Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 16 มิถุนายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวปาฐกถาพิเศษในงานประชุมนานาชาติ The International Conference on Digital Trade Facilitation and Implementation: Advancing Electronic Transactions through UNCITRAL Model Laws เวทีแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการส่งเสริมธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์และการค้าดิจิทัลข้ามพรมแดน ผ่านกรอบกฎหมายและนวัตกรรมดิจิทัล จัดโดย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กระทรวงดีอี ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพฯ   โดยการประชุมนี้ เป็นเวทีสำคัญที่รวมผู้เชี่ยวชาญระดับโลก ผู้กำหนดนโยบาย นักวิชาการ และผู้ปฏิบัติงานจากหลากหลายภาคส่วน ร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดเกี่ยวกับการส่งเสริมธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์และการค้าดิจิทัลข้ามพรมแดน โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยสามารถปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และเตรียมพร้อมสำหรับการเข้าร่วมกรอบความร่วมมือทางกฎหมายของ UNCITRAL

วันที่ 16 มิถุนายน 2568 นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับ คณะผู้แทนจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในโอกาสเข้าศึกษาดูงาน พร้อมเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ การดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) ณ ศูนย์ปฏิบัติการฯ  AOC 1441 กรุงเทพฯ

นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 9 – 15 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย    คดีที่ 1 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 1,446,794 บาท โดยผู้เสียหายต้องการโพสต์ขายสินค้าในกลุ่ม Facebook จึงทักไปสอบถามรายละเอียดกับผู้ดูแลกลุ่ม และได้รับแจ้งกลับมาว่าจะต้องโอนเงินเป็นค่าเปิดบัญชีร้านค้าก่อนจึงจะเปิดให้โพสต์ขายสินค้าได้ หลังจากโอนเงินไปเปิดบัญชีร้านค้าแล้ว ได้รับแจ้งต่อมาว่าให้โอนเงินเป็นค่าเปิดการมองเห็น หากต้องการให้ผู้คนเห็นโพสต์มากขึ้น ให้โอนเงินเพื่อเพิ่มการโฆษณา ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่โพสต์ก็ยังไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร จึงทักไปขอรายละเอียดการโฆษณาตามที่กล่าวอ้าง จากนั้นไม่สามารถเข้ากลุ่ม Facebook ได้อีก ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 2 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 2,160,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook ชักชวนเทรดหุ้นสหรัฐฯ โดยจะมีผู้สอนเทรดให้ ตนสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อสอบถามรายละเอียด จากนั้นทำตามขั้นตอนที่ได้รับคำแนะนำ โดยโอนเงินเพื่อเทรดหุ้นและได้เงินเป็นจำนวนมาก แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ มิจฉาชีพแจ้งว่าต้องโอนเงินจ่ายค่าสอนเทรดและค่าภาษีก่อน แต่เมื่อโอนไปแล้วก็ยังรับเงินไม่ได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 5,500,000 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาเชิญชวนเทรดหุ้นผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line ที่แสดงหน้าเพจเพื่อสอบถามรายละเอียด และทำตามขั้นตอนที่ได้รับคำแนะนำ โดยโอนเงินไปเพื่อเทรดหุ้น ครั้งแรกได้รับเงินจริง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนไปอีกครั้งเป็นจำนวนมากแต่ไม่สามารถถอนเงินได้ เมื่อต้องการติดต่อสอบถามพบว่าไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 4 คดีหลอกลวงให้ติดตั้งโปรแกรมควบคุมระบบในเครื่องโทรศัพท์ เพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์ มูลค่าความเสียหาย 594,570 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นพนักงานของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แจ้งว่าจะเปลี่ยนมิเตอร์ให้ใหม่และให้เพิ่มเพื่อนทาง Line มิจฉาชีพส่งลิงก์ให้ เพื่อติดตั้งแอปพลิเคชันพร้อมทั้งให้สแกนใบหน้าเพื่อยืนยันสิทธิ์ ผู้เสียหายทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จนเสร็จขั้นตอน ต่อมาภายหลังได้รับข้อความยอดเงินในบัญชีได้ถูกโอนออกไปจนหมดบัญชี ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก   และคดีที่ 5 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 469,121 บาท โดยผู้เสียหายพบเห็นโพสต์ช่วยเหลือ การนำเงินจากมิจฉาชีพคืนแก่ผู้เสียหายผ่านช่องทาง Facebook อ้างตนเป็นทนายทำงานร่วมกับตำรวจไซเบอร์ สามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินของมิจฉาชีพและดึงเงินกลับมาคืนแก่ผู้เสียหายได้ จึงทักไปสอบถามรายละเอียดผ่านทาง Messenger Facebook โดยได้รับแจ้งให้โอนเงินเป็นค่าดำเนินการ และให้โอนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อ้างว่าความเสียหายมูลค่าสูงจะต้องใช้เงินในการตรวจสอบเป็นจำนวนมาก หลังจากโอนเงินไปหลายครั้ง เมื่อเปิดหน้าเพจพบว่ามีคนแสดงความคิดเห็นให้ระวังเพจนี้เนื่องจากเป็นมิจฉาชีพ จึงทราบว่าเป็นเพจปลอม ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก   สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 10,170,485 บาท    ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 13 มิถุนายน 2568 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้  1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,812,978 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,068 สาย  2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 712,732 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,298 บัญชี  3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 225,979 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 31.71 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 165,072 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.16 (3) หลอกลวงลงทุน 99,497 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 13.96 (4) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 97,669 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 13.70 (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 51,052 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.16 (และคดีอื่นๆ 73,463 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 10.31)    “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพใช้กลอุบายหลอกลวงผู้เสียหาย โดยใช้โฆษณาชักชวนลงทุนผ่าน Facebook แล้วให้เพิ่มเพื่อนผ่านทาง Line นอกจากนี้ยังมีเคสหลอกลวงคืนเงินให้กับผู้เสียหายในคดีอาชญากรรมออนไลน์ ทั้งการอ้างเป็นทนายและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งพบว่ามีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 10 ล้านบาท ทั้งนี้ขอย้ำว่า การลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขอให้ผู้เสียหายตรวจสอบสอบถามรายละเอียดให้แน่ชัด ด้านการคืนเงินให้ผู้เสียหาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการด้านกฎหมาย ยังไม่มีการคืนเงินอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด โดยหน่วยงานของรัฐ ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ จะไม่มีการโทรติดต่อโดยตรง หรือติดต่อผ่านทางโซเชียลมีเดีย และจะไม่มีการให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชีแต่อย่างใด” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว      อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดยกระทรวงดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง      หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441  แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.)  | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com      --------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 16 มิถุนายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับการขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศไทย ครั้งที่ 2/2568 โดยมี ดร.ปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคาร C กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

กลุ่มที่ 1 ดศ. ดำเนินการเอง รมว.ประเสริฐ ชูดิจิทัล เปลี่ยนประเทศ 7 flagships ยกเครื่อง  ครั้งใหญ่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี กล่าวว่า ในปีนี้กระทรวงดีอี มี Flagships ในการดำเนินงาน 7 ด้านหลัก รองนายกฯ ประเสริฐ เปิดงาน “DE Open House” โชว์ผลงาน 1 ปี สานต่อนโยบาย รองนายกฯ ประเสริฐ เปิดงาน “DE Open House” โชว์ผลงาน 1 ปี สานต่อนโยบาย สร้างเศรษฐกิจ-สังคมดิจิทัลอย่างเท่าเทียม-ยั่งยืน ดีอี หารือ AIS ร่วมเชื่อมต่อข้อมูลศูนย์ AOC1441 แก้อาชญากรรมออนไลน์ ผู้อำนวยการศูนย์ AOC 1441 ประชุมหารือการดำเนินงานด้านการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่าง ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ มว.ดีอี เผยสถิติ ข้อมูลรั่วไหล ลดเหลือเพียง 1.62 % รุกสกัดแล้วกว่า 6,000 เรื่อง รมว.ดีอี เผยสถิติ ข้อมูลรั่วไหล ลดเหลือเพียง 1.62 % รุกสกัดแล้วกว่า 6,000 เรื่อง สั่งการ PDPC เร่งปราบต่อเนื่อง

กลุ่มที่ 2 ดศ. ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานอื่น ดีอี- สกศ. ร่วม MOU มุ่งพัฒนาคน ยกระดับความสามารถทางการแข่งขันด้านดิจิทัลไทย ติดอันดับ 1 ใน 30 ของโลก ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เป็นประธานในพิธีและร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ ดีอี ตั้งเป้าหนุนพัฒนาระบบราชการ ดันรัฐบาลดิจิทัลไทย ขึ้นอันดับ 40 โลก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2567 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบ ร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการ (พ.ศ. 2567-2570) ดีอี - มมร. ร่วมขับเคลื่อนการเผยแพร่พระพุทธศาสนา พัฒนาแพลตฟอร์ม AI ยกระดับการเข้าถึงประชาชน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และ เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) ปลัดดีอี ร่วมเปิดตัว มาตรการ “ส่งดี Dee-Delivery” แกะก่อนจ่าย ได้ของตรงปก เริ่ม 3 ต.ค. นี้ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแถลงข่าว เปิดตัวมาตรการส่งดี (Dee–elivery) การให้บริการขนส่งสินค้า โดยเรียกเก็บเงินปลายทาง (COD) ตามประกาศ

กลุ่มที่ 3 ดศ. ดำเนินการโดยหน่วยงานอื่น รองนายกฯ ประเสริฐ เปิดโครงการสำมะโนประชากรฯ ปี 68 “เพราะทุกคนสำคัญ ทุกข้อมูลมีความหมาย ร่วมสร้างอนาคตไทยให้ดีขึ้น” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดโครงการสำมะโนประชากร รองนายกฯ ประเสริฐ ร่วมคิกออฟ “30 บาทรักษาทุกที่” กทม. รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมพิธีเปิดโครงการ “30 บาท รักษาทุกที่เพื่อคนไทยสุขภาพดีถ้วนหน้า กรุงเทพมหานคร” ดีอี ปั้น “โคราชโมเดล” ยกระดับสู่ “มหานครดิจิทัลแห่งอนาคต” รับ Digital Economy Hub กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดโครงการอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “Digital Korat: The Future Starts now - โคราช มหานครดิจิทัลแห่งอนาคต” ดีอี ผนึกกำลัง อว.- ศธ.- UNESCO ร่วมเป็นเจ้าภาพ งาน “UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025” นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวปาฐกถา


วันที่ 17 มิถุนายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมลงนามและแถลงข่าวความร่วมมือในการบูรณาการขับเคลื่อนการใช้งานระบบข้อมูลภาครัฐ พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้งานบริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัล และลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศทางด้านสุขภาพและการศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้บริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC Cloud) ระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดล กับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีนางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงดีอี รองศาสตราจารย์ นายแพทย์เชิดชัย นพมณีจำรัสเลิศ รองอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศและดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี ณ ศูนย์ประชุมและอาคารจอดรถมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จ.นครปฐม

13 มิถุนายน 2568 – กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดกิจกรรม “Green Office” ณ บริเวณชั้น 1 (โซนซี) สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของกระทรวงฯ เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก เพื่อร่วมขับเคลื่อนการรักษาสิ่งแวดล้อมจากการนำสิ่งของเหลือใช้จากการย้ายที่ทำงานไปกำจัดอย่างถูกวิธี และมุ่งลด คัดแยก และจัดการขยะมูลฝอยและของเสียภายในหน่วยงานอย่างเป็นรูปธรรม กิจกรรม "Green Office" ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการจัดการกับของเหลือใช้จำนวนมากที่เกิดจากการปรับปรุงหรือย้ายพื้นที่ทำงาน ซึ่งรวมถึง ขยะอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่ชำรุด, พลาสติกใสห่อหุ้มสิ่งของ, พลาสติกกันกระแทก, แฟ้มเอกสาร, กล่องกระดาษพัสดุ, ซองจดหมาย, แกนทิชชู และซองไปรษณีย์พลาสติก (พลาสติกยืด) ที่ไม่ใช้แล้ว ซึ่งสิ่งของเหล่านี้จะถูกนำไปคัดแยกและส่งต่อเพื่อกำจัดหรือรีไซเคิลอย่างถูกวิธีตามหลักการรักษาสิ่งแวดล้อม ผู้แทนกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวว่า "กระทรวงดีอีให้ความสำคัญกับการดำเนินงานที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การจัดกิจกรรม 'Green Office' เป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นของเราที่จะปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับบุคลากร และแสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติจริงในการจัดการของเสียภายในองค์กร เราเชื่อว่าการเริ่มต้นจากภายในจะช่วยสร้างแบบอย่างที่ดีและขยายผลไปสู่การลดปริมาณขยะของชาติในภาพรวม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ" กิจกรรมดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของกระทรวงฯ ที่ร่วมนำสิ่งของมาร่วมบริจาคและเรียนรู้แนวทางการคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของกระทรวงดิจิทัลฯ ในการเป็นหน่วยงานภาครัฐที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สังคมสีเขียวอย่างยั่งยืนต่อไป

วันที่ 18 มิถุนายน 2568 นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) “การเชื่อมโยงและปรับปรุงฐานข้อมูลประชาชนในกลุ่มเปราะบางและกลุ่มคนพิการ และการจัดทำฐานข้อมูลผู้สูงอายุตามสิทธิ/สวัสดิการที่จะได้รับรายบุคคลเพื่อบูรณาการข้อมูลจากทุกภาคส่วนที่ขับเคลื่อนงานด้านผู้สูงอายุ” ระหว่าง 29 ฝ่าย โดยมี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวรายงาน นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล   สำหรับการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) นี้ เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 29 ฝ่าย ประกอบด้วย 15 กระทรวง 14 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวง พม., กระทรวงกลาโหม, กระทรวงการคลัง, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงคมนาคม, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงยุติธรรม, กระทรวงแรงงาน, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, การประปานครหลวง, การประปาส่วนภูมิภาค, สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน), สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน), สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน), กองทุนการออมแห่งชาติ, กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ, กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา  

วันที่ 18 มิถุนายน 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 2/2568 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

วันที่ 18 มิถุนายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 5/2568 โดยมี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม The Synergy Hall ชั้น 6 อาคาร C เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน



icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.