Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ออมสินเปิดบริการสินเชื่อให้ยืมวงเงินสูงสุด 1,000,000 บาท ผ่านเพจ LEASE it CPT 008” รองลงมาคือเรื่อง “การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เปิดเว็บไซต์ใหม่ให้บริการประชาชน” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ-แชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความสูญเสียทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สิน และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 13 – 19 มิถุนายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 849,898 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 509  ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 476 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 32 ข้อความ และผ่าน Facebook จำนวน 1 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 149 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 144 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง กรมบังคับคดี เปิดเพจเฟซบุ๊ก Legal Execution Department อันดับที่ 2 : เรื่อง ปตท. เปิดเว็บไซต์ใหม่ให้ลงทุนหุ้น อันดับที่ 3 : เรื่อง M-Flow แจ้งเตือนให้ชำระค่าปรับ ผ่านระบบ SMS อันดับที่ 4 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเว็บไซต์ใหม่ชักชวนลงทุน อันดับที่ 5 : เรื่อง ต่ออายุใบขับขี่ออนไลน์ ผ่านเพจ บริการจัดการขับรถโดยปลอดภัย V2 ไม่ต้องเดินทางไปขนส่ง อันดับที่ 6 : เรื่อง SET เปิดเทคนิคเลือกหุ้นและบริหารพอร์ต ผ่านเพจ Marie Taschner Raegan อันดับที่ 7 : เรื่อง ปปง. ออกหนังสือแจ้งสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายให้ผู้ถูกกล่าวหา อันดับที่ 8 : เรื่อง กฟภ. เปิดให้ติดต่อแจ้งไฟดับ ขอเอกสาร ผ่าน Line ID 11291566 อันดับที่ 9 : เรื่อง เพจเฟซบุ๊ก Public Grievance and Service Center เป็นเพจใหม่ของกระทรวงมหาดไทย อันดับที่ 10 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดสอนเทรดหุ้น ผ่าน TikTok investing2007 “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวการให้บริการของหน่วยงานรัฐ การชักชวนให้ลงทุนโดยอ้างชื่อของหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ รวมทั้งการบริการให้ความช่วยเหลือประชาชนของหน่วยงานต่างๆ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนที่สนใจเกิดความเข้าใจผิด มีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง เกิดความสับสน โดยประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “กรมบังคับคดี เปิดเพจเฟซบุ๊ก Legal Execution Department” กระทรวงดีอี ได้ร่วมกับ กรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม ตรวจสอบพบว่า เป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า เพจที่ใช้ชื่อว่า “Legal Execution Department” ดังกล่าวเป็นเพจปลอม ซึ่งได้มีการแอบอ้างและใช้โลโก้โดยไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อ อย่าให้ข้อมูลส่วนบุคคลใด ๆ เนื่องจากไม่ใช่เพจเฟซบุ๊กจริงของกรมบังคับคดีแต่อย่างใด โดยกรมบังคับคดีมีเพจเฟซบุ๊กทางการเพจเดียว และมีชื่อคือ “กรมบังคับคดี LED” เท่านั้น อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com --------------------------------------------------------------------------------------


ประเทศไทยได้อะไร? จากการเป็นเจ้าภาพงาน ‘The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025’   กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ขอเชิญประชาชนคนไทยเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงาน ‘The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025’ งานระดับโลกที่จะทำให้คนไทยรู้จักกับนวัตกรรม AI ในอีกขั้นหนึ่ง ภายใต้การนำของ 3 กระทรวงหลัก ทั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และ UNESCO ในระหว่างวันที่ 24-27 มิถุนายนนี้ โดยมีผู้นำ นักวิชาการ และผู้เชี่ยวชาญกว่า 800 คน จาก 194 ประเทศทั่วโลก มาร่วมหารือ กำหนดอนาคตนโยบายและจริยธรรม AI ของโลกที่โปร่งใสเป็นธรรม สร้างความสมดุลระหว่างการส่งเสริมนวัตกรรม AI กับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน สอดคล้องกับ UNESCO Recommendation on the Ethics of AI หรือ UNESCO RAM   แล้วประเทศไทยจะได้อะไรจากบทบาทนี้? สามารถไขคำตอบได้จากบทความฉบับนี้ https://www.etda.or.th/th/pr-news/ai_thai_get.aspx พร้อมรับชม AI Governance Webinar 2025 EP.3 บทบาทประเทศไทยในเวที AI ระดับโลก ได้ที่ https://www.youtube.com/live/NRTqxzygORY   #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงดีอี #DE #ETDA

AI กับยุทธศาสตร์ของไทยในปัจจุบัน . ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้กลายเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของไทย รัฐบาลได้ผลักดันให้ AI เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ชาติและนโยบายดิจิทัลอย่างชัดเจน . 1. AI ในยุทธศาสตร์ชาติและเศรษฐกิจ AI ถูกบรรจุในแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เช่น การใช้ AI ในเกษตรแม่นยำ อุตสาหกรรม และบริการ . 2. แผนปฏิบัติการด้าน AI แห่งชาติ ปี 2565 รัฐบาลได้จัดทำแผน National AI Action Plan มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลาง AI แห่งอาเซียนภายในปี 2570 ครอบคลุมโครงสร้างพื้นฐาน การวิจัย การสร้างบุคลากร และกรอบจริยธรรม . 3. การพัฒนากำลังคนและการศึกษา มีการร่วมมือกับสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนเพื่อผลิตบุคลากรด้าน AI และจัดอบรมให้แรงงานและ SME เข้าใจและใช้ AI ได้ . 4. AI กับภาครัฐ หน่วยงานรัฐเริ่มใช้ AI เพื่อบริการประชาชน เช่น ระบบ Chatbot การวิเคราะห์ข้อมูล และระบบจราจรอัจฉริยะ . 5. ความท้าทายและข้อควรระวัง การใช้ AI ยังมีความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว ความเหลื่อมล้ำ และการใช้ที่ไม่เหมาะสม จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายและมาตรการควบคุม . บทสรุป AI คือกลไกหลักสู่อนาคตของไทย หากวางยุทธศาสตร์รอบด้าน สนับสนุนการเรียนรู้ และกำกับอย่างมีจริยธรรม ก็จะช่วยขับเคลื่อนประเทศได้อย่างยั่งยืน . พร้อมปลดล็อกศักยภาพเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่ออนาคตของทุกคน มาร่วมค้นหาคำตอบภายใน Bangkok AI Week 2025 ที่จะพาเราทบทวนบทบาทของไทยในโลกยุค AI  . 📅 23 – 27 มิถุนายน 2568 📍 ทั่วกรุงเทพฯ – House Samyan, Victor Club, Centara Grand, TK Park, Marriott Marquis และอื่น ๆ . 📣 ทุกคนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Bangkok AI Week 2025 และกิจกรรม Side Events  โดยลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมฟรี! ทั้งแบบ On-site และ Online ได้ที่: www.ticketmelon.com/baiw . ไม่ว่าคุณจะเป็น... ✅ ผู้ประกอบการ Startup ✅ นักเรียน นักศึกษา นักวิจัย ✅ นักลงทุน หรือคนที่สนใจ AI . เรามีคำตอบเรื่อง AI ให้กับคุณ ----------------------------- 📲 ติดตามเพจ ETDA Thailand เพื่อรับข่าวสารและดู #ลิงก์ลงทะเบียน ในแต่ละกิจกรรมที่เปิดให้เข้าร่วมได้ที่ #คอมเมนต์ใต้โพสต์นี้ . #ETDAThailand #ETDA #BangkokAIWeek2025 #AIPoweredNation #AIThailand #DigitalThailand #ชีวิตดีเมื่อมีดิจิทัล #MDES #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

พรุ่งนี้❗️ เตรียมพบกับงาน Bangkok AI Week 2025🌟ที่สุดแห่งปี ของเทศกาล AI ระดับนานาชาติ🌏เปิดมุมมองใหม่ ขับเคลื่อนอนาคตปัญญาประดิษฐ์ครบทุกด้าน 📅 23 – 27 มิถุนายน 2568 📍 ทั่วกรุงเทพฯ – House Samyan, Victor Club, Centara Grand, TK Park, Marriott Marquis และอื่นๆ.#BangkokAIWeek2025➡️ ภายใต้การประชุมนานาชาติ “The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025” 📣 ทุกคนสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Bangkok AI Week 2025 และกิจกรรม Side Events  โดยลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมฟรี! ทั้งแบบ On-site และ Online ได้ที่: www.ticketmelon.com/baiw.ไม่ว่าคุณจะเป็น...✅ ผู้ประกอบการ Startup✅ นักเรียน นักศึกษา นักวิจัย✅ นักลงทุน หรือคนที่สนใจ AI.เรามีคำตอบเรื่อง AI ให้กับคุณ-----------------------------#ETDAThailand #ETDA #BangkokAIWeek2025 #AIPoweredNation #AIThailand #DigitalThailand #ชีวิตดีเมื่อมีดิจิทัล #MDES #DE #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษกิจและสังคม

วันที่ 23 มิถุนายน 2568 นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันสถาปนากรมอุตุนิยมวิทยา ครบรอบ 83 ปี โดยมี นางสาวสุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ให้การต้อนรับ ณ กรมอุตุนิยมวิทยา กรุงเทพฯ

วันที่ 23 มิถุนายน 2568 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดย สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA เปิดงาน Bangkok AI Week 2025 มหกรรม AI ระดับชาติครั้งยิ่งใหญ่ ซึ่งจัดขึ้น ตั้งแต่วันที่23 – 27 มิถุนายน 2568 ทั่วกรุงเทพฯ อาทิ House Samyan, Victor Club, Centara Grand, TK Park, Marriott Marquis และอื่นๆ    ทั้งนี้งานดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แนวคิด AI POWERED NATION เสริมสร้างโอกาสเศรษฐกิจดิจิทัลให้ประชาชนทุกกลุ่ม และยืนยันจุดยืนของไทยที่ไม่เพียงใช้ AI แต่ต้องพร้อมสร้างและกำหนดทิศทาง AI อย่างมีจริยธรรม จัดขึ้น ณ House Samyan, ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์   สำหรับหัวข้อเสวนาภายในการเปิดกิจกรรม คือ ยุทธศาสตร์ AI ไทย: วางจุดยืนอย่างไรในเวทีโลก (AI Strategy Thailand: Where do we stand in the world?)    โดยมีผู้เชี่ยวชาญร่วมเสวนาให้ความรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ได้แก่ ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ปรึกษาอาวุโส สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) นายแพทย์ปิยะฤทธิ์ อิทธิชัยวงศ์ CEO and Co-Founder, Preceptor AI วิศวกรด้าน AI และ AIGC Expert Fellows

กลุ่มที่ 4 กลุ่มสร้างทัศนคติ ดีอี หนุนหน่วยงานรัฐ-อปท. ใน EEC ใช้ระบบ “e-Office” เสริมศักยภาพด้านดิจิทัล มุ่งสู่ “Smart Region” ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) แผนปฏิบัติการพัฒนา รมว.ประเสริฐ เปิดโครงการให้ความรู้และส่งเสริมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดโครงการให้ความรู้และส่งเสริมการคุ้มครองข้อมูลส่วน ดีอี คิกออฟ มาตรการ “Mobile Banking” เร่งสกัด “บัญชีม้า” ตัดตอน “โจรออนไลน์” เริ่ม 1 ก.พ.68 รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบ ดีอี MOU สธ. ยกระดับการทำงานบุคลากรกว่า 4 แสนคน ด้วยระบบ e-Office ก้าวสู่รัฐบาลดิจิทัล ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) การใช้งานระบบ e-Office ภายใต้

นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 16 – 22 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย    คดีที่ 1 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 2,250,015 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook ชักชวนเทรดหุ้นน้ำมันดิบ ได้รับผลตอบแทนสูง ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line ที่แสดงหน้าเพจเพื่อสอบถามรายละเอียด จากนั้นทำตามขั้นตอนที่ได้รับคำแนะนำ โดยโอนเงินเพื่อเทรดหุ้น ช่วงแรกได้รับเงินจริง จึงโอนเงินไปเทรดหุ้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นจำนวนมาก แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ มิจฉาชีพแจ้งว่าต้องโอนเงินจ่ายค่าสอนเทรดและค่าภาษีก่อน แต่เมื่อโอนไปแล้วยังคงไม่ได้รับเงิน ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 2 คดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน (Call Center) มูลค่าความเสียหาย 1,786,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่จากธนาคารกรุงไทย แจ้งว่าขณะนี้มีบุคคลอื่นนำเอกสารมอบอำนาจจากผู้เสียหายเข้ามาถอนเงินที่ธนาคาร หากไม่ได้เป็นผู้มอบอำนาจในการทำธุรกรรมครั้งนี้ แนะนำให้ติดต่อแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากนั้นโอนสายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และได้รับแจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีม้าและคดีฟอกเงิน จะต้องโอนเงินทั้งหมดเพื่อตรวจสอบ เมื่อตรวจสอบแล้วจะทำการคืนเงินให้ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปทั้งหมด หลังจากนั้นไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก    คดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 1,003,395 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างเป็นเจ้าหน้าที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครู แนะนำให้ผู้เสียหายติดตั้งแอปพลิเคชันที่ช่วยให้สมาชิกสหกรณ์เข้าถึงข้อมูลและบริการต่างๆ ของสหกรณ์ได้สะดวกยิ่งขึ้น จึงทำตามขั้นตอนที่เจ้าหน้าที่แนะนำจนเสร็จสิ้น ต่อมาภายหลังได้รับข้อความจากธนาคารแจ้งว่ายอดเงินในบัญชีได้ถูกโอนออกไปจนหมด ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 4 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 2,540,816 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายพบโฆษณาสอนเทรดหุ้นผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line ที่แสดงหน้าเพจเพื่อสอบถามรายละเอียด จากนั้นถูกดึงเข้า Group Line สอนเทรดหุ้น แนะนำให้ติดตั้งแอปพลิเคชัน และทดลองโอนเงินเพื่อเทรดหุ้นทีละน้อย ช่วงแรกสามารถถอนเงินได้จริง จึงโอนเงินเทรดหุ้นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นจำนวนมาก แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ ภายหลังตรวจสอบจากหน้า Facebook พบว่ามีบุคคลอื่นๆ ส่งสัญลักษณ์แสดงความรู้สึกโกรธจำนวนหลายข้อความ ทำให้ทราบว่าเป็นเพจปลอม   และคดีที่ 5 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 1,454,623 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Tiktok ชักชวนทำงานหารายได้พิเศษ เป็นการร่วมลงทุนเพื่อรับเงินปันผลจากการขายออนไลน์ ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line และทำตามขั้นตอนที่มิจฉาชีพแนะนำ โดยโอนเงินไปลงทุนช่วงแรกได้รับผลตอบแทนจริง จึงโอนเงินไปลงทุนเพิ่มขึ้น แต่ไม่สามารถถอนเงินได้และยังได้รับแจ้งให้โอนเงินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก   สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 9,034,849 บาท    ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 20 มิถุนายน 2568 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้  1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,833,952 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,067 สาย  2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 725,396 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,305 บัญชี  3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 229,664 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 31.66 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 167,560 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.11 (3) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 101,141 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 13.94 (4) หลอกลวงลงทุน 101,139 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 13.94 (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 51,732 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.13 (และคดีอื่นๆ 74,160 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 10.22)    “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพใช้กลอุบายหลอกลวงผู้เสียหาย โดยอ้างเป็น เจ้าหน้าสหกรณ์ออมทรัพย์ครู หลอกให้ผู้เสียหายติดตั้งแอปฯ ดูดเงิน รวมทั้งยังพบเคสการหลอกลงทุนเทรดหุ้น และเคสข่มขู่เป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร อ้างว่าผู้เสียหายพัวพันกับการฟอกเงิน ซึ่งพบว่ามีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 9 ล้านบาท ทั้งนี้ขอย้ำว่า หากมีการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่องค์กรต่างๆให้ติดตั้งแอปฯ ควรตรวจสอบให้แน่ชัด และห้ามดาวน์โหลดแอปฯ หรือกดลิก์ที่ไม่รู้ที่มาแน่ชัดอย่างเด็ดขาด ด้านการลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ด้านหน่วยงานของรัฐ ข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ จะไม่มีการโทรติดต่อโดยตรง หรือติดต่อผ่านทางโซเชียลมีเดีย และจะไม่มีการให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชีแต่อย่างใด” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว    อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดยกระทรวงดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง    หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441  แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.)  | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com      --------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 24 มิถุนายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นวิทยากรในงานสัมมนาทางวิชาการระดับนานาชาติ “Navigating Sustainable Legal Compliance Challenges in the Digital Age” ในหัวข้อ Shaping the Future of Regulating the Platform Economy: Insights from the EU Perspective ณ ห้อง LT.1 คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเศรษฐกิจเเละสังคม ได้ทำหน้าที่ประธานร่วมการประชุม Ministerial session: Dialogue on International Cooperation on AI ร่วมกับ นางลิเดีย อาร์เธอร์ บริโต ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่แห่งยูเนสโกโดยการประชุมฯ เป็นการประชุมระดับรัฐมนตรี ภายใต้การประชุม The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025 โดยมีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย รัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่อาวุโสกว่า 20 ประเทศ จากประเทศสมาชิกยูเนสโก ร่วมด้วยศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นางปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ ดร. ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ การประชุมฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในด้านการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่มีความรับผิดชอบ จริยธรรม และครอบคลุมโดยที่ประชุมฯ ได้มีการแลกเปลี่ยนนโยบายและการดำเนินการที่สำคัญ ได้แก่ (1) แนวทางการพัฒนาและการขับเคลื่อน AI และธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ (AI Governance) (2) ความท้าทายระหว่างการพัฒนา AI ธรรมาภิบาลปัญญาประดิษฐ์ และจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI Ethics) นอกจากนี้ ประเด็นสำคัญที่ผู้แทนไทยได้นำเสนอ คือ การเตรียมเสนอต่อที่ประชุมในการจัดตั้ง ศูนย์ AI Governance Practice Center (AIGPC) ที่ประเทศไทย เพื่อเป็นศูนย์ระดับภูมิภาคสำหรับแลกเปลี่ยนนโยบาย สร้างกำลังคน และส่งเสริมความก้าวหน้าการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์อย่างมีจริยธรรม   ---------------------------------------------  

ไทย - ยูเนสโก ร่วมเปิดการประชุมระดับโลก “The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025”   วันที่ 25 มิถุนายน 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานการประชุมวิชาการนานาชาติ “The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025” ในฐานะเจ้าภาพการประชุมระดับโลก ภายใต้ 3 กระทรวงหลัก กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี), กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.), กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ร่วมกับ องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24–27 มิถุนายน 2568 ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์   โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี ดร.ปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวง พร้อมกันนี้ยังได้รับเกียรติจากผู้นำ และผู้เข้าร่วมกว่า 104 ประเทศ มาร่วมแชร์วิสัยทัศน์และมุมมองครอบคลุมทั้งด้านเทคโนโลยี นโยบาย และนวัตกรรม    ทั้งนี้รัฐบาลไทยได้ร่วมแสดงบทบาทผู้นำระดับภูมิภาคในการพัฒนา AI อย่างมีจริยธรรม พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ว่า ประเทศไทยพร้อมเดินหน้าพัฒนา AI อย่างมีธรรมาภิบาล เพื่อให้เกิดประโยชน์กับทุกคนอย่างเท่าเทียม พร้อมกำหนดแผนยุทธศาสตร์ชาติด้าน AI ภายใต้การกำกับของ “คณะกรรมการ AI แห่งชาติ” โดยมีเป้าหมายเพื่อใช้ AI เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน   พร้อมกันนี้รัฐบาลได้ตั้งเป้าว่าจะสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจจาก AI ได้ไม่น้อยกว่า 4,000 ล้านบาทภายในปี 2570 และส่งเสริมให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) เข้าถึงเทคโนโลยี AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดต้นทุน เพิ่มผลิตภาพ และยกระดับความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก ควบคู่ไปกับการให้ความสำคัญกับการนำ AI ไปใช้ในภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประชาชนโดยตรง โดยเฉพาะด้านการแพทย์ เกษตรกรรม และการศึกษา เพื่อให้เทคโนโลยีนี้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในทุกมิติอย่างแท้จริง   สำหรับ งาน “The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025”  ได้จัดขึ้นพร้อมด้วยกิจกรรมคู่ขนาน (Side Event) จากผู้ร่วมจัดงานทั้งไทยและต่างประเทศ ภายในงาน “Bangkok AI Week 2025” ภายใต้แนวคิด “AI Powered Nation: Unleashing the Digital Economy for All” โดยมีกิจกรรมมากมายทั่วกรุงเทพฯ ผู้สนใจสามารถติดตามบทสรุปการประชุมนานาชาติ The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025 และความเคลื่อนไหวของ Bangkok AI Week 2025 ได้ที่เพจเฟซบุ๊ก ETDA Thailand

นายกฯ ร่วมหารือ ยูเนสโก ร่วมวางแผนพัฒนาจริยธรรม AI อย่างยั่งยืน   นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ร่วมหารือกับ นางโอเดรย์ อาซูเลย์ (H.E. Ms. Audrey Azoulay) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโก ในงานประชุมวิชาการนานาชาติ “The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025” โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นางสาวจิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เข้าร่วม ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์   โดยการหารือฯ ทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องร่วมกันในประเด็นสำคัญ ได้แก่ (1) “การศึกษา” เป็นหัวใจสำคัญในการเตรียมคน สำหรับโลกอนาคต โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ในการเรียนการสอน เพื่อเสริมทักษะดิจิทัลในระดับโรงเรียนและมหาวิทยาลัย และพัฒนาบุคลากรด้าน AI ในระดับปริญญาตรีและปริญญาโท รวมถึงการส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาของผู้หญิง ในสายวิทยาศาสตร์และ AI ซึ่งในปัจจุบันยังมีจำนวนน้อย  และ (2) ยูเนสโกให้ความสำคัญกับมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (Intangible Cultural Heritage) ซึ่งนายกฯ ได้ให้การสนับสนุนและสอดคล้องกับนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ของไทย ซึ่งส่งเสริมการยกระดับภูมิปัญญาไทยผ่านความคิดสร้างสรรค์ วัฒนธรรม และนวัตกรรม เช่น งานศิลปะ อาหาร การท่องเที่ยว ภาพยนตร์ เทศกาล กีฬา เป็นต้น   นอกจากนี้ นายกฯ ได้เน้นย้ำถึง ในปัจจุบันมีการใช้ AI ในทางที่ผิด มาใช้เพื่อหลอกลวงประชาชน เช่น การปลอมเสียงและใบหน้าผ่านเทคโนโลยี Deepfake โดยเสนอให้มีความร่วมมือเกี่ยวกับการตระหนักและส่งเสริม ในเรื่องการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบและจริยธรรม ซึ่งการสนับสนุนความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนนี้ เป็นการสะท้อนว่า ประเทศไทยพร้อมเดินหน้าร่วมกับประชาคมโลกอย่างมั่นคง บนเส้นทางของการพัฒนา AI ที่มีจริยธรรม โปร่งใส และยั่งยืน   --------------------------  

วันที่ 25 มิถุนายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเวที “Fostering Global Dialogue on AI for a Collective Future” หรือ "การส่งเสริมการสนทนาระดับโลกว่าด้วย AI เพื่ออนาคตร่วมกัน" ร่วมกับ Dr. Lidia Brito ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ขององค์การยูเนสโก ผู้แทนจากประเทศโคลอมเบีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซีย ประเทศเคนยา ประเทศอุรุกวัยเอกอัครราชทูตจากสหภาพยุโรป ฝรั่งเศส และผู้แทนจากสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) Salesforce และองค์การสหประชาชาติ ภายในงานการประชุมวิชาการนานาชาติ “The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025” ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์   สำหรับงานเสวนาดังกล่าว เป็นเวทีที่มุ่งส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศและภูมิภาค เพื่อสะท้อนถึงความสอดคล้องของนโยบายและแนวคิดด้าน AI ทั่วโลก และสนับสนุนการพัฒนา AI ที่ครอบคลุม ยึดหลักสิทธิมนุษยชน และการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนแนวทางปฏิบัติจากประเทศผู้นำด้านจริยธรรม AI และองค์กรด้านเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อร่วมเปิดมุมมองโลก สู่การกำหนดทิศทางอนาคตจริยธรรม AI และแนวทางการดำเนินงานร่วมกันต่อไปในอนาคต

วันที่ 25 มิถุนายน 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมหารือทวิภาคีกับนายโกบินด์ ซิงห์ เดโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลของมาเลเซีย ในระหว่างการประชุม The 3rd UNESCO Global Forum on the Ethics of Artificial Intelligence ณ โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ บางกอก คอนเวนชัน เซ็นเตอร์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ กทม.    การหารือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือด้านดิจิทัลระหว่างไทยและมาเลเซีย โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้แลกเปลี่ยนประเด็นความร่วมมือที่สำคัญ ได้แก่ เมืองอัจฉริยะ (AI Cities) ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอุตสาหกรรมเกมและแอนิเมชัน ทั้งนี้ ฝ่ายมาเลเซียได้เชิญประเทศไทยเข้าร่วมการประชุม ASEAN AI Malaysia Summit 2025 และงาน Smart City Expo Kuala Lumpur ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนสิงหาคมและกันยายน 2568 ตามลำดับ โดยไทยให้การสนับสนุนและยินดีพิจารณาการเข้าร่วมต่อไป   ในโอกาสนี้ ประเทศไทยได้ขอรับการสนับสนุนจากมาเลเซียในการเลือกตั้งตำแหน่งสมาชิกสภาบริหาร (CA) และสมาชิกสภาปฏิบัติการไปรษณีย์ (POC) ของสหภาพสากลไปรษณีย์ (UPU) ซึ่งจะมีขึ้นในเดือนกันยายน 2568 ณ เมืองดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ การหารือทวิภาคีครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของทั้ง 2 ประเทศในการสร้างสภาพแวดล้อมดิจิทัลที่ปลอดภัยและยั่งยืน พร้อมยกระดับความร่วมมือเพื่อขับเคลื่อนภูมิภาคอาเซียนสู่ยุคดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.