Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 16 มิถุนายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการกำกับการขับเคลื่อนขีดความสามารถในการแข่งขันด้านดิจิทัลของประเทศไทย ครั้งที่ 2/2568 โดยมี ดร.ปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม ชั้น 2 อาคาร C กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

กลุ่มที่ 1 ดศ. ดำเนินการเอง รมว.ประเสริฐ ชูดิจิทัล เปลี่ยนประเทศ 7 flagships ยกเครื่อง  ครั้งใหญ่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี กล่าวว่า ในปีนี้กระทรวงดีอี มี Flagships ในการดำเนินงาน 7 ด้านหลัก รองนายกฯ ประเสริฐ เปิดงาน “DE Open House” โชว์ผลงาน 1 ปี สานต่อนโยบาย รองนายกฯ ประเสริฐ เปิดงาน “DE Open House” โชว์ผลงาน 1 ปี สานต่อนโยบาย สร้างเศรษฐกิจ-สังคมดิจิทัลอย่างเท่าเทียม-ยั่งยืน ดีอี หารือ AIS ร่วมเชื่อมต่อข้อมูลศูนย์ AOC1441 แก้อาชญากรรมออนไลน์ ผู้อำนวยการศูนย์ AOC 1441 ประชุมหารือการดำเนินงานด้านการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่าง ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ มว.ดีอี เผยสถิติ ข้อมูลรั่วไหล ลดเหลือเพียง 1.62 % รุกสกัดแล้วกว่า 6,000 เรื่อง รมว.ดีอี เผยสถิติ ข้อมูลรั่วไหล ลดเหลือเพียง 1.62 % รุกสกัดแล้วกว่า 6,000 เรื่อง สั่งการ PDPC เร่งปราบต่อเนื่อง

กลุ่มที่ 2 ดศ. ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานอื่น ดีอี- สกศ. ร่วม MOU มุ่งพัฒนาคน ยกระดับความสามารถทางการแข่งขันด้านดิจิทัลไทย ติดอันดับ 1 ใน 30 ของโลก ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) เป็นประธานในพิธีและร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ ดีอี ตั้งเป้าหนุนพัฒนาระบบราชการ ดันรัฐบาลดิจิทัลไทย ขึ้นอันดับ 40 โลก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2567 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบ ร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการ (พ.ศ. 2567-2570) ดีอี - มมร. ร่วมขับเคลื่อนการเผยแพร่พระพุทธศาสนา พัฒนาแพลตฟอร์ม AI ยกระดับการเข้าถึงประชาชน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และ เจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ อุปนายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) ปลัดดีอี ร่วมเปิดตัว มาตรการ “ส่งดี Dee-Delivery” แกะก่อนจ่าย ได้ของตรงปก เริ่ม 3 ต.ค. นี้ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแถลงข่าว เปิดตัวมาตรการส่งดี (Dee–elivery) การให้บริการขนส่งสินค้า โดยเรียกเก็บเงินปลายทาง (COD) ตามประกาศ

กลุ่มที่ 3 ดศ. ดำเนินการโดยหน่วยงานอื่น รองนายกฯ ประเสริฐ เปิดโครงการสำมะโนประชากรฯ ปี 68 “เพราะทุกคนสำคัญ ทุกข้อมูลมีความหมาย ร่วมสร้างอนาคตไทยให้ดีขึ้น” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดโครงการสำมะโนประชากร รองนายกฯ ประเสริฐ ร่วมคิกออฟ “30 บาทรักษาทุกที่” กทม. รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมพิธีเปิดโครงการ “30 บาท รักษาทุกที่เพื่อคนไทยสุขภาพดีถ้วนหน้า กรุงเทพมหานคร” ดีอี ปั้น “โคราชโมเดล” ยกระดับสู่ “มหานครดิจิทัลแห่งอนาคต” รับ Digital Economy Hub กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดโครงการอบรมสัมมนาเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “Digital Korat: The Future Starts now - โคราช มหานครดิจิทัลแห่งอนาคต” ดีอี ผนึกกำลัง อว.- ศธ.- UNESCO ร่วมเป็นเจ้าภาพ งาน “UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025” นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวปาฐกถา


วันที่ 17 มิถุนายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมลงนามและแถลงข่าวความร่วมมือในการบูรณาการขับเคลื่อนการใช้งานระบบข้อมูลภาครัฐ พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้งานบริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) เพื่อขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาลดิจิทัล และลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาโครงการเทคโนโลยีสารสนเทศทางด้านสุขภาพและการศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ภายใต้บริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC Cloud) ระหว่างมหาวิทยาลัยมหิดล กับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีนางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงดีอี รองศาสตราจารย์ นายแพทย์เชิดชัย นพมณีจำรัสเลิศ รองอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศและดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี ณ ศูนย์ประชุมและอาคารจอดรถมหิดลสิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา จ.นครปฐม

13 มิถุนายน 2568 – กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดกิจกรรม “Green Office” ณ บริเวณชั้น 1 (โซนซี) สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของกระทรวงฯ เข้าร่วมกิจกรรมอย่างคึกคัก เพื่อร่วมขับเคลื่อนการรักษาสิ่งแวดล้อมจากการนำสิ่งของเหลือใช้จากการย้ายที่ทำงานไปกำจัดอย่างถูกวิธี และมุ่งลด คัดแยก และจัดการขยะมูลฝอยและของเสียภายในหน่วยงานอย่างเป็นรูปธรรม กิจกรรม "Green Office" ในครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการจัดการกับของเหลือใช้จำนวนมากที่เกิดจากการปรับปรุงหรือย้ายพื้นที่ทำงาน ซึ่งรวมถึง ขยะอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าเก่าที่ชำรุด, พลาสติกใสห่อหุ้มสิ่งของ, พลาสติกกันกระแทก, แฟ้มเอกสาร, กล่องกระดาษพัสดุ, ซองจดหมาย, แกนทิชชู และซองไปรษณีย์พลาสติก (พลาสติกยืด) ที่ไม่ใช้แล้ว ซึ่งสิ่งของเหล่านี้จะถูกนำไปคัดแยกและส่งต่อเพื่อกำจัดหรือรีไซเคิลอย่างถูกวิธีตามหลักการรักษาสิ่งแวดล้อม ผู้แทนกระทรวงดิจิทัลฯ กล่าวว่า "กระทรวงดีอีให้ความสำคัญกับการดำเนินงานที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม การจัดกิจกรรม 'Green Office' เป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นของเราที่จะปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมให้กับบุคลากร และแสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติจริงในการจัดการของเสียภายในองค์กร เราเชื่อว่าการเริ่มต้นจากภายในจะช่วยสร้างแบบอย่างที่ดีและขยายผลไปสู่การลดปริมาณขยะของชาติในภาพรวม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศ" กิจกรรมดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของกระทรวงฯ ที่ร่วมนำสิ่งของมาร่วมบริจาคและเรียนรู้แนวทางการคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง แสดงให้เห็นถึงความพร้อมของกระทรวงดิจิทัลฯ ในการเป็นหน่วยงานภาครัฐที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อมและพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์สังคมสีเขียวอย่างยั่งยืนต่อไป

วันที่ 18 มิถุนายน 2568 นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) “การเชื่อมโยงและปรับปรุงฐานข้อมูลประชาชนในกลุ่มเปราะบางและกลุ่มคนพิการ และการจัดทำฐานข้อมูลผู้สูงอายุตามสิทธิ/สวัสดิการที่จะได้รับรายบุคคลเพื่อบูรณาการข้อมูลจากทุกภาคส่วนที่ขับเคลื่อนงานด้านผู้สูงอายุ” ระหว่าง 29 ฝ่าย โดยมี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวรายงาน นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายเดชอิศม์ ขาวทอง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และนายอนุกูล ปีดแก้ว ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล   สำหรับการลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) นี้ เป็นการบูรณาการความร่วมมือระหว่าง 29 ฝ่าย ประกอบด้วย 15 กระทรวง 14 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวง พม., กระทรวงกลาโหม, กระทรวงการคลัง, กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์, กระทรวงคมนาคม, กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงพาณิชย์, กระทรวงมหาดไทย, กระทรวงยุติธรรม, กระทรวงแรงงาน, กระทรวงศึกษาธิการ, กระทรวงอุตสาหกรรม, กระทรวงสาธารณสุข, สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, การประปานครหลวง, การประปาส่วนภูมิภาค, สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน), สถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน), สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน), กองทุนการออมแห่งชาติ, กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ, กรุงเทพมหานคร และเมืองพัทยา  

วันที่ 18 มิถุนายน 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 2/2568 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล

วันที่ 18 มิถุนายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ประชุมคณะหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า ครั้งที่ 5/2568 โดยมี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวงหรือเทียบเท่า และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม The Synergy Hall ชั้น 6 อาคาร C เอนเนอร์ยี่คอมเพล็กซ์ กระทรวงพลังงาน




กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ไทยจะยึดประเทศกัมพูชา หากกัมพูชาไม่ถอนกำลัง” รองลงมาคือเรื่อง “ประเทศไทย เตรียมบุกไปกัมพูชาแล้ว” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ อาจทำให้เกิดความวิตกกังวล สับสน และเข้าใจผิดในสังคม นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 13 – 19 มิถุนายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 849,898 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 509  ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 476 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 32 ข้อความ และผ่าน Facebook จำนวน 1 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 149 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 144 เรื่อง ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 97 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 25 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 0 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 3 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 24 เรื่อง นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ เป็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เรื่องสินเชื่อธนาคารรัฐ และการให้บริการของหน่วยงานรัฐ ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน และวิตกกังวลได้ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ไทยจะยึดประเทศกัมพูชา หากกัมพูชาไม่ถอนกำลัง อันดับที่ 2 : เรื่อง ประเทศไทย เตรียมบุกไปกัมพูชาแล้ว อันดับที่ 3 : เรื่อง ธ.กรุงไทย เปิดให้ลงทะเบียนสินเชื่อรายละ 50,000 บาท ทาง TikTok .ktb.gsb อันดับที่ 4 : เรื่อง รัฐบาลไทยเตรียมกู้เงินจากประเทศเวียดนาม อันดับที่ 5 : เรื่อง ธ.ออมสิน ปล่อยสินเชื่อฉุกเฉิน ไม่ใช้ผู้ค้ำประกัน แค่ยื่นบัตร ปชช. ผ่านเพจ LEASE it CPT 1 อันดับที่ 6 : เรื่อง ยาสีฟันผสมกระเทียม ช่วยกำจัดหูดหรือติ่งเนื้อได้ อันดับที่ 7 : เรื่อง M-FLOW เปิดเว็บไซต์ใหม่ เพิ่มความสะดวกในการชำระค่าธรรมเนียมทางออนไลน์ อันดับที่ 8 : เรื่อง การรถไฟฯ เปิดให้บริการรถไฟด่วนสายใต้ Southern Paradise Express 2026 อันดับที่ 9 : เรื่อง น้ำยางมะนาวโห่ สามารถรักษาตาปลาและหูดได้ อันดับที่ 10 : เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร We Beta-Pro โปรตีนหยุดมะเร็ง สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ไทยจะยึดประเทศกัมพูชา หากกัมพูชาไม่ถอนกำลัง” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ กองทัพอากาศ (ทอ.) พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า คลิปที่มีการเผยแพร่ตามภาพข่าว ข้อความพาดหน้าคลิป ที่อ้างว่า หากกัมพูชาไม่ถอย ไทยจะยึดทั้งประเทศนั้น ไม่เป็นความจริง และไม่มีความสัมพันธ์กับบทสัมภาษณ์ในคลิปแต่อย่างใด โดยคลิปดังกล่าวเป็นการให้สัมภาษณ์ของผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ในงานแถลงข่าวการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทน เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 68 ที่ผ่านมา ซึ่งในเนื้อหาการให้สัมภาษณ์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดซื้อเครื่องบินรบ Gripen มาทดแทนเครื่องบินที่ใกล้จะปลดประจำการ และมีนักข่าวสอบถามเรื่องการเตรียมความพร้อมของ ทอ. ในสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งทาง ผบ.ทอ. ได้ให้สัมภาษณ์ในส่วนของ ทอ. ว่ามีความพร้อมตลอดเวลา แต่ไม่ใช่เพื่อโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน เป็นการป้องกันประเทศหากมีภัยเกิดขึ้น ดังนั้นขอความร่วมมือประชาชน อย่าหลงเชื่อ อย่าส่งต่อหรือแชร์คลิปดังกล่าว ซึ่งอาจสร้างความเข้าใจผิดในสังคมได้ ในส่วนข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “ประเทศไทย เตรียมบุกไปกัมพูชาแล้ว” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานตรวจสอบร่วมกับ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า ประเทศไทยไม่ได้เตรียมบุกไปกัมพูชาอย่างที่มีการส่งต่อข่าวกันแต่อย่างใด และขอประชาชนโปรดติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่เป็นทางการเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทันส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com --------------------------------------------------------------------------------------

จริยธรรม AI กับสังคมไทย . AI เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น ทั้งในธุรกิจ การศึกษา และระบบยุติธรรม แต่ในขณะที่ AI ฉลาดขึ้น คำถามคือ “เราควรควบคุมมันอย่างไรให้มีจริยธรรม?” . AI ไม่มีจิตสำนึก มันสะท้อนข้อมูลที่มนุษย์ใส่เข้าไป หากข้อมูลมีอคติ AI ก็จะตัดสินใจอย่างลำเอียงโดยไม่รู้ตัว เช่น การคัดกรองผู้สมัครงานที่ไม่ยุติธรรม . สำหรับสังคมไทย การใช้งาน AI ควรยึดหลัก ความเป็นธรรม โปร่งใส และคุ้มครองข้อมูลส่วนตัว และควรเปิดโอกาสให้สาธารณชนร่วมตรวจสอบ . สุดท้าย จริยธรรม AI ไม่ใช่แค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่เป็นความรับผิดชอบของทุกภาคส่วน เพื่อให้ AI ไม่ใช่แค่ “ฉลาด” แต่ยัง “ดี” ต่อสังคมไทยด้วย . พร้อมปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่ออนาคตของทุกคน มาร่วมค้นหาคำตอบภายใน Bangkok AI Week 2025 ที่จะพาเราทบทวนบทบาทของไทยในโลกยุค AI  . 📅 23 – 27 มิถุนายน 2568 📍 ทั่วกรุงเทพฯ – House Samyan, Victor Club, Centara Grand, TK Park, Marriott Marquis และอื่น ๆ . 📣 ทุกคนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Bangkok AI Week 2025 และกิจกรรม Side Events  โดยลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมฟรี! ทั้งแบบ On-site และ Online ได้ที่: www.ticketmelon.com/baiw   ไม่ว่าคุณจะเป็น... ✅ ผู้ประกอบการ Startup ✅ นักเรียน นักศึกษา นักวิจัย ✅ นักลงทุน หรือคนที่สนใจ AI . เรามีคำตอบเรื่อง AI ให้กับคุณ -----------------------------   📲 ติดตามเพจ ETDA Thailand เพื่อรับข่าวสารและดู #ลิงก์ลงทะเบียน ในแต่ละกิจกรรมที่เปิดให้เข้าร่วมได้ที่ #คอมเมนต์ใต้โพสต์นี้ . . #ETDAThailand #ETDA #BangkokAIWeek2025 #AIPoweredNation #AIThailand #DigitalThailand #ชีวิตดีเมื่อมีดิจิทัล #MDES #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.