Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “การบินไทย เปิดเว็บไซต์ใหม่ ให้ซื้อบัตรโดยสารในราคาพิเศษ” รองลงมาคือเรื่อง “กรมการขนส่งทางบก เปิดให้บริการทำใบขับขี่สำหรับคนจีน ผ่านเพจ Thai Driver's License” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ-แชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความสูญเสียทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สิน และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 20 – 26 มิถุนายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,219,754 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 671  ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 648 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 21 ข้อความ ผ่านเว็บไซต์ จำนวน 1 ข้อความ และผ่าน Facebook จำนวน 1 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 201 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 55 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง การบินไทย เปิดเว็บไซต์ใหม่ ให้ซื้อบัตรโดยสารในราคาพิเศษ อันดับที่ 2 : เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดให้บริการทำใบขับขี่สำหรับคนจีน ผ่านเพจ Thai Driver's License อันดับที่ 3 : เรื่อง เพจเพนนี่ ไวน์ โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ ชวนเข้ากลุ่มศึกษาหุ้น กำไร 300% ใน 3 วัน อันดับที่ 4 : เรื่อง ปตท. ส่ง SMS แจ้งลิงก์ตรวจสอบคะแนน รับโปรโมชันพิเศษ อันดับที่ 5 : เรื่อง ก.ล.ต. เปิดเว็บไซต์ใหม่สำหรับการลงทุน อันดับที่ 6 : เรื่อง ปปง. เปิดให้ผู้เสียหายส่งหลักฐาน ตามเงินคืนจากการถูกหลอก ผ่านเพจ Central Investigation Bureau Region 9 อันดับที่ 7 : เรื่อง ก.ล.ต. ชักชวนลงทุนหุ้นทองคำ ทั้งระยะสั้น และระยะยาว อันดับที่ 8 : เรื่อง เจ้าหน้าที่ วิจิตรา เพจเฟซบุ๊กของกรมการขนส่งทางบก เปิดรับทำใบขับขี่ อันดับที่ 9 : เรื่อง ทำใบขับขี่ออนไลน์ได้ทุกประเภท ติดต่อเพจเฟซบุ๊ก จิรนันท์ อันดับที่ 10 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเพจเฟซบุ๊กชื่อ Investment teaching “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวการให้บริการของหน่วยงานรัฐ การชักชวนให้ลงทุนโดยอ้างชื่อของหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ซึ่งอาจทำให้ประชาชนที่สนใจเกิดความเข้าใจผิด มีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง เกิดความสับสน โดยประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “การบินไทย เปิดเว็บไซต์ใหม่ ให้ซื้อบัตรโดยสารในราคาพิเศษ” กระทรวงดีอี ได้ร่วมตรวจสอบกับ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอให้ประชาชนระวัดระวังอย่าหลงเชื่อ โดยเว็บไซต์ดังกล่าวเป็นเว็บไซต์ปลอม ที่เลียนแบบแอบอ้างโดยใช้ชื่อเป็นสายการบินไทย และใช้ URL ที่คล้ายกับของจริง  เพื่อหลอกลวงให้ประชาชนซื้อบัตรโดยสารผ่านเว็บไซต์ดังกล่าว ทั้งนี้ เว็บไซต์ทางการของบริษัทมี 2 ลิงก์ เท่านั้น คือ 1. https://www.thaiairways.com/en-th/2. https://www.thaiairways.com/th-th/ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com --------------------------------------------------------------------------------------



เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2568 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมสภาบริหารของสหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก (Asian - Pacific Postal Union Executive Council: APPU EC) ประจำปี 2568 โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาดิจิทัล นวัตกรรม และการสื่อสาร ของประเทศมองโกเลีย เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมฯ ประเด็นสำคัญสำหรับการประชุมสภาบริหารในครั้งนี้ ได้แก่ การพิจารณาและให้ความเห็นชอบแผนดำเนินงานประจำปี 2568 การอนุมัติงบประมาณประจำปี 2569 และการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ของ APPU ระหว่างปี ค.ศ. 2027 - 2030 รวมทั้งการพิจารณาของคณะทำงานเพื่อศึกษาเรื่องต่าง ๆ ที่อยู่ในความสนใจร่วมกันของประเทศสมาชิก เพื่อแลกเปลี่ยนบริการไปรษณีย์ระหว่างประเทศระหว่างกัน เพื่อให้ทันในการปรับตัวต่อสภาวการณ์กิจการไปรษณีย์ที่เปลี่ยนแปลงในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก   ในโอกาสนี้ นางสาวกัลยา ชินาธิวร ได้ทำหน้าที่ประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารวิทยาลัยการไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก (APPC GB) ในระหว่างการประชุมสภาบริหารฯ เพื่อพิจารณาผลการดำเนินงานของวิทยาลัยการไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก (Asian - Pacific Postal College: APPC) ของปี 2568 รวมทั้งการอนุมัติแผนงานจัดฝึกอบรม และงบประมาณของปี 2569 การบริหารจัดการกองทุนสำรองส่วนงานฝึกอบรม รวมทั้งการแต่งตั้งผู้ตรวจสอบบัญชี    ทั้งนี้ การประชุมสภาบริหารของสหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก ประจำปี 2568 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน - 6 กรกฎาคม 2568 โดยมีประเทศสมาชิกเข้าร่วมในการประชุมฯ ครั้งนี้ รวม 21 ประเทศ จากประเทศสมาชิกทั้งสิ้น 32 ประเทศ ณ กรุงอูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย

นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 23 – 29 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย    คดีที่ 1 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 3,900,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook ชักชวนเทรดหุ้นน้ำมัน ผู้เสียหายสนใจจึงสอบถามรายละเอียดต่างๆ ผ่านทาง Messenger Facebook จากนั้นโอนเงินเพื่อเริ่มเทรดหุ้น ในช่วงแรกสามารถถอนเงินจากระบบได้จริง ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินเทรดหุ้นเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากแต่ไม่สามารถถอนเงินได้ มิจฉาชีพยังคงแจ้งให้ผู้เสียหายโอนเงินไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 2 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 1,198,349 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยมหิดล มิจฉาชีพแจ้งหมายเลขโทรศัพท์หน่วยงานให้ผู้เสียหายโทรติดต่อ เพื่อคัดลอกเอกสารชดเชยเงินครองชีพ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโทรติดต่อไปที่หมายเลขโทรศัพท์ดังกล่าว จากนั้นได้รับคำแนะนำให้เพิ่มเพื่อนทาง Line และให้ทำตามขั้นตอนต่างๆ จนถึงการสแกนใบหน้าเข้าใช้งานแอปพลิเคชันของธนาคาร พบว่ายอดเงินในบัญชีได้ถูกโอนออกไปจนหมด ผู้เสียหายเชื่อว่าตนถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 3,587,998 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาผ่านช่องทาง Facebook เป็นการแจกสินค้าตัวอย่างให้ทดลองใช้ฟรี โดยมีเงื่อนไขว่าต้องกด Like กด Share และถ่ายภาพหน้าจอส่งทาง Line ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line เพื่อทำกิจกรรม ต่อมาได้รับการชักชวนให้ลงทุนเพื่อรับผลตอบแทน ช่วงแรกได้รับเงินจริง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปลงทุนเป็นจำนวนมาก แต่ไม่สามารถถอนเงินได้ มิจฉาชีพอ้างว่าเกิดข้อผิดพลาดจะต้องโอนเงินเพื่อยืนยันบัญชีเรื่อยๆ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 4 คดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน (Call Center) มูลค่าความเสียหาย 10,462,875 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่จาก AIS แจ้งว่ามีบุคคลนำบัตรประชาชนของผู้เสียหายไปเปิดหมายเลขโทรศัพท์เพื่อใช้ในทางผิดกฎหมาย จากนั้นโอนสายไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยผู้ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งว่าผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน จะต้องโอนเงินไปตรวจสอบหากไม่ให้ความร่วมมือจะทำการอายัดบัญชีและแจ้งข้อหาเพิ่ม ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปจนหมด จากนั้นไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก   และคดีที่ 5 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 2,700,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Tiktok ชักชวนหารายได้พิเศษโดยลงทุนขายสินค้าออนไลน์ แจ้งให้โอนเงินสำรองทุนเพื่อสั่งสินค้ามาจำหน่ายและรอรับค่าคอมมิชชัน ช่วงแรกได้รับเงินจริง ผู้เสียหายจึงโอนเงินลงทุนเพิ่มมากขึ้นแต่ไม่สามารถถอนเงินได้ มิจฉาชีพอ้างว่าผู้เสียหายทำรายการผิดพลาด จะต้องโอนเงินไปเรื่อยๆ จนกว่าระบบจะเปิด ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินอีกหลายครั้งแต่ไม่สามารถถอนเงินได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าตนเองถูกมิจฉาชีพหลอก   สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 21,849,222 บาท    ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 27 มิถุนายน 2568 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้  1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,854,320 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,065 สาย  2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 739,409 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,313 บัญชี  3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 233,657 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 31.60 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 170,235 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 23.02 (3) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 104,972 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.20 (4) หลอกลวงลงทุน 102,982 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 13.93 (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 52,601 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.11 (และคดีอื่นๆ 74,962 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 10.14)    “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพใช้กลอุบายหลอกลวงผู้เสียหาย โดยอ้างเป็น เจ้าหน้าที่เครือข่ายโทรศัพท์มือถือ เอไอเอส ข่มขู่ผู้เสียหายว่าเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน ก่อนโอนสายให้กับผู้ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชี รวมทั้งยังพบเคสหลอกลงทุน หรือหารายได้พิเศษ และเคสอ้างเป็นเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย หลอกลวงให้ติดตั้งแอปฯ ซึ่งพบว่ามีมูลค่าความเสียหายรวมเกือบ 22 ล้านบาท ทั้งนี้ขอย้ำว่า หากมีการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่องค์กรต่างๆ หรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการ ควรตรวจสอบให้แน่ชัด โดยเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ จะไม่มีการติดต่อกับประชาชนโดยตรง หรือติดต่อผ่านทางโซเชียลมีเดีย และจะไม่มีการให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบบัญชีแต่อย่างใด นอกจากนี้ไม่ควรดาวน์โหลดแอปฯ หรือกดลิงก์ที่ไม่รู้ที่มาแน่ชัดอย่างเด็ดขาด ด้านการลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว    อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดยกระทรวงดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง      หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441  แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.)  | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com      --------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 30 มิถุนายน 2568 นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมงานเสวนา Thai PBS Verify Talk : #ฟีดนี้ไม่มีข่าวลวง เวทีร่วมเปิดประสบการณ์และมุมมองความคิดเห็น การรับมือกับข่าวลวง ข้อมูลเท็จ เพื่อเสริมสร้างทักษะการรู้เท่าทันสื่อให้กับประชาชน ในการตรวจสอบ วิเคราะห์ข่าวสาร ก่อนแชร์ ส่งต่อข่าวสารต่างๆ พร้อมให้ความรู้ด้านการป้องกันอันตรายจากข่าวลวง โดยมีนางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดีอี ฝ่ายการเมือง ร่วมการเสวนาในหัวข้อ “รัฐบาล vs ข้อมูลเท็จ” ในยุคแห่งความไม่ไว้วางใจ” ซึ่งจัดขึ้นโดยองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือสถานีโทรทัศน์ Thai PBS ณ ห้องคอนเวนชันฮอลล์ 2 สถานีโทรทัศน์ Thai PBS

วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงดีอี ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรเนื่องโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ สถานีโทรทัศน์ NBT

วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงดีอี ร่วมบันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว 28 กรกฎาคม 2568 และในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2568 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ สถานีโทรทัศน์ช่อง 9 MCOT HD

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยผู้บริหารบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้พบหารือกับนายมาร์ยัน ออสวัลด์ (Mr. Marjan Osvald) รองเลขาธิการสหภาพไปรษณีย์สากล (Universal Postal Union) ในช่วงการเข้าร่วมการประชุมสภาบริหารของสหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก (Asian-Pacific Postal Union Executive Council: APPU EC) ประจำปี 2568 ณ กรุงอูลานบาตอร์ ประเทศโมโกเลีย   โดยได้หารือเกี่ยวกับแนวคิดการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการพัฒนาการให้บริการไปรษณีย์ ซึ่งกระทรวงฯ มีนโยบายและโครงการดำเนินงานในการพัฒนาการให้บริการไปรษณีย์โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อขยายช่องทางทางการตลาดในภาคไปรษณีย์ ตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในช่วงการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิทัล พร้อมทั้งยกตัวอย่าง บริการไปรษณีย์ DID หรือ Delivery ID (ดี-ไอ-ดี) เป็นระบบใหม่ที่ไปรษณีย์ไทยนำมาใช้เพื่อปรับปรุงการจัดส่งพัสดุและจดหมายให้มีความสะดวก รวดเร็ว และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยมีระบบที่ใช้ QR Code แทนการจ่าหน้าซองหรือกล่องพัสดุด้วยชื่อและที่อยู่แบบเดิม ๆ โดยข้อมูลที่อยู่ในการจัดส่งจะถูกเข้ารหัสอยู่ใน QR Code นั้น และสามารถระบุตำแหน่งได้แบบพิกัด GPS ทำให้การจัดส่งมีความแม่นยำมากขึ้น   ทั้งนี้ UPU เป็นองค์การระหว่างประเทศที่ทำหน้าที่ประสานงานนโยบายการไปรษณีย์ระหว่างประเทศสมาชิก และออกมาตรฐานเพื่อให้การจัดส่งไปรษณีย์ระหว่างประเทศมีประสิทธิภาพ ประกอบด้วยประเทศสมาชิก 192 ประเทศ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่กรุงเบิร์น สมาพันธรัฐสวิสเซอร์แลนด์

วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแสดงความยินดี และร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เนื่องในโอกาสวันสถาปนาสำนักนายกรัฐมนตรี ปีที่ 93 ที่มี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธี โดยมีนางชื่นชีวัน ลิมป์ธีระกุล รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายนพพร บุญแก้ว รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้บริหารสำนักนายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ปาฐกถาพิเศษในงาน Thailand Connext 2025 “Connext for Sovereign Data Centers” ในหัวข้อ Cyber Security for Critical Information Infrastructure (CII) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ

เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2568 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้ประกาศความพร้อมของไทยในการลงสมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งสมาชิกสภาบริหาร (Council of Administration: CA) และสภาปฏิบัติการไปรษณีย์ (Postal Operations Council: POC) ของสหภาพไปรษณีย์สากล (Universal Postal Union: UPU) โดยได้เน้นย้ำถึงบทบาทนำของไทยในฐานะประเทศเจ้าภาพประเทศที่ตั้งสำนักงานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกของ UPU และสำนักงานใหญ่ของสหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก ณ กรุงเทพฯ ซึ่งมีส่วนสำคัญยิ่งในการสนับสนุนงานขององค์การระหว่างประเทศด้านไปรษณีย์ อันเป็นประโยชน์ต่อประเทศสมาชิก UPU โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก   นอกจากนี้ ไทยยังให้ความสำคัญกับการทำงานอย่างใกล้ชิดกับ UPU สหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก (Asian-Pacific Postal Union: APPU) และองค์กรอื่น ๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมกิจกรรมความร่วมมือภายในภูมิภาคอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด โดยไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะ ประธานสภาบริหาร APPU และ ประธานคณะกรรมการบริหาร (Governing Board) ของวิทยาลัยการไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก (Asian-Pacific Postal Training College) ในช่วง APPU Bangkok Cycle ระยะเวลา 4 ปี ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2023 – 2026   เพื่อให้ไทยได้สามารถต่อยอดการทำงานเพื่อประโยชน์สูงสุดกับประเทศสมาชิก UPU ประเทศไทยจึงขอรับการสนับสนุนจากประเทศสมาชิก APPU ที่เข้าร่วมการประชุมสภาบริหารของสหภาพไปรษณีย์แห่งเอเชียและแปซิฟิก (Asian-Pacific Postal Union Executive Council: APPU EC) ประจำปี 2568 ณ กรุงอูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย ในครั้งนี้ ทั้งนี้ การเลือกตั้งตำแหน่ง CA และ POC ดังกล่าว จะมีขึ้นในระหว่างการประชุมใหญ่สหภาพไปรษณีย์สากล (UPU Congress) สมัยที่ 28 ระหว่างวันที่ 8 - 20 กันยายน 2568 ณ นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์



วันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวเปิดงาน “Thailand Economic Monitor: Digital Transformation for Inclusive Growth : ขับเคลื่อนการเติบโตด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล” ในหัวข้อ “A Vision of Digital Thailand”  เปิดวิสัยทัศน์ดิจิทัลของไทย ณ ห้อง แกรนด์บอลรูม ชั้น 2 โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพ

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.