Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 9 มิถุนายน 2568 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ครบรอบ 27 ปี “รวมพลังพลเมืองไทย สร้างสรรค์ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน” พร้อมร่วมสมทบทุนแก่กองทุนสวัสดิการภายในสำนักงาน กกต. โดยมี นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุม 201 ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B)

นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 2 – 8มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย    คดีที่ 1 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 8,919,003 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาทำงานหารายได้พิเศษผ่านช่องทาง Facebook เป็นการโอนเงินสำรองทุนในการสั่งสินค้ามาจำหน่ายเพื่อรับค่าคอมมิชชัน ผู้เสียหายสนใจจึงทักไปสอบถามรายละเอียดผ่านทาง Messenger Facebook มิจฉาชีพแนะนำให้ติดตั้งแอปพลิเคชันและโอนเงินเข้าไปเพื่อลงทุน ช่วงแรกได้รับผลตอบแทนจริง จึงโอนเงินไปลงทุนเพิ่มเป็นจำนวนมาก แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ เมื่อผู้เสียหายสอบถามเรื่องเงิน มิจฉาชีพไม่ตอบคำถามใดๆ และให้ลงทุนอีกเรื่อยๆ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก    คดีที่ 2 คดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน (Call Center) มูลค่าความเสียหาย 8,950,442 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ AIS แจ้งว่ามีบุคคลนำบัตรประชาชนของผู้เสียหายไปเปิดหมายเลขโทรศัพท์เพื่อใช้ในทางผิดกฎหมาย และโอนสายให้สนทนากับเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับสื่อลามก เว็บพนัน บัญชีม้า และคดีฟอกเงิน จะต้องโอนเงินไปตรวจสอบเส้นทางการเงิน หากไม่ให้ความร่วมมือจะมีความผิดขั้นร้ายแรงและมีคดีเพิ่ม ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปจนหมด จากนั้นไม่สามารถติดต่อได้อีก ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 1,800,545 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาทำงานหารายได้พิเศษผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงติดต่อสอบถามผ่านทาง Messenger Facebook เป็นการกดถูกใจสินค้าและโพรโมทสินค้าเพื่อเพิ่มยอดขายให้ทางร้าน ต่อมามิจฉาชีพชักชวนให้โอนเงินสั่งสินค้าเพื่อรับค่าคอมมิชชัน ในช่วงแรกได้รับเงินจริง จากนั้นให้ลงทุนด้วยยอดที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 4 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 1,794,400 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook ชักชวนเทรดหุ้นอสังหาริมทรัพย์ ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line ที่แสดงหน้าโพสต์เพื่อสอบถามรายละเอียด จากนั้นให้ทดลองโอนเงินเพื่อเทรดหุ้น ในครั้งแรกได้รับเงินคืนและสามารถถอนได้ ต่อมาให้ลงทุนด้วยเงินจำนวนมาก แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ มิจฉาชีพแจ้งว่าต้องโอนเงินจ่ายค่านำเทรด และค่าภาษีก่อน เมื่อโอนไปแล้วไม่ได้รับเงินคืน ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก   และคดีที่ 5 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 1,439,202 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาแจกสินค้าตัวอย่างให้ทดลองใช้ฟรีผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงสอบถามรายละเอียดผ่านทาง Messenger Facebook จากนั้นเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อสมัครสมาชิก และได้รับการชักชวนให้ร่วมกิจกรรมโพรโมทสินค้าเพื่อรับผลตอบแทน ช่วงแรกได้รับเงินจริง จึงโอนเงินไปลงทุนเป็นจำนวนมาก แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ มิจฉาชีพแจ้งว่าเกิดข้อผิดพลาดจะต้องโอนเงินเพื่อยืนยันบัญชีเรื่อยๆ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก   สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 22,903,592 บาท    ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 6 มิถุนายน 2568 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้  1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,790,340 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,066 สาย  2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 698,988 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,290 บัญชี  3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 221,699 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 31.72 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 162,335 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.23 (3) หลอกลวงลงทุน 98,230 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.05 (4) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 93,904 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 13.43 (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 50,209 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.18 (และคดีอื่นๆ 72,611 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 10.39)    “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพใช้กลอุบายหลอกลวงผู้เสียหาย ให้ทำงานหารายได้พิเศษจากค่าคอมมิชชัน โดยให้สำรองเงินสั่งซื้อสินค้า นอกจากนี้ยังมีเคสโทรข่มขู่หลอกลวงให้โอนเงินตรวจสอบบัญชี อ้างว่าผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า รวมทั้งมิจฉาชีพยังมีการหลอกลวงรับรางวัลและหลอกลงทุนเทรดหุ้น ซึ่งพบว่ามีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 22 ล้านบาท ทั้งนี้ขอย้ำว่า การลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานที่มีความน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบและติดต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด ด้านหน่วยงานของรัฐ ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ จะไม่มีการโทรติดต่อโดยตรง หรือติดต่อผ่านทางโซเชียลมีเดีย และจะไม่มีการให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชีแต่อย่างใด” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว    อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดยกระทรวงดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง      หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441  แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.)  | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com        --------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 9 มิถุนายน 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดเวทีเสวนา รวมพลังเครือข่ายปลอดภัย ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “ปีแห่งความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ Cyber Security Year” โดยมี นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวง เป็นวิทยากรในการเสวนา ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิ ในหัวข้อ “Zero Scam Thailand รวมพลังหยุดไซเบอร์ สู่สังคมปลอดภัย” พร้อมด้วย นายธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงดีอี หน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารรัฐประศาสนภักดี (อาคาร B)





วันที่ 10 มิถุนายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการอภิปลายระดับสูง ในหัวข้อ “Digital Horizons: Accelerating Cross-border Paperless Trade for Digital Transformation” ภายใต้งาน Paperless Trade Week (PTW) 2025 ณ ห้องประชุม CR-3 ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ

วันที่ 10 มิถุนายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการใช้ระบบ e-Office ภายใต้งานบริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัล ระหว่างกระทรวงคมนาคม กับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีนางสาวพิยะดา สุดกังวาน ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี ณ ห้องราชดำเนิน อาคารสโมสรและหอประชุม ชั้น 2 กระทรวงคมนาคม   โดยวัตถุประสงค์ของบันทึกข้อตกลงฉบับนี้ จัดทำขึ้นเพื่อบูรณาการและเชื่อมโยงการทำงาน ภายในหน่วยงานต่างๆ ภายใต้กระทรวงคมนาคม บนแพลตฟอร์ม e-Office ของ GDCC เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการบริหารจัดการข้อมูลให้เป็นไปอย่างโปร่งใส รวดเร็ว สะดวก และแม่นยำยิ่งขึ้นด้วยระบบดิจิทัล  

วันที่ 10 มิถุนายน 2568 นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมประชุมตรวจดูกระบวนการทำงานระบบ CFR ของธนาคาร โดยมี นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ อาคาร ITMX

วันที่ 11 มิถุนายน 2568 เป็นประธานกล่าวเปิดงานสัมมนา Gov Cloud 2025: Empowering Thailand Government with GDCC Open Data งานสัมมนาที่จะช่วยเปิดมุมมองใหม่ในการขับเคลื่อนภาครัฐ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการบริหารจัดการข้อมูลในภาครัฐ พร้อมมอบรางวัล GDCC Gov Cloud 2025 โดยมี ดร.ปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดีอี ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) นายพรรณธนู วรรณกางซ้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นางสาวพิยะดา สุดกังวาน ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงดีอี นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดีอี เข้าร่วมรับรางวัล และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ห้อง NT Auditorium ชั้น 2 อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท โทรคมนนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

วันที่ 11 มิถุนายน 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงดีอี (Top Executives) ครั้งที่ 5/2568 โดยมีศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี นางปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 801 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT


วันที่ 12 มิถุนายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ Capacity Building Workshop on Digital Data Governance ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ (UNCC)

วันที่ 18 มีนาคม 2568 นายนคพล เอื้อทวีทรัพย์ รองหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการทุจริต กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของกระทรวงฯ ได้ร่วมกันส่งมอบปฏิทินเก่า หนังสือเก่า และกระดาษ A4 ที่ได้รับการรวบรวมจากหน่วยงานภายใต้สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงฯ และประชาชนทั่วไป ในกิจกรรม "ปฏิทินเก่า หนังสือเก่า เราขอ" ประจำปี พ.ศ. 2568 ณ ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอดฯ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี   กิจกรรมนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "การให้ คือ ความสุข" โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งต่อปฏิทินเก่าและกระดาษที่ไม่ใช้แล้วให้ศูนย์เทคโนโลยีการศึกษาเพื่อคนตาบอดฯ ได้นำไปใช้ประโยชน์ในการผลิตหนังสืออักษรเบรลล์สำหรับผู้พิการทางสายตา ซึ่งจะเป็นการช่วยขยายโอกาสทางการศึกษาและการเรียนรู้ให้กับผู้พิการทางสายตาในประเทศไทย   นายนคพล เอื้อทวีทรัพย์ กล่าวว่า "กระทรวงดีอีมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมที่มีความหมายเช่นนี้ต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี การส่งมอบปฏิทินและหนังสือเก่าในวันนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการช่วยลดปริมาณขยะและส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า แต่ยังเป็นการมอบโอกาสและแสงสว่างแห่งความรู้ให้กับน้องๆ ผู้พิการทางสายตา ให้พวกเขาสามารถเข้าถึงข้อมูลและพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเท่าเทียม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงฯ ในการสร้างสังคมดิจิทัลที่ทุกคนสามารถเข้าถึงและได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึง"   คณะเจ้าหน้าที่จากกระทรวงดีอี ยังได้เข้าเยี่ยมชมกระบวนการและวิธีการผลิตหนังสืออักษรเบรลล์ภายในศูนย์ฯ เพื่อทำความเข้าใจถึงขั้นตอนการทำงานและเห็นถึงคุณค่าของวัสดุที่ได้รับการบริจาค ซึ่งจะถูกนำไปแปรรูปเป็นสื่อการเรียนรู้ที่สำคัญต่อไป

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.