Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “OR เปิดให้ลงทะเบียนร่วมลงทุนหุ้นสามัญ ผ่านเพจ AMZ - New Investor Online” รองลงมาคือเรื่อง “ปปง. เร่งทยอยคืนทรัพย์ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากคอลเซ็นเตอร์ ติดต่อผ่านเพจ Financial Management Assistance Office” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม หวั่นสร้างความเสียหายทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สิน และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ขอให้เลือกเชื่อ - แชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 22 – 28 สิงหาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 973,310 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 793 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 767 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 11 ข้อความ ช่องทาง Website จำนวน 15 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 191 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 74 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง OR เปิดให้ลงทะเบียนร่วมลงทุนหุ้นสามัญ ผ่านเพจ AMZ - New Investor Online อันดับที่ 2 : เรื่อง ปปง. เร่งทยอยคืนทรัพย์ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากคอลเซ็นเตอร์ ติดต่อผ่านเพจ Financial Management Assistance Office อันดับที่ 3 : เรื่อง ติดต่อการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ผ่าน Line ID 0613800848 อันดับที่ 4 : เรื่อง SET เปิดให้ศึกษาเรียนฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านเพจเฟซบุ๊ก สภาวะตลาดหุ้น อันดับที่ 5 : เรื่อง SET Thailand ให้คำปรึกษาด้านการลงทุน ผ่านไอดีไลน์ @799xsbkk อันดับที่ 6 : เรื่อง SET เปิดให้เรียนเทรดหุ้น ไม่มีค่าใช้จ่าย เรียนจบมีใบสำเร็จการศึกษามอบให้ ลงทะเบียนได้ที่เพจ “ความรู้ เรื่องหุ้น” อันดับที่ 7 : เรื่อง SET เปิดลงทะเบียน เรียนเทรดหุ้นฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ผ่านเพจ ชีพจรหุ้น อันดับที่ 8 : เรื่อง ปปง. เปิดลงทะเบียนขอรับเงินที่ถูกหลอกลวงคืน ผ่านเพจ Protect and assist online victims อันดับที่ 9 : เรื่อง กระทรวงยุติธรรม เปิดเพจเฟซบุ๊กสำรอง ชื่อ กระทรวงยุติธรรม Ministry Of Justice Thailand อันดับที่ 10 : ปปง. เปิดให้ลงทะเบียนเพื่อรับทรัพย์สินคืนจากมิจฉาชีพ ผ่านเพจ Assistance for personnel affected by social media V.1 “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวกับการชักชวนลงทุนหุ้นในหน่วยงานและองค์กรที่น่าเชื่อถือ การให้บริการของหน่วยงานรัฐเกี่ยวกับการเยียวยาความเสียหายจากอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งมีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง ทำให้ประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “OR เปิดให้ลงทะเบียนร่วมลงทุนหุ้นสามัญ ผ่านเพจ AMZ - New Investor Online” กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กระทรวงพลังงาน เป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า กรณีที่มีเพจเฟซบุ๊ก AMZ - New Investor Online ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ลงทุนหุ้นสามัญ เป็นการกระทำของมิจฉาชีพ โดย OR ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดําเนินการดังกล่าว รวมถึงไม่มีนโยบายเสนอขายหุ้น หรือการลงทุนในลักษณะนี้แต่อย่างใด ดังนั้นขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร และใช้ความระมัดระวังในการลงทุนผ่านช่องทางต่าง ๆ  ทั้งนี้ผู้สนใจข้อมูลเกี่ยวกับ OR เพื่อประกอบการพิจารณาลงทุน สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากลิงก์ https://investor.pttor.com/th/home นอกจากนี้กระทรวงดีอี ขอเตือนประชาชนว่าการให้ข้อมูลหรือติดตั้งแอปพลิเคชันใดๆ ที่ไม่ได้มาจากช่องทางอย่างเป็นทางการ อาจมีความเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูล หรือเงินในบัญชีธนาคารได้ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ -----------------------------------------------------------

วันที่ 1 กันยายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “วิถีใหม่ภาครัฐในยุค AI Driven : ปรับแนวคิด เปลี่ยนกระบวนการยกระดับคุณภาพบริการ สู่ประชาชน” ในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “AI for Public Sectors : Experience Sharing” โดยมีนางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยดร.ปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ห้องบอลรูม ชั้น 3 โรงแรมโกลเดน ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพฯ

วันที่ 1 กันยายน 2568 ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับ คณะผู้แทนจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ในโอกาสเข้าศึกษาดูงาน ด้านการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พร้อมเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษ การดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) ณ ศูนย์ปฏิบัติการฯ  AOC 1441 กรุงเทพฯ




วันที่ 2 กันยายน 2568 ว่าที่ ร.ต.ธนะสิทธิ์  เอี่ยมอนันชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากรมสรรพากร ครบรอบ 110 ปี พร้อมร่วมสมทบทุนกิจกรรมสาธารณกุศล มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัม ในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ โดยมี นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) ให้การต้อนรับ ณ บริเวณชั้น 1 อาคารกรมสรรพากร เขตพญาไท กรุงเทพฯ

วันที่ 2 กันยายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าร่วมการประชุม Asia Summit of the Global Anti-Scam Alliance ณ สาธารณรัฐสิงคโปร์การประชุมดังกล่าว เป็นเวทีสำคัญที่รวบรวมผู้นำจากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือแนวทางการแก้ไขปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ โดยมุ่งเน้นประเด็นสำคัญ อาทิ การหลอกลวงโดยใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) การพัฒนากลไกการแบ่งปันข้อมูล และการยกระดับความรับผิดชอบของภาคอุตสาหกรรมปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ได้ร่วมการเสวนาภายใต้หัวข้อ Tackling Scams in Southeast Asia โดยแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเกี่ยวกับความท้าทายของภูมิภาคอาเซียนในการรับมือกับปัญหาการฉ้อโกงและการหลอกลวงทางออนไลน์ พร้อมทั้งเสนอประเด็นสำคัญ ได้แก่ การจัดตั้งคณะทำงาน ASEAN Working Group on Anti-Online Scams (WG-AS) เพื่อเป็นกลไกความร่วมมือระดับภูมิภาคในการป้องกันและปราบปรามการหลอกลวงออนไลน์ในโอกาสนี้ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ยังได้กล่าวถึงความสำคัญของการพัฒนากฎหมายที่เข้มแข็งและทันสมัย โดยประเทศไทยได้ประกาศใช้พระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 ซึ่งกำหนดให้ผู้ให้บริการทางการเงิน โทรคมนาคม สื่อสังคมออนไลน์ และสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องยกระดับมาตรการป้องกันความเสี่ยงและร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งนี้ ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ เน้นย้ำว่า การต่อสู้กับปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ ไม่ใช่การต่อสู้กับเทคโนโลยี แต่เป็นการจัดการกับผู้ที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในทางที่ผิด ซึ่งเป็นต้นตอของปัญหาสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันแก้ไข


วันที่ 2 กันยายน 2568 ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) ร่วมเป็นวิทยากรบรรยายพิเศษในงานสัมมนาการเสริมสร้างความเข้าใจ เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และมาตรการในการจัดการบัญชีม้าของภาคธนาคาร เพื่อประยุกต์ใช้ในกระบวนการยุติธรรม โดยมี นายกอบศักดิ์ ดวงดี เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และผู้ที่เกี่ยวข้องร่วมงาน ณ โรงแรมมิราคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น


วันที่ 3 กันยายน 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงดีอี และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด Top Executives ครั้งที่ 8/2568 โดยมี ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงฯ เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 0203 ชั้น 2 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 3 กันยายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อการ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยครั้งที่ 1/2568 โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 0203 ชั้น 2 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 3 กันยายน 2568 นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงดีอี (Top Executives) ครั้งที่ 8/2568 โดยมีศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 203 ชั้น 2 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 โซน C และผ่านระบบ Video Conference   นายประเสริฐ กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้มีการหารือร่วมกับผู้บริหารหน่วยงานของกระทรวงดีอี โดยมีวาระการพิจารณาประเด็นสำคัญ ได้แก่   1.การขับเคลื่อนโครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะความรู้เพื่อขับเคลื่อนและยกระดับกำลังคนดิจิทัลระดับอำเภอ (ไอทีแมน) จำนวน 878 คน ประจำทุกอำเภอใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ซึ่งดำเนินการโดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) หรือ BDE  โดยเจ้าหน้าที่ดิจิทัลอำเภอ จะมีภารกิจในการประสานงานกับกระทรวงฯ เพื่อนำเสนอข้อมูลดิจิทัลของหน่วยงานดิจิทัลที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งดำเนินการพัฒนาทักษะด้านต่างๆ และความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายสำคัญของกระทรวงฯ เพื่อนำไปขยายผลให้กับประชาชนในพื้นที่อำเภอต่างๆ ได้รับทราบและเข้าใจ นอกจากนี้ยังมีหน้าที่นำส่งข้อมูลสำคัญด้านดิจิทัลในพื้นที่ให้กับกระทรวงฯ เพื่อรับทราบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป    2.การขับเคลื่อนโครงการศูนย์ดิจิทัลชุมชนจำนวน 1,722 แห่ง และขยายเพิ่มขึ้นอีก 500 แห่ง ทั่วประเทศ พร้อมกับยกระดับศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนเดิม สู่ศูนย์ดิจิทัลชุมชน โดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) หรือ BDE     3.การพัฒนาระบบตรวจสอบสถานภาพพระภิกษุสงฆ์ โดยกระทรวงฯ ร่วมกับ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ได้มีความร่วมมือในการดำเนินการพัฒนาระบบตรวจสอบสถานภาพพระภิกษุสงฆ์ (Credential Verification) โดยการใช้ข้อมูลบนฐานข้อมูลพระภิกษุของ พศ. (Datacenter) ที่มีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับพระภิกษุสัญชาติไทย กระทรวงฯ โดย สป.ดศ. รับผิดชอบในการพัฒนาระบบตรวจสอบฯ และ สดช. เป็นผู้รับผิดชอบในการจัดสรรทรัพยากรของระบบฯ โดยใช้คลาวด์ GDCC ซึ่งระบบดังกล่าวได้นำการยืนยันตัวตนด้วยวิธีการอิเล็กทรอนิกส์ผ่านดิจิทัลไอดี (ThaID) และการตรวจสอบใบหน้าด้วยภาพถ่ายประจำตัว เข้ามามีส่วนสำคัญในการตรวจสอบ ซึ่งจะส่งผลให้ระบบตรวจสอบสถานภาพพระภิกษุสงฆ์ มีความแม่นยำ ถูกต้อง และมีความน่าเชื่อถือ โดยในอนาคตจะมีการเพิ่มเติมระบบการตรวจสอบบัญชีรายรับ-รายจ่ายของวัดเพิ่มเติม   “ในส่วนของการติดตามความคืบหน้าด้านกฎหมาย ขณะนี้กระทรวงฯ ได้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายหลายฉบับด้วยกัน อาทิ ร่าง พ.ร.บ.ไปรษณีย์ ฉบับใหม่ ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จ และทำประชาพิจารณ์ในเร็วๆนี้ และ ร่าง พ.ร.บ.อุตุนิยมวิทยา ที่เตรียมเสนอเข้าที่ประชุม ครม. เช่นเดียวกับ ร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจแพลตฟอร์มดิจิทัล พ.ศ. .... ของ สพธอ. หรือ ETDA ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญ ในเรื่องกฎหมายที่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้มีความทันสมัย เท่าทันต่อการใช้งานเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปในปัจจุบัน โดยเฉพาะในเรื่องของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล”  รองนายกฯ ประเสริฐ กล่าว   ด้านการดำเนินการยกระดับหน่วยงานภาครัฐในการใช้ระบบงานเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Document) ในระบบ e-Office ภายใต้ ระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) ปัจจุบันมีหน่วยงานระดับกระทรวงเข้าร่วมแล้ว จำนวน 18 กระทรวง โดยรวมมีหน่วยงานรัฐที่อยู่ในกระบวนการแล้วจำนวน 6,434 หน่วยงาน รวม 1,894,691 Users ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)  ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายการใช้งานระบบในปี 2568 ที่กำหนดไว้จำนวน 1,000,000 Users   ----------------------------------------------------

วันที่ 4 กันยายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ “The ASEAN Workshop on Regional Recommendations for Digital Platform Regulation” ณ โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร กรุงเทพฯ ร่วมด้วย Ms. Vannapha Phommathansy รองอธิบดีศูนย์บริหารรัฐดิจิทัล กระทรวงเทคโนโลยีและการสื่อสารแห่ง สปป.ลาว กล่าวต้อนรับ ในฐานะผู้ดำเนินการโครงการฯ ร่วมกับประเทศไทย   การประชุมเชิงปฏิบัติการฯ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ the Development of Guidelines for Digital Platform Regulation in ASEAN ดำเนินการโดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อจัดทำแนวทางการกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลของอาเซียน สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการฯ จะมีการหารือประเด็นสำคัญเกี่ยวกับแพลตฟอร์มดิจิทัล ได้แก่ การเผยแพร่ข้อมูลบิดเบือนและข้อมูลเท็จ (Disinformation and Misinformation) การคุ้มครองผู้บริโภค (Consumer Protection) การฉ้อโกงและหลอกลวงทางออนไลน์ (Online Fraud and Scam) และการแข่งขันในตลาดดิจิทัล (Competition in Digital Markets) เป็นต้น   ในการนี้ ปลัดกระทรวงฯ ได้เน้นย้ำว่า การเติบโตของบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลในอาเซียนนำมาซึ่งโอกาสและความท้าทายด้านการกำกับดูแลและกฎระเบียบ โดยทุกประเทศและทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันในการพัฒนาแนวทางกำกับดูแลแพลตฟอร์มดิจิทัลในระดับภูมิภาค เพื่อส่งเสริมการคุ้มครองผู้บริโภค การให้บริการอย่างมีความรับผิดชอบ และการแข่งขันที่เป็นธรรม -------------------------------------------------  

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.