Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “เปิดลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท เป็นเงินสด ถึงวันที่ 30 พ.ย. 68” รองลงมาคือเรื่อง “เริ่มแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต วันที่ 10 - 14 พ.ย. 68” เตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลในสังคม รวมทั้งอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน และข้อมูลส่วนบุคคล ขอให้เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ต้องการให้มีการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชน โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ในระหว่างวันที่ 7 – 13 พฤศจิกายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 998,165 ข้อความข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,186 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 1,157 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 26 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 3 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 249 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 97 เรื่อง กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 153 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 40เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 10 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 3 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 43 เรื่อง นางสาวสุชาดา กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ส่วนใหญ่เป็นข่าวเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะ “โครงการเงินดิจิทัล” ข่าวการให้บริการของหน่วยงานรัฐ ข่าวภัยพิบัติ และข่าวที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลได้ รวมทั้งอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน หรือ ข้อมูลส่วนบุคคล โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง เปิดลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท เป็นเงินสด ถึงวันที่ 30 พ.ย. 68 อันดับที่ 2 : เรื่อง เริ่มแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต วันที่ 10 - 14 พ.ย. 68 อันดับที่ 3 : เรื่อง เตือน 11-13 พ.ย. 68 พายุ ฟงวอง เข้าไทย เฝ้าระวังภาคเหนือ-อีสาน-กลาง อันดับที่ 4 : เรื่อง โครงการคนละครึ่งพลัส ดึงงบประมาณมาจาก สปสช. และ กยศ. อันดับที่ 5 : เรื่อง นมธัญพืช Glusure ลดน้ำตาลในเลือด จัดการเบาหวานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันดับที่ 6 : เรื่อง รัฐบาลประกาศเริ่มโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 แล้ว อันดับที่ 7 : เรื่อง ชาวยิวในประเทศไทยเป็นทหารรับจ้างฆ่าเด็กและสตรี อันดับที่ 8 : เรื่อง เตรียมประกาศลดบำนาญในปีงบประมาณ 2571 อันดับที่ 9 : เรื่อง ไทยผลักดัน “หมอลำคอนสวรรค์ ลำตั่งหวาย ลำภูไท” ขึ้นทะเบียนยูเนสโก ทั้งที่เป็นศิลปะลาวโดยกำเนิด อันดับที่ 10 : เรื่อง พบเมฆเตือนภัยรูปเครื่องบิน ให้เฝ้าระวังเครื่องบินตก 4 - 30 พ.ย. 68 สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “เปิดลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท เป็นเงินสด ถึงวันที่ 30 พ.ย. 68” กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับกลุ่มสารนิเทศการคลัง กระทรวงการคลัง ตรวจสอบพบว่า ไม่เป็นความจริง โดยขอชี้แจงว่าในขณะนี้ยังไม่มีโครงการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท แต่อย่างใด ดังนั้น การให้ข้อมูลดังกล่าว จึงเป็นการให้ข้อมูลเท็จที่อาจสร้างความเข้าใจผิดแก่ประชาชน โดยขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ และมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อการรับข้อมูลที่ถูกต้องและขออย่าส่งต่อข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง เพราะอาจสร้างความสับสนและทำให้ผู้อื่นได้รับข้อมูลที่ผิดได้ เช่นเดียวกับข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “เริ่มแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต วันที่ 10 - 14 พ.ย. 68” ซึ่งได้รับการตรวจสอบจากกลุ่มสารนิเทศการคลัง กระทรวงการคลัง แล้วพบว่าไม่เป็นความจริง ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันยังไม่มีโครงการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทะเบียนเงินดิจิทัลวอลเล็ต ดังนั้นข้อมูลดังกล่าวจึงเป็นข้อมูลเท็จ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน และส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ -----------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “OR เปิดให้นักลงทุนร่วมถือหุ้นอเมซอน เพียง 1,260 บาท รับผลตอบแทนรายวัน ผ่านเพจ A۫Mz cf̲ae Target Price IPO۫” รองลงมาคือเรื่อง “กลต. เปิดบริการ ซื้อ–ขายหุ้น ผ่านเว็บไซต์ใหม่” โดยขอเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม หวั่นสร้างความเสียหายทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สิน และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ขอให้เลือกเชื่อ - แชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ต้องการให้มีการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชน โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ในระหว่างวันที่ 7 – 13 พฤศจิกายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 998,165 ข้อความข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,186 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 1,157 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 26 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 3 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 249 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 97 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง OR เปิดให้นักลงทุนร่วมถือหุ้นอเมซอน เพียง 1,260 บาท รับผลตอบแทนรายวัน ผ่านเพจ A۫Mz cf̲ae Target Price IPO۫ อันดับที่ 2 : เรื่อง กลต. เปิดบริการ ซื้อ–ขายหุ้น ผ่านเว็บไซต์ใหม่ อันดับที่ 3 : เรื่อง ธ.ออมสิน เปิดให้ประชาชนยื่นขอสินเชื่อ ไม่ต้องมีหลักประกัน ผ่านบัญชีติ๊กต็อก @gsb0791 อันดับที่ 4 : เรื่อง ธ.ออมสิน เปิดลงทะเบียนสินเชื่อออนไลน์ ยืม 100,000 บาท คืน 2,938 บาท ไม่ต้องมีหลักประกัน อันดับที่ 5 : เรื่อง กฟน. ติดต่อประชาชนเพื่อเปลี่ยนมิเตอร์ไฟ ผ่านเบอร์ 0617689266 อันดับที่ 6 : เรื่อง DLT รับทำใบขับขี่ทุกประเภท ผ่านเพจ สอบใบขับขี่ เร่งด่วน ไม่ต้องลางาน อันดับที่ 7 : เรื่อง ปปง. เปิดให้ลงทะเบียนคุ้มครองสิทธิเพื่อรับเงินคืน ผ่านบัญชี TikTok cyber_1710 อันดับที่ 8 : เรื่อง ธ.ออมสิน เปิดสอนการลงทุนผ่านไลน์ สร้างผลกำไรใน 2 เดือน อันดับที่ 9 : เรื่อง เพจ บริษัทจัดหางานต่างประเทศ ถูกต้องตามกฎหมาย เปิดรับแรงงานไปทำงานต่างประเทศตามกฎหมายกรมแรงงาน อันดับที่ 10 : เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดรับทำใบขับขี่ออนไลน์ทุกชนิด ผ่านเพจ DLT Driving License ใบขับขี่ด่วน “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวกับการชักชวนลงทุนในหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ การปล่อยสินเชื่อของธนาคารรัฐ และการให้บริการของหน่วยงานรัฐ รวมทั้งการคืนเงินจากมิจฉาชีพให้กับผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวง ซึ่งมีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง ทำให้ประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ทั้งยังอาจสร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นางสาวสุชาดา กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “OR เปิดให้นักลงทุนร่วมถือหุ้นอเมซอน เพียง 1,260 บาท รับผลตอบแทนรายวัน ผ่านเพจ A۫Mz cf̲ae Target Price IPO۫” กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กระทรวงพลังงาน ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยเพจเฟซบุ๊กข้างบน เป็นกลุ่มมิจฉาชีพสร้างขึ้น ไม่ใช่เพจอย่างเป็นทางการของ OR หรือกลุ่มธุรกิจในเครือ OR แต่อย่างใด ทั้งนี้ OR ไม่มีนโยบายเสนอขายหุ้น หรือทำการประชาสัมพันธ์เพื่อเชิญชวนให้ลงทุนในลักษณะดังกล่าว โดยขอเตือนประชาชนอย่างหลงเชื่อ และส่งต่อหรือแชร์ข้อความจากเพจดังกล่าว นอกจากนี้กระทรวงดีอี ขอเตือนประชาชนว่าการให้ข้อมูลหรือติดตั้งแอปพลิเคชันใดๆ ที่ไม่ได้มาจากช่องทางอย่างเป็นทางการ อาจมีความเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูล หรือเงินในบัญชีธนาคารได้ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ -----------------------------------------------------

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมประชุมหารือกับ นางชนิดา คล้ายพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ TikTok บริษัท ติ๊กต๊อก เทคโนโลยีส์ จำกัด และคณะ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือด้านดิจิทัล ความปลอดภัยของผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม และการต่อยอดโครงการความร่วมมือการสร้างความตระหนักรู้ด้านภัยออนไลน์ให้กับประชาชน โดยมี นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) พร้อมด้วยหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม ชั้น 11 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมมาตรการแก้ปัญหา รย.17, รย.18 ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยมี นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีและโฆษกกระทรวงดีอี นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน เพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย ครั้งที่ 2/2568 โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมชั้น 20 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง

17 พฤศจิกายน 2568 – นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการแถลงข่าวความคืบหน้ามาตรการบรรเทาผลกระทบให้แก่กลุ่มผู้ขับขี่รถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน พร้อมด้วยนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   นายไชยชนก กล่าวว่า ภายหลังการรับหนังสือร้องเรียนจากไรเดอร์ และไดรเวอร์ เรื่อง “ประกาศเรื่องรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (รย.17 และ รย.18)” ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ขับขี่กว่า 200,000 ราย เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา กระทรวงดีอี และกระทรวงคมนาคม โดย ETDA และกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) ได้เร่งประสานงาน สถาบันการเงิน และภาคเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบดังกล่าว และกำหนดเป็น 5 มาตรการสำคัญในการช่วยเหลือไรเดอร์และไดรเวอร์ทั่วประเทศ โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 - 28 กุมภาพันธ์ 2569 ดังนี้   1. ลงทะเบียนผู้ขับขี่สำหรับจดทะเบียนรถรับจ้างสาธารณะผ่านแอปฯ โดย ETDA - เปิดให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ https://driververify.mdes.go.th (ล็อกอินผ่าน Thai ID) ไปจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเมื่อข้อมูลได้รับการยืนยันจากแพลตฟอร์ม จะได้รับ “ใบรับแจ้งลงทะเบียน” (QR Code) เพื่อใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที และผู้ขับขี่จะต้องดำเนินการจดทะเบียนเป็นรถสาธารณะและทำใบขับขี่สาธารณะกับกรมการขนส่งทางบกให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569   2.แก้ปัญหาไฟแนนซ์-ลีสซิ่ง-ประกันภัย  - กรมการขนส่งทางบก อนุญาตให้รถที่ติดไฟแนนซ์สามารถใช้สำเนาใบคู่มือจดทะเบียน ยื่นจดทะเบียนแทนเล่มจริงได้ ไปจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 - ขอความร่วมมือบริษัทลีสซิ่งทุกราย ลดค่าธรรมเนียมเปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อ โดยขณะนี้ ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี (ttb) จะนำร่องเป็นรายแรก จากเดิม 1% ของยอดเงินคงเหลือตลอดสัญญา เหลือ 0.25% ต่อปี  - ให้สามารถใช้ประกันภัยชั้น 3 (ภาคสมัครใจ) ได้ ไม่จำเป็นต้องทำประกันสาธารณะชั้น 1 เพื่อลดค่าใช้จ่าย โดยได้ขอความร่วมมือกับบริษัทลีสซิ่งทุกราย ซึ่ง ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี (ttb)) ให้การตอบรับเป็นรายแรก   3. ปลดล็อกเอกสาร-ขนาดเครื่องยนต์  - แก้ปัญหาภูมิลำเนาของผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะ โดยใช้เอกสารเฉพาะส่วนบุคคล เช่น บัตรนักเรียน-นักศึกษา เอกสารการทำงานในพื้นที่ กทม. ลดปัญหาการหาผู้รับรอง  - พิจารณาขยายขนาดเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์สาธารณะ จากเดิม 125 ซีซี โดยจะร่วมหารือการปรับปรุงกฎหมาย ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สภาผู้บริโภค เพื่อกำหนดขนาดซีซีที่เหมาะสมต่อไป คาดว่าจะใช้เวลาในการพิจารณาประมาณ 1 เดือน   4. พิจารณาแก้กฎหมายให้นำรถเช่ามาให้บริการสาธารณะผ่านแอปฯได้ กระทรวงดีอีได้หารือร่วมกับกระทรวงคมนาคม เบื้องต้นกระทรวงคมนาคมเห็นชอบในหลักการแก้ไขกฎกระทรวง และอยู่ระหว่างการดำเนินการของกรมการขนส่งทางบก   5. มาตรการมอบเงินสนับสนุนพิเศษ กระทรวงดีอีประสานแพลตฟอร์มผู้ให้บริการมอบเงินสนับสนุนช่วยเหลือผู้ขับขี่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยมี Grab และ LINE MAN ให้การตอบรับและพร้อมสนับสนุนเงินพิเศษ ซึ่งผู้ขับขี่จะได้รับเงินสนับสนุนตั้งแต่ 5,000 – 20,000 บาทต่อคน    นอกจากนี้ยังมีแนวทางในการเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลแพลตฟอร์มผู้ให้บริการ หากพบผู้ให้บริการรายใดไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปล่อยปละละเลยให้รถที่ผิดกฎหมายและไม่ได้จดทะเบียนเป็นรถสาธารณะมาให้บริการ กระทรวงดีอีพร้อมดำเนินการทันที   “กระทรวงดีอีให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งกลุ่มไรเดอร์ และไดรเวอร์ ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเร่งหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยปลดล็อกผู้ประกอบอาชีพขับขี่รถรับจ้างผ่านแอปฯ ให้สามารถเข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรม ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่จนได้ข้อสรุปที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมในระยะเวลาอันสั้น โดยมีเป้าหมายเพื่อการสนับสนุนผู้ให้บริการภาคดิจิทัลให้ได้รับความเป็นธรรม ถูกต้องตามกฎหมาย การควบคุมดูแลแพลตฟอร์มที่โปร่งใส และดูแลประชาชนผู้ใช้บริการให้ได้รับความมั่นคงปลอดภัยต่อไป” นายไชยชนก กล่าว   -------------------------------------------------------------------------

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดกิจกรรม DE รวมพลังแห่งความภักดี ทำความดีด้วยหัวใจ (จิตอาสา) บริจาคโลหิต และจัดทำริบบิ้นแสดงความอาลัย "หนึ่งคนให้ หลายคนรับ" เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานในสังกัด เจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี เข้าร่วม ณ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเปิดงาน “Grab The Future 2025 (ครั้งที่ 6) ส่งต่อการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด” โครงการมอบทุนการศึกษา สำหรับบุตรผู้ให้บริการแกร็บ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และสนับสนุนด้านการศึกษา พร้อมมอบเกียรติบัตร โดยมี คุณจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารแกร็บ ประเทศไทย และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ True Digital Park

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจสังคม (ดีอี) ร่วมเปิดงาน “DigiTech ASEAN Thailand & AI Connect 2025” ก้าวสู่อนาคตดิจิทัลไปพร้อมกัน กับงานที่รวมทุกโซลูชันเทคโนโลยีธุรกิจยุคใหม่ พบกับแบรนด์เทคโนโลยีชั้นนำจากทั่วโลกมากกว่า 350 พร้อมร่วมอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีเพื่อธุรกิจจากวิทยากรชั้นนำ ณ ฮอลล์ 7–8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมมาตรการแก้ไขปัญหารายชื่อบุคคล (HR03) หรือบัญชีม้าดำ จดทะเบียนนิติบุคคล โดยมี นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 1001 ชั้น 10 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบ Video Conference

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มอบหมายนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงดีอี (Top Executives) ครั้งที่ 4/2568 โดยมีนางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 203 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบ Video Conference

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตามที่เกิดเหตุขัดข้องกับระบบของ Cloudflare เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ทำให้ผู้ใช้บริการของ Cloudflare ทั่วโลก ไม่สามารถเข้าใช้งานได้ชั่วคราว และในช่วงเช้าวันนี้ (19 พฤศจิกายน 2568) ทางบริษัท Cloudflare ได้ชี้แจงว่า ระบบสามารถใช้งานได้ตามปกติแล้วนั้น    ทั้งนี้ตนได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดตรวจสอบและประเมินผลกระทบที่เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเบื้องต้น ยังไม่พบผลกระทบต่อระบบคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) เว็บไซต์และการให้บริการทางอินเทอร์เน็ตภายในหน่วยงานสังกัดกระทรวงดีอี    ขณะเดียวกันได้สั่งการให้สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA  ดำเนินการให้ข้อแนะนำเบื้องต้นเพื่อการแก้ไขปัญหาสำหรับหน่วยงาน หรือผู้ใช้บริการ Cloudflare ที่ได้รับผลกระทบ โดยให้ผู้ใช้บริการเข้าระบบขององค์กรโดยตรง ไม่ผ่าน Cloudflare ชั่วคราว วิธีนี้สามารถใช้ในกรณีที่ Cloudflare ล่มจนไม่สามารถรอได้ เช่น ระบบสำคัญหยุดให้บริการ ซึ่งก่อนใช้งานวิธีนี้ หน่วยงานหรือองค์กรควรเตรียมความพร้อมในการให้บริการและความมั่นคงปลอดภัย ดังนี้ - ปรับปรุงให้เว็บไซต์เชื่อมต่อได้โดยตรง (Bypass Cloudflare) โดยอาจใช้กลไกการแก้ไข DNS record ที่เกี่ยวข้อง - ตั้งค่าเครือข่ายเปิดให้เฉพาะคนในประเทศหรือเครือข่ายองค์กรเข้าได้ - ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการเปิดระบบความปลอดภัยบนเซิร์ฟเวอร์อยู่แล้ว - ทบทวนว่า “https” ของตัวเองยังพร้อมใช้   สำหรับการป้องกันปัญหาระยะยาวให้บริการออนไลน์ขององค์กรมีความมั่นคงและไม่ล่มง่ายเมื่อ Cloudflare มีปัญหา ควรดำเนินการดังนี้ - มีผู้ให้บริการสำรอง โดยไม่พึ่งพาผู้ให้บริการเพียงรายเดียว เช่น มีผู้ให้บริการสำรองด้านชื่อเว็บไซต์ (DNS) และการกระจายข้อมูล (CDN) - มีระบบป้องกันหลายชั้น เช่น ไม่ใช้ระบบป้องกันของ Cloudflare เพียงอย่างเดียว แต่มีระบบป้องกันบนเซิร์ฟเวอร์ขององค์กรด้วย - เตรียมแผนฉุกเฉินกรณี Cloudflare ล่ม เช่น ขั้นตอนการบริหารจัดการระบบสำรองที่ชัดเจน หากต้องให้ผู้ใช้เข้าระบบโดยตรง - มีระบบสำรองสำหรับการเข้าสู่ระบบของพนักงาน เช่น VPN หรือระบบยืนยันตัวตนสำรอง  - ใช้ระบบตรวจสอบสถานะบริการและสลับการใช้งานอัตโนมัติ เพื่อให้ระบบย้ายไปใช้บริการสำรองทันทีเมื่อเซิร์ฟเวอร์หลักมีปัญหา - วางมาตรฐานความต่อเนื่องของบริการให้เหมาะกับความสำคัญของระบบ เช่น ระบบสำหรับประชาชนควรมีแผนรองรับที่เข้มงวดกว่าระบบทั่วไป - ทบทวนและอัปเดตแผน BCP เป็นประจำ ให้ทันสมัยและสอดคล้องกับความเสี่ยงใหม่ ๆ รวมถึงการสำรองข้อมูล DNS zone file อย่างสม่ำเสมอ ตลอดจน ฝึกซ้อมสถานการณ์ระบบล่มเป็นประจำ เพื่อให้ทีมงานตอบสนองได้เร็วและมั่นใจเมื่อเกิดเหตุจริง   “ตนได้ร่วมหารือกับนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี พร้อมมอบหมายให้ดำเนินการประสานงานร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) และ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) หรือ DGA และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง หากเกิดผลกระทบสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที และให้ตรวจสอบความเหมาะสมของระบบการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ รวมทั้งศึกษากรณีของ Cloudflare เพื่อเป็นสมมติฐานในการจัดการดูแลระบบมาตรฐานการให้บริการต่อประชาชนต่อไป” นายไชยชนก กล่าว   -----------------------------------------------------------------------

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นประธานกล่าวเปิดงาน การประชุมสุดยอดเศรษฐกิจดิจิทัล ไทย-จีน 2025 (Thailand-China Digital Economy Summit 2025) พร้อมกล่าวปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ ยุทธศาสตร์ Digital Thailand 4.0 และแนวโน้มความร่วมมือไทย – จีน ณ ห้อง Phoenix 2 อิมแพค เมืองทองธานี 

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า กรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบให้หน่วยงานรัฐทุกแห่งรวมถึงหน่วยงานในกำกับของรัฐ ยกเลิกการส่ง SMS และอีเมลที่มีการแนบลิงก์ ตามที่กระทรวงดีอี นำเสนอ ซึ่งเป็นมาตรการต่อเนื่องจากผลการประชุมของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มาตรา 13     สำหรับมาตรการดังกล่าวจะช่วยลดความเสียหายและสร้างความชัดเจนในการสื่อสารประชาสัมพันธ์ของภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้สแกมเมอร์ใช้การส่งข้อความสั้น SMS และอีเมลแนบลิงก์ เป็นช่องทางการก่อเหตุอาชญากรรมออนไลน์ และช่วยให้ประชาชนสามารถจดจำรูปแบบการสื่อสารประชาสัมพันธ์ที่ถูกต้องของหน่วยงานรัฐ โดยหากประชาชนพบ SMS / อีเมลแนบลิงก์ ที่อ้างเป็นหน่วยงานรัฐ ให้ถือว่าเป็นการแอบอ้างจากสแกมเมอร์ หรือมิจฉาชีพทั้งหมด และสามารถแจ้งหน่วยงานซึ่งถูกแอบอ้างให้ตรวจสอบ พร้อมทั้งสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อสืบสวนได้ทันที    “กระทรวงดีอี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กำหนดมาตรการควบคุม ห้ามส่ง SMS และอีเมลที่มีลิงก์แนบ ของหน่วยงานรัฐ เนื่องจากยังพบว่าเป็นช่องทางให้สแกมเมอร์ใช้ในการหลอกลวงประชาชนอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ตรงกันว่า “หน่วยงานรัฐจะไม่ส่งลิงก์ใด ๆ ทาง SMS และอีเมล” และหากพบให้ถือว่าเป็นการส่งโดยมิจฉาชีพ ซึ่งสอดคล้องกับมาตรการของ กสทช.ที่กำหนดให้ผู้ให้บริการ ตรวจสอบและคัดกรองการส่ง SMS แนบลิงก์ของภาคเอกชน โดยมาตรการนี้จะช่วยลดความเสียหายและสร้างความชัดเจนในการสื่อสารของภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ” นายไชยชนก กล่าว

วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานในพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นสายสะพาย เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2567 ให้แก่ข้าราชการและบุคลากรกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงและหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วม ณ ห้อง NT Auditorium บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.