Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา


วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “National AI Strategy and Cloud-First Policy” โดยมี นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี พร้อมด้วยตัวแทนหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม ณ โรงแรม ดิ แอทธินี โฮเทล กรุงเทพฯ

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ของหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน 15 หน่วยงาน ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ร่วมลงนาม MOU ฉบับนี้ เพื่อยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและป้องกันไม่ให้ระบบการเงินของประเทศถูกใช้เป็นแหล่งฟอกเงิน สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนานาชาติ รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือสร้างเครือข่ายการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ว่าด้วยความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ของหน่วยงานภาครัฐ-เอกชน 15 หน่วยงาน ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน เพื่อยกระดับการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและป้องกันไม่ให้ระบบการเงินของประเทศถูกใช้เป็นแหล่งฟอกเงิน สร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและนานาชาติ รวมทั้งบูรณาการความร่วมมือสร้างเครือข่ายการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล   นายไชยชนก กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ประกาศให้การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เป็น “วาระแห่งชาติ” ตลอดระยะเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา กระทรวงดีอี ได้ร่วมบูรณาการพลังจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานของรัฐ และเอกชน เพื่อยกระดับมาตรการการป้องกัน ปราบปราม สแกมเมอร์ คอลเซ็นเตอร์ และอาชญากรรมทางการเงินออนไลน์ ให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้   1.การจัดตั้ง War room ทำงานร่วมกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยการบูรณาการข้อมูลร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเพิ่มเติมให้มีตัวแทนของผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์ (โอเปอเรเตอร์) และตัวแทนจากธนาคารใหญ่ 7 ธนาคาร เตรียมความพร้อมการให้ข้อมูล ตลอด 24 ชม.ร่วมกับ ตร.อย่างใกล้ชิด เพื่อยับยั้งการกระทำของขบวนการสแกมเมอร์ก่อนที่จะสร้างความเสียหายให้ประชาชน    2. มาตรการยกระดับหลักเกณฑ์ของการลงทะเบียนซิม โดยมีกลไกในหลายส่วน และที่ได้ดำเนินมาตรการแล้ว คือ การจำกัดจำนวนซิมการ์ด โดยร่วมกับ กสทช. ดำเนินมาตรการจำกัดปริมาณซิมการ์ด ไม่เกิน 5 หมายเลขต่อบุคคล (รวมทุกค่าย) แต่หากมีความจำเป็นต้องใช้เกิน สามารถขออนุญาตได้ พร้อมแจ้งข้อมูลให้ ตร.ทราบเพื่อประโยชน์กับการติดตามการใช้งาน ในส่วนการยกระดับหลักเกณฑ์การยืนยันตัวตนการลงทะเบียนซิม โดย กสทช.ได้ออกหลักเกณฑ์ใหม่ พร้อมมีผลบังคับใช้แล้ว โดยให้ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศจะต้องมีการลงทะเบียนในระบบ Dip chip หรือการลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์มที่มีมาตรฐานความปลอดภัยเทียบเท่า หรือผ่านระบบ ThaiD เท่านั้น ซึ่งหากโอเปอเรเตอร์มีการพัฒนาระบบที่มีความปลอดภัยเทียบเท่าแล้วก็จะสามารถเปิดใช้งานได้เช่นกัน และจะมีการติดตามตรวจสอบการลงทะเบียนซิมอย่างใกล้ชิดโดย กสทช. และ ตร. ด้านการปิดกั้นสัญญาณโทรศัพท์มือถือ และอินเทอร์เน็ต แนวชายแดน ตามข้อสั่งการนายกฯ นั้น ได้มีการติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิดจาก กสทช. และโอเปอเรเตอร์ เพื่อไม่ให้มีการเล็ดลอดของสัญญาณไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี    3. มาตรการคุมเข้ม SIM Box  ดำเนินการบูรณาการข้อมูลร่วมกับ กรมศุลกากร คุมเข้มการนำเข้าส่งออก Simbox ชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง ตามประกาศของ กสทช. โดยประกาศหลักเกณฑ์ให้มีการลงทะเบียนชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน เพื่อประโยชน์ต่อการติดตามการใช้งาน SIM BOX ตั้งแต่ต้นทาง-ปลายทาง    4. มาตรการกวาดล้างบัญชีม้า  ในบัญชีที่มีการพิสูจน์ทราบแล้วว่าเป็นบัญชีม้า แถว 1,2 ผู้ที่มีรายชื่อเป็นเจ้าของบัญชีนั้น สามารถมีสิทธิ์เปิดบัญชีธนาคารได้เพียง 1 บัญชี (บัญชีครองชีพ) โดยบัญชีอื่นไม่สามารถเปิดได้เป็นระยะเวลา 3 ปี และหากมีกระทำผิดซ้ำ จะมีการพิจารณาออกมาตรการให้ไม่สามารถมีบัญชีเพิ่มเติมได้อีกตลอดชีวิต ซึ่งเป็น 1 ในกระบวนการที่มีการพิจารณาเพิ่มเติม อีกส่วนหนึ่ง คือการหารือร่วมกับ ปปง. ในการพิจารณาเปิดเผยรายชื่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบัญชีม้าต่อสาธารณชน โดยอยู่ภายใต้อำนาจของกฎหมายที่สามารถทำได้ รวมทั้งยังทำให้ประชาชนสามารถรับทราบว่าบุคคลใดมีความเกี่ยวข้อง และเพิ่มการระมัดระวังตัวได้มากขึ้น เช่นเดียวกับเรื่องสำคัญที่นายกฯ ได้มอบหมาย ให้ดำเนินการคือ เรื่องการคืนเงินให้กับประชาชนผู้เสียหาย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับ ปปง.   5.มาตรการการยืนยันตัวตนเพื่อทำธุรกรรมซื้อ-ขาย บนแพลตฟอร์มออนไลน์ กระทรวงดีอี โดย ETDA อยู่ระหว่างการร่างกฎหมาย เพื่อกำหนดให้มีการยืนยันตัวตน หากมีการทำธุรกรรมซื้อ-ขาย บนแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือหากมีการรายงานปัญหา (Report) เจ้าของบัญชีต้องยืนยันตัวตนเช่นเดียวกัน ซึ่งมาตรการนี้เป็นไปตามข้อมูลการถูกหลอกลวงทางออนไลน์ที่พบว่ากว่า 50% ของการหลอกลวงมาจากช่องทางของแพลตฟอร์มต่างๆ โดยมาตรการนี้ได้มีการหารือร่วมกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องบางส่วนไปแล้ว ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี   6. การลงนามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์  วันนี้ เรื่องภัยคุกคามจากสแกมเมอร์ ได้ถูกยกระดับให้เป็น “วาระแห่งโลก” ซึ่งเนื้อหาในสัญญาจะเป็นเครื่องมือให้เราบูรณาการข้อมูลอาชญากรรมระหว่างประเทศได้ และจะมีความร่วมมือในทุกระดับเรื่องของการระงับ และการดำเนินคดี ซึ่งรวมไปถึงเรื่องของการค้ามนุษย์ด้วย    7.การยกระดับ พ.ร.ก.  ในขณะนี้ได้มีการพิจารณาการยกระดับ พ.ร.ก. การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ในมิติของการยกระดับให้สามารถตอบโต้สแกมเมอร์ได้มากขึ้น โดยมีหลักการเรื่องการจัดตั้งหน่วยงาน White Hacker ซึ่งจะทำหน้าที่ตอบโต้ ทั้งในเชิงของการระงับ การหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์ เพื่อดำเนินการปราบปราม หรือส่งต่อข้อมูลให้กับนานาประเทศในการดำเนินการจัดการต่อไป   “ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี กระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์อย่างเต็มที่ และเราตระหนักดีว่าการดำเนินการในขณะนี้อาจเป็นเพียงแค่บางส่วน และยังไม่เพียงพอ ซึ่งขอยืนยันว่าเราจะดำเนินการอย่างเต็มที่ ให้มากขึ้น เพิ่มขึ้นต่อไป” นายไชยชนก กล่าวในตอนท้าย    -------------------------------------------------------

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับ Mr. Oliver Edelmann ตำแหน่ง Global Government Affairs Manager บริษัท SpaceX ในโอกาสเข้าพบหารือเพื่อแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่งใหม่ พร้อมทั้งแนะนำบริษัทและการบริการระบบเครือข่ายดาวเทียม Starlink และหารือแนวทางความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย กิจการอวกาศของประเทศไทย โดยมี นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1101 ชั้น 11 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดโครงการฝึกอบรมหลักสูตรการเป็นข้าราชการที่ดี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รุ่นที่ 1 เพื่อให้ข้าราชการบรรจุใหม่มีความรู้ ความเข้าใจในกฎระเบียบ แบบแผนในการปฏิบัติราชการ พร้อมเรียนรู้การทำงานร่วมกับผู้อื่นในระบบราชการให้มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของความเป็นข้าราชการที่ดี โดยมีข้าราชการบรรจุใหม่ ที่เข้าอบรมจำนวน 89 คน ณ โรงแรมทีเคพาเลซ แอนด์ คอนเวนชัน กรุงเทพฯ โดยนางสาวกัลยา ได้เน้นย้ำถึงสิ่งสำคัญที่ข้าราชการยุคใหม่ต้องมี เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล ได้แก่ (1) จริยธรรมข้าราชการ คือแนวทางการปฏิบัติที่ดีของข้าราชการ โดยยึดมั่นในหลัก 7 ประการ ตามประมวลจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ได้แก่ 1) การยึดมั่นในสถาบันหลักของประเทศ เคารพและจงรักภักดีต่อ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย 2) การซื่อสัตย์สุจริตและรับผิดชอบ 3) การกล้าทำสิ่งที่ถูกต้อง 4) การคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม 5) การมุ่งผลสัมฤทธิ์ของงาน 6) การปฏิบัติหน้าที่อย่างเที่ยงธรรม และ 7) การดำรงตนเป็นแบบอย่างที่ดี นอกจากนี้สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งที่ต้องมี คือ ทักษะในศตวรรษที่ 21 หมายถึงความสามารถที่จำเป็นต่อการใช้ชีวิตและการทำงานในยุคปัจจุบัน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1) ทักษะการเรียนรู้และนวัตกรรม เช่น การคิดสร้างสรรค์ การคิดนอกกรอบ และการคิดเชิงวิจารณญาณ2) ทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี เช่น การเข้าใจและการใช้ข้อมูล สถิติ ได้อย่างถูกต้อง การรู้เท่าทันสื่อ สามารถวิเคราะห์และประเมินสื่อในรูปแบบต่างๆ เพื่อแยกแยะข้อมูลที่น่าเชื่อถือ การใช้งานและการทำความเข้าใจเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ และ 3) ทักษะชีวิตและอาชีพ เช่น ความยืดหยุ่น การปรับตัว การทำงานร่วมกับผู้อื่น สำหรับการอบรมในครั้งนี้ มุ่งหวังเพื่อให้บุคลากรรุ่นใหม่เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ เข้าใจถึงกฎระเบียบในการปฏิบัติงาน สามารถทำงานได้อย่างมีเป้าหมายและเกิดประสิทธิผล มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ เข้าใจในบริบทของภารกิจหน้าที่ของการเป็นข้าราชการที่ดี รวมถึงเป็นข้าราชการในยุคดิจิทัลที่จะเป็นกำลังสำคัญของประเทศ ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อยกระดับการทำงานสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนต่อไป

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลปัณรสมวาร (15 วัน) ถวายพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานในสังกัด เจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมพิธี ณ ลานชั้น 1 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 8/2568 โดยมีนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 0203 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 7 พฤศจิกายน  2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานกล่าวเปิดงานแถลงข่าวกิจกรรมการแข่งขันสร้างความตระหนักรู้ด้านคดีภัยออนไลน์ Cyber Guardians & Digital Art Challenge ครั้งที่ 2 ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ

วันที่ 7 พฤศจิกายน  2568 นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเปิดงาน SMEs D-DAY: DIGITAL BOOST พลิกเกมธุรกิจไทย สู่ยุคดิจิทัลอย่างไร้ขีดจำกัด เติมพลังให้ SME ไทย ด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และการเงินดิจิทัล ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้โตแบบก้าวกระโดด ด้วยความร่วมมือของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงอุตสาหกรรม โดย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) และ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดย สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า โดยมี ดร.ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วย นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ Infinity Hall ชั้น G โรงแรมพูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ

วันที่ 7 พฤศจิกายน  2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจสังคม (ดีอี) เป็นประธานการแถลงข่าว เปิดปฏิบัติการ Cut Down Scam – สยบเครือข่ายค้าข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งกระทรวงดีอี โดย สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC ร่วมกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผู้บังคับการปราบปราม พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม และพ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ร่วมแถลงข่าว ณ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   กระทรวงดีอี ให้ความสำคัญในการป้องกัน และปราบปรามปัญหาอาชญากรรมหลอกลวงออนไลน์ ตามนโยบายของรัฐบาล โดยร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติการ “Cut Down Scam – สยบเครือข่ายค้าข้อมูล ส่วนบุคคล” ดำเนินการจับกุมเครือข่ายการซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคล (บัตรประชาชน)   ทั้งนี้ ขอเตือนให้ประชาชนระมัดระวัง การส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองให้แก่ผู้อื่น โดยเฉพาะในช่องทางออนไลน์ โดยขอให้ตรวจสอบก่อนทุกครั้ง สำหรับบุคคลที่ใช้ เก็บรวบรวม ซื้อ หรือจำหน่าย ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มาตรา 13 ครั้งที่ 8/2568 ร่วมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหารือการดำเนินงานตามนโยบายของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่กำหนดให้การปราบปรามภัยออนไลน์ เป็น “วาระแห่งชาติ” นายไชยชนก เปิดเผยว่า การปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์ให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด จำเป็นต้องมีการรวมพลังของหน่วยงานรัฐ-เอกชน รวมทั้งนานาประเทศ โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของประเทศไทยในการจัดการ  ด้วยเครื่องมือการจัดการปัญหาทั้งภายในประเทศ และสหประชาชาติ ตาม “อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์” ที่ปัจจุบันมีประเทศทั่วโลกร่วมลงนามแล้ว 71 ประเทศ และสหภาพยุโรป โดยที่ประชุมได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ เพื่อขับเคลื่อนการทำงานที่สอดคล้องกับอนุสัญญาดังกล่าว สำหรับการประชุมในวันนี้ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ (โอเปอเรเตอร์) และผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม (TikTok Line Google) เข้าร่วม ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้ กสทช.ดำเนินการตามมาตรการจำกัดปริมาณซิมการ์ด ไม่เกิน 5 หมายเลขต่อบุคคล (รวมทุกค่าย) ที่จะมีการพิจารณาในที่ประชุม คณะกรรมการ กสทช.เพื่อกำหนดเป็นหลักเกณฑ์ต่อไป รวมทั้งการยกระดับหลักเกณฑ์การยืนยันตัวตนการลงทะเบียนใช้งานซิมของตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ ซึ่งจะต้องมีการลงทะเบียนในระบบ Dip chip หรือการลงทะเบียนผ่านแพลตฟอร์มที่มีมาตรฐานความปลอดภัยเทียบเท่า ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้พิจารณาการลงทะเบียนผู้ใช้งานซิมการ์ดใหม่ ที่ต้องใช้เสาสัญญาณในพื้นที่แนวชายแดน และพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้สามารถตรวจสอบการใช้งานได้ ป้องกันการใช้งาน SIM Box ของสแกมเมอร์ และหารือมาตรการ “ซิมยังชีพ” ซึ่งเป็นแนวคิดการจำกัดการใช้งานซิมการ์ดของบุคคลที่ขึ้นทะเบียนบัญชีม้าดำ โดยเบื้องต้นมีข้อเสนอให้ลงทะเบียนใช้งานซิมการ์ด ร่วมกับ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย เท่านั้น ด้านการร่วมหารือกับผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม เบื้องต้นได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยได้มีการพิจารณาในเรื่องของการลงทะเบียนใช้งานแพลตฟอร์มที่ต้องมีความเข้มงวด และปลอดภัยขึ้นจากเดิม โดยเฉพาะการยืนยันตัวตน ซึ่งจะต้องมีการปรับให้มีการยืนยันตัวตนด้วยชื่อ-นามสกุล หรือการสแกนใบหน้า ร่วมด้วยนอกเหนือจากการใช้เบอร์โทรศัพท์หรืออีเมล์ ซึ่งจะสามารถทำให้ตรวจสอบการใช้งานของสแกมเมอร์ที่ใช้ช่องทางแพลตฟอร์มก่อเหตุ รวมทั้งการยืนยันตัวตนของบุคคล และนิติบุคคล ในการซื้อโฆษณาผ่านแพลตฟอร์ม ขณะเดียวกัน ETDA ได้เร่งดำเนินการปรับปรุง พ.ร.บ. ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ มาตรา 32 เรื่องการควบคุมดูแลแพลตฟอร์มตามมาตรการที่จำเป็นและเหมาะสม นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการพิจารณาการเร่งดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับบัญชีม้า รวมถึงการพิจารณาหลักเกณฑ์การคืนเงินเยียวยาความเสียหายให้กับประชาชน “การป้องกันและปราบปรามสแกมเมอร์ จำเป็นต้องรวมพลังของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน วันนี้หน่วยงานหลักอย่าง กสทช. และธนาคาร ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะยุติการเกิด ซิมผี - บัญชีม้าใหม่ๆ และการก่อเหตุของสแกมเมอร์ที่เพิ่มขึ้นได้ ดังนั้นจึงต้องมีการกำหนดมาตรการหรือหลักเกณฑ์ที่เข้มข้นในการปราบปรามสแกมเมอร์ที่เป็นภัยคุกคามประชาชน ภายใต้การคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน” นายไชยชนก กล่าว ----------------------------------------------------


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “เครื่องบินราชวงศ์สเปน ลงจอดฉุกเฉินที่ประเทศไทย” รองลงมาคือเรื่อง “กรมการท่องเที่ยว ร่วมมือ 8 ประเทศ จัดโครงการลุ้นเที่ยวฟรี” เตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลในสังคม รวมทั้งอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน และข้อมูลส่วนบุคคล ขอให้เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ต้องการให้มีการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชน โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ในระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม – 6 พฤศจิกายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 984,991 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 900 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 886 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 7 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 2 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 199 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 74 เรื่อง กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 127 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 21เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 10 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 2 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 39 เรื่อง นางสาวสุชาดา กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ส่วนใหญ่เป็นข่าวเกี่ยวกับความมั่นคงระหว่างประเทศ ข่าวนโยบายรัฐบาล และการให้บริการของหน่วยงานรัฐ ข่าวที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลได้ รวมทั้งอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน หรือ ข้อมูลส่วนบุคคล โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง เครื่องบินราชวงศ์สเปน ลงจอดฉุกเฉินที่ประเทศไทย อันดับที่ 2 : เรื่อง กรมการท่องเที่ยว ร่วมมือ 8 ประเทศ จัดโครงการลุ้นเที่ยวฟรี อันดับที่ 3 : เรื่อง หากไม่ทานผลไม้ 2 สัปดาห์ ฮอร์โมนจะเริ่มแปรปรวน อันดับที่ 4 : เรื่อง ผลิตภัณฑ์ Mova แก้อาการปวดเข่าเรื้อรัง เดินไม่ไหว อันดับที่ 5 : เรื่อง กัมพูชาขึ้นทะเบียนผ้าไหมไทยเป็นมรดกโลก อันดับที่ 6 : เรื่อง OR เปิดเพจเฟซบุ๊ก Amazon.Coffée ให้ข้อมูลนักลงทุน อันดับที่ 7 : เรื่อง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร Reducose EG ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ลดความอยากอาหาร อันดับที่ 8 : เรื่อง งาดำ พลูคาว ป้องกันเซลล์มะเร็ง ขับสารพิษออกจากร่างกาย บำรุงหลอดเลือด สมองและหัวใจ อันดับที่ 9 : เรื่อง กรมการจัดหางาน เปิดรับสมัครงานพับถุงกระดาษ ทำงานที่บ้าน ผ่านเพจ งานทั่วไทยอัปเดต อันดับที่ 10 : เรื่อง ปตท. เปิดรับพนักงานใหม่ ติดต่อยื่นใบสมัครผ่านไลน์ สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “เครื่องบินราชวงศ์สเปน ลงจอดฉุกเฉินที่ประเทศไทย” กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กระทรวงคมนาคม ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยขอชี้แจงว่า จากที่มีการเผยแพร่คลิปวิดีโอบนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ทาง ทอท. ขอยืนยันว่า ข่าวข้างต้นไม่เป็นความจริง ไม่มีเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริง โดยภาพดังกล่าวถูกสร้างขึ้นด้วย AI จึงขอเตือนประชาชนโปรดอย่างหลงเชื่อ และอย่าแชร์ต่อข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง เพราะอาจสร้างความสับสนและทำให้ผู้อื่นได้รับข้อมูลที่ผิดได้ด้านข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “กรมการท่องเที่ยว ร่วมมือ 8 ประเทศ จัดโครงการลุ้นเที่ยวฟรี” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ กรมการท่องเที่ยว  กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตรวจสอบพบว่าเป็นข่าวปลอม โดยขอเตือนให้ประชาชน ระมัดระวังมิจฉาชีพหลอกลวงแอบอ้างชื่อ กรมการท่องเที่ยว โฆษณาเชิญชวนให้เข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ อ้างเป็นความร่วมมือกับ 8 ประเทศ จัดโครงการลุ้นเที่ยวฟรี เพื่อโปรโมทการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และศาสนา ซึ่งข้อมูลดังกล่าวไม่ได้มาจากกรมการท่องเที่ยวแต่อย่างใด ดังนั้นขอให้ประชาชนอย่าส่งต่อข้อมูล และอย่าหลงเชื่อกดลิงก์หรือลงทะเบียนใดๆ กับเพจเฟซบุ๊กดังกล่าว ทั้งนี้หากท่านไม่แน่ใจหรือเกิดความสงสัย สามารถโทรสอบถามได้ที่กรมการท่องเที่ยว โทร 0 2141 3333 หรือ อีเมล webmaster@tourism.go.th , เพจ กรมการท่องเที่ยว Department of Tourism (Inbox) อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน และส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ ---------------------------------------------------------

วันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงาน Thailand Blockchain Week 2025 มหกรรมบล็อกเชนและการเงินแห่งอนาคต และกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “Thailand: The Region’s Next Digital Asset Hub” โดยมี คุณสัญชัย ปอปลี ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คริปโตมายด์ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด ตัวแทนผู้จัดงาน กล่าวต้อนรับ ณ ทรูแกรนด์ฮอลล์ ชั้น 3 ทรูดิจิทัลพาร์ค กรุงเทพฯ สำหรับงานนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Supercycle: Future of Wealth” คลื่นใหญ่พลิกโลกอนาคตการเงินและความมั่งคั่ง เป็นเวทีที่รวมผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนระดับแนวหน้าจากทุกแขนง ทั้งในไทยและต่างประเทศ  ที่จะมาอัปเดตเทรนด์ล่าสุดและการวางแผนอนาคตทางการเงิน ปลดล็อกมุมมองใหม่ๆ เสริมเกราะความรู้ด้านการลงทุนได้อย่างครบเครื่อง พร้อมพบกับกิจกรรมให้ร่วมสนุกมากมาย ภานในงาน ที่จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 8 - 9 พฤศจิกายน 2568 ณ ทรูแกรนด์ฮอลล์ ทรูดิจิทัลพาร์ค

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.