Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 4 กันยายน 2568 นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการส่งเสริมและแลกเปลี่ยนความรู้ขั้นสูง ด้านการประยุกต์ใช้ 5G ในภาคอุตสาหกรรม ระหว่างสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และบริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด (Ericsson ) โดยมี ดร.วาริน รัชนานุสรณ์ รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ (กลุ่มงานส่งเสริมระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัล) depa ร่วมลงนามในพิธี พร้อมด้วย ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ทำเนียบเอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย

วันที่ 5 กันยายน 2568 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาสถาบันพระปกเกล้า ครบรอบ 27 ปี “สถาบันพระปกเกล้า 27 ปี ที่ภูมิใจพลิกโฉมใหม่อย่างยั่งยืน” พร้อมร่วมสมทบทุน โดยมี นายณัฐพงศ์ รอดมี ผู้ช่วยเลขาธิการ และรักษาการผู้อำนวยการสำนักบริการวิชาการ นางสาวสุพรรณี งามวุฒิกุล ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าหน้าที่สถาบันพระปกเกล้า ให้การต้อนรับ ณ ห้องรับรอง สถาบันพระปกเกล้า อาคารบี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

วันที่ 5 กันยายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ นายกลินท์ สารสิน ประธานคณะจัดการบริษัท ไทย ดิจิทัล แพลตฟอร์ม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด (TAGTHAi) เพื่อยกระดับการบริการด้านการท่องเที่ยวแบบครบวงจรผ่านแพลตฟอร์ม “TAGTHAi” โดยมี ดร.ปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดีอี นางธีรธิดา คุวันทรารัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไทย ดิจิทัล แพลตฟอร์ม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ร่วมเป็นพยาน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 203 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม     ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวว่า กระทรวงดีอี พร้อมให้การสนับสนุน การยกระดับการท่องเที่ยวแบบครบวงจรในรูปแบบดิจิทัล ผ่านการใช้แพลตฟอร์ม  “TAGTHAi” ซึ่งมีแนวความคิดที่จะเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ กับการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ชุมชน โดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาบูรณาการกับการท่องเที่ยว ทั้งด้านการประชาสัมพันธ์และการบริการแบบครบวงจร เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของนักท่องเที่ยว เพิ่มโอกาสทางธุรกิจให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยและชุมชนท้องถิ่น ส่งเสริมการกระจายรายได้และลดความเหลื่อมล้ำในระดับชุมชน รวมทั้งเพิ่มศักยภาพความสามารถทางการแข่งขันผ่านช่องทางดิจิทัลแพลตฟอร์มให้กับผู้ประกอบการ ตอบโจทย์การส่งเสริม Smart Tourism อย่างเป็นรูปธรรม     “กระทรวงดีอี พร้อมสนับสนุนด้านการประชาสัมพันธ์การใช้งาน และพัฒนาแพลตฟอร์มร่วมกัน อาทิ ข้อมูลพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) และสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ซึ่งได้มีการพัฒนาแพลตฟอร์มข้อมูลด้านท่องเที่ยวแห่งชาติ หรือ “Travel Link” ที่เป็นเครื่องมือช่วยวางแผนนโยบายและแผนการดำเนินงาน โดยใช้ Big Data และ AI เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการได้เข้าถึงข้อมูลเชิงลึกที่แม่นยำและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมนักท่องเที่ยวในแต่ละภูมิภาค” ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ กล่าว     ด้านนายกลินท์ สารสิน ประธานคณะจัดการ บริษัท ไทย ดิจิทัล แพลตฟอร์ม วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2565 จนถึงปัจจุบัน มีนักท่องเที่ยวสนใจเข้าใช้แอปพลิเคชัน “TAGTHAi” รวมแล้วกว่า 4.7 ล้านครั้ง โดยมีจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติดาวน์โหลดแอปฯ แล้วกว่า 3.2 ล้านราย และมียอดขายเพิ่มขึ้นกว่า 482% ทั้งยังช่วยดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติมาเที่ยวไทยในช่วง Low Season ได้ถึง 25 ประเทศ สถิตินี้สะท้อนถึงเทรนด์การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลของนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี     สำหรับ “TAGTHAi” เป็นแพลตฟอร์มดิจิทัลด้านการท่องเที่ยวของคนไทย ที่ช่วยสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวไทยสู่สากล รวมไปถึงสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยในท้องถิ่น ให้สามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านฟีเจอร์เด่น อาทิ ฟีเจอร์ “Design My Trip” ที่ใช้ AI เข้ามาช่วยออกแบบทริปการท่องเที่ยวให้ตรงตามความต้องการของนักท่องเที่ยว การให้บริการอีวอลเล็ต “TAGTHAi Easy Pay” ระบบการชำระเงินที่ช่วยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ สามารถสแกนจ่ายพร้อมเพย์ได้เป็นเจ้าแรกของไทย การขอคืนภาษีออนไลน์ การให้บริการสายด่วนตำรวจท่องเที่ยว ฯลฯ     “TAGTHAi พร้อมนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยว พร้อมสร้างมาตรฐานความปลอดภัยทั้งในแง่ของการใช้เทคโนโลยี การชำระเงิน และการเก็บข้อมูลของนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ รวมไปถึงสามารถแบ่งปันเทรนด์การท่องเที่ยว และช่วยจัดอบรมการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลของผู้ประกอบการท้องถิ่น เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ทั้งในแง่ของการขายและการให้บริการ จนสามารถขยายโอกาสของตนเองสู่ตลาดโลก ขณะเดียวกัน ก็สามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยสร้างสภาพแวดล้อมเพื่อการท่องเที่ยวของไทยให้มีคุณภาพสูงและเติบโตขึ้นอย่างยั่งยืน” นายกลินท์ กล่าวในตอนท้าย   --------------------------------------------





วันที่ 5 กันยายน 2568 ว่าที่ ร.ต.ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวเปิดกิจกรรมเสริมสร้างการรับรู้เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ในสถานศึกษา ครั้งที่ 4 ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti Fake News Center: AFNC) โดยมี นายพรรณธนู วรรณกางซ้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ โรงเรียนสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร   สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นการสร้างความตระหนักรู้ เสริมสร้างทักษะการใช้งานเทคโนโลยีอย่างปลอดภัย สร้างภูมิคุ้มกัน และแนวทางป้องกันภัยทางออนไลน์ให้กับประชาชนทุกกลุ่ม โดยเน้นถึงเยาวชน นักเรียน และนักศึกษามีการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์อย่างแพร่หลาย ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงดีอี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัล และรู้เท่าทันสื่อสังคมออนไลน์ ที่มีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์แยกแยะข่าวสาร ข่าวจริง ข่าวปลอม และข่าวบิดเบือนผ่านนิทรรศการและเกมเสริมทักษะที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย พร้อมบรรยายพิเศษหัวข้อ "วิธีรับมือข่าวปลอมในยุคดิจิทัล" โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและเตรียมความพร้อมในการรับมือกับข้อมูลข่าวสารที่คลาดเคลื่อนในปัจจุบัน  

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ไทยละเมิดข้อตกลงการหยุดยิง” รองลงมาคือเรื่อง “รัฐสภาไทยลงมติให้ประกาศทำสงครามกับกัมพูชา” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลในสังคม รวมทั้งอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน และข้อมูลส่วนบุคคล โดยขอให้เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม – 4 กันยายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,205,193 ข้ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 712 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 693 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 12 ข้อความ ช่องทาง Website จำนวน 7 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 166 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 62 เรื่อง ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 104 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 20 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 9 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 1 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 32 เรื่องนายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ส่วนใหญ่เป็นข่าวเกี่ยวกับความมั่นคงระหว่างประเทศไทย และกัมพูชา การให้บริการของหน่วยงานรัฐ นอกจากนี้ยังพบข่าวที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ และข่าวภัยพิบัติรวมอยู่ด้วย ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลได้ รวมทั้งอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน หรือ ข้อมูลส่วนบุคคล โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่อันดับที่ 1 : เรื่อง ไทยละเมิดข้อตกลงการหยุดยิง อันดับที่ 2 : เรื่อง รัฐสภาไทยลงมติให้ประกาศทำสงครามกับกัมพูชา อันดับที่ 3 : เรื่อง ชาวนาเตรียมกดรับเงินช่วยเหลือ ไร่ละ 1,000 บาท ที่แอปฯ ทางรัฐ อันดับที่ 4 : เรื่อง พายุหน่องฟา เป็นพายุโซนร้อนลูกแรกของปี 2568 ที่เข้าถึงไทย อันดับที่ 5 : เรื่อง กองทัพภาคที่ 2 เปิดเพจเฟซบุ๊ก “ข่าวกองทัพภาคที่ 2” อันดับที่ 6 : เรื่อง คลิป ผอ. กองสลากฯ สั่งล็อกเลขสลากกินแบ่งรัฐบาล อันดับที่ 7 : เรื่อง เปิดจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึกทุกวันพุธ และวันอาทิตย์ อันดับที่ 8 : เรื่อง ผลิตภัณฑ์ Japo Care ช่วยรักษาโรคไทรอยด์ อันดับที่ 9 : เรื่อง สื่อต่าง ๆ เตรียมรับสัญญาณจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย อันดับที่ 10 : เรื่อง ผลิตภัณฑ์ Kreain Nature Nasal Care รักษาจมูกอักเสบ อาการภูมิแพ้หายขาด หายใจโล่งใน 7 วัน สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ไทยละเมิดข้อตกลงการหยุดยิง” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ กองทัพบก กระทรวงกลาโหม ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า กองทัพบก ยืนยัน ประเทศไทยยึดมั่นและปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด พร้อมดำเนินการให้เป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมา ไทยเปิดกว้างให้คณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราวอาเซียน (IOT) คณะจาก ICRC และพันธมิตรนานาประเทศ รวมถึงสื่อมวลชนทั้งไทยและต่างประเทศ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ทุกจุดโดยเสรี ไม่เคยมีการปิดกั้นข้อมูล ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความบริสุทธิ์ใจของฝ่ายไทย ที่ดำเนินการทุกอย่างแบบตรงไปตรงมา ด้านข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “รัฐสภาไทยลงมติให้ประกาศทำสงครามกับกัมพูชา” กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ยืนยันว่า ไม่เคยมีการพิจารณาในประเด็นการตอบโต้กัมพูชาเต็มแนวรบ และไม่เคยมีมติเห็นชอบให้กองทัพไทยตอบโต้กัมพูชาเต็มแนวรบแต่อย่างใด ขอประชาชนอย่าเชื่อข่าวลือที่ไม่มีที่มาที่ไป ให้ติดตามข่าวสารจากช่องทางของทางการเท่านั้น เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทันส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ --------------------------------

วันที่ 6 กันยายน 2568 ว่าที่ รต.ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานกล่าวเปิดงาน การจัดกิจกรรมสร้างการรับรู้ เพื่อรู้เท่าทันและรับมือกับข่าวปลอม ครั้งที่ 4 ภายใต้โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti Fake News Center: AFNC) โดยมี นายพรรณธนู วรรณกางซ้าย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม Starlight See Stars & Forest Resort จ.สกลนคร สำหรับกิจกรรมครั้งนี้ จัดขึ้นเพื่อเป็นการสร้างความตระหนักรู้ เสริมสร้างทักษะการใช้งานเทคโนโลยีอย่างปลอดภัย สร้างภูมิคุ้มกัน และแนวทางป้องกันภัยทางออนไลน์ให้กับประชาชนทุกกลุ่ม โดยเน้นเป็นกลุ่มผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ (เน้นกลุ่มผู้สูงอายุ) เนื่องจากเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่จะมีส่วนช่วยในการขยายผลเพื่อสร้างการรับรู้ ในการรับข้อมูลข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ ก่อนจะเผยแพร่หรือส่งต่อในทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์แยกแยะข่าวสาร ข่าวจริง ข่าวปลอม และข่าวบิดเบือน ผ่านกิจกรรมการบรรยาย และการจัดอภิปราย ในหัวข้อ “เสริมภูมิคุ้มกันข่าวปลอม: รวมพลังคนรุ่นใหญ่ วัยเก๋า” และการเสวนาในหัวข้อ “เชื่อมต่อชุมชน รู้เท่าทันโลกดิจิทัล : ป้องกันข่าวปลอม สร้างสังคมอบอุ่น” เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจและเตรียมความพร้อมในการรับมือกับข้อมูลข่าวสารที่คลาดเคลื่อนในปัจจุบัน

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “OR เปิดโอกาสให้ร่วมลงทุนหุ้น เริ่มต้น 1,260 บาท รับปันผล 441 บาทต่อวัน” รองลงมาคือเรื่อง “กรุงไทย ปล่อยสินเชื่อ ผ่านบัญชี TikTok ktb90” โดยขอให้ประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม หวั่นสร้างความเสียหายทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สิน และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ขอให้เลือกเชื่อ - แชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 29 สิงหาคม – 4 กันยายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,205,193 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 712 ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 693 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 12 ข้อความ ช่องทาง Website จำนวน 7 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 166 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 62 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง OR เปิดโอกาสให้ร่วมลงทุนหุ้น เริ่มต้น 1,260 บาท รับปันผล 441 บาทต่อวัน อันดับที่ 2 : เรื่อง กรุงไทย ปล่อยสินเชื่อ ผ่านบัญชี TikTok ktb90 อันดับที่ 3 : เรื่อง OKJ เปิดโอกาสให้ลงทุนหุ้น เปิดให้ซื้อขายผ่าน SET อันดับที่ 4 : เรื่อง เจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย ติดต่อทำธุรกรรมการเงิน ผ่านเบอร์โทร อันดับที่ 5 : เรื่อง เจ้าหน้าที่จากธนาคารออมสิน ติดต่อเรื่องการเปิดบัญชีธนาคารผ่านการโทร อันดับที่ 6 : เรื่อง OR เปิดให้ลงทุนผ่านเพจ Amazon Sustainable Business อันดับที่ 7 : เรื่อง เบอร์โทรศัพท์ 093-661-8807 เจ้าหน้าที่กระทรวงดิจิทัลฯ อันดับที่ 8 : เรื่อง ก.ล.ต. ออกบัตรรับรองผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุน ให้กับบัญชีไลน์ Service center PDAX อันดับที่ 9 : เรื่อง กระทรวงยุติธรรม เปิดเพจเฟซบุ๊กใหม่ ชื่อ “Ministry of Justice and National Security” อันดับที่ 10 : OR เพิ่มทางเลือกใหม่เพื่อนักลงทุน เริ่มต้น 1 หน่วย รับปันผล 441 บาท “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวกับการชักชวนลงทุนหุ้นในหน่วยงานและองค์กรที่น่าเชื่อถือ การให้บริการของหน่วยงานรัฐ และโครงการสินเชื่อของธนาคารรัฐ ซึ่งมีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง ทำให้ประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “OR เปิดโอกาสให้ร่วมลงทุนหุ้น เริ่มต้น 1,260 บาท รับปันผล 441 บาทต่อวัน” กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กระทรวงพลังงาน ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า บัญชีโซเชียลมีเดียดังกล่าว เป็นบัญชีปลอม โดย OR ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการดังกล่าวแต่อย่างใด จึงขอเตือนนักลงทุนให้ใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร ตรวจสอบข้อมูลให้แน่ใจ และใช้ความระมัดระวังในการลงทุนผ่านช่องทางต่าง ๆ สำหรับผู้สนใจข้อมูลเกี่ยวกับ OR เพื่อประกอบการพิจารณาลงทุน สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์ https://investor.pttor.com/th/home นอกจากนี้กระทรวงดีอี ขอเตือนประชาชนว่าการให้ข้อมูลหรือติดตั้งแอปพลิเคชันใดๆ ที่ไม่ได้มาจากช่องทางอย่างเป็นทางการ อาจมีความเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูล หรือเงินในบัญชีธนาคารได้ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดหากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ ------------------------------------------------------------

เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุมเตรียมการสภาบริหารของสหภาพไปรษณีย์ แห่งเอเชียและแปซิฟิก หรือ  APPU สำหรับการประชุมใหญ่สหภาพสากลไปรษณีย์ (UPU Congress) ครั้งที่ 28 ณ นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ ในฐานะประเทศไทยเป็นประธานการประชุมสภาบริหารของ APPU และได้กล่าวเปิดการประชุมดังกล่าวกับผู้แทนจากประเทศสมาชิก APPU โดยมี  Dr.Vinaya Prakash Singh ตำแหน่ง Secretary General APPU เข้าร่วม   สำหรับการประชุมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อเป็นการเตรียมการและเตรียมท่าทีสำหรับภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกในการนำเสนอประเด็นหรือข้อเสนอด้านการพัฒนากิจการไปรษณีย์ และพิจารณาการรับรองแผนยุทธศาสตร์ของสหภาพสากลไปรษณีย์ ฉบับใหม่ (ปี ค.ศ. 2026-2029)   นอกจากนี้ จะมีการนำเสนอสถานะข้อมูลการสมัครรับเลือกตั้งล่าสุดในตำแหน่งสภาบริหาร และสภาปฏิบัติการของประเทศสมาชิก APPU ซึ่งประเทศไทยลงสมัครทั้งสองตำแหน่ง ขณะเดียวกัน ปลัดกระทรวงดีอี และคณะได้ร่วมงานเลี้ยงรับรองผู้เข้าร่วมการประชุม UPU Congress ครั้งที่ 28 ซึ่งจัดโดย สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมการประชุมใหญ่สหภาพสากลไปรษณีย์ สมัยที่ 28 ระหว่างวันที่ 8 - 9 กันยายน 2568 ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วยนางสาวนิภา นิรันดร์นุต กงสุลใหญ่ ณ นครดูไบ และ นางสาวฐะปะนีย์  อัมรินทร์รัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) เข้าร่วมการประชุม ณ นครดูไบ สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์   การประชุมดังกล่าวเป็นการประชุมองค์กรสูงสุดของสหภาพสากลไปรษณีย์ หรือ UPU มีประเทศสมาชิก 192 ประเทศ จัดประชุมทุกๆ 4 ปี เพื่อกำหนดนโยบายด้านกิจการไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ปรับปรุงแก้ไขพิธีสารต่างๆ และเลือกตั้งผู้บริหารของ UPU ตลอดจนเลือกตั้งสมาชิกสภาบริหารและสมาชิกสภาปฏิบัติการไปรษณีย์  ซึ่งในวันที่ 8 กันยายน 2568 เป็นการเปิดประชุมฯ อย่างเป็นทางการ โดยมี Mr. Tariq Ahmed Al Wahedi ตำแหน่ง Group CEO of 7x Holding สาธารณรัฐอาหรับเอเมิเรตส์ ทำหน้าที่ประธานการประชุม และ Mr. Mashiko Metoki ผู้อำนวยการใหญ่ UPU ร่วมกล่าวเปิดการประชุม พร้อมทั้งจัดการสัมมนา UPU Global Leaders Summit ซึ่งเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้บริหารจากภาครัฐ ภาคเอกชน หน่วยงานกำกับดูแล ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อพัฒนาการกิจการไปรษณีย์ และต่อยอดความร่วมมือในอนาคต    ในโอกาสนี้ ประเทศไทย โดยบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) ได้รับรางวัล Regional Champions Awards ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จาก UPU ซึ่งเป็นรางวัลการประเมินผลการพัฒนาด้านกิจการไปรษณีย์ที่โดดเด่นของภูมิภาค



icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.