อถ่ายทอดความรู้ การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี ในกระบวนการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ณ ห้อง Learning Studio 1 ชั้น 1 สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย

วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ปาฐกถาพิเศษ งาน Huawei Thailand Digital & AI Summit 2025 “Embrace AI, Ignite Future” ในหัวข้อ “Accelerate AI Innovation and Become The Hub of AI Data Centers and Infrastructure” มุ่งผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางนวัตกรรม AI และโครงสร้างพื้นฐานดาต้าเซ็นเตอร์ในภูมิภาค ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

วันที่ 29 พฤษภาคม 2568 ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาพระราชกำหนดที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี เข้าร่วมชี้แจง จำนวน 2 ฉบับพร้อมกัน เนื่องจากเป็นพระราชกำหนดที่มีเนื้อหาเกี่ยวเนื่องกัน และที่ประชุมวุฒิสภาได้ลงมติเห็นชอบ ซึ่งมีรายละเอียดการลงมติดังนี้   1. พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 เห็นด้วย 181 เสียง ไม่เห็นด้วย ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง 1 เสียง   2. พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 เห็นด้วย 176 เสียง ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง 1 เสียง

นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ หัวหน้าคะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเพื่อเตรียมการสำหรับการประชุมระดับรัฐมนตรีภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ค.ศ. 2025 ของ APT เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2568 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เพื่อร่วมพิจารณาจัดเตรียมร่างถ้อยแถลงรัฐมนตรีองค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก หรือถ้อยแถลงโตเกียว ฉบับสุดท้าย เพื่อเสนอที่ประชุมระดับรัฐมนตรี ซึ่งมีกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 30 – 31 พฤษภาคม 2568 ให้การรับรอง ทั้งนี้ ร่างถ้อยแถลงมีวิสัยทัศน์ที่จะบรรลุถึงการเชื่อมโยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร/ โทรคมนาคมในราคาย่อมเยา เข้าถึงได้ และยั่งยืน เกิดการสนับสนุนนวัตกรรมผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ส่งเสริมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจต่าง ๆ และเสริมสร้างให้พลเมืองทุกคนมีทักษะและความรู้ที่จำเป็น เพื่อให้ทุกคนสามารถได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจดิจิทัลได้อย่างเต็มที่ ในอีก 5 ปีข้างหน้า   APT เป็นองค์การระหว่างประเทศด้านโทรคมนาคม ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2522 ประกอบด้วยประเทศสมาชิก 38 ประเทศ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเทพมหานครฯ ประเทศไทย .

วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีถวายพระพรชัยมงคล สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 3 มิถุนายน 2568 โดยมี ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดีอี คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ณ อาคาร 9 ชั้น 1 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT)

วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยนายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) หารือร่วมกับนาย Scott Guthrie, Executive Vice President, Cloud + Al บริษัท Microsoft สหรัฐอเมริกา ณ ห้องรับรอง 1 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล


วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 นางปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เข้าร่วมการประชุมระดับรัฐมนตรีภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ค.ศ. 2025 ของ APT (APT Ministerial Meeting 2025: APT MM 2025) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 – 31 พฤษภาคม 2568 ณ โรงแรม ฮิลตันโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยได้ร่วมกล่าวถ้อยแถลงในช่วงการอภิปรายระดับรัฐมนตรี หัวข้อ Secure and Trusted Digital Environment ซึ่งได้กล่าวถึง การดำเนินมาตรการเชิงรุกของประเทศไทยเพื่อเสริมสร้างกรอบกฎหมายและกลไกการบังคับใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการต่อสู้กับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี การฉ้อโกงออนไลน์ และการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล โดยการแก้ไขพระราชกำหนดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการออกพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (PDPA): มีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบในเดือนมิถุนายน 2565 รวมถึงการจัดตั้งศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม (AFNC) และ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) และไทยยังแสดงบทบาทผู้นำในอาเซียนในการเป็นประธานคณะทำงานว่าด้วยการต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ในอาเซียน และได้จัดทำรายงานเกี่ยวกับกิจกรรมการหลอกลวงออนไลน์ในอาเซียน ซึ่งให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับภูมิทัศน์ของภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว สอดคล้องกับปฏิญญาโตเกียวว่าด้วยความน่าเชื่อถือและความปลอดภัย (Tokyo Statement on Trust and Safety) ที่ให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยและตระหนักถึงช่องโหว่ของทั้งบุคคลและชุมชนต่อภัยคุกคามที่เป็นอันตราย รวมถึงการทำงานร่วมกันในระดับนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เนื่องจากอาชญากรรมและการหลอกลวงไซเบอร์เป็นปัญหาข้ามพรมแดน การแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีที่สุด การพัฒนาระบบที่เข้ากันได้ และการสร้างระบบนิเวศดิจิทัลที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น จะช่วยปกป้องประชาชนและเศรษฐกิจของประเทศต่างๆ ได้

เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2568 ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “Combatting Online Scams” ขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปี ความเป็นหุ้นส่วนระหว่างไทยและองค์การเพื่อความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (OSCE) โดยมีสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเวียนนา และมอลตา ในฐานะประธานกลุ่มหุ้นส่วนเพื่อความร่วมมือฝ่ายเอเชีย เป็นเจ้าภาพร่วม โดยมีนางสาวภัทรัตน์ หงษ์ทอง เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งราชอาณาจักรไทยประจำสาธารณรัฐออสเตรีย ผู้แทนถาวรไทยประจำองค์การสหประชาชาติและองค์การระหว่างประเทศ ณ กรุงเวียนนา เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ โดยการประชุมมีผู้แทนจากประเทศสมาชิก OSCE และประเทศหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาฝ่ายเอเชีย ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ในประเด็นสำคัญ ได้แก่ (1) แนวทางของไทยในการป้องกันและปราบปรามการหลอกลวงออนไลน์ (2) บทบาทของหน่วยงานกำกับดูแลโทรคมนาคมในการจัดการกับปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ผ่านช่องทางโทรคมนาคม (3) ความเชื่อมโยงระหว่างอาชญากรรมทางการเงินกับสินทรัพย์ดิจิทัล และ (4) การแลกเปลี่ยนมุมมอง มาตรการ และข้อบังคับ รวมถึบทบาทของภาคอุตสาหกรรมในการต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ ในการนี้ ปลัดกระทรวงฯ ได้กล่าวปาฐกถา โดยนำเสนอแนวทางความร่วมมือผ่านคณะทำงานอาเซียนด้านการต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ (WG-AS) ซึ่งประเทศไทยเป็นประธาน พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนากฎหมายที่เข้มแข็ง โดยในส่วนของประเทศไทยได้ประกาศพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ฉบับใหม่ ได้แก่ (1) พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการทางการเงิน โทรคมนาคม สื่อสังคมออนไลน์ และสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องยกระดับการป้องกันและร่วมรับผิดชอบความเสียหาย (2) พ.ร.ก. ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ที่ควบคุมการให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลจากต่างประเทศแก่คนไทย รวมถึงได้หยิบยกถึงการดำเนินการของศูนย์ต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ (Anti-Scam Operation Center: AOC) เพื่อเป็นกลไกกลางในการประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานหลักในภาคการเงินและโทรคมนาคม เสริมสร้างความเข้มแข็งในการป้องกันภัยออนไลน์อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ ปลัดกระทรวงฯ ได้เน้นย้ำความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะการหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งเป็นปัญหาระดับโลก ที่ต้องสร้างกลไกความร่วมมือร่วมกัน ----------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “22 พ.ค. 68 เกิดพายุสุริยะ ทำให้อินเทอร์เน็ตล่ม” รองลงมาคือเรื่อง “การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดบริการประชาชน ผ่าน Line ID 11299080” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ อาจทำให้เกิดความวิตกกังวล สับสน และเข้าใจผิดในสังคม นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 23 – 29 พฤษภาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 839,680 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 741 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 689 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 40 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 12 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 238 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 224 เรื่อง ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 120 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 50 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 8 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 6 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 41 เรื่อง นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ เป็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องปรากฎการณ์ธรรมชาติ การให้บริการของหน่วยงานรัฐ เรื่องของสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องช่องทางการให้บริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน และวิตกกังวลได้ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง 22 พ.ค. 68 เกิดพายุสุริยะ ทำให้อินเทอร์เน็ตล่ม อันดับที่ 2 : เรื่อง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดบริการประชาชน ผ่าน Line ID 11299080 อันดับที่ 3 : เรื่อง กฟภ. แจ้งให้ลงทะเบียนรับมิเตอร์ฟรีตามโครงการ Meter Health Care อันดับที่ 4 : เรื่อง พายุสุริยะรุนแรง อาจทำให้ระบบธนาคารล่ม เงินหายหมดบัญชี อันดับที่ 5 : เรื่อง เมฆหลากสี เกิดจากสารเคมีที่พ่นทิ้งไว้บนน่านฟ้า อันดับที่ 6 : เรื่อง กฟภ. เปิดให้ลงทะเบียนเปลี่ยนมิเตอร์ใหม่ฟรี ผ่านบัญชีไลน์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อันดับที่ 7 : เรื่อง โควิด 19 ไม่มีอยู่จริงในรูปของไวรัส แต่เป็นแบคทีเรียที่ได้รับรังสี ทำให้มนุษย์เสียชีวิตจากการแข็งตัวของเลือด อันดับที่ 8 : เรื่อง ติดเชื้อ HIV รักษาให้หายได้ใน 2 เดือน ด้วยการใช้ CDS 2 ขวด อันดับที่ 9 : เรื่อง กฟภ. เปิดไลน์ใหม่ “pea1408.” ติดต่อฝ่ายทะเบียนสะดวกขึ้น อันดับที่ 10 : เรื่อง ไปรษณีย์ไทย ส่ง SMS แจ้งให้ชำระค่าพัสดุผ่านลิงก์ สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “22 พ.ค. 68 เกิดพายุสุริยะ ทำให้อินเทอร์เน็ตล่ม” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า สภาพอวกาศในช่วงดังกล่าว อยู่ในสภาพปกติ ไม่ได้มีการเกิดพายุสุริยะ เพราะฉะนั้นที่ระบบสื่อสารล่มในช่วงที่ผ่านมา จึงไม่เกี่ยวข้องกับพายุสุริยะแต่อย่างใด ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก อย่าเชื่อข่าวจากแหล่งที่ไม่มีที่มาชัดเจน ทั้งนี้ GISTDA ขอให้ประชาชนงดส่งต่อข่าวปลอม และติดตามข่าวสารจากแหล่งข่าวที่เป็นทางการเท่านั้น ในส่วนข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดบริการประชาชน ผ่าน Line ID 11299080” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า บัญชี Line ID 11299080 ไม่ใช่บัญชีของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแต่อย่างใด ซึ่งบัญชีดังกล่าวเป็นการกระทำของมิจฉาชีพที่แอบอ้างสร้างบัญชีปลอมขึ้นมาเพื่อหลอกลวงประชาชน และ LINE Official Account ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมีเพียงบัญชีเดียวเท่านั้น คือ @PEA Thailand และต้องมีโล่สีเขียวยืนยันตัวตน หากประชาชนมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามผ่าน 1129 PEA Contact Center หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทันส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com --------------------------------------------------------------------------------------


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.