Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 28 ตุลาคม 2568 นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี ร่วมประชุมคณะกรรมการเฉพาะด้านระบบสุขภาพ เพื่อขับเคลื่อนงาน Digital Health ครั้งที่ 1/2568 ที่มี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานการประชุม  โดยมี ดร.เวทางค์ พ่วงทรัพย์ เลขาธิการคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (BDE) ศาสตราจารย์ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) และคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิร่วมประชุมทั้งระบบออนไซต์และออนไลน์ ณ ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร อาคาร 1 ชั้น 2 สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข

วันที่ 29 ตุลาคม 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในการแถลงข่าว “การขนส่งยุคใหม่ด้วยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน” (The New Era of Drone Delivery) ร่วมกับ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี  พ.อ.สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT พร้อมด้วย ผู้บริหารหน่วยงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ห้อง Auditorium ชั้น 2 อาคาร 9 บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)   สำหรับงานแถลงข่าวดังกล่าว จัดขึ้น โดย NT กระทรวงดีอี ร่วมกับ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) กระทรวงคมนาคม เพื่อส่งเสริมนวัตกรรมการนำโดรนมาใช้ในการขนส่งทางอากาศยุคใหม่ในภาคธุรกิจและกิจการต่าง ๆ พร้อมสาธิตรูปแบบการขนส่งและแพลตฟอร์มดิจิทัล สำหรับบริหารจัดการจราจรทางอากาศแบบครบวงจร

วันที่ 29 ตุลาคม 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงดีอี (Top Executives) ครั้งที่ 2/2568 โดยมีนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัล เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 203 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม    สำหรับการประชุมดังกล่าว เป็นการติดตามการนำเสนอโครงการที่ได้มอบหมายให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี ดำเนินการตามนโยบาย Quick Win ของรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาภัย 4 ด้านให้กับประชาชน

วันที่ 29 ตุลาคม 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) หารือตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี นำโดย พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมีนางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1101 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวในการเป็นประธานร่วมในงานแถลงข่าว “การขนส่งยุคใหม่ด้วยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน” (The New Era of Drone Delivery) ที่จัดขึ้นโดย บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT และสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) กระทรวงคมนาคม ว่า ปัจจุบันหลายฝ่ายมีความกังวลเรื่องการใช้งานโดรน โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมา ซึ่ง “เทคโนโลยีโดรน” เข้ามามีบทบาทด้านภัยความมั่นคงในพื้นที่แนวชายแดน   ทั้งนี้จากบทบาทดังกล่าว ทำให้ประชาชนมีความวิตกกังวลถึงผลกระทบด้านภัยความมั่นคง กระทรวงดีอี พร้อมสนับสนุน กระทรวงคมนาคม ในการศึกษาหลักเกณฑ์การใช้งานโดรน ทั้งในเชิงการเป็นยุทโธปกรณ์ การป้องกันและตอบโต้ การอำนวยความสะดวก ตามแนวทางการแก้ไขปัญหาในปัจจุบัน เช่น การลดความแออัดของการจราจรในเมืองหลัก หรือ การลดปัญหาคาร์บอน (Carbon Reaction) ทั้งการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้พลังงาน หรือการเดินทาง โดยเน้นให้ความสำคัญกับความมั่นคงปลอดภัยของประชาชนเป็นอันดับแรก   ขณะเดียวกัน กระทรวงดีอี พร้อมดำเนินการส่งเสริมการใช้งานเทคโนโลยีโดรนในด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ผ่านการให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลของ NT ซึ่งสามารถส่งเสริมให้มีการใช้งานโดรนในเชิงพาณิชย์ อาทิ การขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค การส่งสินค้าทางการเกษตรในพื้นที่เข้าถึงยาก รวมทั้งการสนับสนุนและพัฒนาทักษะเกษตรกรในการใช้โดรน ของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า)    “ตนขอยืนยันว่า กระทรวงดีอี ตระหนักและให้ความสำคัญในมิติของความมั่นคงปลอดภัยของประชาชน ต่อการใช้งานเทคโนโลยีโดรนในด้านต่างๆ โดยพร้อมสนับสนุนส่งเสริมการพัฒนาทักษะในการใช้งานด้านเศรษฐกิจดิจิทัล การขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภคในเชิงพาณิชย์ การเกษตร การแก้ไขปัญหาด้านการคมนาคม และพร้อมสนับสนุนกระทรวงคมนาคม ในเรื่องการลงทะเบียนที่มีรูปแบบของแพลตฟอร์มชัดเจน และการพิจารณาออกกฎหมายเพื่อควบคุมกำกับดูแลการใช้งานโดรน ซึ่งมีบทลงโทษการละเมิดหรือฝ่าฝืนที่เด็ดขาด” นายไชยชนก กล่าว   ----------------------------------------------------------------------

วันที่ 29 ตุลาคม 2568 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับ Mr. Cash Mccracken ตำแหน่ง Vice President of Global Government Affairs บริษัท Seagate Technology โดยมีผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เข้าร่วมการหารือ ณ ห้องประชุม 0211 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทั้งนี้ผู้แทนจาก Seagateได้แนะนำบริษัท Seagate และอธิบายถึงความสำคัญของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตและส่งออกฮาร์ดไดรฟ์ที่ล้ำสมัย และมีมาอย่างยาวนาน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ ระบบคลาวด์ โดยได้มีการนำ Harddisk และความจุสูงมาให้ชม นอกจากนี้ ผู้แทน Seagate ยังกล่าวถึงความท้าทายที่บริษัทกำลังเผชิญ เช่น ภาษีนำเข้า (Tariff) และกฎหมายภาษีขั้นต่ำของ OECD ซึ่งส่งผลกระทบต่อแผนการลงทุนในประเทศไทยในอนาคต มีการหารือในเรื่องโอกาสความร่วมมือกับรัฐบาลไทยในด้านการพัฒนาบุคลากร รวมถึงการให้คำปรึกษาด้านความปลอดภัยของข้อมูลในการสร้างระบบคลาวด์ภาครัฐ

วันที่ 29 ตุลาคม 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และนางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ได้ให้การต้อนรับคณะผู้แทนบริษัท อะเมซอน เว็บ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย คุณแอนนาเบล ลี ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะประจำภูมิภาค ASEAN ในโอกาสแสดงความยินดีแก่ รมว.ดีอี ในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ รวมถึงแนะนำบริษัทอย่างเป็นทางการ และหารือแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกัน โดยเฉพาะในด้านคลาวด์ และ AI เพื่อส่งเสริมการพัฒนาด้านดิจิทัลของประเทศไทย 

วันที่ 29 ตุลาคม 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ได้ให้การต้อนรับ Mr. David Li ตำแหน่ง Chief Executive Officer พร้อมด้วยคณะผู้บริหารบริษัท Huawei Technologies (Thailand) ในโอกาสเข้าพบหารือเพื่อแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ รายงานความร่วมมือระหว่างกระทรวงดีอี และบริษัท Huawei ที่ผ่านมา รวมถึงแนวทางความร่วมมือที่จะผลักดันร่วมกันในด้านระบบคลาวด์ ปัญญาประดิษฐ์ และการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลต่อไปในอนาคต ณ ห้องประชุม 1101 ชั้น 11 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 

วันที่ 30 ตุลาคม 2568 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา “Workshop on the Adoption of Electronic Bills of Lading (eBL) in Thailand: A Collaborative Approach”  ซึ่งจัดขึ้นโดย คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA โดยมี Ms. Lin Yang รองเลขาธิการบริหาร ESCAP นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ

วันที่ 30 ตุลาคม 2568 ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) ให้การต้อนรับนางจตุพร แสงหิรัญ รองอัยการสูงสุด และคณะ ในโอกาสเข้าศึกษาดูงาน ด้านการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) ณ ศูนย์ปฏิบัติการฯ AOC 1441 กรุงเทพฯ

วันที่ 30 ตุลาคม 2568 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา “Workshop on the Adoption of Electronic Bills of Lading (eBL) in Thailand: A Collaborative Approach”  ซึ่งจัดขึ้นโดย คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA โดยมี Ms. Lin Yang รองเลขาธิการบริหาร ESCAP นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ    นายพชร กล่าวว่า จากการที่ประเทศไทยเข้าร่วมภาคี Framework Agreement on Facilitation of Cross-border Paperless Trade in Asia and the Pacific (CPTA) หรือ กรอบความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกการค้าข้ามพรมแดนแบบไร้กระดาษในเอเชียและแปซิฟิก ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางการค้าระหว่างประเทศผ่านการใช้ระบบดิจิทัลแทนเอกสารกระดาษ ส่งเสริมการใช้ใบตราส่งสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Bill of Lading: eBL) อำนวยความสะดวกทางการค้าแบบไร้กระดาษ (Paperless Trade Facilitation) ทำให้กระบวนการทางการค้ามีประสิทธิภาพ โปร่งใสตรวจสอบได้ และยืดหยุ่นพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น   ขณะเดียวกันยังช่วยให้ประเทศไทยสามารถกำหนดมาตรการเอกสารทางการค้าอิเล็กทรอนิกส์ และกฎหมายรองรับที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับกฎหมายและพิธีการศุลกากรระหว่างประเทศซึ่งเป็นมาตรฐานสากล เพื่อให้เกิดการค้าไร้กระดาษอย่างสมบูรณ์    ทั้งนี้ eBL ถือเป็นกุญแจสำคัญ ผลักดันให้เกิดการค้าระหว่างประเทศในรูปแบบดิจิทัลอย่างครบวงจร เชื่อมโยงผู้ส่งออก ผู้นำเข้า ผู้ประกอบโลจิสติกส์ ธนาคาร และหน่วยงานของรัฐ ให้ทำงานร่วมกันในระบบดิจิทัลที่มีความปลอดภัยและเชื่อถือได้    ดังนั้นบทบาทของกระทรวงดีอี จึงต้องเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รวมถึงกรอบนโยบายที่จำเป็น เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการค้าดิจิทัลให้เกิดขึ้นอย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และตรวจสอบได้    อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านดังกล่าว กระทรวงดีอี จำเป็นต้องบูรณาการร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง และหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคเอกชน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย เปลี่ยนผ่านระบบการค้าแบบดิจิทัลให้เกิดขึ้นจริง นำไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม   -------------------------------------------------------------

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มาตรา 13 ครั้งที่ 7/2568    โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษา รมว.ดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขาฯ รมว.ดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี และนางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี เข้าร่วม พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีวาระหารือเรื่อง มาตรการควบคุม SIM BOX ร่วมกับกรมศุลกากร , มาตรการซิมม้า และสัญญาณโทรศัพท์ ร่วมกับ กสทช. และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ฯลฯ ณ ห้องประชุม 203 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  


เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มาตรา 13 ครั้งที่ 7/2568 ร่วมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือการดำเนินงานตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้การปราบปรามภัยออนไลน์ เป็นวาระแห่งชาติ นายไชยชนก เปิดเผยว่า ปัจจุบันปัญหาสแกมเมอร์ ได้ยกระดับเป็น “วาระแห่งโลก” ภายหลังประเทศต่างๆทั่วโลกให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการบูรณาการข้อมูลและการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ปรากฏผลการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในการประชุม มีกรมศุลกากร ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อน (โอเปอเรเตอร์) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม และตัวแทนจากธนาคาร เข้าร่วมด้วย สำหรับการประชุม คกก.ฯ ครั้งที่ 7/2568 มีวาระการประชุมที่สำคัญดังนี้ 1.การกำหนดมาตรการควบคุมการนำเข้า SIM BOX มอบหมายให้กรมศุลกากร พิจารณากำหนดมาตรการเรื่องการนำเข้า-ส่งออก พร้อมกับบูรณาการข้อมูลรายการสินค้าควบคุม สถิติการนำเข้า-ส่งออกของ SIM BOX และชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับกระทรวงดีอี และ กสทช. เพื่อประโยชน์ต่อการติดตามการใช้งาน SIM BOX ตั้งแต่ต้นทาง-ปลายทาง และมอบหมายให้ ETDA ประสานแพลตฟอร์มดิจิทัลตรวจสอบการซื้อขายออนไลน์ สินค้าประเภทอุปกรณ์ SIM BOX และชิ้นส่วนประกอบอุปกรณ์ ที่มีกฎหมายควบคุมการขาย ในส่วนของ กสทช. ได้มีการออกประกาศควบคุม SIM BOX โดยให้ผู้ที่ถือครอง SIM BOX ซึ่งผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 23 ต.ค. 2568 ที่ผ่านมา 2.มาตรการควบคุมซิมการ์ดควบคุมการลงทะเบียนใช้งานซิมการ์ดจากร้านค้า ตัวแทนจำหน่าย (ลูกตู้) โดยตรวจสอบระบบลงทะเบียนซิมตามมาตรฐานที่ กสทช.กำหนด หากไม่ได้มาตรฐาน ให้ระงับการลงทะเบียน และปรับปรุงแก้ไข โดยในระหว่างการตรวจสอบ ให้ลูกค้าลงทะเบียนใช้งานซิมการ์ดผ่านศูนย์บริการเท่านั้น สำหรับหลักเกณฑ์การลงทะเบียน ให้ยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชน และผ่านระบบ Liveness Detection (ยืนยันใบหน้าแบบเรียลไทม์) และยกเลิกระบบ “2 แชะ” หรือระบบยืนยันตัวตน 2 ขั้นตอน คือ การถ่ายรูปผู้ซื้อซิมและบัตรประชาชน (แชะที่ 1) และการถ่ายรูปซิมการ์ดพร้อมเบอร์โทรศัพท์ (แชะที่ 2) ด้านการถือครองซิมการ์ด เบื้องต้นบุคคลธรรมดา ถือครองได้ไม่เกิน 5 เบอร์รวมทุกค่าย/คน และหากมากกว่า 5 เบอร์ สามารถยื่นแสดงความจำนงได้ ในส่วนชาวต่างชาติ จะต้องเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกับ ตม. โดยตัวแทนโอเปอรเรเตอร์ได้รับนโยบายและยกระดับมาตรฐานในการลงทะเบียนซิมการ์ดต่อไป นอกจากนี้ได้เตรียมบูรณาการข้อมูลร่วมกับกรมการปกครอง ในการใช้แอปพลิเคชัน ThaiD และการยืนยันโดยใช้ระบบ "Dip chip" หรือ การยืนยันตัวตนโดยอ่านชิปข้อมูลในบัตรประชาชน เพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำและความปลอดภัย ในการลงทะเบียนซิมที่ร้านค้า ตัวแทนจำหน่าย เพื่อป้องกันการสวมรอย รวมถึงโอเปอเรเตอร์จะมีการส่งข้อมูลการซื้อ-ขายซิมการ์ด ให้กับ ตร. เพื่อตรวจสอบข้อมูลของพื้นที่ ป้องกันการซื้อซิมจากพื้นที่หนึ่ง ไปใช้งานผิดกฎหมายในพื้นที่อื่น “การประชุมในวันนี้ เป็นการพิจารณามาตรการในการควบคุม SIM BOX และซิมการ์ด ร่วมกัน ซึ่งมีหน่วยงานของรัฐอย่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร และภาคเอกชน คือ โอเปอเรเตอร์ ร่วมหารือกันอย่างเข้มข้น เพื่อกำหนดเป็นมาตรการที่จะกำจัดช่องทางการก่อเหตุของมิจฉาชีพได้อย่างรัดกุม และทันท่วงที โดยตนขอยืนยันกับพี่น้องประชาชน ว่าวันนี้ทุกฝ่ายได้ให้ความร่วมมือเพื่อดำเนินการปราบปรามมิจฉาชีพอย่างเต็มที่ เพื่อลดผลกระทบจากอาชญากรรมออนไลน์ที่เป็นภัยต่อประเทศให้ได้มากที่สุด” นายไชยชนก กล่าว ------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ปลายปีนี้ ประชาชนเตรียมรับเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท” รองลงมาคือเรื่อง “อนุมัติเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เฟส 3 แล้ว” เตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลในสังคม รวมทั้งอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน และข้อมูลส่วนบุคคล ขอให้เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ต้องการให้มีการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชน โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ในระหว่างวันที่ 24 – 30 ตุลาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,000,907 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 809 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 792 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 16 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 1 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 186 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 63 เรื่อง กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 115 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 29เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 6 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 3 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 33 เรื่อง นางสาวสุชาดา กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ส่วนใหญ่เป็นข่าวเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมา และการให้บริการของหน่วยงานรัฐ ความมั่นคงระหว่างประเทศ ข่าวที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลได้ รวมทั้งอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน หรือ ข้อมูลส่วนบุคคล โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ปลายปีนี้ ประชาชนเตรียมรับเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท อันดับที่ 2 : เรื่อง อนุมัติเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เฟส 3 แล้ว อันดับที่ 3 : เรื่อง กษัตริย์ภูฏาน มอบเงินช่วยเหลือคนไทย 1 ล้านบาท สนับสนุนทหารไทยปกป้องแผ่นดิน อันดับที่ 4 : เรื่อง Bactofin ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ช่วยดีท็อกซ์ กำจัดปรสิต และพยาธิในร่างกาย อันดับที่ 5 : เรื่อง การบินไทย แจ้งหลักเกณฑ์ผู้สูงอายุก่อนขึ้นเครื่องบิน อันดับที่ 6 : เรื่อง ผลิตภัณฑ์ DHA Brain Kid ปรับสมดุลสมอง ช่วยควบคุมพฤติกรรมทางอารมณ์ของเด็ก อันดับที่ 7 : เรื่อง วัคซีน mRNA มีผลข้างเคียงมากกว่า 1,200 รายการ อันดับที่ 8 : เรื่อง สไบเป็นมรดกสืบทอดของกัมพูชามาแต่โบราณ อันดับที่ 9 : เรื่อง ข้าราชการถูกรางวัลลอตเตอรี่หลายใบ อาจถูกพิจารณาให้ออกจากราชการ อันดับที่ 10 : เรื่อง สสช. จัดอันดับ 10 จังหวัดที่คุณภาพชีวิตแย่ที่สุดในไทย สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ปลายปีนี้ ประชาชนเตรียมรับเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท” กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับ กลุ่มสารนิเทศการคลัง กระทรวงการคลัง ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอยืนยันว่ายังไม่มีการประกาศนโยบายหรือรายละเอียดการดำเนินงานอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ในช่วงปลายปี 2568 ตามที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์แต่อย่างใด หากมีความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะแจ้งให้ประชาชนทราบอย่างเป็นทางการต่อไป ทั้งนี้ เนื้อหาข่าวสารและแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ อาจไม่มีความน่าเชื่อถือและมีความเสี่ยงต่อการหลอกลวงประชาชน ขอประชาชนติดตามประกาศอย่างเป็นทางการ จากรัฐบาลเพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด หรือสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.thaigov.go.th หรือติดต่อสายด่วนรัฐบาล 1111 เช่นเดียวกับข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “อนุมัติเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เฟส 3 แล้ว” ซึ่งกลุ่มสารนิเทศการคลัง กระทรวงการคลัง ได้ยืนยันว่าเป็นข่าวปลอมเช่นกัน จึงขอเตือนประชาชนโปรดอย่าหลงเชื่อ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน และส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ ------------------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.