Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 7 กรกฎาคม 2568 ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดการประชุมนานาชาติ ด้านซอฟต์พาวเวอร์ ในงาน SPLASH – Soft Power Forum 2025 โดยมี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดพิธี    สำหรับการจัดงานดังกล่าวได้รวบรวมวิสัยทัศน์จากผู้นำทั่วโลก พร้อมกับการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางซอฟต์พาวเวอร์ในเวทีโลก ด้วยการบูรณาการวัฒนธรรมสร้างสรรค์ และเศรษฐกิจใหม่ใน 14 อุตสาหกรรมเป้าหมาย เพื่อเชื่อมโยง “ทุนวัฒนธรรม” กับ “โอกาสเศรษฐกิจใหม่” รวมทั้งการยกระดับการขับเคลื่อนนโยบายซอฟต์พาวเวอร์ให้เป็นรูปธรรม โดยงานจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 8–11 กรกฎาคม 2568 ณ Exhibition Hall 4 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ

วันที่ 9 กรกฎาคม 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในหลักสูตร SUPER LBA รุ่นที่ 2 ภายใต้หัวข้อ “ดิจิทัลกับอนาคตของเศรษฐกิจ” โดยมีดร.สุทธิพล ทวีชัยการ คณบดีคณะนิติศาสตร์ปรีดี พนมยงค์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยผู้บริหารผู้นำองค์กรที่สนใจ และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุม ดร.ไสว สุทธิพิทักษ์ อนุสรณ์ (อาคาร 6 ชั้น 7) มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์   โดยหลักสูตรดังกล่าวเป็นหลักสูตรสุดยอดการบริหารธุรกิจด้วยกฎหมายสำหรับผู้นำองค์กร ที่จะช่วยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารธุรกิจในยุคปัจจุบัน ซึ่งต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ เฝ้าระวังสึนามิ และแผ่นดินไหวรุนแรง ที่ภูเขาไฟใต้น้ำ” รองลงมาคือเรื่อง “รัฐบาลใช้ฝนเทียม เพื่อสลายการชุมนุม” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ อาจทำให้เกิดความตื่นตระหนก วิตกกังวล สับสน และเข้าใจผิดในสังคม นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 4 – 10 กรกฎาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,039,175 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 638 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 606 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 29 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 3 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 209 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 87 เรื่อง ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 98 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 31 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 14 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 7 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 59 เรื่อง นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ เป็นข่าวเกี่ยวกับเรื่องของภัยพิบัติ ความมั่นคงภายในประเทศ และระหว่างประเทศ ข่าวการให้บริการของหน่วยงานรัฐ ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ ทำให้เกิดความตื่นตระหนก วิตกกังวล สับสน เข้าใจผิดได้ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ เฝ้าระวังสึนามิ และแผ่นดินไหวรุนแรง ที่ภูเขาไฟใต้น้ำ อันดับที่ 2 : เรื่อง รัฐบาลใช้ฝนเทียม เพื่อสลายการชุมนุม อันดับที่ 3 : เรื่อง เดือนกรกฎาคม 68 จะมีคนชุมพรและนราธิวาส เสียชีวิตเพราะสึนามิเป็นแสนคน อันดับที่ 4 : เรื่อง เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.1 แมกนิจูด ลึก 10 กม. ในแนววงแหวนแห่งไฟบริเวณทะเลอันดามัน อันดับที่ 5 : เรื่อง แจ้งผู้ว่าฯ 7 จังหวัด ชายแดนไทย-กัมพูชา เตรียมแผนอพยพประชาชนอันดับที่ 6 : เรื่อง เกิดแผ่นดินไหวล้อมไทย ภาคเหนือ-อีสาน-ใต้ ต้องเฝ้าระวัง อันดับที่ 7 : เรื่อง คนต่างด้าวทำบัตรประชาชนคนไทยได้แล้ว อันดับที่ 8 : เรื่อง กัมพูชาสั่งห้ามไทย ส่งยาให้ผู้ป่วยผ่านด่านช่องจอม อันดับที่ 9 : เรื่อง ธนาคารออมสิน เปิดโครงการใหม่ กู้ออนไลน์ ได้ทุกอาชีพ วงเงิน 70,000 บาท อันดับที่ 10 : เรื่อง เผยคลิปลับ เจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เป็นเพื่อนกับเจ้าของร้านอาหารชาวจีน สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ เฝ้าระวังสึนามิ และแผ่นดินไหวรุนแรง ที่ภูเขาไฟใต้น้ำ” กระทรวงดีอี โดยกรมอุตุนิยมวิทยา ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา (นับจากวันที่ 3 กรกฎาคม 2025) ไม่พบรายงานการปะทุของภูเขาไฟบนเกาะนิโคบาร์ หรือบริเวณหมู่เกาะอันดามัน และจากแหล่งข้อมูลภูเขาไฟสำคัญ เช่น Global Volcanism Program ก็ไม่พบบันทึกเหตุการณ์ระดับเชิงลึกหรือแผนที่ความร้อนใหม่ใด ๆ ในช่วงนี้ อย่างไรก็ตาม กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหวรวมถึงหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องยังเฝ้าระวังแผ่นดินไหวและสึนามิอยู่ตลอดเวลาและได้มีการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ ด้านข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “รัฐบาลใช้ฝนเทียม เพื่อสลายการชุมนุม” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า ข้อมูลที่มีการเผยแพร่ดังกล่าวเป็นข่าวปลอม ซึ่งสร้างขึ้นมาเพื่อหวังปลุกปั่นยุยง ทั้งนี้ในช่วงเวลาที่ผ่านมามีการปฏิบัติการฝนหลวง ในวันเสาร์ที่ 28 มิถุนายน 2568 จำนวน 1 หน่วยปฏิบัติการ ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดลพบุรี และมีฝนตกบริเวณพื้นที่การเกษตรจังหวัดลพบุรี (อำเภอโคกเจริญ) จังหวัดนครสวรรค์ (อำเภอไพศาลี อำเภอท่าตะโก) จังหวัดเพชรบูรณ์ (อำเภอวิเชียรบุรี) ซึ่งการปฏิบัติการฝนหลวงไม่มีผลกระทบกับพื้นที่กรุงเทพมหานครแต่อย่างใดอย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทันส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com --------------------------------------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ธ.กรุงไทย ปล่อยสินเชื่อ ผ่าน TikTok ชื่อ .ktb51” รองลงมาคือเรื่อง “OR เสนอขายหุ้น IPO ผ่านเพจ Amz Premium Quality Coffee” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ-แชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความสูญเสียทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สิน และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 4 – 10 กรกฎาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,039,175 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 638 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 606 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 29 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 3 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 209 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 87 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ธ.กรุงไทย ปล่อยสินเชื่อ ผ่าน TikTok ชื่อ .ktb51 อันดับที่ 2 : เรื่อง OR เสนอขายหุ้น IPO ผ่านเพจ Amz Premium Quality Coffee อันดับที่ 3 : เรื่อง ออมสิน ปล่อยสินเชื่อให้ยืม ขั้นต่ำ 10,000 บาท สูงสุด 1,000,000 บาท ผ่านเพจ LEASE it PCL 471 อันดับที่ 4 : เรื่อง OR ให้ร่วมลงทุนหุ้น Café Amazon เปิดพอร์ต เริ่มต้น 1,000 บาท ผลตอบแทน 290 บาท อันดับที่ 5 : เรื่อง ธนาคารกรุงไทย ให้บริการสินเชื่อ ทาง TikTok ktb.thailand92 อันดับที่ 6 : เรื่อง OR เสนอขายหุ้นประชาชนทั่วไป เริ่มต้น 1,000 บาท ปันผลสูงสุด 990 บาทต่อวัน อันดับที่ 7 : เรื่อง OR เปิดให้ร่วมลงทุนหุ้นธุรกิจค้าปลีก เริ่มต้น 1,000 ปันผล 450 บาท/วัน อันดับที่ 8 : เรื่อง ลงทุนหุ้น OR เพื่อร่วมบริหารคาเฟ่ อเมซอน เริ่ม 1,000 บาท รับผลตอบแทน 360 บาทต่อวัน อันดับที่ 9 : เรื่อง ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดให้ลงทุนผ่านบัญชีไลน์ SET SERVICE อันดับที่ 10 : เรื่อง เจ้าหน้าที่ ธารมิกา รับทำใบขับขี่ทุกประเภท เพียงติดต่อผ่านไลน์ “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวการชักชวนให้ลงทุนโดยอ้างชื่อหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ข่าวการให้บริการสินเชื่อของธนาคารรัฐ ซึ่งมีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง ทำให้ประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ธ.กรุงไทย ปล่อยสินเชื่อ ผ่าน TikTok ชื่อ .ktb51” กระทรวงดีอี ได้ประสานงาน ธนาคารกรุงไทย กระทรวงการคลัง ตรวจสอบพบว่า เป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า บัญชี TikTok ชื่อ .ktb51 ไม่ใช่บัญชีทางการของธนาคารกรุงไทย และได้มีการแอบอ้างนำโลโก้ของธนาคารกรุงไทยไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ธนาคารไม่มีนโยบายปล่อยสินเชื่อผ่านบัญชี TikTok ใด ๆ ทั้งสิ้น หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ 02-111-1111 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยขอเตือนให้ประชาชนระมัดระวังในการสมัครขอรับสินเชื่อผ่านทางออนไลน์ ซึ่งเท่ากับเป็นการให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่มิจฉาชีพ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com --------------------------------------------------------------------------------------

นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 7 - 13 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย คดีที่ 1 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 5,593,952 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Instagram ชักชวนลงทุนเทรดหุ้นทองคำและหุ้นน้ำมัน ผู้เสียหายสนใจจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line จากนั้นมิจฉาชีพให้ติดตั้งแอปพลิเคชันเพื่อลงทุน และแนะนำวิธีการลงทุนเทรดหุ้น โดยต้องลงทุนจำนวนเงินที่มากจึงจะได้รับผลตอบแทนกลับมาเร็ว ในช่วงแรกสามารถถอนเงินจากระบบได้ จึงโอนเงินลงทุนเพิ่มมากขึ้น ภายหลังไม่สามารถถอนเงินได้ มิจฉาชีพอ้างว่ามูลค่าในการลงทุนยังไม่ถึงจำนวนที่กำหนด ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอก คดีที่ 2 คดีหลอกลวงให้รักแล้วโอนเงิน (Romance Scam) มูลค่าความเสียหาย 1,222,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Facebook ใช้โพรไฟล์เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี อาชีพวิศวกร ติดต่อผ่าน Messenger Facebook และเพิ่มเพื่อนทาง Line พูดคุยกันจนสนิทใจแต่ไม่เคยพบเจอกัน จากนั้นมิจฉาชีพอ้างว่าขอยืมเงินซื้อวัสดุอุปกรณ์ในการสร้างบ้านเพื่อในอนาคตจะใช้อยู่ร่วมกันและจะคืนเงินให้ภายหลัง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป ต่อมามีการยืมเงินอีกหลายครั้ง ผู้เสียหายจึงขอนัดหมายเพื่อพบเจอกัน ฝ่ายชายตอบตกลง เมื่อถึงเวลาที่นัดหมายฝ่ายชายไม่มาตามนัดและไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอก คดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ มูลค่าความเสียหาย 1,752,617 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณารับสมัครพนักงานประจำร้านค้าออนไลน์ผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงทักไปสอบถามรายละเอียดผ่านทาง Messenger Facebook และเพิ่มเพื่อนผ่าน Line ต่อมามิจฉาชีพแจ้งว่าต้องมีช่วงทดลองงาน เป็นการกดถูกใจสินค้าเพื่อเพิ่มยอดขายให้กับร้านค้าและจะได้รับค่าคอมมิชชันเป็นการตอบแทน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป ในช่วงแรกได้รับผลตอบแทนจริง ต่อมาให้โอนเงินเพิ่มมากขึ้น จนเงินในระบบมีมูลค่าสูงแต่ไม่สามารถถอนเงินได้ มิจฉาชีพแจ้งว่ารายรับมีมูลค่าสูงต้องชำระค่าภาษีก่อน เมื่อโอนเงินชำระค่าภาษีเสร็จสิ้นยังคงไม่สามารถถอนเงินได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอก คดีที่ 4 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 1,919,951 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Line อ้างเป็นแฮกเกอร์ แจ้งว่าสามารถดึงเงินที่ผู้เสียหายเคยถูกหลอกลวงคืนมาได้ โดยมีการสอบถามรายละเอียดการถูกหลอกลวงและข้อมูลส่วนตัว จากนั้นแจ้งว่าจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่าเงินอยู่ในระบบการลงทุนเทรดหุ้นแห่งหนึ่ง จะต้องทำการโอนเงินเข้าไปเพื่อเป็นการโจมตีระบบและจะสามารถดึงเงินกลับคืนมาได้ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปหลายครั้ง ต่อมาเริ่มให้โอนเงินสูงขึ้นจึงขอถอนเงินคืนแต่ไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอก และคดีที่ 5 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่ไม่มีลักษณะเป็นขบวนการ มูลค่าความเสียหาย 655,000 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณารับทำพิธีเสริมดวงชะตาผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงทักไปสอบถามรายละเอียดผ่านทาง Messenger Facebook และเพิ่มเพื่อนผ่าน Line มีมิจฉาชีพอ้างเป็นหมอดู แจ้งว่าผู้เสียหายกำลังจะพบกับปัญหาร้ายแรงในชีวิต จำเป็นจะต้องทำพิธีเพื่อเสริมดวงชะตา ให้โอนเงินเพื่อเข้าร่วมพิธี เมื่อทำเสร็จแล้วจะโอนเงินคืนให้ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไปหลายครั้ง ต่อมาเมื่อทำพิธีเสร็จสิ้นทักไปสอบถามเพื่อขอเงินคืนแต่ไม่สามารถติดต่อได้ จึงทำการตรวจสอบผ่านทาง Facebook เดิมอีกครั้งพบว่ามีบุคคลอื่นที่โอนเงินไปและไม่ได้รับเงินคืนเช่นเดียวกัน ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอก สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 11,143,520 บาท ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 11 กรกฎาคม 2568 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้ 1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,901,580 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,072 สาย 2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 767,933 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,241 บัญชี 3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 242,592 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 31.59 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 175,178 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 22.81 (3) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 112,716 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.68 (4) หลอกลวงลงทุน 106,085 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 13.81 (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 54,661 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.12 (และคดีอื่นๆ 76,701 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 9.99) “จากเคสตัวอย่างจะเห็นได้ว่า มิจฉาชีพใช้โฆษณาหลอกลวงผู้เสียหาย เพื่อให้ลงทุนเทรดหุ้น และคดีหลอกให้รักแล้วโอนเงิน นอกจากนี้ยังมีหลอกให้ลงทุนหารายได้พิเศษ รวมทั้งยังมีเคสที่มิจฉาชีพหลอกลวงเป็นหมอดู ให้โอนเงินเสริมดวงชะตา ซึ่งพบว่ามีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 11 ล้านบาท ทั้งนี้ขอย้ำว่า การลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขณะเดียวกันหากมีการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่องค์กรต่างๆ หรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการ ควรตรวจสอบให้แน่ชัด โดยเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ จะไม่มีการติดต่อกับประชาชนโดยตรง หรือติดต่อผ่านทางโซเชียลมีเดีย” นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดยกระทรวงดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441 แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com ----------------------------------------------------

วันที่ 14 กรกฎาคม 2568 นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นวิทยากรบรรยายหลักสูตร "วัคซีนชีวิตเพื่อสังคม" (Life Vaccine for social) ในหัวข้อ บทบาทของ ศปอท. ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ ณ โรงแรมเมเปิล บางนา กรุงเทพฯ

วันที่ 14 กรกฎาคม 2568 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวงดีอี ได้รับการสอบถามจากประชาชน เรื่อง การเปิดรับสมัครลูกจ้างโครงการที่เกี่ยวข้องกับโครงการ “1 อำเภอ 1 ไอทีแมน” โดยมีการอ้างอิงรายละเอียดการรับสมัครบุคคล ในโครงการ “1 อำเภอ 1 ไอทีแมน” ซึ่งเป็นโครงการของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในสังกัดกระทรวงดีอี ที่มีการเปิดรับสมัครทั่วประเทศ และให้ส่งเอกสารข้อมูลส่วนบุคคลให้กับบริษัทผู้รับสมัคร พร้อมเรียกรับเงินค่าสมัครงาน ในสื่อสังคมออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน  Facebook และ Line ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ตรวจสอบแล้วพบว่า “การรับสมัครลูกจ้างกระทรวงดิจิทัลฯ 1 อำเภอ 1 ไอทีแมน โดยมีการเรียกรับเงินค่าตอบแทนสมัครงาน” เป็นข้อมูลเท็จ และขอชี้แจงว่า การแอบอ้างดังกล่าวไม่เป็นความจริง และกระทรวงดีอีไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำดังกล่าว “ปัจจุบันกระทรวงดีอี โดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) เตรียมดำเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะความรู้เพื่อขับเคลื่อนและยกระดับกำลังคนดิจิทัลระดับอำเภอ ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีการเปิดรับสมัครบุคคล ทำงานประจำอำเภอทั่วประเทศ และเรียกรับเงินค่าตอบแทนในการสมัครงานแต่อย่างใด โดยขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ หรือส่งต่อข้อความใดๆ ที่มีการแอบอ้างรับสมัครงานดังกล่าว ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการสูญเสียข้อมูลส่วนบุคคล และทรัพย์สิน รวมทั้งทำให้เกิดการเข้าใจผิด ที่มีผลกระทบเป็นวงกว้างในสังคม” นายเวทางค์ กล่าว แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.)|  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com ----------------------------------------------------

เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2568 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นำคณะผู้แทนจากกระทรวงดีอี สถิติจังหวัดขอนแก่น และผู้บริหาร บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ในระดับพื้นที่ และ คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผล (ค.ต.ป.) ประจำกระทรวงดีอี เข้าพบ นายศิริวัฒน์ พินิจพานิชย์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เพื่อแนะนำระบบ e-Office บนคลาวด์กลางภาครัฐสำหรับผู้ว่าราชการจังหวัด รวมถึงหารือแนวทางการขับเคลื่อนการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้ GDCC ซึ่งจะช่วยยกระดับการดำเนินงานด้านเอกสารของจังหวัดขอนแก่นสู่รูปแบบไร้กระดาษ (Paperless) รองรับการทำงานนอกสถานที่ (Work From Anywhere) ให้สามารถเสนอและลงนามเอกสารได้ทุกที่ ทุกเวลา เพิ่มความรวดเร็วในการปฏิบัติราชการและการให้บริการประชาชน   ขณะเดียวกันในวันที่ 15 กรกฎาคม 2568  นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดีอีพร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี ระดับพื้นที่ เข้าร่วมการจัดอบรมการใช้งานระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Office) ในส่วนภูมิภาค ครั้งที่ 6 ณ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งจัดโดยกระทรวงดีอี โดยมีนายศิริวัฒน์ พินิจพานิชย์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ให้เกียรติเป็นประธานเปิดการอบรมฯ รวมถึงมี ค.ต.ป. ประจำกระทรวงดีอี เข้าร่วมสังเกตการณ์ และมีผู้เข้าร่วมอบรมจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานราชการส่วนภูมิภาคกว่า 550 คน  ซึ่งผู้เข้าร่วมการอบรมจะเป็นพี่เลี้ยงแก่หน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ในการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้ GDCC ของจังหวัดขอนแก่น รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง รองรับแนวทางรัฐบาลดิจิทัล ต่อไป


วันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเปิดงาน “AIBP Conference & Exhibition 2025” พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “Scaling AI Transformation ความสำคัญของการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านปัญญาประดิษฐ์ และการพัฒนาขีดความสามารถด้าน AI ในไทย” จัดขึ้น ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพฯ

วันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมงานสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริมองค์การมหาชนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศ โดยมีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานเปิดงานสัมมนา เพื่อเป็นเวทีการสร้างความเข้าใจ และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น แลกเปลี่ยนความรู้ และแนวทางในการส่งเสริมบทบาทขององค์การมหาชนให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ณ ห้องประชุมสยามฮอลล์ ชั้น 6 โรงแรมอีสติน แกรนด์ พญาไท กรุงเทพฯ

วันที่ 16 กรกฎาคม 2568 ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) เข้ารับรางวัล “MIDL AWARDS 2025” ประเภทบุคคลดีเด่น อายุเกิน 25 ปีบริบูรณ์ ในงานประกาศผลรางวัล MIDL AWARDS 2025 รางวัลดีเด่น ด้านการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ และการรู้เท่าทันสื่อประจำปี 2568 จัดโดย สมาคมวิทยุและสื่อเพื่อเด็กและเยาวชน (สสดย.) ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และองค์กรภาคีเครือข่าย ณ ห้องพีโอนี ชั้น 6 โรงแรม TK Palace หลักสี่ กรุงเทพฯ


วันที่ 17 กรกฎาคม 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานคณะทำงานเพื่อเตรียมความพร้อมในการดำเนินการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ (United Nations Convention against Cybercrime) ของประเทศไทยครั้งที่ 2/2568 โดยมีนางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศกระทรวงดีอี นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 02/10 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

ภาพรวม e-Office

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.