Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 30 ตุลาคม 2568 ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) ให้การต้อนรับนางจตุพร แสงหิรัญ รองอัยการสูงสุด และคณะ ในโอกาสเข้าศึกษาดูงาน ด้านการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC 1441) ณ ศูนย์ปฏิบัติการฯ AOC 1441 กรุงเทพฯ

วันที่ 30 ตุลาคม 2568 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนา “Workshop on the Adoption of Electronic Bills of Lading (eBL) in Thailand: A Collaborative Approach”  ซึ่งจัดขึ้นโดย คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) ร่วมกับสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA โดยมี Ms. Lin Yang รองเลขาธิการบริหาร ESCAP นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการ ETDA และผู้ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ศูนย์การประชุมสหประชาชาติ กรุงเทพฯ    นายพชร กล่าวว่า จากการที่ประเทศไทยเข้าร่วมภาคี Framework Agreement on Facilitation of Cross-border Paperless Trade in Asia and the Pacific (CPTA) หรือ กรอบความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกการค้าข้ามพรมแดนแบบไร้กระดาษในเอเชียและแปซิฟิก ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางการค้าระหว่างประเทศผ่านการใช้ระบบดิจิทัลแทนเอกสารกระดาษ ส่งเสริมการใช้ใบตราส่งสินค้าทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Bill of Lading: eBL) อำนวยความสะดวกทางการค้าแบบไร้กระดาษ (Paperless Trade Facilitation) ทำให้กระบวนการทางการค้ามีประสิทธิภาพ โปร่งใสตรวจสอบได้ และยืดหยุ่นพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น   ขณะเดียวกันยังช่วยให้ประเทศไทยสามารถกำหนดมาตรการเอกสารทางการค้าอิเล็กทรอนิกส์ และกฎหมายรองรับที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น สอดคล้องกับกฎหมายและพิธีการศุลกากรระหว่างประเทศซึ่งเป็นมาตรฐานสากล เพื่อให้เกิดการค้าไร้กระดาษอย่างสมบูรณ์    ทั้งนี้ eBL ถือเป็นกุญแจสำคัญ ผลักดันให้เกิดการค้าระหว่างประเทศในรูปแบบดิจิทัลอย่างครบวงจร เชื่อมโยงผู้ส่งออก ผู้นำเข้า ผู้ประกอบโลจิสติกส์ ธนาคาร และหน่วยงานของรัฐ ให้ทำงานร่วมกันในระบบดิจิทัลที่มีความปลอดภัยและเชื่อถือได้    ดังนั้นบทบาทของกระทรวงดีอี จึงต้องเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล รวมถึงกรอบนโยบายที่จำเป็น เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบการค้าดิจิทัลให้เกิดขึ้นอย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และตรวจสอบได้    อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านดังกล่าว กระทรวงดีอี จำเป็นต้องบูรณาการร่วมกับ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง และหน่วยงานภาครัฐอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคเอกชน เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย เปลี่ยนผ่านระบบการค้าแบบดิจิทัลให้เกิดขึ้นจริง นำไปสู่การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเป็นรูปธรรม   -------------------------------------------------------------

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มาตรา 13 ครั้งที่ 7/2568    โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษา รมว.ดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขาฯ รมว.ดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี และนางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี เข้าร่วม พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีวาระหารือเรื่อง มาตรการควบคุม SIM BOX ร่วมกับกรมศุลกากร , มาตรการซิมม้า และสัญญาณโทรศัพท์ ร่วมกับ กสทช. และผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ฯลฯ ณ ห้องประชุม 203 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  


เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มาตรา 13 ครั้งที่ 7/2568 ร่วมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือการดำเนินงานตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้การปราบปรามภัยออนไลน์ เป็นวาระแห่งชาติ นายไชยชนก เปิดเผยว่า ปัจจุบันปัญหาสแกมเมอร์ ได้ยกระดับเป็น “วาระแห่งโลก” ภายหลังประเทศต่างๆทั่วโลกให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการบูรณาการข้อมูลและการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ปรากฏผลการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งในการประชุม มีกรมศุลกากร ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อน (โอเปอเรเตอร์) ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม และตัวแทนจากธนาคาร เข้าร่วมด้วย สำหรับการประชุม คกก.ฯ ครั้งที่ 7/2568 มีวาระการประชุมที่สำคัญดังนี้ 1.การกำหนดมาตรการควบคุมการนำเข้า SIM BOX มอบหมายให้กรมศุลกากร พิจารณากำหนดมาตรการเรื่องการนำเข้า-ส่งออก พร้อมกับบูรณาการข้อมูลรายการสินค้าควบคุม สถิติการนำเข้า-ส่งออกของ SIM BOX และชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับกระทรวงดีอี และ กสทช. เพื่อประโยชน์ต่อการติดตามการใช้งาน SIM BOX ตั้งแต่ต้นทาง-ปลายทาง และมอบหมายให้ ETDA ประสานแพลตฟอร์มดิจิทัลตรวจสอบการซื้อขายออนไลน์ สินค้าประเภทอุปกรณ์ SIM BOX และชิ้นส่วนประกอบอุปกรณ์ ที่มีกฎหมายควบคุมการขาย ในส่วนของ กสทช. ได้มีการออกประกาศควบคุม SIM BOX โดยให้ผู้ที่ถือครอง SIM BOX ซึ่งผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 23 ต.ค. 2568 ที่ผ่านมา 2.มาตรการควบคุมซิมการ์ดควบคุมการลงทะเบียนใช้งานซิมการ์ดจากร้านค้า ตัวแทนจำหน่าย (ลูกตู้) โดยตรวจสอบระบบลงทะเบียนซิมตามมาตรฐานที่ กสทช.กำหนด หากไม่ได้มาตรฐาน ให้ระงับการลงทะเบียน และปรับปรุงแก้ไข โดยในระหว่างการตรวจสอบ ให้ลูกค้าลงทะเบียนใช้งานซิมการ์ดผ่านศูนย์บริการเท่านั้น สำหรับหลักเกณฑ์การลงทะเบียน ให้ยืนยันตัวตนด้วยบัตรประชาชน และผ่านระบบ Liveness Detection (ยืนยันใบหน้าแบบเรียลไทม์) และยกเลิกระบบ “2 แชะ” หรือระบบยืนยันตัวตน 2 ขั้นตอน คือ การถ่ายรูปผู้ซื้อซิมและบัตรประชาชน (แชะที่ 1) และการถ่ายรูปซิมการ์ดพร้อมเบอร์โทรศัพท์ (แชะที่ 2) ด้านการถือครองซิมการ์ด เบื้องต้นบุคคลธรรมดา ถือครองได้ไม่เกิน 5 เบอร์รวมทุกค่าย/คน และหากมากกว่า 5 เบอร์ สามารถยื่นแสดงความจำนงได้ ในส่วนชาวต่างชาติ จะต้องเชื่อมโยงข้อมูลร่วมกับ ตม. โดยตัวแทนโอเปอรเรเตอร์ได้รับนโยบายและยกระดับมาตรฐานในการลงทะเบียนซิมการ์ดต่อไป นอกจากนี้ได้เตรียมบูรณาการข้อมูลร่วมกับกรมการปกครอง ในการใช้แอปพลิเคชัน ThaiD และการยืนยันโดยใช้ระบบ "Dip chip" หรือ การยืนยันตัวตนโดยอ่านชิปข้อมูลในบัตรประชาชน เพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำและความปลอดภัย ในการลงทะเบียนซิมที่ร้านค้า ตัวแทนจำหน่าย เพื่อป้องกันการสวมรอย รวมถึงโอเปอเรเตอร์จะมีการส่งข้อมูลการซื้อ-ขายซิมการ์ด ให้กับ ตร. เพื่อตรวจสอบข้อมูลของพื้นที่ ป้องกันการซื้อซิมจากพื้นที่หนึ่ง ไปใช้งานผิดกฎหมายในพื้นที่อื่น “การประชุมในวันนี้ เป็นการพิจารณามาตรการในการควบคุม SIM BOX และซิมการ์ด ร่วมกัน ซึ่งมีหน่วยงานของรัฐอย่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมศุลกากร และภาคเอกชน คือ โอเปอเรเตอร์ ร่วมหารือกันอย่างเข้มข้น เพื่อกำหนดเป็นมาตรการที่จะกำจัดช่องทางการก่อเหตุของมิจฉาชีพได้อย่างรัดกุม และทันท่วงที โดยตนขอยืนยันกับพี่น้องประชาชน ว่าวันนี้ทุกฝ่ายได้ให้ความร่วมมือเพื่อดำเนินการปราบปรามมิจฉาชีพอย่างเต็มที่ เพื่อลดผลกระทบจากอาชญากรรมออนไลน์ที่เป็นภัยต่อประเทศให้ได้มากที่สุด” นายไชยชนก กล่าว ------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ปลายปีนี้ ประชาชนเตรียมรับเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท” รองลงมาคือเรื่อง “อนุมัติเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เฟส 3 แล้ว” เตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลในสังคม รวมทั้งอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน และข้อมูลส่วนบุคคล ขอให้เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ต้องการให้มีการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชน โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ในระหว่างวันที่ 24 – 30 ตุลาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,000,907 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 809 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 792 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 16 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 1 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 186 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 63 เรื่อง กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 115 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 29เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 6 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 3 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 33 เรื่อง นางสาวสุชาดา กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ส่วนใหญ่เป็นข่าวเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลที่ผ่านมา และการให้บริการของหน่วยงานรัฐ ความมั่นคงระหว่างประเทศ ข่าวที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลได้ รวมทั้งอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน หรือ ข้อมูลส่วนบุคคล โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ปลายปีนี้ ประชาชนเตรียมรับเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท อันดับที่ 2 : เรื่อง อนุมัติเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เฟส 3 แล้ว อันดับที่ 3 : เรื่อง กษัตริย์ภูฏาน มอบเงินช่วยเหลือคนไทย 1 ล้านบาท สนับสนุนทหารไทยปกป้องแผ่นดิน อันดับที่ 4 : เรื่อง Bactofin ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ช่วยดีท็อกซ์ กำจัดปรสิต และพยาธิในร่างกาย อันดับที่ 5 : เรื่อง การบินไทย แจ้งหลักเกณฑ์ผู้สูงอายุก่อนขึ้นเครื่องบิน อันดับที่ 6 : เรื่อง ผลิตภัณฑ์ DHA Brain Kid ปรับสมดุลสมอง ช่วยควบคุมพฤติกรรมทางอารมณ์ของเด็ก อันดับที่ 7 : เรื่อง วัคซีน mRNA มีผลข้างเคียงมากกว่า 1,200 รายการ อันดับที่ 8 : เรื่อง สไบเป็นมรดกสืบทอดของกัมพูชามาแต่โบราณ อันดับที่ 9 : เรื่อง ข้าราชการถูกรางวัลลอตเตอรี่หลายใบ อาจถูกพิจารณาให้ออกจากราชการ อันดับที่ 10 : เรื่อง สสช. จัดอันดับ 10 จังหวัดที่คุณภาพชีวิตแย่ที่สุดในไทย สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ปลายปีนี้ ประชาชนเตรียมรับเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท” กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับ กลุ่มสารนิเทศการคลัง กระทรวงการคลัง ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอยืนยันว่ายังไม่มีการประกาศนโยบายหรือรายละเอียดการดำเนินงานอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ในช่วงปลายปี 2568 ตามที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์แต่อย่างใด หากมีความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการดังกล่าว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะแจ้งให้ประชาชนทราบอย่างเป็นทางการต่อไป ทั้งนี้ เนื้อหาข่าวสารและแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ อาจไม่มีความน่าเชื่อถือและมีความเสี่ยงต่อการหลอกลวงประชาชน ขอประชาชนติดตามประกาศอย่างเป็นทางการ จากรัฐบาลเพื่อหลีกเลี่ยงความเข้าใจผิด หรือสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.thaigov.go.th หรือติดต่อสายด่วนรัฐบาล 1111 เช่นเดียวกับข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “อนุมัติเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เฟส 3 แล้ว” ซึ่งกลุ่มสารนิเทศการคลัง กระทรวงการคลัง ได้ยืนยันว่าเป็นข่าวปลอมเช่นกัน จึงขอเตือนประชาชนโปรดอย่าหลงเชื่อ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน และส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ ------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “ฮั่วเซ่งเฮง เสนอขายหุ้น SET50 รับปันผลเฉลี่ย 532-5,300 บาท/วัน ผ่านเพจ Gold M0dern ShareHolders” รองลงมาคือเรื่อง “PTT ฉลองครบรอบ 45 ปี มอบสิทธิ์เติมน้ำมันฟรี 200 บาท” โดยขอเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม หวั่นสร้างความเสียหายทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สิน และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ขอให้เลือกเชื่อ - แชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ต้องการให้มีการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชน โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ในระหว่างวันที่ 24 – 30 ตุลาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,000,907 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 809 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 792 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 16 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 1 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 186 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 63 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง ฮั่วเซ่งเฮง เสนอขายหุ้น SET50 รับปันผลเฉลี่ย 532-5,300 บาท/วัน ผ่านเพจ Gold M0dern ShareHolders อันดับที่ 2 : เรื่อง PTT ฉลองครบรอบ 45 ปี มอบสิทธิ์เติมน้ำมันฟรี 200 บาท อันดับที่ 3 : เรื่อง กรุงไทยเปิดกลุ่มไลน์ ให้คำแนะนำหุ้น Krung Thai Bank PCL อันดับที่ 4 : เรื่อง ทำใบขับขี่ออนไลน์ได้ ไม่ต้องไปเอง ผ่านเพจ DLT สำนักงานขนส่ง อันดับที่ 5 : เรื่อง ทำใบขับขี่ออนไลน์ ถูกกฎหมาย ไม่ต้องไปสอบเอง ผ่านเพจ ทำใบขับขี่-ต่ออายุใบขับขี่ ทุกชนิด อันดับที่ 6 : เรื่อง ผู้สูงอายุยืนยันสิทธิ์รับเงินอุดหนุนพิเศษ โดยลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ อันดับที่ 7 : เรื่อง SET50 คอร์สเรียนลงทุนหุ้นฟรี ผ่านเพจ Trade master academy อันดับที่ 8 : เรื่อง ETDA เปิดเพจเฟซบุ๊ก Online Help and Troubleshooting Center ช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาออนไลน์ อันดับที่ 9 : เรื่อง ก.ล.ต. เปิดให้ซื้อขายเอกสารสัญญาล่วงหน้า ในตลาดอนุพันธ์ ผ่านไลน์ อันดับที่ 10 : เรื่อง รัฐบาลเปิดให้ผู้เสียหายที่ถูกมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน แจ้งอายัดบัญชี ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวกับการชักชวนลงทุนหุ้นในหน่วยงานและองค์กรที่น่าเชื่อถือ นโยบายของรัฐบาล การให้บริการของหน่วยงานรัฐ การคืนเงินจากมิจฉาชีพให้กับผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวง ซึ่งมีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง ทำให้ประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ทั้งยังอาจสร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นางสาวสุชาดา กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ฮั่วเซ่งเฮง เสนอขายหุ้น SET50 รับปันผลเฉลี่ย 532-5,300 บาท/วัน ผ่านเพจ Gold M0dern ShareHolders” กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอเตือนภัยประชาชน ให้ระวังการหลอกลวงลงทุนออนไลน์ ในช่องทางที่มิจฉาชีพมักใช้เป็นประจำ อย่างในกรณีที่มีการประกาศขายหุ้น SET50 ผ่านโซเชียล ซึ่งทาง SET ยืนยันแล้วว่า ไม่มีการเปิดเพจ Gold M0dern ShareHolders เพื่อขายหุ้นใด ๆ ทั้งสิ้น โดยเพจดังกล่าวแอบอ้างใช้ชื่อ SETโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ SET Contact Center 0 2009 9999 นอกจากนี้กระทรวงดีอี ขอเตือนประชาชนว่าการให้ข้อมูลหรือติดตั้งแอปพลิเคชันใดๆ ที่ไม่ได้มาจากช่องทางอย่างเป็นทางการ อาจมีความเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูล หรือเงินในบัญชีธนาคารได้ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัดหากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ ------------------------------------------------------

วันที่ 3 ตุลาคม 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นายอรรณพ ศิริติกุล Country Director, Google Cloud ประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวความร่วมมือระหว่าง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และ Google Cloud เพื่อขยายโอกาสด้าน เทคโนโลยี ด้วย AI โดยมี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ลานชั้น 1 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม







วันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) เป็นประธานเปิดงานนิทรรศการไทยแลนด์เมืองอัจฉริยะ ประจำปี 2568 (Thailand Smart City Expo 2025) มหกรรมเทคโนโลยีเพื่ออนาคตเมืองอัจฉริยะ พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่องการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ เพื่อคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจดิจิทัลของไทย โดยมี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี พร้อมด้วย ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ซึ่งจัดโดย บริษัท เอ็น.ซี.ซี. แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด ร่วมกับ depa กระทรวงดีอี ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ   สำหรับงานดังกล่าว จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและยกระดับการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ผ่านการนำเสนอเทคโนโลยีนวัตกรรม และแนวทางการบริหารจัดการเมืองสมัยใหม่ เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานความปลอดภัย พลังงาน การคมนาคม และคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน    ตลอดจนเป็นเวทีในการสร้างความร่วมมือและการเชื่อมโยงระหว่างภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัลและความปลอดภัย โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-7 พฤศจิกายน 2568 ณ ฮอลล์ 3-4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.