Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา




วันที่ 2 กันยายน 2568 ว่าที่ ร.ต.ธนะสิทธิ์  เอี่ยมอนันชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมสรรพากร ครบรอบ 110 ปี พร้อมร่วมสมทบทุนกิจกรรมสาธารณกุศล มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยมี นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) ให้การต้อนรับ ณ บริเวณชั้น 1 อาคารกรมสรรพากร เขตพญาไท กรุงเทพฯ

วันที่ 2 กันยายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมการประชุม Asia Summit of the Global Anti-Scam Alliance ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์การประชุมดังกล่าว เป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมผู้นำจากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ โดยมุ่งเน้นประเด็นสำคัญ อาทิ การหลอกลวงโดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การพัฒนากลไกการแบ่งปันข้อมูล และการยกระดับความรับผิดชอบของภาคอุตสาหกรรมปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ร่วมการเสวนาภายใต้หัวข้อ Tackling Scams in Southeast Asia โดยแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเกี่ยวกับความท้าทายของภูมิภาคอาเซียนในการรับมือกับปัญหาการฉ้อโกงและการหลอกลวงทางออนไลน์ พร้อมทั้งเสนอประเด็นสำคัญ ได้แก่ การจัดตั้งคณะทำงาน ASEAN Working Group on Anti-Online Scams (WG-AS) เพื่อเป็นกลไกความร่วมมือระดับภูมิภาคในการป้องกันและปราบปรามการหลอกลวงออนไลน์ในโอกาสนี้ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ยังได้กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนากฎหมายที่เข้มแข็งและทันสมัย โดยประเทศไทยได้ประกาศใช้พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งกำหนดให้ผู้ให้บริการทางการเงิน โทรคมนาคม สื่อสังคมออนไลน์ และสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องยกระดับมาตรการป้องกันความเสี่ยงและร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งนี้ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ เน้นย้ำว่า การต่อสู้กับปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ ไม่ใช่การต่อสู้กับเทคโนโลยี แต่เป็นการจัดการกับผู้ที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในทางที่ผิด ซึ่งเป็นต้นตอของปัญหาสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันแก้ไข


วันที่ 2 กันยายน 2568 ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในงานสัมมนาการเสริมสร้างความเข้าใจ เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และมาตรการในการจัดการบัญชีม้าของภาคธนาคาร เพื่อประยุกต์ใช้ในกระบวนการยุติธรรม โดยมี นายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมงาน ณ โรงแรมมิราคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น


วันที่ 3 กันยายน 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงดีอี และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด Top Executives ครั้งที่ 8/2568 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 0203 ชั้น 2 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 3 กันยายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยครั้งที่ 1/2568 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 0203 ชั้น 2 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 3 กันยายน 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงดีอี (Top Executives) ครั้งที่ 8/2568 โดยมีศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 203 ชั้น 2 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 โซน C และผ่านระบบ Video Conference   นายประเสริฐ กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้มีการหารือร่วมกับผู้บริหารหน่วยงานของกระทรวงดีอี โดยมีวาระการพิจารณาประเด็นสำคัญ ได้แก่   1.การขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะความรู้เพื่อขับเคลื่อนและยกระดับกำลังคนดิจิทัลระดับอำเภอ (ไอทีแมน) จำนวน 878 คน ประจำทุกอำเภอใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) หรือ BDE  โดยเจ้าหน้าที่ดิจิทัลอำเภอ จะมีภารกิจในการประสานงานกับกระทรวงฯ เพื่อนำเสนอข้อมูลดิจิทัลของหน่วยงานดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งดำเนินการพัฒนาทักษะด้านต่างๆ และความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายสำคัญของกระทรวงฯ เพื่อนำไปขยายผลให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอต่างๆ ได้รับทราบและเข้าใจ นอกจากนี้ยังมีหน้าที่นำส่งข้อมูลสำคัญด้านดิจิทัลในพื้นที่ให้กับกระทรวงฯ เพื่อรับทราบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป    2.การขับเคลื่อนโครงการศูนย์ดิจิทัลชุมชนจำนวน 1,722 แห่ง และขยายเพิ่มขึ้นอีก 500 แห่ง ทั่วประเทศ พร้อมกับยกระดับศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนเดิม สู่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน โดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) หรือ BDE     3.การพัฒนาระบบตรวจสอบสถานภาพพระภิกษุสงฆ์ โดยกระทรวงฯ ร่วมกับ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้มีความร่วมมือในการดำเนินการพัฒนาระบบตรวจสอบสถานภาพพระภิกษุสงฆ์ (Credential Verification) โดยการใช้ข้อมูลบนฐานข้อมูลพระภิกษุของ พศ. (Datacenter) ที่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพระภิกษุสัญชาติไทย กระทรวงฯ โดย สป.ดศ. รับผิดชอบในการพัฒนาระบบตรวจสอบฯ และ สดช. เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดสรรทรัพยากรของระบบฯ โดยใช้คลาวด์ GDCC ซึ่งระบบดังกล่าวได้นำการยืนยันตัวตนด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ผ่านดิจิทัลไอดี (ThaID) และการตรวจสอบใบหน้าด้วยภาพถ่ายประจำตัว เข้ามามีส่วนสำคัญในการตรวจสอบ ซึ่งจะส่งผลให้ระบบตรวจสอบสถานภาพพระภิกษุสงฆ์ มีความแม่นยำ ถูกต้อง และมีความน่าเชื่อถือ โดยในอนาคตจะมีการเพิ่มเติมระบบการตรวจสอบบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดเพิ่มเติม   “ในส่วนของการติดตามความคืบหน้าด้านกฎหมาย ขณะนี้กระทรวงฯ ได้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายหลายฉบับด้วยกัน อาทิ ร่าง พ.ร.บ.ไปรษณีย์ ฉบับใหม่ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จ และทำประชาพิจารณ์ในเร็วๆนี้ และ ร่าง พ.ร.บ.อุตุนิยมวิทยา ที่เตรียมเสนอเข้าที่ประชุม ครม. เช่นเดียวกับ ร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล พ.ศ. .... ของ สพธอ. หรือ ETDA ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญ ในเรื่องกฎหมายที่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้มีความทันสมัย เท่าทันต่อการใช้งานเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน โดยเฉพาะในเรื่องของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล”  รองนายกฯ ประเสริฐ กล่าว   ด้านการดำเนินการยกระดับหน่วยงานภาครัฐในการใช้ระบบงานเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document) ในระบบ e-Office ภายใต้ ระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) ปัจจุบันมีหน่วยงานระดับกระทรวงเข้าร่วมแล้ว จำนวน 18 กระทรวง โดยรวมมีหน่วยงานรัฐที่อยู่ในกระบวนการแล้วจำนวน 6,434 หน่วยงาน รวม 1,894,691 Users ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)  ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายการใช้งานระบบในปี 2568 ที่กำหนดไว้จำนวน 1,000,000 Users   ----------------------------------------------------

วันที่ 4 กันยายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “The ASEAN Workshop on Regional Recommendations for Digital Platform Regulation” ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ ร่วมด้วย Ms. Vannapha Phommathansy รองอธิบดีศูนย์บริหารรัฐดิจิทัล กระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสารแห่ง สปป.ลาว กล่าวต้อนรับ ในฐานะผู้ดำเนินการโครงการฯ ร่วมกับประเทศไทย   การประชุมเชิงปฏิบัติการฯ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ the Development of Guidelines for Digital Platform Regulation in ASEAN ดำเนินการโดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อจัดทำแนวทางการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลของอาเซียน สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ จะมีการหารือประเด็นสำคัญเกี่ยวกับแพลตฟอร์มดิจิทัล ได้แก่ การเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนและข้อมูลเท็จ (Disinformation and Misinformation) การคุ้มครองผู้บริโภค (Consumer Protection) การฉ้อโกงและหลอกลวงทางออนไลน์ (Online Fraud and Scam) และการแข่งขันในตลาดดิจิทัล (Competition in Digital Markets) เป็นต้น   ในการนี้ ปลัดกระทรวงฯ ได้เน้นย้ำว่า การเติบโตของบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลในอาเซียนนำมาซึ่งโอกาสและความท้าทายด้านการกำกับดูแลและกฎระเบียบ โดยทุกประเทศและทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันในการพัฒนาแนวทางกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลในระดับภูมิภาค เพื่อส่งเสริมการคุ้มครองผู้บริโภค การให้บริการอย่างมีความรับผิดชอบ และการแข่งขันที่เป็นธรรม -------------------------------------------------  

วันที่ 4 กันยายน 2568 นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการส่งเสริมและแลกเปลี่ยนความรู้ขั้นสูง ด้านการประยุกต์ใช้ 5G ในภาคอุตสาหกรรม ระหว่างสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และบริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด (Ericsson ) โดยมี ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ (กลุ่มงานส่งเสริมระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัล) depa ร่วมลงนามในพิธี พร้อมด้วย ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย

วันที่ 5 กันยายน 2568 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาสถาบันพระปกเกล้า ครบรอบ 27 ปี “สถาบันพระปกเกล้า 27 ปี ที่ภูมิใจพลิกโฉมใหม่อย่างยั่งยืน” พร้อมร่วมสมทบทุน โดยมี นายณัฐพงศ์ รอดมี ผู้ช่วยเลขาธิการ และรักษาการผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ นางสาวสุพรรณี งามวุฒิกุล ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าหน้าที่สถาบันพระปกเกล้า ให้การต้อนรับ ณ ห้องรับรอง สถาบันพระปกเกล้า อาคารบี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

วันที่ 5 กันยายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ นายกลินท์ สารสิน ประธานคณะจัดการบริษัท ไทย ดิจิทัล แพลตฟอร์ม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด (TAGTHAi) เพื่อยกระดับการบริการด้านการท่องเที่ยวแบบครบวงจรผ่านแพลตฟอร์ม “TAGTHAi” โดยมี ดร.ปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดีอี นางธีรธิดา คุวันทรารัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไทย ดิจิทัล แพลตฟอร์ม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ร่วมเป็นพยาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 203 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม     ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า กระทรวงดีอี พร้อมให้การสนับสนุน การยกระดับการท่องเที่ยวแบบครบวงจรในรูปแบบดิจิทัล ผ่านการใช้แพลตฟอร์ม  “TAGTHAi” ซึ่งมีแนวความคิดที่จะเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ กับการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ชุมชน โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาบูรณาการกับการท่องเที่ยว ทั้งด้านการประชาสัมพันธ์และการบริการแบบครบวงจร เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยว เพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนท้องถิ่น ส่งเสริมการกระจายรายได้และลดความเหลื่อมล้ำในระดับชุมชน รวมทั้งเพิ่มศักยภาพความสามารถทางการแข่งขันผ่านช่องทางดิจิทัลแพลตฟอร์มให้กับผู้ประกอบการ ตอบโจทย์การส่งเสริม Smart Tourism อย่างเป็นรูปธรรม     “กระทรวงดีอี พร้อมสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์การใช้งาน และพัฒนาแพลตฟอร์มร่วมกัน อาทิ ข้อมูลพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) และสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ซึ่งได้มีการพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลด้านท่องเที่ยวแห่งชาติ หรือ “Travel Link” ที่เป็นเครื่องมือช่วยวางแผนนโยบายและแผนการดำเนินงาน โดยใช้ Big Data และ AI เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการได้เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกที่แม่นยำและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาค” ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ กล่าว     ด้านนายกลินท์ สารสิน ประธานคณะจัดการ บริษัท ไทย ดิจิทัล แพลตฟอร์ม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวสนใจเข้าใช้แอปพลิเคชัน “TAGTHAi” รวมแล้วกว่า 4.7 ล้านครั้ง โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติดาวน์โหลดแอปฯ แล้วกว่า 3.2 ล้านราย และมียอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 482% ทั้งยังช่วยดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวไทยในช่วง Low Season ได้ถึง 25 ประเทศ สถิตินี้สะท้อนถึงเทรนด์การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลของนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี     สำหรับ “TAGTHAi” เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวของคนไทย ที่ช่วยสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวไทยสู่สากล รวมไปถึงสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยในท้องถิ่น ให้สามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านฟีเจอร์เด่น อาทิ ฟีเจอร์ “Design My Trip” ที่ใช้ AI เข้ามาช่วยออกแบบทริปการท่องเที่ยวให้ตรงตามความต้องการของนักท่องเที่ยว การให้บริการอีวอลเล็ต “TAGTHAi Easy Pay” ระบบการชำระเงินที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ สามารถสแกนจ่ายพร้อมเพย์ได้เป็นเจ้าแรกของไทย การขอคืนภาษีออนไลน์ การให้บริการสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว ฯลฯ     “TAGTHAi พร้อมนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว พร้อมสร้างมาตรฐานความปลอดภัยทั้งในแง่ของการใช้เทคโนโลยี การชำระเงิน และการเก็บข้อมูลของนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ รวมไปถึงสามารถแบ่งปันเทรนด์การท่องเที่ยว และช่วยจัดอบรมการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลของผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ทั้งในแง่ของการขายและการให้บริการ จนสามารถขยายโอกาสของตนเองสู่ตลาดโลก ขณะเดียวกัน ก็สามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อการท่องเที่ยวของไทยให้มีคุณภาพสูงและเติบโตขึ้นอย่างยั่งยืน” นายกลินท์ กล่าวในตอนท้าย   --------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.