Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 15 กันยายน 2568 ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการ Agentic AI for Public Leadership: Ethics, Innovation & Adoption ณ ห้อง BB201 ชั้น 2 อาคารศูนย์ประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

วันที่ 15 กันยายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวเปิดงานประชาสัมพันธ์เปิดตัว การขับเคลื่อนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในระดับอำเภอ และให้ความรู้ในการขับเคลื่อนกำลังคนดิจิทัลในระดับพื้นที่ “โครงการ 1 อำเภอ 1 ไอทีแมน” (1 Amphoe 1 IT Man) ภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาทักษะความรู้เพื่อขับเคลื่อนและยกระดับกำลังคนดิจิทัลระดับอำเภอ พร้อมปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “ระบบนิเวศดิจิทัลจังหวัด” โดยมี ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) กล่าวรายงาน พร้อมด้วย บุคลากรภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา เจ้าหน้าที่บริหารงานดิจิทัลระดับอำเภอ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก จัดโดยสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) กระทรวงดีอี ณ ห้องนครรังสิต 1-2 โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต จ.ปทุมธานี และในรูปแบบการประชุมทางไกล   โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างกลไกการทำงานด้านดิจิทัลในระดับอำเภอ ให้สามารถเข้าถึงประชาชนในระดับพื้นที่ได้มากขึ้น และเพื่อให้เกิดกลไกการส่งเสริมการพัฒนาจังหวัดดิจิทัล (Digital Province) พร้อมกับ การยกระดับทุนมนุษย์ (Human Capital) ให้มีความพร้อมต่อการยกระดับประเทศด้านเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทุกอำเภอรวมถึงการประชาสัมพันธ์และสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญ   โดยการเปิดตัวโครงการนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการยกระดับศักยภาพกำลังคนดิจิทัลในทุกพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะระดับอำเภอที่ถือเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทย มุ่งหวังว่าประชาชนจะสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันและการประกอบอาชีพ สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ และนำไปสู่สังคมไทยที่มั่นคงและยั่งยืน สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจและสังคมไทยในระยะยาว  

วันที่ 15 กันยายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการแถลงข่าวการดำเนินมาตรการเพิกถอนการระงับบัญชีธนาคารชั่วคราวในบัญชีที่อาจมีความเกี่ยวข้องกับบัญชีม้าของมิจฉาชีพ ซึ่งเป็นผลมาจากการบังคับใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2568 ร่วมกับ สมาคมธนาคารไทย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และ กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ เปิดเผยว่า ตามที่มีการดำเนินมาตรการระงับวงเงินในบัญชีธนาคารชั่วคราว ซึ่งเป็นมาตรการในการตรวจสอบและปิดกั้นบัญชีม้าของมิจฉาชีพ เพื่อติดตามเส้นทางการเงิน และนำเงินจากการก่ออาชญากรรมออนไลน์ของมิจฉาชีพกลับคืนมาให้กับผู้เสียหาย ซึ่งมีผลกระทบต่อประชาชนบางส่วนนั้น โดยขณะนี้กระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการแก้ไขมาตรการดังกล่าว เพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อประชาชนสุจริต ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้การระงับวงเงินในบัญชีธนาคารชั่วคราว จะมีกรอบการระงับเป็นระยะเวลา 7 วัน หากไม่มีการแจ้งอายัดบัญชีจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ บัญชีที่มีการระงับชั่วคราวจะได้รับการถอนการระงับจากธนาคารในทันที ซึ่งจากการเปิดให้ประชาชนแจ้งเพื่อขอเพิกถอนการระงับบัญชีชั่วคราว ผ่านศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) หรือ ศูนย์ AOC โทร 1441 กด 2 นั้น พบว่ามีการแจ้งประมาณ 1,300 สาย โดยมีประมาณ 1,000 สาย ที่ไม่ให้ข้อมูลเพื่อทำการเพิกถอนการระงับบัญชี คงเหลือประมาณ 300 สายที่ให้ข้อมูล และสามารถดำเนินการเพิกถอนได้ที่ประมาณ 10 % ซึ่งทาง ศปอท. ได้มีคำสั่งไปยังธนาคารให้เพิกถอนการระงับบัญชีในทันที ผ่านการตรวจสอบตามกลไกของธนาคารต่างๆ โดยใช้ระยะเวลาในการตรวจสอบไม่เกิน 24 ชั่วโมง สำหรับบัญชีที่มีการระงับวงเงินไว้ชั่วคราว และมีการยื่นคำร้องขอเพิกถอน แต่ไม่สามารถเพิกถอนได้นั้นเนื่องจากทาง ศปอท. ได้ตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่ามีลักษณะและพฤติกรรมเกี่ยวพันกับบัญชีต้องสงสัย โดยกรณีนี้จะไม่มีการเพิกถอนให้ และดำเนินการส่งต่อให้กับหน่วยงานพิจารณาดำเนินคดีต่อไป “ในส่วนของผู้ได้รับผลกระทบ และผู้บริสุทธิ์ หากแจ้งเรื่องยื่นข้อมูลหลักฐานยืนยันให้ ศปอท.ตรวจสอบ และพบว่าไม่มีความเกี่ยวข้องกับบัญชีม้า ทาง ศปอท.จะดำเนินการเพิกถอนการระงับบัญชีให้ในทันที เพื่อให้ได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้น้อยที่สุด โดยการตรวจสอบบัญชีธนาคารนั้น จะดำเนินการตรวจสอบในส่วนของบัญชีที่ต้องสงสัย ไม่ว่าจะเป็นบัญชีธนาคารประชาชนทั่วไป พ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการร้านค้าขนาดเล็ก หรือบริษัทขนาดใหญ่” ปลัดกระทรวงดีอี กล่าว ขณะเดียวกันขอชี้แจงประชาชนว่า “การระงับธุรกรรมของ ศปอท. เป็น “การระงับธุรกรรมตามวงเงินจากบัญชีม้าของมิจฉาชีพเท่านั้น” โดยไม่เกี่ยวข้องกับวงเงินอื่นๆในบัญชีธนาคารนั้น และหากมีการกลั่นแกล้ง โดยเป็นการโอนเงินจากบัญชีม้าเข้ามา จะไม่กระทบกับวงเงินในบัญชีของประชาชนผู้สุจริตนั้น อย่างไรก็ตาม หากประชาชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย สามารถติดต่อ ศูนย์ AOC โทร. 1441 กด 2 เพื่อดำเนินการเพิกถอนการระงับและคืนสิทธิ์ตามขั้นตอน ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ให้บริการ 24 ชั่วโมง จำนวน 100 คู่สาย โดยแจ้ง 1.ชื่อ - นามสกุล 2.หมายเลขบัตรประชาชน 3.หมายเลขบัญชีธนาคาร 4.ชื่อธนาคารเจ้าของบัญชี ต่อเจ้าหน้าที่ AOC เพื่อดำเนินการตรวจสอบ โดยศูนย์ AOC จะทำหน้าที่รับเรื่อง และประมวลผลข้อมูลเท่านั้น จะไม่ติดต่อกับประชาชนโดยตรง เพื่อป้องกันการแอบอ้างจากมิจฉาชีพ----------------------------------------------


วันที่ 16 กันยายน 2568 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จาก สำนักงานปลัดกระทรวงดีอี กองงานดิจิทัลจังหวัด และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เข้าร่วมการอบรมการใช้งานระบบ e-Office ภายใต้บริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) เพื่อขับเคลื่อนกระทรวงวัฒนธรรมสู่องค์กรดิจิทัล หลักสูตรสำหรับผู้บริหาร ผู้ลงนามสั่งการ สำหรับหน่วยงานในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค โดยมีนายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ให้เกียรติกล่าวเปิดการอบรมฯ พร้อมด้วยผู้บริหารของสำนักงานปลัดกระทรวงวัฒนธรรมจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเข้าร่วม ณ ศูนย์ประชุม ชั้น 8 อาคารวัฒนธรรมวิศิษฏ์ กระทรวงวัฒนธรรม และผ่านระบบการประชุมทางไกล

วันที่ 16 กันยายน 2568 ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมเป็นวิทยากรในงาน UOB OUTSMART THE SCAMS ปกป้องความมั่งคั่งในยุคมิจฉาชีพครองเมือง งานแถลงข่าวและเสวนารู้เท่าทันมิจฉาชีพกับยูโอบี ณ ห้อง Auditorium ชั้น 5 อาคารยูโอบี พลาซ่า สุขุมวิท กรุงเทพฯ



วันที่ 18 กันยายน 2568 นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนา การตรวจเงินแผ่นดินไทย ครบรอบ 150 ปี "การตรวจเงินแผ่นดินไทย ก้าวไปในยุคดิจิทัล" พร้อมร่วมสมทบทุนกิจกรรมสาธารณกุศล "โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย" โดยมี นายสุทธิพงษ์ บุญนิธิ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และเจ้าหน้าที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ให้การต้อนรับ ณ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน พญาไท กรุงเทพฯ

วันที่ 19 กันยายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานพิธีสักการะพระพรหม และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายจตุปัจจัยเครื่องไทยธรรมและถวายภัตตาหารเพล แด่พระสงฆ์เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครบรอบ 9 ปี โดยมี ดร.ปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดีอี คณะผู้บริหารกระทรวงฯ พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมพิธี ณ บริเวณหน้าศาลพระพรหม และอาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 19 กันยายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดพิธีงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครบรอบ 9 ปี "9 ปี ดีอี: สรรค์สร้างอนาคตดิจิทัลไทย" (9 Years of DE: Building the Digital Future) สรุปบทเรียนจาก 9 ปีที่ผ่านมา และ "เปิดแผนที่" สู่อนาคตดิจิทัลของประเทศ โดยมี ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดีอี ดร.ปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดีอี คณะผู้บริหารกระทรวงฯ พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมพิธี ณ ลานชั้น 1 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม


วันที่ 19 กันยายน 2568 ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานพิธีประกาศความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ Strategic Partnership Announcement : “Alliance for the Frontier” โดยมีผู้แทนจาก การทางพิเศษแห่งประเทศไทย, สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน, สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ และองค์กรภาคีเครือข่ายผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงภาคประชาชนแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ลานชั้น 1 อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม    โดยประกอบไปด้วย 1.ความร่วมมือด้านการเชื่อมโยงข้อมูล Easy Pass สู่แพลตฟอร์มภาครัฐ ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย   2.ความร่วมมือพัฒนาระบบ e-Form เพื่อขับเคลื่อนรัฐบาลดิจิทัลระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ สำนักงาน ก.พ.ร.   3.ความร่วมมือด้านการตรวจสอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ e-Office ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน   4.ความร่วมมือการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านดิจิทัล การรู้เท่าทันภัยออนไลน์ และการเตือนภัยพิบัติผ่านเครือข่ายวิทยุกระจายเสียงภาคประชาชน ระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ องค์กรภาคีเครือข่ายผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงภาคประชาชนแห่งประเทศไทย  

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย ดร. ดนันท์ สุภัทรพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด และคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุมใหญ่สหภาพสากลไปรษณีย์ (Universal Postal Congress: UPU) สมัยที่ 28 โดยประเทศไทยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาบริหาร (Council of Administration: CA) และสภาปฏิบัติการไปรษณีย์ (Postal Operations Council: POC) วาระ ปี ค.ศ.2026 – 2029 ของภูมิภาค Southern Asia and Oceania ณ นครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงการต่างประเทศ และ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัดการที่ไทยได้เป็นสมาชิกของสภาบริหาร และสภาปฏิบัติการไปรษณีย์ ทำให้ประเทศสมาชิกมีโอกาส ในการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในฐานะตัวแทนภูมิภาคฯ และยังเป็นที่ตั้งสำนักงานภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิกในการกำหนดทิศทางของกิจการไปรษณีย์โลก ไม่ว่าจะเป็นด้านนโยบาย กฎหมาย จนถึงด้านปฏิบัติการและเทคนิค ซึ่งนำมาซึ่งการพัฒนาและยกระดับบริการไปรษณีย์ของประเทศไทยให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น   การประชุมใหญ่ (Congress) เป็นการประชุมองค์กรสูงสุดของ UPU ประกอบด้วยผู้แทนจากประเทศสมาชิก 192 ประเทศ มีการประชุมทุกๆ 4 ปี เพื่อกำหนดนโยบายด้านกิจการไปรษณีย์ระหว่างประเทศ ปรับปรุงแก้ไขพิธีสารต่างๆ และเลือกตั้งผู้บริหารของสหภาพฯ ตลอดจนเลือกตั้งสมาชิกสภาบริหารและสมาชิกสภาปฏิบัติการไปรษณีย์ จำนวน 41 ที่นั่ง ซึ่งมีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี

ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดงานวันคล้ายวันสถาปนากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ครบรอบ 9 ปี ภายใต้ชื่องาน “9 Years of DE: Building the Digital Future” โดยมี ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดีอี ดร.ปิยนุช วุฒิสอน รองปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี เข้าร่วม ณ อาคารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (แห่งใหม่) ศูนย์ราชการฯ โซนซี ถ.แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ   ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ กล่าวว่า เนื่องในโอกาสครบรอบวันสถาปนากระทรวงดีอี ครบรอบ 9 ปี โดยในปีนี้ ได้มีการจัดงานร่วมกับภาครัฐ และเอกชน เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นด้านความมั่นคงปลอดภัย การต่อต้านอาชญากรรมออนไลน์ การเสริมสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมทั้งการเสวนาด้านเทคโนโลยี AI ที่กำลังได้รับความสนใจ และความเคลื่อนไหวทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัลด้านต่างๆ    ทั้งนี้ภายในงานยังได้จัดพิธีบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ 4 ฉบับ เพื่อเดินหน้าการขับเคลื่อนการใช้งานดิจิทัลให้กับหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐ และเอกชน ได้แก่    1.บันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการพัฒนาระบบแลกเปลี่ยนข้อมูลการใช้บริการบัตรอัตโนมัติ (Easy Pass) ของหน่วยงานภาครัฐ ร่วมกับการทางพิเศษแห่งประเทศไทย โดย นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย ซึ่งจะร่วมกันออกแบบและพัฒนาระบบเก็บค่าผ่านทางพิเศษบัตรอัตโนมัติ ระบบบริหารการเบิกจ่ายค่าผ่านทางพิเศษ (XPress) ที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลการให้บริการบัตรอัตโนมัติ (Easy Pass) ให้มีความมั่นคงปลอดภัยและน่าเชื่อถือ เพื่อการควบคุมและตรวจสอบการเดินทาง และบริหารจัดการการเบิกจ่ายค่าผ่านทางพิเศษของหน่วยงานของรัฐ 2.บันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการตรวจสอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบ e-Office ภายใต้งานบริหารคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) ร่วมกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน โดยนายมณเฑียร เจริญผล ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งจะร่วมบูรณาการและเชื่อมโยงระบบ e-Office ภายใต้ GDCC และระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารและสนับสนุนการตรวจสอบ (e-Audit) สร้างความเชื่อมั่นด้านการตรวจสอบด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ และลดภาระการจัดเตรียมเอกสารกระดาษสำหรับการตรวจสอบ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ และสอดคล้องกับหลักธรรมาภิบาลในการตรวจเงินแผ่นดิน   3.บันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาแบบฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้งานบนระบบ e-Office ภายใต้งานบริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) ขับเคลื่อนระบบราชการดิจิทัล ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ โดยนางสาวอ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ โดยร่วมกันพัฒนาเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ที่เกี่ยวข้องกับการเงินการคลังภาครัฐ รวมถึงเอกสารที่หน่วยงานภาครัฐมีความต้องการใช้ร่วมกันในรูปแบบ e-Form นำเข้าสู่ระบบ e-Office ภายใต้ GDCC ทำให้หน่วยงานที่ใช้ระบบ e-Office ร่วมกันได้ เพื่อรองรับการพัฒนาระบบราชการด้วยดิจิทัล   ขณะเดียวกัน กระทรวงดีอี ยังได้ร่วมมือกับองค์กรภาคีเครือข่ายผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงภาคประชาชนแห่งประเทศไทย ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านดิจิทัล การรู้เท่าทันภัยออนไลน์ และการเตือนภัยพิบัติ ผ่านเครือข่ายวิทยุกระจายเสียงภาคประชาชน เพื่อส่งเสริม และเผยแพร่ข้อมูลให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจด้านดิจิทัล รู้เท่าทันภัยดิจิทัล สามารถรับมือกับข่าวปลอมและภัยคุกคามทางดิจิทัล รวมทั้งการเผยแพร่ข้อมูลการเตือนภัยดิจิทัลและภัยพิบัติต่าง ๆ เพื่อสร้างความรับรู้ให้แก่ประชาชนทั่วประเทศ   นอกจากนี้กระทรวงดีอี ยังได้สนับสนุนการพัฒนาศูนย์ความเป็นเลิศด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวระดับโลกเป็นแห่งแรกในโลก ร่วมกับ บริษัท Agoda ซึ่งจะเป็นการนำเทคโนโลยี AI มาประยุกต์ใช้ด้านการท่องเที่ยว ซึ่งจะเป็นจุดสำคัญที่จะทำให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้านการประยุกต์ใช้ AI เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจการท่องเที่ยว    “กระทรวงดีอี ได้สร้างสรรค์บทบาทการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลมาตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา ขณะเดียวกันในอนาคต กระทรวงฯ พร้อมที่จะเดินหน้าการสร้างความตระหนักรู้ ความเชื่อมั่นในการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชนต่อไป โดยเฉพาะการสร้างภูมิคุ้มกัน การป้องกันและปรามปราบอาชญากรรมออนไลน์ ที่ต้องขับเคลื่อนการทำงานควบคู่ไปกับการสร้างเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความมั่นคงและยั่งยืนต่อไป” ปลัดกระทรวงดีอี กล่าวในตอนท้าย    --------------------------------------------------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.