Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวปาฐกถาพิเศษ (Special Keynote) ในงาน ABA Roundtable on Digital Trade Connectivity 2025 ในหัวข้อ การค้าดิจิทัลและอนาคตเศรษฐกิจไทย : โอกาสความท้าทาย และแนวทางขับเคลื่อน ณ โรงแรมชาเทรียม ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพ

วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงดีอี ร่วมบันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2568 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ สถานีโทรทัศน์ NBT

วันที่ 22 กรกฎาคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงดีอี ร่วมบันทึกเทปโทรทัศน์ถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง 12 สิงหาคม 2568 เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ณ สถานีโทรทัศน์ ช่อง 7 HD


นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตามที่พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ 2568 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ โดยเฉพาะการปราบปรามการก่อเหตุของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และการหลอกลวงทางออนไลน์ที่มีผลกระทบต่อประชาชน โดยยกระดับ “ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center: AOC)” เป็น “ศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” หรือ ศปอท. ซึ่งเป็นกลไกหลักในการรับแจ้งเหตุ รับคำร้องทุกข์ สั่งระงับธุรกรรมทางการเงิน ประสานงานวิเคราะห์ข้อมูล และสามารถดำเนินคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้อย่างรวดเร็ว ครบวงจร และมีประสิทธิภาพมากขึ้น    ปัจจุบัน ศปอท. ได้บูรณาการข้อมูลร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) สมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ฯลฯ  ซึ่งมีผลทำให้การดำเนินการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ปรากฎเป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น    สำหรับผลการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ในช่วงวันที่  14 เมษายน – 20 กรกฎาคม 2568 (ระยะเวลา 3 เดือนหลังบังคับใช้ พ.ร.ก.) สามารถดำเนินการปิดกั้นเว็บพนันออนไลน์จำนวน 19,676 URLs และแพลตฟอร์มหลอกลวงจำนวน 14,143 URLs พร้อมระงับบัญชีธนาคารได้เป็นจำนวน 181,989 บัญชี    ทั้งนี้จากผลการดำเนินงานดังกล่าวทำให้ ศปอท. สามารถจัดการคดีอาชญากรรมออนไลน์ได้แล้วจำนวน 88,995 คดี ช่วยยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการหลอกลวงประชาชนได้เป็นจำนวน 5,895.96 ล้านบาท   ขณะเดียวกันกระทรวงดีอี ยังได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ในกระบวนการปิดกั้นเว็บไซต์ ซึ่งสามารถตรวจสอบ URLs ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายได้รวดเร็ว (เทียบเท่าการทำงานโดยเจ้าหน้าที่จำนวน 94 คน) ช่วยลดขั้นตอนการยื่นคำร้องต่อศาลลงได้ 5 วันทำการ และคาดว่าจะเพิ่มจำนวน URLs ที่ถูกสั่งปิดในปี 2568 ได้ถึงร้อยละ 70.7 (โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้นวันละ 175 URLs)   อย่างไรก็ตาม พระราชกำหนดฯ ดังกล่าว มีเป้าหมายเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถบูรณาการดำเนินการด้านการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการกำหนดให้หน่วยงานเอกชนมีส่วนร่วมรับผิดในความเสียหาย เกิดการป้องกันการก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่รัดกุม ซึ่งที่ผ่านมาสามารถลดมูลค่าความเสียหายได้อย่างมีนัยสำคัญอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยังกำหนดมาตรการที่จะช่วยเยียวยาความเสียหายให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของมิจฉาชีพ   --------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี คณะผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานในสังกัด และเจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี ร่วมพิธีทำบุญและพิธีสงฆ์ เนื่องในโอกาสกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ย้ายที่ทำการแห่งใหม่ ณ บริเวณโถง ชั้น 1 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ศูนย์ราชการ เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (พื้นที่โซนซี)

วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิด “โครงการพัฒนาภาคีเครือข่ายด้านระบบสื่อสารโทรคมนาคมรองรับสถานการณ์วิกฤต ประจำปี พ.ศ.2568” ร่วมด้วยผู้บริหารหน่วยงานภาคีทั้งส่วนกลาง และส่วนภูมิภาค อาทิ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กสทช. กองตำรวจสื่อสาร กรมอุตุนิยมวิทยา บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สถิติจังหวัดราชบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรี มณฑลทหารบกที่ 22 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ราชบุรี ผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ ฯลฯ ณ โรงแรม เวสเทิร์นแกรนด์โฮเท็ล จังหวัดราชบุรี   สำหรับโครงการพัฒนาภาคีเครือข่ายด้านระบบสื่อสารโทรคมนาคมรองรับสถานการณ์วิกฤต ประจำปี พ.ศ.2568 จัดขึ้นโดยกองการสื่อสารโทรคมนาคม สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมีวัตถุประสงค์ในการฝึกซ้อมด้านระบบสื่อสารโทรคมนาคมเพื่อรองรับสถานการณ์วิกฤตทั้งในรูปแบบการฝึกซ้อมแบบตั้งโต๊ะ (Table Top Exercise (TTX)) การฝึกแลกเปลี่ยน (Cross Training Exercise) และการฝึกซ้อมภาคสนาม (FTX : Field Training Exercise) เตรียมความพร้อมและการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่าย เพื่อรองรับการระดมทรัพยากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สนับสนุนภัยพิบัติต่าง ๆ รวมถึงภัยจากการสู้รบ ตามแผนผนึกกำลังและทรัพยากรเพื่อการป้องกันประเทศ และจะมีการเข้าร่วมการฝึกระดมสรรพกำลังเพื่อการทหาร ประจำปี 2568 (กรส.68) เพื่อให้ระบบสื่อสารมีความพร้อมสามารถใช้งานได้ในทุกสถานการณ์

วันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานขับเคลื่อนองค์กรคุณธรรม โดยมีหน่วยงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 10/02 ชั้น 10 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจสังคม

วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็น)ระธานในพิธีเปิดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ “สานสัมพันธ์เครือข่ายภาครัฐ GCC 1111 ปี 2568” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อบูรณาการความร่วมมือ การทำงานระหว่างเครือข่ายภาครัฐในภารกิจของ GCC 1111 เสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับแนวโน้มเทคโนโลยี และแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ณ โรงแรม ริเวอร์ตัน อัมพวา อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม   สำหรับโครงการศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC 1111) เป็นโครงการ ที่เกิดขึ้นตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2546 โดยมอบหมายให้ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการภายใต้ การกำกับดูแลของกระทรวงดีอี เพื่อเป็นช่องทางหลัก ให้กับประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลภาครัฐทั้งหมด ปัจจุบันข้อมูลที่ดำเนินการให้บริการประกอบด้วย ข้อมูลของ 20 กระทรวง ส่วนงานที่ไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวง หรือทบวง และส่วนราชการอื่น ๆ  

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า จากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย - กัมพูชา ที่เกิดขึ้นนั้น ตนได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี พื้นที่จังหวัดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ได้แก่ จ.อุบลราชธานี ศรีษะเกษ สุรินทร์ และ บุรีรัมย์ ประสานงานให้ความช่วยเหลือประชาชนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งให้ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ดูแลอำนวยความสะดวกด้านระบบสื่อสารโทรคมนาคมให้กับกองกำลังทหารในพื้นที่ และติดตั้งจุดให้บริการ Free Wi-Fi ในพื้นที่บริเวณศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่อให้บริการแก่ประชาชน    ขณะเดียวกัน จากการที่มีการเผยแพร่ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประเด็นความไม่สงบเป็นจำนวนมาก ทางศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (Anti-Fake News Center) ได้ตรวจสอบพบว่ามีการเผยแพร่ข้อมูลหรือข่าวสารที่บิดเบือนไปจากความเป็นจริงปะปนอยู่ ซึ่งหากมีการส่งต่อข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงอาจสร้างความตื่นตระหนก และมีผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง    ดังนั้นจึงขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข่าวที่เป็นทางการ หรือจากหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อความถูกต้องและแม่นยำของข้อมูล หรือสามารถติดตาม และตรวจสอบข้อมูลของข่าวจากช่องทางหลักของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย หรือ โทรสายด่วน 1111 ตลอด 24 ชม. โดยหากพบโพสต์ ข้อความต้องสงสัย สามารถส่งลิงก์หรือภาพหลักฐานเพื่อตรวจสอบได้ตามช่องทางดังกล่าว   “กระทรวงดีอีขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา และขอส่งความห่วงใยไปยังพี่น้องประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ครั้งนี้ รวมทั้งขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ ขอให้ทุกท่านปฏิบัติภารกิจด้วยความระมัดระวัง เข้มแข็ง และยึดมั่นในความปลอดภัยเป็นสำคัญ และขอขอบคุณในความเสียสละที่ทุ่มเทเพื่อประเทศชาติอย่างเต็มความสามารถ” รองนายกฯ ประเสริฐ กล่าว   --------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 24 กรกฎาคม 2568 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ได้เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมสัมมนาหัวข้อ “การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและนวัตกรรมเพื่อขับเคลื่อนในการปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 (4IR) และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ภายใต้แผนงาน IMT-GT” ณ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ เพื่อเป็นเวทีในการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลสำหรับเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการยกระดับและการเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนองค์กรและเร่งรัดความสามารถในการแข่งขันของอนุภูมิภาค IMT-GT โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและวิทยากรจากประเทศสมาชิก IMT-GT 3 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย  มาเลเซีย และไทย จากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และผลักดันความร่วมมือระหว่างกัน

วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า จากการที่ กระทรวงดีอี ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการบูรณาการบริการข้อมูลความรู้ความเข้าใจด้านดิจิทัล ความตระหนักรู้เกี่ยวกับปัญหาการหลอกลวงทางสื่อออนไลน์ และการแจ้งเตือนภัยจากการหลอกลวงทางสื่อออนไลน์และข่าวปลอมแก่ประชาชนผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ร่วมกับสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2568 ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการยกระดับการบรรเทาผลกระทบจากปัญหาการหลอกลวงทางสื่อออนไลน์และข่าวปลอมที่สร้างความเสียหายต่อประชาชนนั้น    ทั้งนี้ปัจจุบัน ประชาชนสามารถใช้บริการแจ้งเตือนข่าวปลอม - ภัยออนไลน์ และการให้ความรู้ด้านดิจิทัล ของกระทรวงดีอี ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ได้แล้ว โดยมีบริการประกอบด้วย 1.บริการข้อมูลความรู้ด้านดิจิทัล ซึ่งประชาชนสามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวัน เตรียมความพร้อมเข้าสู่การเป็นพลเมืองดิจิทัล 2. บริการข้อมูลข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับข่าวปลอม การแจ้งเตือนภัยจากการหลอกลวงทางสื่อออนไลน์ และข่าวปลอม 3. สนับสนุนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำระบบงานจัดเก็บข้อมูลแอปฯ Cyber Community Thailand ให้สามารถใช้บริการผ่านแอปฯ “ทางรัฐ” โดยมีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสมในการเข้าถึงบริการของประชาชน และการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน   “การให้ความรู้ด้านดิจิทัล การแจ้งเตือนข่าวปลอม และภัยออนไลน์ ผ่านแอปฯ “ทางรัฐ” ถือเป็น 1 ในช่องทางที่สามารถเข้าถึงประชาชนได้ทั่วประเทศ ซึ่งช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลในการป้องกันตัวเองจากภัยคุกคามทางออนไลน์ ลดความเสี่ยงการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ และสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ประชาชน” นายเวทางค์ กล่าว   สำหรับแอปฯ ทางรัฐ มีบริการภาครัฐกว่า 179 บริการ รวมถึงบริการประเภทแจ้งเรื่องร้องเรียนต่างๆ อาทิ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 / แจ้งเรื่องร้องทุกข์หรือแจ้งเบาะแสกับศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย 1567 /การแจ้งเหตุคดีพิเศษ DSI 1202 หรือ แจ้งอายัดบัญชีธนาคาร เป็นต้น ซึ่งในขณะนี้แอปฯ ทางรัฐ กำลังพัฒนาบริการแจ้งเบาะแสยาเสพติดรวมถึงการแจ้งเบาะแสบุหรี่ไฟฟ้า   นอกจากนี้ กระทรวงดีอี ยังมีบริการแอปพลิเคชัน “Cyber Community Thailand” หรือ “CCT” ที่เปิดให้บริการข้อมูลความรู้ด้านการป้องกันตนเองจากภัยออนไลน์ การตรวจสอบข่าวจริง - ข่าวปลอม การเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านดิจิทัลอื่นๆ    อย่างไรก็ตาม ประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลเบาะแสข่าวปลอม - ภัยออนไลน์ ผ่าน แอปฯ “ทางรัฐ” และ แอปฯ “Cyber Community Thailand” เพื่อป้องกันภัยจากข่าวปลอม และจากการหลอกลวงทางสื่อออนไลน์ และร่วมกันแก้ไขปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยดาวน์โหลดแอปฯ “ทางรัฐ” และแอปฯ “Cyber Community Thailand” ผ่านทาง App Store สำหรับผู้ใช้ iOS และ Google Play Store สำหรับผู้ใช้ Android   --------------------------------------------------------------------------------------

วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณ เป็นข้าราชการที่ดีและพลังของแผ่นดิน พร้อมลงนามถวายพระพรชัยมงคล พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ รวมทั้งแสดงความมุ่งมั่นที่จะเป็นข้าราชการที่ดี มีความซื่อสัตย์สุจริต ร่วมเป็นพลังของแผ่นดินในการสร้างประโยชน์แก่ประชาชนและประเทศชาติต่อไป เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2568 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ณ บริเวณโถง ชั้น 1 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ศูนย์ราชการ เฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (พื้นที่โซนซี)

วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฐ์ วิศิษฏ์สรอรรถ เป็นประธานเปิดการประชุมและเสวนา หัวข้อ "ชุมชนรู้ทันภัยไซเบอร์" สร้างการรับรู้เท่าทันภัยไซเบอร์ในยุคดิจิทัล แก่ภาคประชาชนและผู้ปฏิบัติงานด้านสื่อสารมวลชนทุกภาคส่วนทั่วประเทศ โดยมีนางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ คณะผู้บริหารกรมประชาสัมพันธ์ หัวหน้าส่วนราชการ ภาคีเครือข่ายกรมประชาสัมพันธ์ พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องจากทั่วประเทศกว่า 300 คน ร่วมรับฟังการเสวนาในห้องสตูดิโอและผ่านระบบออนไลน์ ณ ห้องสตูดิโอ ชั้น 1 อาคารสถาบันพัฒนาการประชาสัมพันธ์   สำหรับการเสวนาในหัวข้อ "ชุมชนรู้ทันภัยไซเบอร์" ดังกล่าว เป็นการให้ความรู้เกี่ยวกับกลวิธีรูปแบบใหม่ๆ ในยุค AI ของมิจฉาชีพบนโลกออนไลน์ วิธีป้องกันและการแก้ไขเมื่อเกิดปัญหา รวมถึงการสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังภัยจากมิจฉาชีพออนไลน์ในระดับหมู่บ้านและชุมชน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนทุกคนสามารถใช้งานเทคโนโลยีได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

วันที่ 25 กรกฎาคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 5/2568 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องวายุภักษ์ 7 ชั้น 5 โรมแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.