Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

ที่มาและความสำคัญ

การดำเนินการ

แนวทางการบริหารจัดการองค์กรต้นแบบ

ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา

Overview

Background & Significance

Implementation

Model Management Guidlines

Key Achievements

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “กระทรวงดิจิทัลฯ ประกาศรับสมัคร เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ดิจิทัลชุมชน มีค่าแรกเข้า 50,000 บาท” รองลงมาคือเรื่อง “กระทรวงสาธารณสุข ยืนยัน เบกกิ้งโซดา ช่วยให้สายตากลับมามองเห็นชัดใน 5 วัน” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด และสับสนในสังคม นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 11 – 17 กรกฎาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 887,665 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 671 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 627 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 36 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 8 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 214 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 89 เรื่อง ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 106 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 27 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 13 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 8 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 61 เรื่อง นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ เป็นข่าวการให้บริการของหน่วยงานรัฐ ข่าวเกี่ยวกับเรื่องของความมั่นคงภายในประเทศ และระหว่างประเทศ และข่าวที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพ ซึ่งมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ ทำให้เกิดความตื่นตระหนก วิตกกังวล สับสน เข้าใจผิดได้ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง กระทรวงดิจิทัลฯ ประกาศรับสมัคร เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ดิจิทัลชุมชน มีค่าแรกเข้า 50,000 บาท อันดับที่ 2 : เรื่อง กระทรวงสาธารณสุข ยืนยัน เบกกิ้งโซดา ช่วยให้สายตากลับมามองเห็นชัดใน 5 วัน อันดับที่ 3 : เรื่อง รฟท. เปิดตัวรถด่วนคริสตัล 2026 เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ อันดับที่ 4 : เรื่อง คนไทยติดเชื้อ HIV 6 แสนคน เฉลี่ยชั่วโมงละ 2 คน อันดับที่ 5 : เรื่อง ปราสาทตาควาย อยู่ในเขตแดนและอธิปไตยของกัมพูชา อันดับที่ 6 : เรื่อง กัมพูชายื่น UNESCO ขอชุดไทยแลกเปลี่ยนเพื่อจบปัญหาชายแดน อันดับที่ 7 : เรื่อง กองสลากฯ สั่งล็อกเลขสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 ก.ค. 68 อันดับที่ 8 : เรื่อง กองทัพไทย ส่งหน่วยพร้อมรบเคลื่อนที่เร็ว (RDF) เข้าทำลายข้าศึก จบสงครามได้ราบคาบ อันดับที่ 9 : เรื่อง แม่ทัพภาคที่ 2 เปิดรับบริจาคข้าวสารให้ทหารแนวหน้า อันดับที่ 10 : เรื่อง กัมพูชา นำวรรณกรรมไทย 22 เรื่อง ไปขึ้นทะเบียนมรดกโลก สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “กระทรวงดิจิทัลฯ ประกาศรับสมัคร เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ดิจิทัลชุมชน มีค่าแรกเข้า 50,000 บาท” กระทรวงดีอี โดย สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) หรือ BDE ได้ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า สดช. ได้ดำเนินการคัดเลือกผู้รับจ้างในการดำเนินการโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะความรู้เพื่อขับเคลื่อนและยกระดับกำลังคนดิจิทัลระดับอำเภอ โดยข้อกำหนดตามขอบเขตของงานข้อ 4.2.1 กำหนดให้ “ผู้รับจ้างต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่บริหารงานระดับอำเภอ จำนวน 878 คน เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนกำลังคนในพื้นที่” ทั้งนี้จากการสอบถามผู้ชนะการเสนอราคา (บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) พบว่า บริษัทฯ ได้เตรียมการในการดำเนินงานโครงการ โดยได้ประกาศรับสมัครบุคลากรเพื่อเสนอ สดช. พิจารณาก่อนปฏิบัติงานจริงตามสัญญา ซึ่งการรับสมัครดังกล่าว “ไม่มีการเรียกรับเงินค่าแรกเข้าในการสมัครและค่าใช้จ่ายอื่นใดทั้งสิ้น” ดังนั้นจึงขอเตือนให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อมิจฉาชีพ ที่แอบอ้างรับสมัครงานดังกล่าว โดยหลอกลวงเรียกรับค่าแรกเข้าและค่าใช้จ่ายในการรับสมัครอื่นๆ ด้านข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “กระทรวงสาธารณสุข ยืนยัน เบกกิ้งโซดา ช่วยให้สายตากลับมามองเห็นชัดใน 5 วัน” กระทรวงดีอี ร่วมกับสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า คลิปตามภาพข่าวนั้น เป็นคลิป AI ที่ถูกผู้ไม่หวังดีนำภาพและเสียงของ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ไปแอบอ้างในการให้คำแนะนำ และโฆษณาในประเด็นสุขภาพดังกล่าว ซึ่งอาจทำให้มีประชาชนหลงเชื่อทำตาม ด้วยหวังว่าจะหายจากโรค จนสูญเสียโอกาสในการรักษาได้ ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าหลงเชื่อวิธีการรักษาในสื่อออนไลน์ ซึ่งไม่มีที่มาหรือข้อมูลอย่างเป็นทางการ และอาจทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตได้ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทันส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com --------------------------------------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ธนาคารกรุงไทยปล่อยสินเชื่อ ครัวเรือนละ 200,000 บาท ผ่อนนาน 60 เดือน” รองลงมาคือเรื่อง “เพจ ออมสินพลัส โดย ธ.ออมสิน เปิดขายหวยออนไลน์ถูกกฎหมาย” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม เลือกเชื่อ-แชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ หวั่นสร้างความสูญเสียทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สิน และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 11 – 17 กรกฎาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 887,665 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 671 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 627 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 36 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 8 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 214 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 89 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ธนาคารกรุงไทยปล่อยสินเชื่อ ครัวเรือนละ 200,000 บาท ผ่อนนาน 60 เดือน อันดับที่ 2 : เรื่อง เพจ ออมสินพลัส โดย ธ.ออมสิน เปิดขายหวยออนไลน์ถูกกฎหมาย อันดับที่ 3 : เรื่อง OR เปิดเสนอขายหุ้นสามัญ IPO ให้ประชาชนทั่วไป เริ่มต้น 5,000 บาท ปันผลวันละ 1,480 บาทอันดับที่ 4 : เรื่อง กระทรวงยุติธรรม เปิดเพจเฟซบุ๊กให้ผู้ถูกหลอกลวงทางออนไลน์ ลงทะเบียนรับเงินคืน อันดับที่ 5 : เรื่อง โอ้กะจู๋ จับมือ OR เปิดขายหุ้น เริ่มต้น 1,000 บาท รับปันผล 390 บาทต่อวัน พร้อมผู้เชี่ยวชาญจาก ก.ล.ต. ให้คำแนะนำ อันดับที่ 6 : เรื่อง PTT ส่ง SMS ให้คลิกลิงก์ใช้คะแนนสะสมก่อนหมดอายุ อันดับที่ 7 : เรื่อง เจ้าหน้าที่กรมบัญชีกลาง ติดต่อแจ้งวิธีผูกบัญชีเพื่อขอรับเงิน ช.ค.บ. อันดับที่ 8 : เรื่อง ลงทุนหุ้น OR เพื่อร่วมเป็นเจ้าของร้านกาแฟ เริ่มต้น 5,000.- รับปันผล 1,480.- /วัน อันดับที่ 9 : เรื่อง ติดต่อรับเงินคืนจากการถูกฉ้อโกงออนไลน์ ผ่านเพจ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร อันดับที่ 10 : เรื่อง PTT ส่ง SMS แจ้งผู้ใช้บริการ ให้แลกคะแนนสะสมผ่านลิงก์ “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวการชักชวนให้ลงทุนโดยอ้างชื่อหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ข่าวการให้บริการสินเชื่อของธนาคารรัฐ และข่าวการให้บริการของหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ซึ่งมีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง ทำให้ประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ธนาคารกรุงไทยปล่อยสินเชื่อ ครัวเรือนละ 200,000 บาท ผ่อนนาน 60 เดือน” กระทรวงดีอี ได้ประสานงาน ธนาคารกรุงไทย กระทรวงการคลัง ตรวจสอบพบว่า เป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า ธนาคารกรุงไทยไม่มีบริการปล่อยสินเชื่อ ครัวเรือนละ 200,000 บาท ผ่อนนาน 60 เดือน ผ่านบัญชี TikTok ชื่อ bbbbi989 โดยบัญชีดังกล่าวเป็นมิจฉาชีพแฝงตัวมาหลอกลวง ซึ่งได้มีการนำภาพของธนาคารกรุงไทยไปแอบอ้าง ทั้งนี้ ธนาคารไม่มีนโยบายปล่อยสินเชื่อผ่านบัญชี TikTok ใด ๆ ทั้งสิ้น โดยหากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ 02-111-1111 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่เพจเฟซบุ๊ก Krungthai Care (https://www.facebook.com/krungthaibank) ดังนั้นขอเตือนประชาชนให้ระมัดระวังการสมัครขอรับสินเชื่อผ่านทางออนไลน์ ซึ่งเท่ากับเป็นการให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่มิจฉาชีพ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด สามารถแจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.) |  Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com--------------------------------------------------------------------------------------


นางสาววงศ์อะเคื้อ บุญศล โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 14 - 20 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ศูนย์ AOC 1441 (Anti Online Scam Operation Center) ได้มีรายงานเคสตัวอย่างอาชญากรรมออนไลน์ที่ประชาชนได้รับผลกระทบจากการถูกหลอกลวง จำนวน 5 เคส ประกอบด้วย    คดีที่ 1 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 1,700,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่สหกรณ์ออมทรัพย์กรมศุลกากร แจ้งว่าผู้เสียหายมีเงินออมทรัพย์คงเหลือจำนวนมาก ต้องติดต่อที่สำนักงานเพื่อรับเงินคงเหลือคืน แต่หากไม่สะดวกสามารถทำตามคำแนะนำที่เจ้าหน้าที่แจ้งได้ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงเพิ่มเพื่อนทาง Line ต่อมาให้สแกน QR Code กรอกข้อมูลส่วนตัวและทำตามขั้นตอนที่มิจฉาชีพแนะนำ เมื่อทำตามขั้นตอนเสร็จสิ้น ได้รับข้อความว่าเงินในบัญชีได้ถูกโอนออกไปจนหมด จึงติดต่อสอบถามแต่พบว่าไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 2 คดีหลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล หรือวัตถุประสงค์อื่นๆ มูลค่าความเสียหาย 1,790,812 บาท โดยผู้เสียหายได้พบโฆษณากิจกรรมแจกสินค้าเสริมความงาม ผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงทักไปสอบถามรายละเอียดผ่านทาง Messenger Facebook จากนั้นมิจฉาชีพแจ้งว่ามีกิจกรรมให้เข้าร่วมกดถูกใจสินค้าเพื่อนำคะแนนมาแลกเป็นส่วนลด เมื่อทำกิจกรรมครบตามกำหนดจะได้รับรางวัลมูลค่าสูงจากบริษัท แต่ต้องโอนเงินเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม โดยยอดเงินทั้งหมดจะเก็บไว้ในระบบ และจะคืนให้เมื่อทำกิจกรรมเสร็จสิ้น ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป ต่อมาต้องการยกเลิกและถอนเงิน มิจฉาชีพอ้างว่าผู้เสียหายทำผิดกติกาจึงไม่สามารถนำเงินออกได้ ต้องโอนเงินมาเพื่อแก้ไขระบบ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป ภายหลังจากโอนเงินไม่สามารถถอนเงินและไม่สามารถติดต่อได้ ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 3 คดีหลอกลวงให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มูลค่าความเสียหาย 1,752,617 บาท โดยผู้เสียหายพบโฆษณาชักชวนลงทุนเทรดหุ้นผ่านช่องทาง Facebook ผู้เสียหายสนใจจึงทักไปสอบถามรายละเอียดผ่านทาง Messenger Facebook และเพิ่มเพื่อนผ่าน Line จากนั้นมิจฉาชีพอ้างตนเป็นผู้เชี่ยวชาญสอนวิธีลงทุนเทรดหุ้น ต่อมาให้ติดตั้งแอปพลิเคชันเพื่อลงทุน ในช่วงแรกสามารถถอนเงินจากระบบได้ จึงโอนเงินลงทุนเพิ่มมากขึ้น ภายหลังต้องการถอนเงินแต่ไม่สามารถถอนได้ มิจฉาชีพอ้างว่าบัญชีธนาคารของผู้เสียหายมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีการฟอกเงินทางระบบจึงระงับบัญชีไว้ชั่วคราว จะต้องโอนเงินมาเพื่อปลดการระงับก่อน ภายหลังจากโอนเงินไปพบว่าไม่สามารถถอนเงินและไม่สามารถติดต่อได้อีก ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอก   คดีที่ 4 คดีข่มขู่ทางโทรศัพท์ให้เกิดความกลัวแล้วหลอกให้โอนเงิน (Call Center) มูลค่าความเสียหาย 9,472,047 บาท ทั้งนี้ผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านทางโทรศัพท์ อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่เครือข่ายโทรศัพท์ AIS แจ้งว่าผู้เสียหายได้เปิดใช้หมายเลขโทรศัพท์และเปิดบัญชีธนาคารที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน จากนั้นเพิ่มเพื่อนทาง Line มีการสนทนาผ่าน VDO Call กับเจ้าหน้าที่อีกคน โดยอ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขอสอบปากคำและตรวจสอบเส้นทางการเงินในบัญชี โดยให้โอนเงินของผู้เสียหายรวมถึงโอนเงินในบัญชีของคนครอบครัวทั้งหมดเพื่อนำมาตรวจสอบ หากไม่ให้ความร่วมมือจะมีความผิดตามกฎหมายขั้นร้ายแรง ผู้เสียหายและครอบครัวหลงเชื่อจึงทำการโอนเงินไป หลังจากโอนเงินเสร็จไม่สามารถติดต่อได้อีก ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอก   และคดีที่ 5 คดีหลอกลวงให้รักแล้วโอนเงิน (Romance Scam) มูลค่าความเสียหาย 1,202,000 บาท โดยผู้เสียหายได้รับการติดต่อจากมิจฉาชีพผ่านช่องทาง Tiktok ใช้โพรไฟล์เป็นชายหนุ่มหน้าตาดี และเพิ่มเพื่อนทาง Line พูดคุยจนเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจกัน จากนั้นมิจฉาชีพชักชวนลงทุนกองทุนหุ้นกู้ อ้างว่าเพื่อสร้างอนาคตให้กับบุตรชายของผู้เสียหาย และจะแต่งงานสร้างอนาคตร่วมกัน ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินไป ต่อมามีการยืมเงินอีกหลายครั้ง อ้างว่ามีอาการป่วยหนักจำเป็นต้องใช้เงินเพื่อรักษา ผู้เสียหายเกิดความสงสัย จึงพยายามนัดเจอกัน แต่ฝ่ายชายปฏิเสธและไม่สามารถติดต่อได้อีก ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกมิจฉาชีพหลอก   สำหรับมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้ง 5 คดี รวม 15,917,476 บาท    ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานของ ศูนย์ AOC 1441 ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ถึง วันที่ 18 กรกฎาคม 2568 มีตัวเลขสถิติผลการดำเนินงาน ดังนี้  1. สายโทรเข้า 1441 จำนวน 1,923,498 สาย / เฉลี่ยต่อวัน 3,073 สาย  2. ระงับบัญชีธนาคาร จำนวน 781,683 บัญชี / เฉลี่ยต่อวัน 1,249 บัญชี  3. ระงับบัญชีตามประเภทคดีสูงสุด 5 ประเภท ได้แก่ (1) หลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ 246,805 บัญชี คิด เป็นร้อยละ 31.57 (2) หลอกลวงหารายได้พิเศษ 177,894 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 22.76 (3) หลอกลวงให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล 116,519 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 14.91 (4) หลอกลวงลงทุน 107,646 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 13.77 (5) หลอกลวงให้กู้เงิน 55,415 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 7.09 (และคดีอื่นๆ 77,404 บัญชี คิดเป็นร้อยละ 9.90)    “จากเคสตัวอย่างมิจฉาชีพได้หลอกลวงผู้เสียหาย โดยอ้างว่าเป็น เจ้าหน้าที่ AIS แจ้งว่ามีเบอร์โทร และบัญชีธนาคารเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน ก่อนส่งต่อให้คุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจปลอม โดยหลอกให้ทำการโอนเงินตรวจสอบบัญชีของตัวผู้เสียหายและคนในครอบครัว พบเสียหายกว่า 9 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีคดีหลอกให้ลงทุนหารายได้พิเศษ และคดีหลอกลวงให้รักแล้วโอนเงินร่วมลงทุน รวมทั้งคดีอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สหกรณ์ออมทรัพย์กรมศุลกากร หลอกให้ผู้เสียหายสแกน QR Code ติดตั้งแอปฯดูดเงิน”  นางสาววงศ์อะเคื้อ กล่าว    ทั้งนี้ขอย้ำว่า การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่องค์กรต่างๆ หรือเจ้าหน้าที่หน่วยงานราชการ ควรตรวจสอบให้แน่ชัด โดยเจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ จะไม่มีการติดต่อกับประชาชนโดยตรง หรือติดต่อผ่านทางโซเชียลมีเดีย และการลงทุนในธุรกิจที่ไม่มีการรับรองโดยหน่วยงานน่าเชื่อถือ เป็นการเสี่ยงต่อการถูกหลอกลวง ขณะเดียวกันไม่ควรสแกน QR Code หรือดาวน์โหลดลิงก์ต่างๆ ที่ยังไม่มีการตรวจสอบ เพราะอาจเป็นการติดตั้งแอปฯดูดเงิน และข้อมูลส่วนตัวโดยไม่ตั้งใจ    อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนยึดหลัก 4 ไม่ คือ 1. ไม่กดลิงก์ 2.ไม่เชื่อ 3.ไม่รีบ และ 4.ไม่โอน ก่อนที่จะทำธุรกรรมใดๆ อย่ากดเข้าลิงก์เว็บไซต์ หรือดาวน์โหลด และอัปโหลดแพลตฟอร์ม ที่มีการส่งต่อจากช่องทางที่ไม่แน่ใจ โดยกระทรวงดีอี ได้เร่งดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการเผยแพร่ให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันภัยอาชญากรรมออนไลน์ ผ่านศูนย์ AOC 1441 เพื่อแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง    หากประชาชนโดนหลอกออนไลน์ โทรแจ้งดำเนินการ ระงับ อายัดบัญชี AOC 1441  แจ้งเบาะแส ข่าวปลอม และอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ โทรสายด่วน 1111 (24 ชม.)  | Line ID: @antifakenewscenter | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com      ----------------------------------------------------

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2568 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจสังคม (ดีอี) นำคณะผู้แทนจากกระทรวงดีอี และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมหารือกับ พลโท รัฐพล  ธูปประสม เจ้ากรมสารบรรณทหาร และคณะ พร้อมแนะนำแนวทางการใช้งานการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้ GDCC ณ ห้องประชุมกรมสารบรรณทหาร ชั้น 5 อาคาร 9 กองบัญชาการกองทัพไทย   จากการนำเสนอระบบและหารือ ทางกรมสารบรรณทหารเห็นถึงประโยชน์ของระบบ e-Office ภายใต้ GDCC ที่จะสามารถสนับสนุนการทำงานด้านเอกสารของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพและสะดวกมากยิ่งขึ้น โดยในโอกาสนี้ ได้มอบหมายเจ้าหน้าที่สำหรับประสานงานและหารือเพิ่มเติมในรายละเอียดการใช้งานระบบฯ ต่อไป

วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับที่ปรึกษาคณะผู้แทนประเทศญี่ปุ่นประจำอาเซียน ในโอกาสเข้าศึกษาดูงาน การดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) ณ ศูนย์ปฏิบัติการฯ  AOC 1441 กรุงเทพฯ

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.