Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ไทยเตรียมประกาศปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา 6 แห่ง” รองลงมาคือเรื่อง “ไทยเตรียมรับมือพายุแตตสวด” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ อาจทำให้เกิดความวิตกกังวล สับสน และเข้าใจผิดในสังคม นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – 5 มิถุนายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 831,971 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 419 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 399 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 20 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 145 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 55 เรื่อง ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 78 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 40 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 7 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 2 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 18 เรื่อง นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ เป็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เรื่องภัยพิบัติ เรื่องสุขภาพ และการให้บริการของหน่วยงานรัฐ ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน และวิตกกังวลได้ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ไทยเตรียมประกาศปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา 6 แห่ง อันดับที่ 2 : เรื่อง ไทยเตรียมรับมือพายุแตตสวด อันดับที่ 3 : เรื่อง แผ่นดินไหวทุกวันเกิดจากการย้ายขั้วแม่เหล็กโลก ในอนาคตจะสลับขั้วโลกเหนือไปใต้ อันดับที่ 4 : เรื่อง รัฐบาลกัมพูชาสั่งนายกรัฐมนตรีไทย ห้ามปิดด่านชายแดน อันดับที่ 5 : เรื่อง การทำแมมโมแกรมอาจกระตุ้นให้เนื้องอกลุกลาม อันดับที่ 6 : เรื่อง ความแรงของแผ่นดินไหว สังเกตได้จากคลื่นน้ำ อันดับที่ 7 : เรื่อง กลั้วคอด้วยสารละลาย Abmonak ยับยั้งเชื้อโคโรนา อันดับที่ 8 : เรื่อง ปัสสาวะทันทีหลังจากมีเพศสัมพันธ์ เสี่ยงต่อมลูกหมากอักเสบ อันดับที่ 9 : เรื่อง อัมพาตบนใบหน้าเกิดจากการรับลมเย็นจากพัดลมเป็นเวลานาน อันดับที่ 10 : เรื่อง กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ออกหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล บริษัท poshmarkonline จำกัด สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ไทยเตรียมประกาศปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา 6 แห่ง” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า จากการตรวจสอบไปยังด่าน ตม. ที่มีพรมแดนติดชายแดนไทย - กัมพูชา พบว่า ขณะนี้ยังคงเปิดด่านปกติ (ข้อมูล ณ วันที่ 2 มิ.ย. 68) ยังไม่ได้มีการปิดด่านชายแดนตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด ในส่วนข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “ไทยเตรียมรับมือพายุแตตสวด” กระทรวงดีอี โดย กรมอุตุนิยมวิทยา ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่ข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยา ทั้งนี้หากมีพายุเกิดขึ้นจริง และมีแนวโน้มที่จะเข้าประเทศไทย กรมอุตุนิยมวิทยาจะประกาศให้ทราบอย่างน้อย 3 วัน สำหรับชื่อ “พายุแตตสวด” นั้น ก็ไม่มีชื่อในระบบชื่อพายุหมุนเขตร้อน รวมถึงในขณะนี้ไม่มีพายุหมุนเขตร้อนเกิดขึ้นในบริเวณมหาสมุทรที่จะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย โดยประชาชนสามารถติดตามข่าว พยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้ที่เว็บไซต์ https://www.tmd.go.th, Facebook กรมอุตุนิยมวิทยา Application Thai weather โทรสายด่วน  1182 (ตลอด 24 ชั่วโมง) อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทันส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com --------------------------------------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดบัญชีไลน์ให้ติดต่อพนักงานได้โดยตรง” รองลงมาคือเรื่อง “กฟภ. เปิดบัญชีไลน์ใหม่ เพิ่มเพื่อนผ่าน LINE ID PEA11262” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ-แชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความสูญเสียทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สิน และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 30 พฤษภาคม – 5 มิถุนายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 831,971 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 419 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 399 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 20 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 145 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 55 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดบัญชีไลน์ให้ติดต่อพนักงานได้โดยตรง อันดับที่ 2 : เรื่อง กฟภ. เปิดบัญชีไลน์ใหม่ เพิ่มเพื่อนผ่าน LINE ID PEA11262 อันดับที่ 3 : เรื่อง ธ.ออมสิน ปล่อยสินเชื่อเพื่อคุณ ผ่าน TikTok ชื่อ tartafcduzs อันดับที่ 4 : เรื่อง ใบขับขี่หมดอายุหลายปี หรือทำหาย ทำใหม่ได้ทันที ผ่านเพจ DLT.News Oline 1 อันดับที่ 5 : เรื่อง ออมสินปล่อยสินเชื่อเงินกู้ ผ่านเพจ สินเชื่อ ออมสินออนไลน์ อันดับที่ 6 : เรื่อง ปตท. เปิดเว็บไซต์ใหม่ให้ลงทุนหุ้น อันดับที่ 7 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดคอร์สเรียนฟรี 7 หลักสูตร 46 คอร์ส ผ่านเพจ Investment teaching อันดับที่ 8 : เรื่อง สลากกินแบ่งรัฐบาลเปิดจำหน่ายสลากผ่านเว็บไซต์ใหม่ อันดับที่ 9 : เรื่อง ลงทุนหุ้น ซีพี ออลล์ ระยะสั้น เริ่มต้น 1,850 บาท ปันผล 7% ต่อวัน ก.ล.ต. รับรอง อันดับที่ 10 : เรื่อง ปปง. เปิดให้ส่งหลักฐานยื่นคำร้องขอรับเงินคืน ผ่านเพจ Office of the Anti-Corruption. “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวการให้บริการประชาชนของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และบริการสินเชื่อของธนาคารออมสิน รวมทั้งการบริการให้ความช่วยเหลือประชาชนของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนที่สนใจเกิดความเข้าใจผิด มีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง เกิดความสับสน โดยประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดบัญชีไลน์ให้ติดต่อพนักงานได้โดยตรง” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พบว่า เป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) มีบริการผ่านไลน์ @PEAThailand บัญชีเดียวเท่านั้น ซึ่งเป็น LINE Official Account ที่มีโล่สีเขียว ไม่ใช่บัญชีไลน์ตามภาพข่าวแต่อย่างใด ขอประชาชน อย่าหลงเชื่อบุคคลหรือผู้แอบอ้างให้แอดไลน์ไอดีดังกล่าว รวมทั้ง กฟภ. ไม่มีการให้บริการผ่านทางไลน์ไอดี PEA11262 แต่อย่างใด ไลน์ดังกล่าวเป็นบัญชีไลน์ปลอมที่มิจฉาชีพจัดทำขึ้น อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดสามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com--------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 9 มิถุนายน 2568 นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการเป็นข้าราชการที่ดี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 รุ่นที่ 2 เพื่อให้ข้าราชการบรรจุใหม่มีความรู้ ความเข้าใจในกฎระเบียบ แบบแผนในการปฏิบัติราชการ พร้อมเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่นในระบบราชการให้มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ในการเป็นข้าราชการที่ดี ณ ห้องประชุม บลูเบอร์รี่ ชั้น 3 โรงแรมเบสท์ เวสเทิร์น พลัส แวนดา แกรนด์

วันที่ 9 มิถุนายน 2568 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ครบรอบ 27 ปี “รวมพลังพลเมืองไทย สร้างสรรค์ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน” พร้อมร่วมสมทบทุนแก่กองทุนสวัสดิการภายในสำนักงาน กกต. โดยมี นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุม 201 ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B)

นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 2 – 8มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย    คดีที่ 1 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 8,919,003 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาทำงานหารายได้พิเศษผ่านช่องทาง Facebook เป็นการโอนเงินสำรองทุนในการสั่งสินค้ามาจำหน่ายเพื่อรับค่าคอมมิชชัน ผู้เสียหายสนใจจึงทักไปสอบถามรายละเอียดผ่านทาง Messenger Facebook มิจฉาชีพแนะนำให้ติดตั้งแอปพลิเคชันและโอนเงินเข้าไปเพื่อลงทุน ช่วงแรกได้รับผลตอบแทนจริง จึงโอนเงินไปลงทุนเพิ่มเป็นจำนวนมาก แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ เมื่อผู้เสียหายสอบถามเรื่องเงิน มิจฉาชีพไม่ตอบคำถามใดๆ และให้ลงทุนอีกเรื่อยๆ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก    คดีที่ 2 คดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน (Call Center) มูลค่าความเสียหาย 8,950,442 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ AIS แจ้งว่ามีบุคคลนำบัตรประชาชนของผู้เสียหายไปเปิดหมายเลขโทรศัพท์เพื่อใช้ในทางผิดกฎหมาย และโอนสายให้สนทนากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับสื่อลามก เว็บพนัน บัญชีม้า และคดีฟอกเงิน จะต้องโอนเงินไปตรวจสอบเส้นทางการเงิน หากไม่ให้ความร่วมมือจะมีความผิดขั้นร้ายแรงและมีคดีเพิ่ม ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปจนหมด จากนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีก ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 1,800,545 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาทำงานหารายได้พิเศษผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงติดต่อสอบถามผ่านทาง Messenger Facebook เป็นการกดถูกใจสินค้าและโพรโมทสินค้าเพื่อเพิ่มยอดขายให้ทางร้าน ต่อมามิจฉาชีพชักชวนให้โอนเงินสั่งสินค้าเพื่อรับค่าคอมมิชชัน ในช่วงแรกได้รับเงินจริง จากนั้นให้ลงทุนด้วยยอดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 4 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 1,794,400 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook ชักชวนเทรดหุ้นอสังหาริมทรัพย์ ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line ที่แสดงหน้าโพสต์เพื่อสอบถามรายละเอียด จากนั้นให้ทดลองโอนเงินเพื่อเทรดหุ้น ในครั้งแรกได้รับเงินคืนและสามารถถอนได้ ต่อมาให้ลงทุนด้วยเงินจำนวนมาก แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ มิจฉาชีพแจ้งว่าต้องโอนเงินจ่ายค่านำเทรด และค่าภาษีก่อน เมื่อโอนไปแล้วไม่ได้รับเงินคืน ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก   และคดีที่ 5 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 1,439,202 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาแจกสินค้าตัวอย่างให้ทดลองใช้ฟรีผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงสอบถามรายละเอียดผ่านทาง Messenger Facebook จากนั้นเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อสมัครสมาชิก และได้รับการชักชวนให้ร่วมกิจกรรมโพรโมทสินค้าเพื่อรับผลตอบแทน ช่วงแรกได้รับเงินจริง จึงโอนเงินไปลงทุนเป็นจำนวนมาก แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ มิจฉาชีพแจ้งว่าเกิดข้อผิดพลาดจะต้องโอนเงินเพื่อยืนยันบัญชีเรื่อยๆ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก   สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 22,903,592 บาท    ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 6 มิถุนายน 2568 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้  1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,790,340 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,066 สาย  2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 698,988 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,290 บัญชี  3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 221,699 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 31.72 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 162,335 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.23 (3) หลอกลวงลงทุน 98,230 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.05 (4) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 93,904 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 13.43 (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 50,209 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.18 (และคดีอื่นๆ 72,611 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 10.39)    “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพใช้กลอุบายหลอกลวงผู้เสียหาย ให้ทำงานหารายได้พิเศษจากค่าคอมมิชชัน โดยให้สำรองเงินสั่งซื้อสินค้า นอกจากนี้ยังมีเคสโทรข่มขู่หลอกลวงให้โอนเงินตรวจสอบบัญชี อ้างว่าผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า รวมทั้งมิจฉาชีพยังมีการหลอกลวงรับรางวัลและหลอกลงทุนเทรดหุ้น ซึ่งพบว่ามีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 22 ล้านบาท ทั้งนี้ขอย้ำว่า การลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบและติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด ด้านหน่วยงานของรัฐ ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ จะไม่มีการโทรติดต่อโดยตรง หรือติดต่อผ่านทางโซเชียลมีเดีย และจะไม่มีการให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชีแต่อย่างใด” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว    อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดยกระทรวงดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง      หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441  แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.)  | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com        --------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 9 มิถุนายน 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดเวทีเสวนา รวมพลังเครือข่ายปลอดภัย ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ปีแห่งความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ Cyber Security Year” โดยมี นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นวิทยากรในการเสวนา ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ ในหัวข้อ “Zero Scam Thailand รวมพลังหยุดไซเบอร์ สู่สังคมปลอดภัย” พร้อมด้วย นายธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงดีอี หน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B)





วันที่ 10 มิถุนายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการอภิปลายระดับสูง ในหัวข้อ “Digital Horizons: Accelerating Cross-border Paperless Trade for Digital Transformation” ภายใต้งาน Paperless Trade Week (PTW) 2025 ณ ห้องประชุม CR-3 ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ

วันที่ 10 มิถุนายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการใช้ระบบ e-Office ภายใต้งานบริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัล ระหว่างกระทรวงคมนาคม กับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีนางสาวพิยะดา สุดกังวาน ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี ณ ห้องราชดำเนิน อาคารสโมสรและหอประชุม ชั้น 2 กระทรวงคมนาคม   โดยวัตถุประสงค์ของบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อบูรณาการและเชื่อมโยงการทำงาน ภายในหน่วยงานต่างๆ ภายใต้กระทรวงคมนาคม บนแพลตฟอร์ม e-Office ของ GDCC เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการบริหารจัดการข้อมูลให้เป็นไปอย่างโปร่งใส รวดเร็ว สะดวก และแม่นยำยิ่งขึ้นด้วยระบบดิจิทัล  

วันที่ 10 มิถุนายน 2568 นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมประชุมตรวจดูกระบวนการทำงานระบบ CFR ของธนาคาร โดยมี นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ อาคาร ITMX

วันที่ 11 มิถุนายน 2568 เป็นประธานกล่าวเปิดงานสัมมนา Gov Cloud 2025: Empowering Thailand Government with GDCC Open Data งานสัมมนาที่จะช่วยเปิดมุมมองใหม่ในการขับเคลื่อนภาครัฐ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูลในภาครัฐ พร้อมมอบรางวัล GDCC Gov Cloud 2025 โดยมี ดร.ปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดีอี ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) นายพรรณธนู วรรณกางซ้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นางสาวพิยะดา สุดกังวาน ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงดีอี นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดีอี เข้าร่วมรับรางวัล และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ห้อง NT Auditorium ชั้น 2 อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท โทรคมนนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

วันที่ 11 มิถุนายน 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงดีอี (Top Executives) ครั้งที่ 5/2568 โดยมีศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี นางปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.