Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 20 สิงหาคม 2568 ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ Public – Private Partnership to Tackle Fraud and Scams ณ โรงแรมแมริออท กรุงเทพฯ สุขุมวิท ซึ่งดีอีเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมฯ ร่วมกับ Meta สำนักงานนโยบายไซเบอร์สเปซและดิจิทัล (Bureau of Cyberspace and Digital Policy) กระทรวงการต่างประเทศแห่งสหรัฐอเมริกา และคณะสภาธุรกิจสหรัฐฯ – อาเซียน (U.S. – ASEAN Business Council - USABC)    โดยการประชุมฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการรับมือกับปัญหาการฉ้อโกงและการหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ รวมถึงแนวทางปฏิบัติที่ดีในการรับมือและตอบโต้กับอาชญากรรมไซเบอร์อย่างมีประสิทธิภาพ  ผู้เข้าร่วมประกอบด้วยผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียน สหรัฐอเมริกา องค์กรระหว่างประเทศ เช่น UNODC, International Justice Mission และ Global Initiative Against Transnational Organized Crime รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากภาคเอกชน ร่วมเสวนาและแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกในหัวข้อต่าง ๆ อาทิ การบูรณาการนโยบายสาธารณะระหว่างภาคดิจิทัล การเงิน และกระบวนการยุติธรรม เพื่อสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการรับมือกับภัยออนไลน์ การขับเคลื่อนความร่วมมือทั้งในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศ และการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรองและสัญญาณเตือนภัยระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการตรวจจับและตอบโต้ภัยคุกคามทางไซเบอร์ นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังร่วมหารือเพื่อจัดทำข้อเสนอแนะร่วมกันในการรับมือกับการหลอกลวงออนไลน์ และการจัดทำเอกสารแนวปฏิบัติที่ดี (Best Practice White Paper) ซึ่งจะนำไปสู่การผลักดันข้อเสนอในเวทีระดับภูมิภาคต่อไป  

วันที่ 20 สิงหาคม 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานกล่าวเปิดงานสัมมนา “TB – CERT Cybersecurity Annual Conference 2025” ภายใต้หัวข้อหลัก “The Quantum – AI Shift: Cybersecurity & Fraud in the Next Era” ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ โดยมีนายชาติศิริ โสภณพนิช ที่ปรึกษาสมาคมธนาคารไทยและประธานกรรมการของธนาคารกรุงเทพ กล่าวต้อนรับในพิธีเปิดงานฯ   งานสัมมนาดังกล่าว จัดขึ้นโดยศูนย์ประสานงานด้านความมั่นคงและปลอดภัยเทคโนโลยีสารสนเทศ ภาคการธนาคาร (TB - CERT) สมาคมธนาคารไทย มีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ สร้างความตระหนักรู้ และส่งเสริมความร่วมมือในการเตรียมความพร้อมด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์แก่สมาชิก TB – CERT รวมถึงบุคลากรในภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง อาทิ ภาคการเงิน การธนาคาร การลงทุน ประกันภัย โทรคมนาคม ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐที่มีบทบาทที่เกี่ยวข้อง   ในการนี้ ปลัดกระทรวงฯ ได้เน้นย้ำถึงประเด็นสำคัญ ได้แก่ เทคโนโลยีควอนตัมและ AI ที่สามารถก่อให้เกิดกลโกงที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น ทุกภาคส่วนจำเป็นต้องปรับตัว รับมือกับภัยอาชญากรรมออนไลน์ต่าง ๆ ที่พัฒนาไปตามเทคโนโลยี การจัดการกับข้อมูลบิดเบือน การพัฒนากฎหมายที่เข้มแข็ง และการดำเนินงานของศูนย์ต่อต้านการหลอกลวงออนไลน์ (Anti-Scam Operation Center: AOC) ที่นำ AI มาใช้ การสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศที่เป็นรูปธรรมผ่านกรอบความร่วมมืออาเซียน เอเปค และ EU โดยเฉพาะการจัดตั้ง ASEAN Working Group on Anti-Online Scams (WG-AS) เพื่อประสานการรับมือในระดับภูมิภาค นอกจากนี้ ได้กล่าวถึง การจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติเพื่อการพัฒนาประเทศไทย เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนา AI ของประเทศ และส่งเสริมการสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ AI เพื่อให้ประชาชนมีความพร้อมในการปรับตัวและใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ  

วันที่ 20 สิงหาคม 2568 ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจสังคม (ดีอี) เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษหลักสูตร “หลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย” (นธป.) “ยึดหลักนิติธรรม คำจุนประชาธิปไตย ห่วงใยสิทธิและเสรีภาพของประชาชน” ในหัวข้อ “อาชญากรรมทางเทคโนโลยี” ณ ห้องประชุมสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ห้อง 4/1 อาคาร A ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

วันที่ 20 สิงหาคม 2568 นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดกิจกรรมเสริมสร้างการรับรู้ เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ในสถานศึกษา ภายใต้การดำเนินงานโครงการ ศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti Fake News Center: AFNC) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 ครั้งที่ 3/2568 ณ โรงเรียนทุ่งสองห้อง (คุปตัษเฐียรอุทิศ)

วันที่ 20 สิงหาคม 2568 ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจสังคม (ดีอี) เป็นร่วมเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษหลักสูตร SCL#5 "ผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ รุ่นที่ 5" (The Smart City Leadership Program #5) ในหัวข้อ "AOC 1441 กับการช่วยเหลือประชาชน เพื่อรับมือกับภัยอาชญากรรมออนไลน์อย่างครบวงจร และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี" ณ โรงแรมเดอะ ควอเตอร์ ลาดพร้าว บาย ยูเฮชจี


วันที่ 21 สิงหาคม 2568 ดร.ปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การบริหารจัดการความเสี่ยงและควบคุมภายในของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ โรงแรมเบสต์ เวสเทิร์น พลัส แวนดา แกรนด์ แจ้งวัฒนะ จ.นนทบุรี

วันที่ 21 สิงหาคม 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมกล่าวเปิดหลักสูตร TikTok for Thailand อีคอมเมิร์ซ (TikTok Shop) สำหรับศูนย์ดิจิทัลชุมชน ผ่าน TikTok Live ของกระทรวงดีอี และ TikTok Thailand เพื่อการนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาทักษะและศักยภาพของผู้ประกอบการท้องถิ่นผ่านศูนย์ดิจิทัลชุมชนทั่วประเทศ โดยมี นางชนิดา คล้ายพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ TikTok ร่วมเปิดหลักสูตร ณ บริษัท ติ๊กต๊อก เทคโนโลยีส์ จำกัด อาคารพาร์ค สีลม   สำหรับหลักสูตรนี้ เกิดขึ้นจากความร่วมมือของกระทรวงดีอีร่วมกับ บริษัท ติ๊กต๊อก เทคโนโลยีส์ จำกัด ในการร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เมื่อต้นปี 2568 ที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมและพัฒนาการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในระดับประเทศ ด้วยการพัฒนาหลักสูตรด้านพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจดำเนินธุรกิจผ่านแพลตฟอร์ม TikTok Shop โดยมีเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการเปิดร้านค้า การสร้างยอดขายผ่านคลิปวีดิโอสั้น ตลอดจนเทคนิคการไลฟ์สดที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน

วันที่ 20 สิงหาคม 2568 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแสดงความยินดีในงานวันคล้ายวันสถาปนา กระทรวงพาณิชย์ครบรอบ 105 ปี พร้อมร่วมสมทบทุน กองทุนสวัสดิการสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดยมีนางสาวจิตติมา ศรีถาพร ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ นายวราวุฒิ สมหวังประเสริฐ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ และผู้ที่เกี่ยวข้องให้การต้อนรับ ณ บริเวณโถงกลาง ชั้น 3 อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์

ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวว่า กระทรวงดีอี ได้สนับสนุนการยกระดับหน่วยงานภาครัฐในการใช้ระบบงานเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document) ในระบบ e-Office ภายใต้ ระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการเอกสาร และระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องภายในองค์กร ซึ่งดำเนินการตามกรอบแนวทางการขับเคลื่อนภาครัฐผ่านเทคโนโลยีดิจิทัลแบบไร้กระดาษ ( Paperless Government) เพื่อช่วยยกระดับการให้บริการประชาชน เพิ่มประสิทธิภาพการบริการที่สะดวก รวดเร็ว ลดขั้นตอนซ้ำซ้อน ลดค่าใช้จ่ายไม่จำเป็น สนับสนุนการปรับเปลี่ยนสู่รัฐบาลดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ    ทั้งนี้การเร่งรัดสนับสนุนการใช้งานระบบ e-Office ในหน่วยงานรัฐ ปัจจุบันมีหน่วยงานที่อยู่ในกระบวนการแล้วจำนวน 6,356 หน่วยงาน รวม 1,894,447 Users ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)  ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายการใช้งานระบบในปี 2568 ที่กำหนดไว้จำนวน 1,000,000 Users   ขณะเดียวกันกระทรวงดีอี ได้ใช้งานระบบ e-Office อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการรับส่งเอกสาร ลงนามในหนังสือราชการ รวมทั้งการให้บริการประชาชนในด้านต่างๆ โดยลดการใช้กระดาษได้ 100% ซึ่งช่วยลดภาระการสะสางเอกสารราชการที่ไม่จำเป็น ทำให้ปัจจุบันกระทรวงฯ ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดกิจกรรม Big Cleaning Day ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ลดและสะสางการใช้กระดาษ  เป็นการจัดกิจกรรมจิตอาสา และสาธารณประโยชน์ทดแทน อาทิ กิจกรรม “วางงานที่เครียด เปลี่ยนแปลงชีวิต คิดหลักเศรษฐกิจพอเพียง" ปรับการใช้ชีวิตอย่างพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน ส่งเสริมคุณธรรมพื้นฐาน เพื่อพัฒนาองค์กรสู่สังคมคุณธรรม และกิจกรรม “คน DE หัวใจสีเขียว” นำสิ่งของเหลือใช้จากชีวิตประจำวัน มาต่อยอดในเชิง Upcycling และ Recycle เพื่อส่งมอบต่อให้กับกลุ่มผู้เปราะบางทางสังคม เป็นต้น   สำหรับหน่วยงานภาครัฐ (ส่วนกลาง ภูมิภาค ท้องถิ่น และสถานศึกษาของรัฐ) สามารถขอรับการสนับสนุนการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้บริการคลาวด์กลางภาครัฐ GDCC พร้อมทั้งให้ CA (Certification Authority) สำหรับผู้มีอำนาจลงนามหนังสือภายนอก โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mdes.go.th --------------------------------------------------------------

วันที่ 21 สิงหาคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดพร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในงาน “Sustain City: Age of AI พลิกโฉมเมืองใหม่ สร้างทุกสิ่งให้ยั่งยืน” ฟอรั่มความรู้สะท้อนบทบาท AI และวิกฤตสิ่งแวดล้อม จุดประกายแนวคิดสู่ความยั่งยืนในโลกยุคใหม่ โดยมีนายพรรณธนู วรรณกางซ้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นายอัฐฐเสฏฐ จุลเสฏฐพานิช เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นายนภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์ บรรณาธิการบริหารสำนักข่าว TODAY ผู้ที่เกี่ยวข้อง และผู้ที่สนใจเข้าร่วมงาน จัดโดย สำนักข่าว TODAY ณ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน   สำหรับงานนี้จัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 5 ปี  สำนักข่าว TODAY เพื่อสำรวจบทบาทของปัจจัย 3 ประการสำคัญในศตวรรษที่ 21 ได้แก่ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และ แนวคิดความยั่งยืน (Sustainability) ที่กำลังหลอมรวมเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญที่ไม่เพียงแต่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คน แต่ยังส่งผลต่อโครงสร้างเมือง เศรษฐกิจ สังคม และสมดุลของธรรมชาติในระดับโลก โดยเกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วนไม่ว่าจะภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม

วันที่ 22 สิงหาคม 2568 ศาสตราจารย์วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ เพื่อการพัฒนาประเทศไทย (National AI Committee) เรื่อง การเตรียมวาระสำหรับการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการฯ ครั้งที่ 3/2568 โดยมี ดร.ปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดีอี ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) รศ. ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) พร้อมด้วยหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 02/11 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “แม่ทัพภาคที่ 2 ได้รับการเลื่อนยศขึ้นเป็น “พลเอก”” รองลงมาคือเรื่อง “กัมพูชาใช้รถตักดินรื้อถอนหลักเขตแดนไทย” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสนตื่นตระหนก และวิตกกังวลในสังคม โดยขอให้เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 15 – 21 สิงหาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 887,665 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 978 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 922 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 36 ข้อความ ช่องทาง Website จำนวน 9 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 11 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 203 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 106 เรื่อง ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 137 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 12 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 7 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 3 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 45 เรื่อง นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ส่วนใหญ่เป็นข่าวเกี่ยวกับความมั่นคงระหว่างประเทศไทย และกัมพูชา นอกจากนี้ยังพบข่าวที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สุขภาพและข่าวภัยพิบัติ รวมอยู่ด้วย ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลได้ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้รับการเลื่อนยศขึ้นเป็น “พลเอก” อันดับที่ 2 : เรื่อง กัมพูชาใช้รถตักดินรื้อถอนหลักเขตแดนไทย อันดับที่ 3 : เรื่อง วันที่ 20 ส.ค. 68 เวลา 20:50 น. กัมพูชายิงปืนใหญ่ใส่ฐานปราสาทตาควาย อันดับที่ 4 : เรื่อง จีนส่งเครื่องบินรบ J-10C มอบให้ไทย 10 ลำ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ อันดับที่ 5 : เรื่อง แม่ทัพภาค 2 สั่งรื้อบ้านเรือนชาวกัมพูชา 80 หลังคาเรือน ที่ช่องอานม้า อันดับที่ 6 : เรื่อง ผลิตภัณฑ์ Vistorin Dietary Supplement Product รักษาต้อกระจก ต้อหิน ต้อเนื้อ ไม่ต้องผ่าตัด เพียงวันละ 1 เม็ด เห็นผลเร็วใน 5-7 วัน อันดับที่ 7 : เรื่อง ทหารกัมพูชารื้อถอนลวดหนามในเขตแดนไทย อันดับที่ 8 : เรื่อง กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว เปิดเผยข้อมูล ไทยเจอศูนย์กลางสั่นไหวอีกครั้ง เป็นอีกหนึ่งสัญญาณควรเฝ้าระวัง อันดับที่ 9 : เรื่อง iTera-Bio Lite ใช้ตรวจแม่เหล็กไฟฟ้าภายในร่างกาย ช่วยลดอาการปวดเมื่อยได้ อันดับที่ 10 : เรื่อง กองสลากฯ แจกเลขล็อกสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 ส.ค. 68 สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “แม่ทัพภาคที่ 2 ได้รับการเลื่อนยศขึ้นเป็น “พลเอก”” กระทรวงดีอี ได้ร่วมกับกองทัพภาคที่ 2 กองทัพบก ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า ตามที่ได้ปรากฏข้อมูลข่าวสารที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและไม่เป็นความจริง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ขอชี้แจงว่า ขั้นตอนการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล จะต้องดำเนินการโดยกระบวนการทางราชการตามลำดับ ดังนี้ 1. คณะกรรมการกลาโหมเป็นผู้พิจารณาและดำเนินการเสนอรายชื่อ2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมลงนามรับรองตามระเบียบราชการ3. ทูลเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ4. การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจะมีผลสมบูรณ์เมื่อมีประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา เท่านั้น ดังนั้น ข้อมูลที่มีการเผยแพร่ในช่องทางต่าง ๆ ที่อ้างถึงการโปรดเกล้าฯ โดยไม่มีประกาศราชกิจจานุเบกษารับรอง จึงถือว่าเป็นข่าวเท็จ ไม่ควรเผยแพร่หรือส่งต่อ เพราะอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดแก่สังคมได้ ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากประชาชนทุกท่าน งดเว้นการเผยแพร่หรือแชร์ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง พร้อมทั้งขอให้ติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ในการรับทราบข้อเท็จจริงที่ถูกต้องต่อไป ด้านข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “กัมพูชาใช้รถตักดินรื้อถอนหลักเขตแดนไทย” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ กองทัพบก ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า กรณีที่มีคลิปวิดีโอปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ ในลักษณะการใช้รถตักดินทำการรื้อถอนหลักคอนกรีตที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า เป็นหลักเขตแดนไทย-กัมพูชานั้น กองทัพบกได้ตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยทหารในพื้นที่แล้ว พบว่า ภาพหลักคอนกรีตที่ปรากฏในคลิปวีดีโอนั้นไม่ใช่หลักเขตแดนไทย-กัมพูชา ที่สร้างโดยคณะกรรมการปักปัน เขตแดนระหว่างสยามกับฝรั่งเศส ในปี ค.ศ. 1919-1920 (พ.ศ. 2462-2463) สำหรับขนาดและรูปร่างของหลักเขตแดนไทย-กัมพูชา จะต้องมีความกว้าง 40 ซม. ยาว 40 ซม. สูงเหนือพื้นดิน 1 เมตร และส่วนที่ฝังลงไปในดิน มีฐานรากอีกประมาณ 80 ซม. มีการสลักข้อความ 3 ภาษา คือ ด้านที่หันเข้าหาฝั่งไทย จะเขียนว่า กรุงสยามอยู่บรรทัดบน ภาษาฝรั่งเศสอยู่ตรงกลาง และภาษาเขมรอยู่บรรทัดล่าง ด้านที่หันเข้าหาประเทศกัมพูชา จะเขียนบรรทัดบนเป็นภาษาเขมร บรรทัดกลางเป็นภาษาฝรั่งเศส และบรรทัดล่างเป็น ภาษาไทย เขียนว่า กรุงกัมพูชา ส่วนด้านข้างของตัวหลักทั้ง 2 ข้าง ก็เขียนไว้ 3 ภาษา เช่นเดียวกัน โดย ภาษาไทยเขียนไว้ว่า แดนต่อแดน และด้านบนหลักเขตจะมีหมายเลขหลักเขตกำกับไว้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ขอให้ติดตามข่าวสารจากข้อมูลในช่องทางอย่างเป็นทางการเท่านั้น เช่น เพจ “ทีมโฆษกกองทัพบก”, เพจ“กองทัพบก” และเพจ “กองทัพภาคที่ 2” ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงต่อสถานการณ์ในพื้นที่ ซึ่งสามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้อย่างถูกต้อง และทันเวลา อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทันส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ -------------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ธนาคารกรุงไทย ช่วยเหลือลูกหนี้ ลงทะเบียนผ่านบัญชี TikTok ktb.online06” รองลงมาคือเรื่อง “ธนาคารกรุงไทย เปิดให้ยื่นกู้สินเชื่อ ผ่านบัญชี TikTok ktb.online62” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม หวั่นสร้างความเสียหายทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สิน และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ขอให้เลือกเชื่อ - แชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 15 – 21 สิงหาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 887,665 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 978 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 922 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 36 ข้อความ ช่องทาง Website จำนวน 9 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 11 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 203 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 106 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ธนาคารกรุงไทย ช่วยเหลือลูกหนี้ ลงทะเบียนผ่านบัญชี TikTok ktb.online06 อันดับที่ 2 : เรื่อง ธนาคารกรุงไทย เปิดให้ยื่นกู้สินเชื่อ ผ่านบัญชี TikTok ktb.online62 อันดับที่ 3 : เรื่อง สำนักงาน ป.ป.ท. เปิดช่องทางให้ลงทะเบียนรับเงินคืนจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อันดับที่ 4 : เรื่อง ธนาคารกรุงไทย ปล่อยสินเชื่อไม่เช็กเครดิต ผ่าน TikTok jdudhjoxrh9 อันดับที่ 5 : เรื่อง ธนาคารกรุงไทย เปิดให้ลงทะเบียนสินเชื่อ ผ่านบัญชี TikTok krungthai.social32 อันดับที่ 6 : เรื่อง กระทรวงยุติธรรม เปิดเพจเฟซบุ๊กชื่อ Force Legal Assistance อันดับที่ 7 : เรื่อง ผู้ใช้บัญชี ปวิชญา เปิดทำใบขับขี่ออนไลน์ สำหรับบุคคลที่ไม่เคยมีใบขับขี่มาก่อน หรือ ต่ออายุใบขับขี่ อันดับที่ 8 : เรื่อง ออมสินเชิญชวนซื้อหวยถูกกฎหมาย ผ่านเพจ AomsinPlus V อันดับที่ 9 : เรื่อง เอกสารใบรับรองการซื้อหุ้นของ OR อันดับที่ 10 : ติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสิน ผ่านไลน์ไอดี @429awgil “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวกับการให้บริการสินเชื่อของธนาคารรัฐ โดยเฉพาะธนาคารกรุงไทย การให้บริการของหน่วยงานรัฐ ซึ่งมีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง ทำให้ประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ธนาคารกรุงไทย ช่วยเหลือลูกหนี้ ลงทะเบียนผ่านบัญชี TikTok ktb.online06” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ ธนาคารกรุงไทย กระทรวงการคลัง ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า บัญชี TikTok ‘ktb.online06’ เป็นบัญชีปลอม และไม่ใช่บัญชีของธนาคารกรุงไทย โดยบัญชีดังกล่าวได้ทำการแอบอ้างนำชื่อและโลโก้ของธนาคารกรุงไทยไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อมูลที่เผยแพร่นั้นเป็นข้อมูลปลอม ซึ่งธนาคารไม่มีนโยบายปล่อยกู้สินเชื่อผ่านบัญชี TikTok แต่อย่างใด ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อ โดยหากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ โทร 0-2111-1111 ขอย้ำเตือนประชาชน หากพบเพจในลักษณะดังกล่าว อย่าหลงเชื่อ อย่ากดลิงก์ใด ๆ อย่าโอนเงิน หรือทำธุรกรรมใด ๆ เพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สิน นอกจากนี้กระทรวงดีอี ขอเตือนประชาชนว่าการให้ข้อมูลหรือติดตั้งแอปพลิเคชันใดๆ ที่ไม่ได้มาจากช่องทางอย่างเป็นทางการ อาจมีความเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูล หรือเงินในบัญชีธนาคารได้ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ ----------------------------------------------------------------

วันที่ 25 สิงหาคม 2568 นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดกิจกรรมอบรมสร้างการรับรู้เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ครั้งที่ 3 ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti-Fake News Center: AFNC) ณ ห้องประชุม Grand Ballroom Rembrandt Hotel Bangkok   สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นการสร้างความตระหนักรู้ เสริมสร้างทักษะการใช้งานเทคโนโลยี สร้างภูมิคุ้มกัน และแนวทางป้องกันภัยทางออนไลน์ให้กับประชาชน ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงดีอี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล และรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ ที่มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของประชาชน

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.