Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “แม่ทัพภาคที่ 2 ได้รับการเลื่อนยศขึ้นเป็น “พลเอก”” รองลงมาคือเรื่อง “กัมพูชาใช้รถตักดินรื้อถอนหลักเขตแดนไทย” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสนตื่นตระหนก และวิตกกังวลในสังคม โดยขอให้เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 15 – 21 สิงหาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 887,665 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 978 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 922 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 36 ข้อความ ช่องทาง Website จำนวน 9 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 11 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 203 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 106 เรื่อง ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 137 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 12 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 7 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 3 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 45 เรื่อง นายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ส่วนใหญ่เป็นข่าวเกี่ยวกับความมั่นคงระหว่างประเทศไทย และกัมพูชา นอกจากนี้ยังพบข่าวที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สุขภาพและข่าวภัยพิบัติ รวมอยู่ด้วย ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ ทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลได้ โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้รับการเลื่อนยศขึ้นเป็น “พลเอก” อันดับที่ 2 : เรื่อง กัมพูชาใช้รถตักดินรื้อถอนหลักเขตแดนไทย อันดับที่ 3 : เรื่อง วันที่ 20 ส.ค. 68 เวลา 20:50 น. กัมพูชายิงปืนใหญ่ใส่ฐานปราสาทตาควาย อันดับที่ 4 : เรื่อง จีนส่งเครื่องบินรบ J-10C มอบให้ไทย 10 ลำ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ อันดับที่ 5 : เรื่อง แม่ทัพภาค 2 สั่งรื้อบ้านเรือนชาวกัมพูชา 80 หลังคาเรือน ที่ช่องอานม้า อันดับที่ 6 : เรื่อง ผลิตภัณฑ์ Vistorin Dietary Supplement Product รักษาต้อกระจก ต้อหิน ต้อเนื้อ ไม่ต้องผ่าตัด เพียงวันละ 1 เม็ด เห็นผลเร็วใน 5-7 วัน อันดับที่ 7 : เรื่อง ทหารกัมพูชารื้อถอนลวดหนามในเขตแดนไทย อันดับที่ 8 : เรื่อง กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว เปิดเผยข้อมูล ไทยเจอศูนย์กลางสั่นไหวอีกครั้ง เป็นอีกหนึ่งสัญญาณควรเฝ้าระวัง อันดับที่ 9 : เรื่อง iTera-Bio Lite ใช้ตรวจแม่เหล็กไฟฟ้าภายในร่างกาย ช่วยลดอาการปวดเมื่อยได้ อันดับที่ 10 : เรื่อง กองสลากฯ แจกเลขล็อกสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 ส.ค. 68 สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “แม่ทัพภาคที่ 2 ได้รับการเลื่อนยศขึ้นเป็น “พลเอก”” กระทรวงดีอี ได้ร่วมกับกองทัพภาคที่ 2 กองทัพบก ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า ตามที่ได้ปรากฏข้อมูลข่าวสารที่มีการเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและไม่เป็นความจริง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ขอชี้แจงว่า ขั้นตอนการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายทหารชั้นนายพล จะต้องดำเนินการโดยกระบวนการทางราชการตามลำดับ ดังนี้ 1. คณะกรรมการกลาโหมเป็นผู้พิจารณาและดำเนินการเสนอรายชื่อ2. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมลงนามรับรองตามระเบียบราชการ3. ทูลเกล้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ4. การโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งจะมีผลสมบูรณ์เมื่อมีประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา เท่านั้น ดังนั้น ข้อมูลที่มีการเผยแพร่ในช่องทางต่าง ๆ ที่อ้างถึงการโปรดเกล้าฯ โดยไม่มีประกาศราชกิจจานุเบกษารับรอง จึงถือว่าเป็นข่าวเท็จ ไม่ควรเผยแพร่หรือส่งต่อ เพราะอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดแก่สังคมได้ ดังนั้นจึงขอความร่วมมือจากประชาชนทุกท่าน งดเว้นการเผยแพร่หรือแชร์ข้อมูลข่าวสารที่ไม่ถูกต้อง พร้อมทั้งขอให้ติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ในการรับทราบข้อเท็จจริงที่ถูกต้องต่อไป ด้านข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “กัมพูชาใช้รถตักดินรื้อถอนหลักเขตแดนไทย” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ กองทัพบก ตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า กรณีที่มีคลิปวิดีโอปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ ในลักษณะการใช้รถตักดินทำการรื้อถอนหลักคอนกรีตที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า เป็นหลักเขตแดนไทย-กัมพูชานั้น กองทัพบกได้ตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยทหารในพื้นที่แล้ว พบว่า ภาพหลักคอนกรีตที่ปรากฏในคลิปวีดีโอนั้นไม่ใช่หลักเขตแดนไทย-กัมพูชา ที่สร้างโดยคณะกรรมการปักปัน เขตแดนระหว่างสยามกับฝรั่งเศส ในปี ค.ศ. 1919-1920 (พ.ศ. 2462-2463) สำหรับขนาดและรูปร่างของหลักเขตแดนไทย-กัมพูชา จะต้องมีความกว้าง 40 ซม. ยาว 40 ซม. สูงเหนือพื้นดิน 1 เมตร และส่วนที่ฝังลงไปในดิน มีฐานรากอีกประมาณ 80 ซม. มีการสลักข้อความ 3 ภาษา คือ ด้านที่หันเข้าหาฝั่งไทย จะเขียนว่า กรุงสยามอยู่บรรทัดบน ภาษาฝรั่งเศสอยู่ตรงกลาง และภาษาเขมรอยู่บรรทัดล่าง ด้านที่หันเข้าหาประเทศกัมพูชา จะเขียนบรรทัดบนเป็นภาษาเขมร บรรทัดกลางเป็นภาษาฝรั่งเศส และบรรทัดล่างเป็น ภาษาไทย เขียนว่า กรุงกัมพูชา ส่วนด้านข้างของตัวหลักทั้ง 2 ข้าง ก็เขียนไว้ 3 ภาษา เช่นเดียวกัน โดย ภาษาไทยเขียนไว้ว่า แดนต่อแดน และด้านบนหลักเขตจะมีหมายเลขหลักเขตกำกับไว้อย่างชัดเจน ทั้งนี้ ขอให้ติดตามข่าวสารจากข้อมูลในช่องทางอย่างเป็นทางการเท่านั้น เช่น เพจ “ทีมโฆษกกองทัพบก”, เพจ“กองทัพบก” และเพจ “กองทัพภาคที่ 2” ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงต่อสถานการณ์ในพื้นที่ ซึ่งสามารถยืนยันข้อเท็จจริงได้อย่างถูกต้อง และทันเวลา อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทันส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ -------------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ธนาคารกรุงไทย ช่วยเหลือลูกหนี้ ลงทะเบียนผ่านบัญชี TikTok ktb.online06” รองลงมาคือเรื่อง “ธนาคารกรุงไทย เปิดให้ยื่นกู้สินเชื่อ ผ่านบัญชี TikTok ktb.online62” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม หวั่นสร้างความเสียหายทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สิน และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ขอให้เลือกเชื่อ - แชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 15 – 21 สิงหาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 887,665 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 978 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 922 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 36 ข้อความ ช่องทาง Website จำนวน 9 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 11 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 203 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 106 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ธนาคารกรุงไทย ช่วยเหลือลูกหนี้ ลงทะเบียนผ่านบัญชี TikTok ktb.online06 อันดับที่ 2 : เรื่อง ธนาคารกรุงไทย เปิดให้ยื่นกู้สินเชื่อ ผ่านบัญชี TikTok ktb.online62 อันดับที่ 3 : เรื่อง สำนักงาน ป.ป.ท. เปิดช่องทางให้ลงทะเบียนรับเงินคืนจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อันดับที่ 4 : เรื่อง ธนาคารกรุงไทย ปล่อยสินเชื่อไม่เช็กเครดิต ผ่าน TikTok jdudhjoxrh9 อันดับที่ 5 : เรื่อง ธนาคารกรุงไทย เปิดให้ลงทะเบียนสินเชื่อ ผ่านบัญชี TikTok krungthai.social32 อันดับที่ 6 : เรื่อง กระทรวงยุติธรรม เปิดเพจเฟซบุ๊กชื่อ Force Legal Assistance อันดับที่ 7 : เรื่อง ผู้ใช้บัญชี ปวิชญา เปิดทำใบขับขี่ออนไลน์ สำหรับบุคคลที่ไม่เคยมีใบขับขี่มาก่อน หรือ ต่ออายุใบขับขี่ อันดับที่ 8 : เรื่อง ออมสินเชิญชวนซื้อหวยถูกกฎหมาย ผ่านเพจ AomsinPlus V อันดับที่ 9 : เรื่อง เอกสารใบรับรองการซื้อหุ้นของ OR อันดับที่ 10 : ติดต่อเจ้าหน้าที่ธนาคารออมสิน ผ่านไลน์ไอดี @429awgil “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวกับการให้บริการสินเชื่อของธนาคารรัฐ โดยเฉพาะธนาคารกรุงไทย การให้บริการของหน่วยงานรัฐ ซึ่งมีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง ทำให้ประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ธนาคารกรุงไทย ช่วยเหลือลูกหนี้ ลงทะเบียนผ่านบัญชี TikTok ktb.online06” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ ธนาคารกรุงไทย กระทรวงการคลัง ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า บัญชี TikTok ‘ktb.online06’ เป็นบัญชีปลอม และไม่ใช่บัญชีของธนาคารกรุงไทย โดยบัญชีดังกล่าวได้ทำการแอบอ้างนำชื่อและโลโก้ของธนาคารกรุงไทยไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อมูลที่เผยแพร่นั้นเป็นข้อมูลปลอม ซึ่งธนาคารไม่มีนโยบายปล่อยกู้สินเชื่อผ่านบัญชี TikTok แต่อย่างใด ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อ โดยหากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อได้ที่ โทร 0-2111-1111 ขอย้ำเตือนประชาชน หากพบเพจในลักษณะดังกล่าว อย่าหลงเชื่อ อย่ากดลิงก์ใด ๆ อย่าโอนเงิน หรือทำธุรกรรมใด ๆ เพื่อความปลอดภัยในทรัพย์สิน นอกจากนี้กระทรวงดีอี ขอเตือนประชาชนว่าการให้ข้อมูลหรือติดตั้งแอปพลิเคชันใดๆ ที่ไม่ได้มาจากช่องทางอย่างเป็นทางการ อาจมีความเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูล หรือเงินในบัญชีธนาคารได้ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ ----------------------------------------------------------------

วันที่ 25 สิงหาคม 2568 นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดกิจกรรมอบรมสร้างการรับรู้เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ครั้งที่ 3 ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti-Fake News Center: AFNC) ณ ห้องประชุม Grand Ballroom Rembrandt Hotel Bangkok   สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นการสร้างความตระหนักรู้ เสริมสร้างทักษะการใช้งานเทคโนโลยี สร้างภูมิคุ้มกัน และแนวทางป้องกันภัยทางออนไลน์ให้กับประชาชน ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงดีอี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล และรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ ที่มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของประชาชน

วันที่ 25 สิงหาคม 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานกล่าวเปิดงานคนไทยรู้ทัน ปีที่ 2 #คนไทยรู้ทันซีซีน2 "ไม่เป็นเหยื่อ เมื่อมีสติ" เพื่อต่อยอดความร่วมมือระหว่าง TikTok กระทรวงดีอี และหน่วยงานพันธมิตรรวม 12 หน่วยงาน เพื่อสร้างองค์ความรู้ให้คนไทยรู้เท่าทันและสามารถรับมือกับปัญหาการถูกหลอกลวงบนโลกออนไลน์ โดยมี นางชนิดา คล้ายพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ TikTok ผู้บริหารTikTok และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ SCBX NEXT TECH ชั้น 4 สยามพารากอน   รองนายกฯ ประเสริฐ กล่าวว่า โครงการในปีนี้ได้มุ่งเน้นประเด็นภัยหลอกลวงออนไลน์ที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการหลอกลวง รวมถึงการคุ้มครองผู้บริโภคบนแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และขอขอบคุณความร่วมมือจาก TikTok และหน่วยงานพันธมิตร ในการร่วมกันยกระดับมาตรฐาน ความปลอดภัยและเสริมสร้างทักษะด้านดิจิทัลให้แก่ประชาชนในหลากหลายโครงการที่ผ่านมา ที่จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนและสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย   ขณะเดียวกันภายในงาน ยังมีการจัดเสวนาในหัวข้อ “เอ๊ะให้ทัน ถามให้ชัด อ๋อให้ไว รู้ทันภัยทุกรูปแบบ” โดยมีนายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี เข้าร่วมการเสวนา   นอกจากนี้ TikTok ยังได้จัดทำหลักสูตร e-Commerce เพื่อใช้ประกอบการเรียนการสอนในศูนย์ดิจิทัลชุมชนทั่วประเทศกว่า 1,700 แห่ง โดยหลักสูตรดังกล่าวมีเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่ขั้นตอนการดำเนินธุรกิจผ่านแพลตฟอร์ม TikTok Shop การสร้างยอดขายผ่านคลิปวีดิโอสั้น ตลอดจนเทคนิคการไลฟ์สดที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในปัจจุบัน

วันที่ 25 สิงหาคม 2568 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยผู้เกี่ยวข้อง(สำนักงานปลัดกระทรวงดีอีและ บมจ. โทรคมนาคมแห่งชาติ) เข้าแนะนำระบบ e-Office ภายใต้ GDCC แก่นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) กระทรวงมหาดไทย และคณะ พร้อมร่วมหารือการใช้งานระบบ e-Office รวมถึงแผนการเปิดใช้งานระบบฯ ณ ห้องศูนย์ข้อมูลกลางเพื่อการตัดสินใจ (War Room) ชั้น 5 กรมการพัฒนาชุมชน   ทั้งนี้ผลจากการนำเสนอระบบฯ และการหารือ ทาง พช. เห็นถึงประโยชน์ของระบบ e-Office ภายใต้ GDCC ที่จะสามารถสนับสนุนการทำงานด้านเอกสารของหน่วยงานภาครัฐให้มีประสิทธิภาพและสะดวกมากยิ่งขึ้น และได้มอบหมายเจ้าหน้าที่ร่วมหารือในรายละเอียดและจัดทำแผนการเปิดใช้งาน (Go Live) ต่อไป

วันที่ 26 สิงหาคม 2568 ศาสตราจารย์วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานสำหรับการเข้าเป็นสมาชิก องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD: The Organisation for Economic Co-operation and Development) ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครั้งที่ 2/2568 โดยมี ดร.ปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยหน่วยงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 02/10 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม


วันที่ 26 สิงหาคม 2568 นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดกิจกรรมอบรมเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม มาตรฐานทางจริยธรรม และการป้องกันการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 เพื่อส่งเสริมและพัฒนาจิตสำนึกด้านคุณธรรม จริยธรรม รวมทั้งสร้างความรู้ความเข้าใจในการป้องกันการทุจริตในหน่วยงาน ณ ห้องประชุม 02/05 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 26 สิงหาคม 2568 นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะทำงานดำเนินการประเมินคุณธรรมและความประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส (ITA : Integrity and Transparency Assessment) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ครั้งที่ 3/2568 เพื่อติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านคุณธรรมและความโปร่งใสของหน่วยงานภาครัฐ พร้อมมอบเกียรติบัตรให้กับหน่วยงานที่ได้รับการประเมินผลตามโครงการส่งเสริมชุมชน องค์กร อำเภอ และจังหวัดคุณธรรม ภายใต้แผนการปฏิบัติการด้านการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ ระยะที่ 2 (พ.ศ.2566 – 2570) โดยมี นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 02/03 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 26 สิงหาคม 2568 นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับ คณะผู้บริหาร สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานด้านการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ การดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) ณ ศูนย์ปฏิบัติการฯ AOC 1441 กรุงเทพฯ

วันที่ 27 สิงหาคม 2568 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยผู้แทนจากกระทรวงดีอี ศูนย์ดิจิทัลชุมชน และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมการประชุมเตรียมความพร้อมการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้ GDCC โดยมีนางโชติกา อัครกิจโสภากุล รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เป็นประธานการประชุม ร่วมด้วยหน่วยงานในสังกัด วธ. รวมถึงสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ณ ห้องศูนย์ประชุมกระทรวงวัฒนธรรม ชั้น 8 อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม และผ่านระบบการประชุมทางไกล    สำหรับผลจากการประชุมฯ วธ.จะเริ่มใช้งานระบบ e-Office ภายใต้ GDCC ในวันที่ 15 กันยายน 2568 นี้ โดยเริ่มจากสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมก่อน และทยอยเปิดใช้งานระบบฯ สำหรับระดับกรม เพื่อให้เกิดการบูรณาการและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กร และสามารถเชื่อมโยงกับหน่วยงานอื่น ๆ ของรัฐ บนแพลตฟอร์มเดียว สนับสนุนการเปลี่ยนแปลงสู่รัฐบาลดิจิทัล

วันที่ 27 สิงหาคม 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) รับมอบรางวัล “สำเภา-นาวาทอง” ประเภทหน่วยงานระดับ “กระทรวง” ประจำปี 2568 จาก นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ณ ห้องประชุมมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย อาคาร 15 ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ   สำหรับรางวัล “สำเภา-นาวาทอง” จัดขึ้นเป็นปีที่ 4 ตามโครงการมอบรางวัลสุดยอดหน่วยงานรัฐด้านการอำนวยความสะดวกภาคธุรกิจ ซึ่งจัดขึ้นโดยหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติให้กับหน่วยงานภาครัฐที่มีการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมอำนวยความสะดวกในการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม


วันที่ 28 สิงหาคม 2568 ดร.ปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวเปิดการประชุม The 2nd South and Southeast Asia Digital Cooperation Conference การประชุมความร่วมมือด้านดิจิทัลเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 2568 พร้อมกิจกรรมจับคู่ความต้องการด้านอุตสาหกรรมและการค้า โดยมี นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมจำนวนมาก ณ เซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการ และคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

วันที่ 28 สิงหาคม 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ หัวข้อ “การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กร พร้อมการสร้างความยั่งยืน ภายใต้การนำองค์กรที่ขับเคลื่อนโดยนวัตกรรมดิจิทัล” โครงการขับเคลื่อนการพัฒนาบุคลากรภาครัฐในบริบทใหม่ กิจกรรมการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อพัฒนาทักษะดิจิทัล ด้านเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) สำหรับผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงภาครัฐ โดย สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ.) ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ นนทบุรี

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.