Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 13 สิงหาคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการหารือความร่วมมือในด้านต่างๆ ระหว่าง กระทรวงดีอี และผู้บริหาร บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด โดยมี ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดีอี นายนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารกระทรวงดีอี คณะทำงานบริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย)  และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุม 1101 ชั้น 11 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   การประชุมครั้งนี้ได้มีการหารือประเด็นสำคัญหลายด้าน ได้แก่ การหารือการดำเนินงานร่วมกันในด้านต่างๆ รวมทั้งภาพรวมธุรกิจการดำเนินงานของ LINE สำหรับโอกาสความร่วมมือในปัจจุบันและอนาคต รวมทั้งการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ


วันที่ 14 สิงหาคม 2568 นายธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแสดงความยินดีพร้อมร่วมพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสวันครบรอบ 142 ปี กิจการไปรษณีย์ไทย และวันครบรอบ 22 ปี บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เป็นไปรฯ ได้…ไปรฯ ด้วยกัน พร้อมร่วมสมทบทุน โดยมี ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ ณ อาคารบริหาร ไปรษณีย์ไทย แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

วันที่ 14 สิงหาคม 2568 นายพรรณธนู วรรณกางซ้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแสดงความยินดีพร้อมร่วมพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสวันครบรอบ 142 ปี กิจการไปรษณีย์ไทย และวันครบรอบ 22 ปี บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เป็นไปรฯ ได้…ไปรฯ ด้วยกัน พร้อมร่วมสมทบทุน โดยมี ดร.ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ ณ อาคารบริหาร ไปรษณีย์ไทย แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

วันที่ 15 สิงหาคม 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพัฒนาและส่งเสริมองค์การมหาชน (อ.กพม.) เป็นประธานการสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการส่งเสริม องค์การมหาชนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศ พร้อมบรรยายพิเศษ เรื่อง “บทบาทคณะกรรมการและผู้อำนวยการองค์การมหาชน ในการส่งเสริมและกำกับองค์การมหาชน” จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ณ ห้องบอลรูม 2-3 ชั้น 4 โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ   สำหรับการสัมมนาดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อเป็นเวทีในการร่วมแสดงข้อคิดเห็น แลกเปลี่ยนความรู้ และแนวทางในการส่งเสริมบทบาทขององค์การมหาชนให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ มุ่งเน้นการพัฒนาองค์การมหาชนให้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายรัฐ การยกระดับธรรมาภิบาล และการเพิ่มขีดความสามารถด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อให้องค์การมหาชนสามารถบูรณาการการทำงานร่วมกันและสร้างผลกระทบต่อการพัฒนาประเทศอย่างเป็นรูปธรรม


วันที่ 15 สิงหาคม 2568 ดร.ปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงานพร้อมกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “ยกระดับแพทย์ฉุกเฉินไทยด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล” ภายในงานเปิดตัวโครงการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล 5G เพื่อยกระดับบริการการแพทย์ฉุกเฉิน หรือ 5G Ambulance ประกาศความร่วมมือ 17 หน่วยแพทย์ฉุกเฉินทั่วไทย “ช่วยคนไทยในนาทีชีวิต ต่อลมหายใจของประชาชน” โดยมี ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) นพ.อารยะ ไข่มุกด์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ Kantana Virtual Production Studio ห้วยขวาง กรุงเทพฯ   สำหรับโครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือกันของ กระทรวงดีอี โดย ดีป้า ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข เพื่อยกระดับบริการการแพทย์ฉุกเฉิน โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล 5G นำร่องติดตั้ง  3 เทคโนโลยี ได้แก่ เทคโนโลยีการแพทย์ทางไกล เทคโนโลยีทางการแพทย์ และเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยบนรถพยาบาลฉุกเฉินขั้นสูง 40 คัน หรือสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยเข้าถึงบริการทางการแพทย์ได้ทันทีกว่า 56,000 ราย/ปี   สามารถติดตามรายละเอียดของโครงการเพิ่มเติมได้ทาง www.depa.ro.th , LINE OA : depaThailand และ Facebook Page: depa Thailand

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ทหารเขมรมากกว่า 40,000 คน รวมตัวกันที่ช่องอานม้า” รองลงมาคือเรื่อง “กองทัพไทยเตรียมเปิดการโจมตีกัมพูชา ในคืนวันที่ 13 และเช้าวันที่ 14 สิงหาคม” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม อาจทำให้เกิดความตื่นตระหนก วิตกกังวล สับสน และเข้าใจผิดในสังคม โดยขอให้เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 8 – 14 สิงหาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 986,493 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 815 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 795 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 14 ข้อความ ช่องทาง Facebook จำนวน 2 ข้อความ และช่องทาง Twitter จำนวน 1 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 184 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 92 เรื่อง ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 128 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 13 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 6 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 4 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 33 เรื่อง นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ส่วนใหญ่เป็นข่าวเกี่ยวกับความมั่นคงระหว่างประเทศไทย และกัมพูชา เกือบทั้งหมด นอกจากนี้ยังพบข่าวที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สุขภาพรวมอยู่ด้วย ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ ทำให้เกิดความตื่นตระหนก วิตกกังวล สับสน เข้าใจผิดได้ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ทหารเขมรมากกว่า 40,000 คน รวมตัวกันที่ช่องอานม้า อันดับที่ 2 : เรื่อง กองทัพไทยเตรียมเปิดการโจมตีกัมพูชา ในคืนวันที่ 13 และเช้าวันที่ 14 สิงหาคม อันดับที่ 3 : เรื่อง สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ขอให้อพยพออกจากพื้นที่ อันดับที่ 4 : เรื่อง ผลิตภัณฑ์ Telmax ลดน้ำตาล คุมเบาหวาน ความดัน อันดับที่ 5 : เรื่อง กองทัพไทยทิ้งระเบิด MK-84 และยิงถล่มใส่บ้านเรือน โรงเรียน และสถานีอนามัยของกัมพูชา อันดับที่ 6 : เรื่อง ทุ่นระเบิดที่พบตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นของเก่าและฝังอยู่ในเขตกัมพูชา อันดับที่ 7 : เรื่อง ทหารไทยใช้หนังสติ๊กยิงก่อกวนตามแนวชายแดน อันดับที่ 8 : เรื่อง จังหวัดหนองคายพบไข่ปลอมระบาด พอต้มสุกกลายเป็นวุ้นเหมือนเจลลี อันดับที่ 9 : เรื่อง กัมพูชายังนำเข้าสินค้าไทยได้ตามปกติ ยกเว้นผัก ผลไม้ และน้ำมันเชื้อเพลิง อันดับที่ 10 : เรื่อง ไทยควบคุมตัวทหารกัมพูชา 18 นาย ผิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศสำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ทหารเขมรมากกว่า 40,000 คน รวมตัวกันที่ช่องอานม้า” กระทรวงดีอี ได้ร่วมกับกองทัพภาคที่ 2 กองทัพบก ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า บริเวณพื้นที่ช่องอานม้า สถานการณ์ "ปกติ" ทั้งนี้จากการลงพื้นที่ตรวจสอบตามภารกิจติดตามความมั่นคงชายแดน และได้ตรวจสอบกับหน่วยที่เกี่ยวข้องแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อย ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติ ไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ ตามที่เป็นข่าวลือ ด้านข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “กองทัพไทยเตรียมเปิดการโจมตีกัมพูชา ในคืนวันที่ 13 และเช้าวันที่ 14 สิงหาคม” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ กองทัพบก ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ฝั่งกัมพูชากล่าวอ้างว่า กองทัพไทยเตรียมเปิดการโจมตีต่อกัมพูชาอีกครั้ง อาจเกิดขึ้นในคืนวันที่ 13 และเช้าวันที่ 14 สิงหาคม โดยอ้างว่าฝ่ายไทยมีคำสั่งปิดโรงเรียน อพยพประชาชนในพื้นที่บ้านด่าน ตำบลด่าน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ และเตรียมโจมตีกัมพูชา ทั้งนี้ขอยืนยันว่า ไม่มีการสั่งอพยพหรือปิดโรงเรียนในพื้นที่บ้านด่าน โรงเรียนบ้านด่านยังเปิดตามปกติ ส่วนโรงเรียนบางแห่งในตำบลด่านฯ เพียงเลื่อนการเปิดเรียน On-site ออกไปจนกว่าจะเตรียมการสอนได้ตามจะปกติ ดังนั้นข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นข้อมูลเท็จ กองทัพบกยืนยันปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงและที่ประชุม GBC อย่างเคร่งครัด และขอให้ประชาชนรับข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อป้องกันการหลงเชื่อข่าวปลอมที่บิดเบือนจากข้อเท็จจริง อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทันส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/---------------------------------------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “การบินไทย เปิดให้ซื้อขายหุ้นอีกครั้ง เริ่มต้น 3,000 บาท รับปันผล 930 บาท/วัน” รองลงมาคือเรื่อง “PTT ส่งลิงก์ สุ่มแจกของขวัญวันแม่ ลุ้นรับเงิน 10,000 บาท” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม หวั่นสร้างความเสียหายทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สิน และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ขอให้เลือกเชื่อ-แชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 8 – 14 สิงหาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 986,493 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 815 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 795 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 14 ข้อความ ช่องทาง Facebook จำนวน 2 ข้อความ และช่องทาง Twitter จำนวน 1 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 184 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 92 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง การบินไทย เปิดให้ซื้อขายหุ้นอีกครั้ง เริ่มต้น 3,000 บาท รับปันผล 930 บาท/วัน อันดับที่ 2 : เรื่อง PTT ส่งลิงก์ สุ่มแจกของขวัญวันแม่ ลุ้นรับเงิน 10,000 บาท อันดับที่ 3 : เรื่อง ธ.ออมสิน ปล่อยสินเชื่อ ผ่าน TikTok ชื่อ centershop อันดับที่ 4 : เรื่อง ธนาคารออมสิน ปล่อยกู้สินเชื่อสวัสดิการ ผ่านเพจ สิnเชื่อ เงินด่วน-GSB Loans อันดับที่ 5 : เรื่อง SET เปิดสอนคอร์สเรียนปูพื้นฐานหุ้นฟรี 21 วัน อันดับที่ 6 : เรื่อง ให้คำปรึกษาด้านการลงทุนผ่าน LINE โดยทีมผู้เชี่ยวชาญ ภายใต้การรับรองจากสำนักงาน ก.ล.ต. อันดับที่ 7 : เรื่อง ปปง. เปิดให้ลงทะเบียนขอทรัพย์สินคืนจากมิจฉาชีพ ผ่านเพจ Victim screening office อันดับที่ 8 : เรื่อง ลงทะเบียนแอปฯ Digital Pension สำหรับข้าราชการเกษียณ ผ่านบัญชีไลน์ บำเหน็จบำนาญ อันดับที่ 9 : เรื่อง PTT เปิดให้ลงทุนระยะสั้นและระยะยาว มีผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลตลอดการลงทุน ผ่านไลน์ PTT Ord Shs official อันดับที่ 10 : กรมการขนส่ง เปิดทำใบขับขี่ออนไลน์ ทำได้ทุกจังหวัด ถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านเพจ อมรรัตน์ “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวกับการชักชวนให้ลงทุนโดยอ้างชื่อหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ การให้บริการของหน่วยงานรัฐ การให้บริการสินเชื่อของธนาคารรัฐ ซึ่งมีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง ทำให้ประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “การบินไทย เปิดให้ซื้อขายหุ้นอีกครั้ง เริ่มต้น 3,000 บาท รับปันผล 930 บาท/วัน” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กระทรวงคมนาคม ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า เพจเฟซบุ๊กดังกล่าวเป็นเพจปลอมที่มิจฉาชีพสร้างขึ้น เพื่อใช้ในการหลอกลวงประชาชนและนักลงทุน ซึ่งได้มีการชักชวนร่วมลงทุนหรือซื้อขายหุ้นการบินไทย (THAI) ผ่านเพจเฟซบุ๊ก โดยทางบริษัทฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเพจดังกล่าวแต่อย่างใด และขอย้ำเตือนประชาชน หากพบเพจในลักษณะดังกล่าว อย่าหลงเชื่อ อย่ากดลิงก์ใด ๆ อย่าโอนเงิน หรือทำธุรกรรมใด ๆ เพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สิน นอกจากนี้กระทรวงดีอี ขอเตือนประชาชนว่าการให้ข้อมูลหรือติดตั้งแอปพลิเคชันใดๆ ที่ไม่ได้มาจากช่องทางอย่างเป็นทางการ อาจมีความเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูล หรือเงินในบัญชีธนาคารได้ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ ----------------------------------------------------------------

ดีอี ร่วมเปิดศูนย์ความร่วมมืออาเซียน-ญี่ปุ่น พัฒนาบุคลากรความมั่นคงไซเบอร์   ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมพิธีเปิดที่ทำการศูนย์ความร่วมมืออาเซียน - ญี่ปุ่นเพื่อพัฒนาบุคลากรด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งใหม่ โดยมี พล.อ.ต.อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เป็นประธานในพิธี ณ สำนักงาน สกมช. อาคารกระทรวงดิจิทัลฯ ชั้น 8   #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #กระทรวงดีอี #DE #ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์




นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  (ดีอี) เปิดเผยว่า กระทรวงดีอี โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (Anti-Fake News Center : AFNC) ได้ตรวจสอบพบข่าวที่เกี่ยวข้องประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากสถิติตั้งแต่วันที่ 1 - 15 สิงหาคม 2568 ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมฯ ได้ทำการคัดกรองจำนวนข้อความทั้งหมด 2,133,333 ข้อความ โดยมีจำนวนข้อความที่เข้าเกณฑ์การตรวจสอบ 222,679 ข้อความ (ข้อมูล ณ วันที่ 15 ส.ค. 68)    ทั้งนี้มีเรื่องที่ส่งตรวจสอบ จำนวน 459 เรื่อง ได้รับการตรวจสอบแล้ว จำนวนทั้งหมด 447 เรื่อง โดยสามารถแยกเป็นเรื่องนโยบายรัฐบาล และความมั่นคงของประเทศ 129 เรื่อง ได้แก่ (1) ข่าวปลอม จำนวน 29 เรื่อง (2) ข่าวจริง จำนวน 85 เรื่อง (3) ข่าวบิดเบือน จำนวน 15 เรื่อง (4) ข้อมูลไม่เพียงพอ จำนวน 0 เรื่อง   “ปัจจุบันมีการเผยแพร่ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือนที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงมากถึง 44 เรื่อง และพบมิจฉาชีพฉวยโอกาสในการเผยแพร่ข่าวปลอมแอบอ้างเป็นกองทัพหรือหน่วยงานทหารขอรับการบริจาคเงิน และสิ่งของเพื่อนำไปให้ความช่วยเหลือแก่หน่วยทหารในพื้นที่ชายแดนได้ โดยที่ผ่านมา AFNC ได้ตรวจพบข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับการขอรับบริจาคช่วยเหลือทหาร และได้เผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบแล้ว ดังนั้นขอให้ประชาชนตรวจสอบที่มาของแหล่งข่าว โดยเลือกเชื่อ – แชร์ข่าว และข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เป็นทางการเท่านั้น” นายเวทางค์ กล่าว   ขอเตือนว่า ประชาชนไม่ควรสแกน QR Code หรือดาวน์โหลดลิงก์ต่างๆ ที่ต้องสงสัย หรือยังไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจน เพราะอาจเป็นการติดตั้งแอปฯดูดเงิน และข้อมูลส่วนตัวโดยไม่ตั้งใจ รวมทั้งหากนำข้อมูลไปเผยแพร่โดยไม่มีการตรวจสอบ อาจเป็นการเผยแพร่ข้อมูลเท็จเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ    หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/   ----------------------------------------------------------------------------

วันที่ 19 สิงหาคม 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ปาฐกถาพิเศษในงานสัมมนาเชิงวิชาการ “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีAI อย่างมีธรรมาภิบาล สำหรับหน่วยงานภาครัฐ” AI Governance for Government (AI Gov 4 Gov) ในหัวข้อ “พลิกโฉมหน่วยงานภาครัฐไทย ด้วย AI อย่างมีธรรมาภิบาล” "Driving the Adoption of Artificial Intelligence in the Public Sector with Responsible Al Governance" โดยมี ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ที่ปรึกษาอาวุโส สํานักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ห้องบอลรูม C ชั้น 4 โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ   โดยงานนี้จัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และแนวทางการประยุกต์ใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาล นำไปสู่การยกระดับการทำงานภาครัฐให้ มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และรับผิดชอบต่อสังคม เพราะ “AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่คือ โอกาสในการสร้างภาครัฐที่โปร่งใสและรับผิดชอบ”  

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.