Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา


วันนี้ (27 ก.ย. 2568) นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เดินทางเข้าสักการะศาลพระพรหม ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง ณ ศาลพระพรหม แยกอาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร บี ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.   โดยมีศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักงานปลัดกระทรวงดีอี ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด และเจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ปรับเงินดิจิทัลวอลเล็ตเป็นเงินสด 10,000 บาท เริ่มโอนวันที่ 20 ก.ย. 68” รองลงมาคือเรื่อง “เจ้าหน้าที่ไทยบังคับคนต่างชาติไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เมียนมา” เตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลในสังคม รวมทั้งอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน และข้อมูลส่วนบุคคล โดยขอให้เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 19 – 25 กันยายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,017,573 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,144  ข้อความสำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 1,090 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 20 ข้อความ ช่องทาง Website จำนวน 33 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 1 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 280 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 110 เรื่อง ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 171 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 22 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 20 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 2 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 65 เรื่องนายเวทางค์ กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ส่วนใหญ่เป็นข่าวเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลและการให้บริการของหน่วยงานรัฐ ความมั่นคงระหว่างประเทศ นอกจากนี้ยังพบข่าวที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ และข่าวภัยพิบัติรวมอยู่ด้วย ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลได้ รวมทั้งอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน หรือ ข้อมูลส่วนบุคคล โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ปรับเงินดิจิทัลวอลเล็ตเป็นเงินสด 10,000 บาท เริ่มโอนวันที่ 20 ก.ย. 68 อันดับที่ 2 : เรื่อง เจ้าหน้าที่ไทยบังคับคนต่างชาติไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เมียนมา อันดับที่ 3 : เรื่อง รัฐบาลสั่งตัดเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแล้ว อันดับที่ 4 : เรื่อง 23 ก.ย. 68 เกิดเหตุปะทะในพื้นที่ภูผี อันดับที่ 5 : เรื่อง กระทรวงกลาโหม เสนอตรวจสอบทรัพย์สินแม่ทัพภาคที่ 2 อันดับที่ 6 : เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Herbitia Lutein Ester บำรุงดวงตา ทำให้จุดรับภาพชัดได้จริง อันดับที่ 7 : เรื่อง มีจารึกโบราณ เป็นหลักฐานว่า ปราสาทตาควายเป็นของกัมพูชา อันดับที่ 8 : เรื่อง โอนเงินในบัญชีตัวเองไปมา เสี่ยงเป็นบัญชีม้า ถูกอายัด อันดับที่ 9 : เรื่อง หลุมยุบหน้า รพ.วชิรพยาบาล เกิดจากท่อประปาใต้ดินแตก อันดับที่ 10 : เรื่อง 15 ก.ย. 68 แผ่นดินไหวรุนแรง ทำให้ไทยได้รับผลกระทบสำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ปรับเงินดิจิทัลวอลเล็ตเป็นเงินสด 10,000 บาท เริ่มโอนวันที่ 20 ก.ย. 68” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า จากการตรวจสอบข้อมูลถึงประเด็นข้างต้นพบว่า เป็นการกล่าวถึงการดำเนินการเกี่ยวกับโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2567 โดยผ่านผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและคนพิการ ซึ่งโครงการดังกล่าวมีการโอนเงิน 10,000 บาท แก่กลุ่มเป้าหมาย (ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และผู้พิการ) รวม 14.55 ล้านคน ในช่วงเดือนกันยายน ปี 2567 เพื่อให้นำไปใช้จ่ายได้อย่างไม่มีเงื่อนไข และช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ต่อไป ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้เสร็จสิ้นแล้วตั้งแต่ปี 2567 ไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนเงินดิจิทัลวอลเล็ตให้เป็นเงินสด หรือเริ่มมีการโอนวันที่ 20 กันยายน 68 แต่อย่างใด ด้านข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “เจ้าหน้าที่ไทยบังคับคนต่างชาติไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่เมียนมา” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ กรมประชาสัมพันธ์ สำนักนายกรัฐมนตรี พบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า กรณีที่สำนักข่าวต่างประเทศ นำเสนอข่าวเป็นภาพการ์ตูน มีเนื้อหาสัมภาษณ์คนต่างชาติ 9 ราย หลากหลายสัญชาติ และมีคนชาวแอฟริกาตะวันออก อ้างว่า เดินทางมาจากเอธิโอเปียและถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเรียกตรวจก่อนพาขึ้นรถออกนอกเส้นทางไปถึง อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อบังคับไปทำงานคอลเซ็นเตอร์ที่เมียนมาว่า สำหรับข่าวดังกล่าวเป็นข่าวปลอม ซึ่งได้มีการตรวจสอบชื่อคนต่างชาติซึ่งเข้าไทยช่วงเดียวกับที่กล่าวอ้าง พบว่ามีจำนวน 62 คน เกิดในแอฟริกาเพียง 2 คน และไม่มีใครมาจากเอธิโอเปีย การอ้างว่ามีพนักงานโรงแรมมารับที่จุดรับกระเป๋าที่สายพาน ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะต้องมีบัตรเข้าพื้นที่หวงห้าม การเดินทางโดยรถจากสุวรรณภูมิไปอำเภอแม่สอด ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 8 ชั่วโมง แต่กลับอ้างว่าหลับตลอดทาง ข่าวดังกล่าวจึงย้อนแย้งในหลักความเป็นจริง ทั้งนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีนโยบายให้ด่านตรวจคนเข้าเมืองทั่วประเทศ เพิ่มความเข้มงวดในการคัดกรองคนต่างชาติ ทั้งกลุ่มคนสัญชาติเฝ้าระวัง ที่เสี่ยงต่อการเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และกลุ่มคนต่างชาติที่เสี่ยงตกเป็นเหยื่อ รวมทั้งตั้งด่านความมั่นคง เพื่อคัดกรองคนต่างชาติที่เข้าพื้นที่อย่างเข้มงวด พร้อมมีการทำประวัติเพื่อลงระบบไว้ และประสานงานกับรัฐบาลต่างประเทศเพื่อสกัดกั้นกลุ่มขบวนการที่ใช้ไทยเป็นทางผ่านอย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน และส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ -------------------------------------------------------

วันนี้ (27 ก.ย. 2568) นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เดินทางเข้าสักการะศาลพระพรหม ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง ณ ศาลพระพรหม แยกอาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคาร บี ถ.แจ้งวัฒนะ หลักสี่ กทม.   โดยมีศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสำนักงานปลัดกระทรวงดีอี ผู้บริหารหน่วยงานในสังกัด และเจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี ร่วมให้การต้อนรับ พร้อมแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง . #รมวดีอี #รมวไชยชนก #DE #กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม #ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “กระทรวงยุติธรรมเปิดลงทะเบียนรับเงินคืนจากมิจฉาชีพ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก” รองลงมาคือเรื่อง “ปปง. เปิดลงทะเบียนยื่นหลักฐาน รับเงินคืนจากการหลอกลวงออนไลน์ ผ่านไลน์ กองกำกับและตรวจสอบ” เตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม หวั่นสร้างความเสียหายทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สิน และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ขอให้เลือกเชื่อ - แชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ระหว่างวันที่ 19 – 25 กันยายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,017,573 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,144  ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 1,090 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 20 ข้อความ ช่องทาง Website จำนวน 33 ข้อความและช่องทาง Facebook จำนวน 1 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 280 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 110 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง กระทรวงยุติธรรมเปิดลงทะเบียนรับเงินคืนจากมิจฉาชีพ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก อันดับที่ 2 : เรื่อง ปปง. เปิดลงทะเบียนยื่นหลักฐาน รับเงินคืนจากการหลอกลวงออนไลน์ ผ่านไลน์ กองกำกับและตรวจสอบ อันดับที่ 3 : เรื่อง เจ้าหน้าที่จากธนาคารกรุงไทย โทรติดต่อหาประชาชนบังคับปิดบัญชี อันดับที่ 4 : เรื่อง กรมการจัดหางาน รับสมัครแรงงานไปทำงานต่างประเทศแบบถูกกฎหมาย ผ่านเพจ จัดหางานต่างประเทศ ขึ้นตรงกับกรมแรงงาน อันดับที่ 5 : เรื่อง ติดต่อทำธุรกรรมการเงินกับธนาคารกรุงไทยได้ผ่านไอดีไลน์ @763fkbed อันดับที่ 6 : เรื่อง ธ.ออมสิน ปล่อยสินเชื่อ ผ่าน TikTok gsbmoney993 อันดับที่ 7 : เรื่อง เปิดจอง กองทุนทองคำฮั่วเซ่งเฮง ตัวเด่นในตลาด SET50 เริ่มต้น 1,000 ปันผล 320 ต่อวัน อันดับที่ 8 : เรื่อง OR เปิดให้ลงทุนหุ้นสามัญผ่านเพจ อเมซ่อน 0R Station Trading อันดับที่ 9 : เรื่อง กรมการขนส่งทางบก รับทำใบขับขี่เร่งด่วน ถูกกฎหมาย ผ่านเพจ Thai driving license service อันดับที่ 10 : เรื่อง ปปง. เปิดเพจเฟซบุ๊ก ไทยเหตุการณ์ คืนเงินให้เหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวกับการให้บริการของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะการคืนเงินจากมิจฉาชีพในกับผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวง  โครงการสินเชื่อธนาคารรัฐ และการชักชวนลงทุนหุ้นในหน่วยงานและองค์กรที่น่าเชื่อถือ ซึ่งมีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง ทำให้ประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ สร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นายเวทางค์ กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “กระทรวงยุติธรรมเปิดลงทะเบียนรับเงินคืนจากมิจฉาชีพ ผ่านเพจเฟซบุ๊ก” กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับ สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ และขอชี้แจงว่า ตามที่ได้มีการนําเสนอในประเด็นเรื่อง กระทรวงยุติธรรม เปิดเพจเฟซบุ๊กชื่อ Solve online crime problems ลงทะเบียนรับเงินคืนจากมิจฉาชีพ โดยใช้รูปโปรไฟล์เป็นโลโก้ กระทรวงยุติธรรม โดยจากการตรวจสอบลักษณะการกระทําดังกล่าว พบว่า เพจเฟซบุ๊กดังกล่าวไม่ใช่เพจของกระทรวงยุติธรรม ซึ่งมีลักษณะเป็นการแอบอ้างเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้เสมือนเป็นเพจของกระทรวงยุติธรรมจริง ซึ่งเป็นการหลอกลวงประชาชน และเป็นการนําเสนอข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อและอย่าโอนเงินไป เพื่อป้องกันความเสียหาย นอกจากนี้กระทรวงดีอี ขอเตือนประชาชนว่าการให้ข้อมูลหรือติดตั้งแอปพลิเคชันใดๆ ที่ไม่ได้มาจากช่องทางอย่างเป็นทางการ อาจมีความเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูล หรือเงินในบัญชีธนาคารได้ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดหากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ ------------------------------------------






วันนี้ (26 สิงหาคม 2568) นายณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมเสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม มาตรฐานทางจริยธรรม และการป้องกันการทุจริตประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ ห้องประชุม 205 ชั้น 2 อาคารซี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ 80 พรรษา โดยมีข้ารชการและเจ้าหน้าที่เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 45 คน ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับบุคลากรผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความเข้าใจที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม และมาตรฐานทางจริยธรรมของข้าราชการ ปลูกฝังจิตสำนึกเพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกด้านความซื่อสัตย์สุจริต และสามารถ แยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนออกจากผลประโยชน์ส่วนรวม ได้อย่างชัดเจนและสร้างภูมิคุ้มกันในการปฏิบัติงานที่อาจนำไปสู่ความเสี่ยงในการกระทำที่ไม่เหมาะสมหรือการทุจริต เพื่อรักษาความเชื่อมั่นและความโปร่งใสของกระทรวง โดยการจัดกิจกรรมครั้งนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในการพัฒนาบุคลากรให้เป็น "ข้าราชการดิจิทัล" ที่ไม่เพียงแต่มีทักษะด้านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังต้องเป็นผู้ที่ยึดมั่นในคุณธรรมจริยธรรม และเป็นแบบอย่างที่ดีด้านความสุจริต เพื่อขับเคลื่อนประเทศชาติด้วยความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง





icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.