Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้การต้อนรับนายหวัง เหวยผิง (H.E. Mr. Wang Weiping) รองเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีน ประจำเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง พร้อมคณะผู้แทนจากรัฐบาลเขตกว่างซีจ้วง ในโอกาสเดินทางมาเยือนประเทศไทยโดยมีนางสาวสุชาดา ซางแทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี นายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ ศาสตราจารย์ ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (BDI) ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ที่ปรึกษาอาวุโสสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการหารือ   นายไชยชนก กล่าวว่า การหารือในครั้งนี้ มุ่งส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคโนโลยีดิจิทัลระหว่างไทยและรัฐบาลเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง สาธารณรัฐประชาชนจีน ในหลายด้าน อาทิ การจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระหว่างไทย–จีน การนำเทคโนโลยี AI มาป้องกันการหลอกลวงออนไลน์ (Anti-Online Scam) รวมถึงการส่งเสริมการลงทุนของภาคเอกชนเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงในโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทย   ขณะเดียวกันในการหารือทั้งสองฝ่ายยังได้มีข้อตกลงร่วมกันในการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัลที่จะต้องดำเนินควบคู่กับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ การนำเทคโนโลยี AI มายกระดับการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ สแกมเมอร์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยให้กับประชาชน ตลอดจนการพัฒนาทรัพยากรบุคคลด้านดิจิทัล ซึ่งสาธารณรัฐประชาชนจีนมีศักยภาพและความพร้อมสูง จึงเป็นโอกาสอันดีในการขยายความร่วมมืออย่างยั่งยืนระหว่างสองประเทศ   “ในการหารือครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้เตรียมพิจารณาการจัดตั้งคณะทำงานด้านการพัฒนาและประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระหว่างไทย–จีน  เพื่อยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ และการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลอื่นๆ โดยหวังให้มีการผลักดันความร่วมมือนี้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะคำนึงถึงความมั่นคงทางไซเบอร์และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน รวมถึงการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลของทั้งสองประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน” นายไชยชนก กล่าว   ------------------------------------------------------------------

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข่าร่วมการประชุมหารือคณะกรรมการนโยบายเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศสำหรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย ครั้งที่ 3/2568ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล



วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “National AI Strategy and Cloud-First Policy” โดยมี นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี พร้อมด้วยตัวแทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล กรุงเทพฯ

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ของหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน 15 หน่วยงาน ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ร่วมลงนาม MOU ฉบับนี้ เพื่อยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและป้องกันไม่ให้ระบบการเงินของประเทศถูกใช้เป็นแหล่งฟอกเงิน สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนานาชาติ รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือสร้างเครือข่ายการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ของหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน 15 หน่วยงาน ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน เพื่อยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและป้องกันไม่ให้ระบบการเงินของประเทศถูกใช้เป็นแหล่งฟอกเงิน สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนานาชาติ รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือสร้างเครือข่ายการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล   นายไชยชนก กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ประกาศให้การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เป็น “วาระแห่งชาติ” ตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา กระทรวงดีอี ได้ร่วมบูรณาการพลังจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานของรัฐ และเอกชน เพื่อยกระดับมาตรการการป้องกัน ปราบปราม สแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมทางการเงินออนไลน์ ให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้   1.การจัดตั้ง War room ทำงานร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการบูรณาการข้อมูลร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเพิ่มเติมให้มีตัวแทนของผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์ (โอเปอเรเตอร์) และตัวแทนจากธนาคารใหญ่ 7 ธนาคาร เตรียมความพร้อมการให้ข้อมูล ตลอด 24 ชม.ร่วมกับ ตร.อย่างใกล้ชิด เพื่อยับยั้งการกระทำของขบวนการสแกมเมอร์ก่อนที่จะสร้างความเสียหายให้ประชาชน    2. มาตรการยกระดับหลักเกณฑ์ของการลงทะเบียนซิม โดยมีกลไกในหลายส่วน และที่ได้ดำเนินมาตรการแล้ว คือ การจำกัดจำนวนซิมการ์ด โดยร่วมกับ กสทช. ดำเนินมาตรการจำกัดปริมาณซิมการ์ด ไม่เกิน 5 หมายเลขต่อบุคคล (รวมทุกค่าย) แต่หากมีความจำเป็นต้องใช้เกิน สามารถขออนุญาตได้ พร้อมแจ้งข้อมูลให้ ตร.ทราบเพื่อประโยชน์กับการติดตามการใช้งาน ในส่วนการยกระดับหลักเกณฑ์การยืนยันตัวตนการลงทะเบียนซิม โดย กสทช.ได้ออกหลักเกณฑ์ใหม่ พร้อมมีผลบังคับใช้แล้ว โดยให้ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศจะต้องมีการลงทะเบียนในระบบ Dip chip หรือการลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์มที่มีมาตรฐานความปลอดภัยเทียบเท่า หรือผ่านระบบ ThaiD เท่านั้น ซึ่งหากโอเปอเรเตอร์มีการพัฒนาระบบที่มีความปลอดภัยเทียบเท่าแล้วก็จะสามารถเปิดใช้งานได้เช่นกัน และจะมีการติดตามตรวจสอบการลงทะเบียนซิมอย่างใกล้ชิดโดย กสทช. และ ตร. ด้านการปิดกั้นสัญญาณโทรศัพท์มือถือ และอินเทอร์เน็ต แนวชายแดน ตามข้อสั่งการนายกฯ นั้น ได้มีการติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิดจาก กสทช. และโอเปอเรเตอร์ เพื่อไม่ให้มีการเล็ดลอดของสัญญาณไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี    3. มาตรการคุมเข้ม SIM Box  ดำเนินการบูรณาการข้อมูลร่วมกับ กรมศุลกากร คุมเข้มการนำเข้าส่งออก Simbox ชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตามประกาศของ กสทช. โดยประกาศหลักเกณฑ์ให้มีการลงทะเบียนชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน เพื่อประโยชน์ต่อการติดตามการใช้งาน SIM BOX ตั้งแต่ต้นทาง-ปลายทาง    4. มาตรการกวาดล้างบัญชีม้า  ในบัญชีที่มีการพิสูจน์ทราบแล้วว่าเป็นบัญชีม้า แถว 1,2 ผู้ที่มีรายชื่อเป็นเจ้าของบัญชีนั้น สามารถมีสิทธิ์เปิดบัญชีธนาคารได้เพียง 1 บัญชี (บัญชีครองชีพ) โดยบัญชีอื่นไม่สามารถเปิดได้เป็นระยะเวลา 3 ปี และหากมีกระทำผิดซ้ำ จะมีการพิจารณาออกมาตรการให้ไม่สามารถมีบัญชีเพิ่มเติมได้อีกตลอดชีวิต ซึ่งเป็น 1 ในกระบวนการที่มีการพิจารณาเพิ่มเติม อีกส่วนหนึ่ง คือการหารือร่วมกับ ปปง. ในการพิจารณาเปิดเผยรายชื่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีม้าต่อสาธารณชน โดยอยู่ภายใต้อำนาจของกฎหมายที่สามารถทำได้ รวมทั้งยังทำให้ประชาชนสามารถรับทราบว่าบุคคลใดมีความเกี่ยวข้อง และเพิ่มการระมัดระวังตัวได้มากขึ้น เช่นเดียวกับเรื่องสำคัญที่นายกฯ ได้มอบหมาย ให้ดำเนินการคือ เรื่องการคืนเงินให้กับประชาชนผู้เสียหาย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับ ปปง.   5.มาตรการการยืนยันตัวตนเพื่อทำธุรกรรมซื้อ-ขาย บนแพลตฟอร์มออนไลน์ กระทรวงดีอี โดย ETDA อยู่ระหว่างการร่างกฎหมาย เพื่อกำหนดให้มีการยืนยันตัวตน หากมีการทำธุรกรรมซื้อ-ขาย บนแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือหากมีการรายงานปัญหา (Report) เจ้าของบัญชีต้องยืนยันตัวตนเช่นเดียวกัน ซึ่งมาตรการนี้เป็นไปตามข้อมูลการถูกหลอกลวงทางออนไลน์ที่พบว่ากว่า 50% ของการหลอกลวงมาจากช่องทางของแพลตฟอร์มต่างๆ โดยมาตรการนี้ได้มีการหารือร่วมกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องบางส่วนไปแล้ว ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี   6. การลงนามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์  วันนี้ เรื่องภัยคุกคามจากสแกมเมอร์ ได้ถูกยกระดับให้เป็น “วาระแห่งโลก” ซึ่งเนื้อหาในสัญญาจะเป็นเครื่องมือให้เราบูรณาการข้อมูลอาชญากรรมระหว่างประเทศได้ และจะมีความร่วมมือในทุกระดับเรื่องของการระงับ และการดำเนินคดี ซึ่งรวมไปถึงเรื่องของการค้ามนุษย์ด้วย    7.การยกระดับ พ.ร.ก.  ในขณะนี้ได้มีการพิจารณาการยกระดับ พ.ร.ก. การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ในมิติของการยกระดับให้สามารถตอบโต้สแกมเมอร์ได้มากขึ้น โดยมีหลักการเรื่องการจัดตั้งหน่วยงาน White Hacker ซึ่งจะทำหน้าที่ตอบโต้ ทั้งในเชิงของการระงับ การหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ เพื่อดำเนินการปราบปราม หรือส่งต่อข้อมูลให้กับนานาประเทศในการดำเนินการจัดการต่อไป   “ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี กระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์อย่างเต็มที่ และเราตระหนักดีว่าการดำเนินการในขณะนี้อาจเป็นเพียงแค่บางส่วน และยังไม่เพียงพอ ซึ่งขอยืนยันว่าเราจะดำเนินการอย่างเต็มที่ ให้มากขึ้น เพิ่มขึ้นต่อไป” นายไชยชนก กล่าวในตอนท้าย    -------------------------------------------------------

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับ Mr. Oliver Edelmann ตำแหน่ง Global Government Affairs Manager บริษัท SpaceX ในโอกาสเข้าพบหารือเพื่อแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ พร้อมทั้งแนะนำบริษัทและการบริการระบบเครือข่ายดาวเทียม Starlink และหารือแนวทางความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย กิจการอวกาศของประเทศไทย โดยมี นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1101 ชั้น 11 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการเป็นข้าราชการที่ดี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รุ่นที่ 1 เพื่อให้ข้าราชการบรรจุใหม่มีความรู้ ความเข้าใจในกฎระเบียบ แบบแผนในการปฏิบัติราชการ พร้อมเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่นในระบบราชการให้มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของความเป็นข้าราชการที่ดี โดยมีข้าราชการบรรจุใหม่ ที่เข้าอบรมจำนวน 89 คน ณ โรงแรมทีเคพาเลซ แอนด์ คอนเวนชัน กรุงเทพฯ โดยนางสาวกัลยา ได้เน้นย้ำถึงสิ่งสำคัญที่ข้าราชการยุคใหม่ต้องมี เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ได้แก่ (1) จริยธรรมข้าราชการ คือแนวทางการปฏิบัติที่ดีของข้าราชการ โดยยึดมั่นในหลัก 7 ประการ ตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ได้แก่ 1) การยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ เคารพและจงรักภักดีต่อ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย 2) การซื่อสัตย์สุจริตและรับผิดชอบ 3) การกล้าทำสิ่งที่ถูกต้อง 4) การคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม 5) การมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน 6) การปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงธรรม และ 7) การดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดี นอกจากนี้สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่ต้องมี คือ ทักษะในศตวรรษที่ 21 หมายถึงความสามารถที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตและการทำงานในยุคปัจจุบัน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม เช่น การคิดสร้างสรรค์ การคิดนอกกรอบ และการคิดเชิงวิจารณญาณ2) ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี เช่น การเข้าใจและการใช้ข้อมูล สถิติ ได้อย่างถูกต้อง การรู้เท่าทันสื่อ สามารถวิเคราะห์และประเมินสื่อในรูปแบบต่างๆ เพื่อแยกแยะข้อมูลที่น่าเชื่อถือ การใช้งานและการทำความเข้าใจเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ และ 3) ทักษะชีวิตและอาชีพ เช่น ความยืดหยุ่น การปรับตัว การทำงานร่วมกับผู้อื่น สำหรับการอบรมในครั้งนี้ มุ่งหวังเพื่อให้บุคลากรรุ่นใหม่เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ เข้าใจถึงกฎระเบียบในการปฏิบัติงาน สามารถทำงานได้อย่างมีเป้าหมายและเกิดประสิทธิผล มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ เข้าใจในบริบทของภารกิจหน้าที่ของการเป็นข้าราชการที่ดี รวมถึงเป็นข้าราชการในยุคดิจิทัลที่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศ ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อยกระดับการทำงานสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนต่อไป

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) ถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานในสังกัด เจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี ณ ลานชั้น 1 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 8/2568 โดยมีนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 0203 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 7 พฤศจิกายน  2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานกล่าวเปิดงานแถลงข่าวกิจกรรมการแข่งขันสร้างความตระหนักรู้ด้านคดีภัยออนไลน์ Cyber Guardians & Digital Art Challenge ครั้งที่ 2 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ

วันที่ 7 พฤศจิกายน  2568 นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเปิดงาน SMEs D-DAY: DIGITAL BOOST พลิกเกมธุรกิจไทย สู่ยุคดิจิทัลอย่างไร้ขีดจำกัด เติมพลังให้ SME ไทย ด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และการเงินดิจิทัล ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้โตแบบก้าวกระโดด ด้วยความร่วมมือของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงอุตสาหกรรม โดย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) และ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า โดยมี ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ Infinity Hall ชั้น G โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ

วันที่ 7 พฤศจิกายน  2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจสังคม (ดีอี) เป็นประธานการแถลงข่าว เปิดปฏิบัติการ Cut Down Scam – สยบเครือข่ายค้าข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งกระทรวงดีอี โดย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ร่วมกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม และพ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ร่วมแถลงข่าว ณ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   กระทรวงดีอี ให้ความสำคัญในการป้องกัน และปราบปรามปัญหาอาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์ ตามนโยบายของรัฐบาล โดยร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติการ “Cut Down Scam – สยบเครือข่ายค้าข้อมูล ส่วนบุคคล” ดำเนินการจับกุมเครือข่ายการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล (บัตรประชาชน)   ทั้งนี้ ขอเตือนให้ประชาชนระมัดระวัง การส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองให้แก่ผู้อื่น โดยเฉพาะในช่องทางออนไลน์ โดยขอให้ตรวจสอบก่อนทุกครั้ง สำหรับบุคคลที่ใช้ เก็บรวบรวม ซื้อ หรือจำหน่าย ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มาตรา 13 ครั้งที่ 8/2568 ร่วมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือการดำเนินงานตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้การปราบปรามภัยออนไลน์ เป็น “วาระแห่งชาติ” นายไชยชนก เปิดเผยว่า การปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด จำเป็นต้องมีการรวมพลังของหน่วยงานรัฐ-เอกชน รวมทั้งนานาประเทศ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยในการจัดการ  ด้วยเครื่องมือการจัดการปัญหาทั้งภายในประเทศ และสหประชาชาติ ตาม “อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์” ที่ปัจจุบันมีประเทศทั่วโลกร่วมลงนามแล้ว 71 ประเทศ และสหภาพยุโรป โดยที่ประชุมได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ เพื่อขับเคลื่อนการทำงานที่สอดคล้องกับอนุสัญญาดังกล่าว สำหรับการประชุมในวันนี้ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) และผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม (TikTok Line Google) เข้าร่วม ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้ กสทช.ดำเนินการตามมาตรการจำกัดปริมาณซิมการ์ด ไม่เกิน 5 หมายเลขต่อบุคคล (รวมทุกค่าย) ที่จะมีการพิจารณาในที่ประชุม คณะกรรมการ กสทช.เพื่อกำหนดเป็นหลักเกณฑ์ต่อไป รวมทั้งการยกระดับหลักเกณฑ์การยืนยันตัวตนการลงทะเบียนใช้งานซิมของตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ซึ่งจะต้องมีการลงทะเบียนในระบบ Dip chip หรือการลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์มที่มีมาตรฐานความปลอดภัยเทียบเท่า ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้พิจารณาการลงทะเบียนผู้ใช้งานซิมการ์ดใหม่ ที่ต้องใช้เสาสัญญาณในพื้นที่แนวชายแดน และพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถตรวจสอบการใช้งานได้ ป้องกันการใช้งาน SIM Box ของสแกมเมอร์ และหารือมาตรการ “ซิมยังชีพ” ซึ่งเป็นแนวคิดการจำกัดการใช้งานซิมการ์ดของบุคคลที่ขึ้นทะเบียนบัญชีม้าดำ โดยเบื้องต้นมีข้อเสนอให้ลงทะเบียนใช้งานซิมการ์ด ร่วมกับ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เท่านั้น ด้านการร่วมหารือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม เบื้องต้นได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยได้มีการพิจารณาในเรื่องของการลงทะเบียนใช้งานแพลตฟอร์มที่ต้องมีความเข้มงวด และปลอดภัยขึ้นจากเดิม โดยเฉพาะการยืนยันตัวตน ซึ่งจะต้องมีการปรับให้มีการยืนยันตัวตนด้วยชื่อ-นามสกุล หรือการสแกนใบหน้า ร่วมด้วยนอกเหนือจากการใช้เบอร์โทรศัพท์หรืออีเมล์ ซึ่งจะสามารถทำให้ตรวจสอบการใช้งานของสแกมเมอร์ที่ใช้ช่องทางแพลตฟอร์มก่อเหตุ รวมทั้งการยืนยันตัวตนของบุคคล และนิติบุคคล ในการซื้อโฆษณาผ่านแพลตฟอร์ม ขณะเดียวกัน ETDA ได้เร่งดำเนินการปรับปรุง พ.ร.บ. ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ มาตรา 32 เรื่องการควบคุมดูแลแพลตฟอร์มตามมาตรการที่จำเป็นและเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการพิจารณาการเร่งดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีม้า รวมถึงการพิจารณาหลักเกณฑ์การคืนเงินเยียวยาความเสียหายให้กับประชาชน “การป้องกันและปราบปรามสแกมเมอร์ จำเป็นต้องรวมพลังของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน วันนี้หน่วยงานหลักอย่าง กสทช. และธนาคาร ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะยุติการเกิด ซิมผี - บัญชีม้าใหม่ๆ และการก่อเหตุของสแกมเมอร์ที่เพิ่มขึ้นได้ ดังนั้นจึงต้องมีการกำหนดมาตรการหรือหลักเกณฑ์ที่เข้มข้นในการปราบปรามสแกมเมอร์ที่เป็นภัยคุกคามประชาชน ภายใต้การคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน” นายไชยชนก กล่าว ----------------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.