Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มอบหมายนางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี เป็นประธานการประชุมหารือมาตรการช่วยเหลือ ไรเดอร์ / ไดรเวอร์ ที่ได้รับผลกระทบจาก รย.17 และ รย.18 โดยมี นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ดร.ชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) พร้อมด้วย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ผู้ให้บริการเรียกรถผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ สมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย สมาคมประกันวินาศภัยไทย สมาคมไรเดอร์ไทย สหภาพไรเดอร์ และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมการประชุม ณ ห้องประชุม 203 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือการเฝ้าระวังสภาพอากาศ-สถานการณ์น้ำ โดยมีนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี ดร.สุกันยาณี ยะวิญชาญ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา พ.อ. สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT พร้อมด้วยผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมการประชุมผ่านทางออนไลน์ ซึ่งเป็นการบูรณาการข้อมูลร่วมกันระหว่างหน่วยงานกระทรวงดีอี และ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อบูรณาการข้อมูลบริหารจัดการดูแลและเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงร่วมกัน

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก.ป้องกันและปรามปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มาตรา 13 และการประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 1/2568 โดยมี พล.ต.อ เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี พร้อมด้วย ผู้บริหารกระทรวงดีอี ผู้แทนหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า กระทรวงดีอี ได้ร่วมประชุมหารือการเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ โดยเป็นการบูรณาการข้อมูลร่วมกันระหว่างกรมอุตุนิยมวิทยา บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มาหชน) หรือ NT สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) และ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มอบหมายให้แต่ละกระทรวง บูรณาการข้อมูลบริหารจัดการดูแลและเฝ้าระวังสถานการณ์อุทกภัยในแต่ละพื้นที่ ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงร่วมกัน    ทั้งนี้กระทรวงดีอี ได้ร่วมหารือในด้านการส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูลปริมาณน้ำในเขื่อน พื้นที่ลุ่มแม่น้ำที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งมีผลกระทบต่อปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่อื่นๆ และเผยแพร่ข้อมูลสำคัญให้ประชาชนได้รับทราบ เพื่อการเฝ้าระวังป้องกันสถานการณ์อุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น ช่วยลดความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนได้อย่างทันท่วงที    “การประชุมติดตามสภาพอากาศ-สถานการณ์ในครั้งนี้ เพื่อเฝ้าระวังการเกิดอุทกภัย และแจ้งเตือนให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงได้รับทราบอย่างทันท่วงที ซึ่งเป็นไปตามการสั่งการของนายกฯ ที่ให้บูรณาการข้อมูลร่วมกันระหว่างหน่วยงานมากยิ่งขึ้น เพื่อแบ่งปันข้อมูลในการแจ้งเตือนประชาชน หรือหน่วยงานในพื้นที่ให้สามารถประเมินสถานการณ์ จัดทำแผนรับมือ ป้องกันพร้อมเฝ้าระวัง โดยไม่ใช่แค่เพียงหน่วยงาน กรมอุตุฯ หรือ GISTDA เท่านั้น แต่ยังมีข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดับจังหวัด และท้องถิ่น การให้ความช่วยเหลือของ ปภ. หรือกระทรวงอื่นๆ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้สามารถบูรณาการเพื่อจัดทำเป็นระบบป้องกันภัยธรรมชาติ ช่วยในการป้องกันภัยพิบัติที่สร้างความเสียหายให้กับประชาชนได้ในอนาคต” นายไชยชนก กล่าว --------------------------------------------------------------------------

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้การต้อนรับและหารือกับ Mr. Boon Poh Mok ตำแหน่ง Senior Director of Government Affairs and Public Policy, Salesforce Southeast Asia & Greater China จากบริษัท Salesforce เข้าพบแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง พร้อมทั้งหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะการส่งเสริมการพัฒนาทักษะดิจิทัลและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในภาครัฐ โดยมี นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านต่างประเทศ พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เข้าร่วมหารือ ณ ห้องประชุม 02/10 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก.ป้องกันและปรามปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มาตรา 13 ครั้งที่ 9/2568 และการประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 1/2568 นายไชยชนก กล่าวว่า การประชุมในวันนี้ มีการประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ในคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รวมอยู่ด้วย โดยมี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฯ เข้าร่วมการประชุม สำหรับประเด็นซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณา ได้แก่ การยกระดับการตรวจสอบและสกัดกั้นบัญชีม้านิติบุคคล ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในส่วนมาตรการ SIM Card ขณะนี้ กสทช. ได้นำมาตรการการจำกัดจำนวนซิมการ์ด ไม่เกิน 5 หมายเลขต่อบุคคล (รวมทุกค่าย) และมาตรการให้ตัวแทนจำหน่าย จะต้องมีการลงทะเบียนในระบบ Dip chip หรือแพลตฟอร์มที่ปลอดภัยเทียบเท่า เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. ขณะเดียวกันประชาชนที่ซื้อซิมการ์ดและลงทะเบียนแล้ว แต่ยังไม่มีการใช้งานนั้น ขอให้เปิดใช้งานภายใน 60 วัน โดยหากเกินกำหนด จะต้องมายืนยันตัวตนซ้ำอีกครั้ง ด้านการปิดกั้นสัญญาณโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตแนวชายแดน ภายหลังการตรวจสอบ พบว่ายังมีสัญญาณล้ำออกไปในชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน จำนวนประมาณ 100 จุด โดยแจ้งให้ผู้ให้บริการเครือข่าย (โอเปอเรเตอร์) แก้ไขภายใน 3 วัน ซึ่งหากพบมีสัญญาณล้ำออกไปอีก ให้พักใช้ใบอนุญาตตั้งสถานีฐานนั้นๆ และให้แก้ไขจนกว่าจะแล้วเสร็จ และจัดมาตรการดูแลไม่ให้มีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ โดยในระยะยาวจะต้องจัดทำแผนปรับปรุงโครงข่ายโทรคมนาคมแนวชายแดน ตามที่ กสทช.กำหนด ขณะที่มาตรการจำกัดการส่ง SMS และ e-mail แนบลิงก์ ของหน่วยงานรัฐ หน่วยงานอื่นๆ และธนาคาร กระทรวงดีอี เตรียมนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย ยังได้เร่งบูรณาการข้อมูลบัญชี (Account Bureau) ระหว่างธนาคาร เพื่อการเฝ้าระวังและตรวจสอบการเปิดบัญชีของบุคคลที่มีความเสี่ยง รวมทั้งยกระดับการตรวจสอบเข้มข้นในกรณีของการเปิดบัญชีใหม่ ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้มีการพิจารณาเบื้องต้นในมาตรการใช้งาน Mobile Banking ซึ่งผู้ใช้งานจะต้องเปิดการระบุตำแหน่ง (Location) ในการทำธุรกรรมการเงิน โดยมาตรการนี้จะต้องคำนึงถึงการไม่ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งจะมีการจำกัดการเข้าถึงเฉพาะในขณะที่จะต้องใช้เป็นหลักฐาน เมื่อเป็นการก่อเหตุของสแกมเมอร์เท่านั้น ด้านมาตรการควบคุมดูแลแพลตฟอร์ม ได้มอบหมายให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) หารือเรื่องการยกระดับมาตรฐานการยืนยันตัวตน (KYC) ร่วมกัน รวมถึงการพิจารณาการออกกฎหมายกำกับดูแลแพลตฟอร์ม โดยให้มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อความเสียหายจากสแกมเมอร์ที่เกิดขึ้นกับประชาชน รวมทั้งมอบหมายให้มีการตรวจสอบคำนิยามของ “การโฆษณา” ในแพลตฟอร์ม หรือเว็บไซต์  Search Engine เพื่อดำเนินการกำหนดมาตรการป้องกันการค้าหา URLs ผอดกฎหมาย “มาตรการซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณานั้น ถือว่าเป็นกระบวนการที่มีความสำคัญ เพื่อตัดการเชื่อมโยงช่องทางในการก่อเหตุของสแกมเมอร์ โดยคำนึงถึงสิ่งที่สำคัญ คือการป้องกันไม่ให้สแกมเมอร์สร้างความเสียหายและผลกระทบแก่ประชาชน” นายไชยชนก กล่าว --------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “เปิดลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท เป็นเงินสด ถึงวันที่ 30 พ.ย. 68” รองลงมาคือเรื่อง “เริ่มแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต วันที่ 10 - 14 พ.ย. 68” เตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลในสังคม รวมทั้งอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน และข้อมูลส่วนบุคคล ขอให้เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ต้องการให้มีการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชน โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ในระหว่างวันที่ 7 – 13 พฤศจิกายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 998,165 ข้อความข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,186 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 1,157 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 26 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 3 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 249 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 97 เรื่อง กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 153 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 40เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 10 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 3 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 43 เรื่อง นางสาวสุชาดา กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ส่วนใหญ่เป็นข่าวเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล โดยเฉพาะ “โครงการเงินดิจิทัล” ข่าวการให้บริการของหน่วยงานรัฐ ข่าวภัยพิบัติ และข่าวที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลได้ รวมทั้งอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน หรือ ข้อมูลส่วนบุคคล โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง เปิดลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท เป็นเงินสด ถึงวันที่ 30 พ.ย. 68 อันดับที่ 2 : เรื่อง เริ่มแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต วันที่ 10 - 14 พ.ย. 68 อันดับที่ 3 : เรื่อง เตือน 11-13 พ.ย. 68 พายุ ฟงวอง เข้าไทย เฝ้าระวังภาคเหนือ-อีสาน-กลาง อันดับที่ 4 : เรื่อง โครงการคนละครึ่งพลัส ดึงงบประมาณมาจาก สปสช. และ กยศ. อันดับที่ 5 : เรื่อง นมธัญพืช Glusure ลดน้ำตาลในเลือด จัดการเบาหวานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันดับที่ 6 : เรื่อง รัฐบาลประกาศเริ่มโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 แล้ว อันดับที่ 7 : เรื่อง ชาวยิวในประเทศไทยเป็นทหารรับจ้างฆ่าเด็กและสตรี อันดับที่ 8 : เรื่อง เตรียมประกาศลดบำนาญในปีงบประมาณ 2571 อันดับที่ 9 : เรื่อง ไทยผลักดัน “หมอลำคอนสวรรค์ ลำตั่งหวาย ลำภูไท” ขึ้นทะเบียนยูเนสโก ทั้งที่เป็นศิลปะลาวโดยกำเนิด อันดับที่ 10 : เรื่อง พบเมฆเตือนภัยรูปเครื่องบิน ให้เฝ้าระวังเครื่องบินตก 4 - 30 พ.ย. 68 สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “เปิดลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท เป็นเงินสด ถึงวันที่ 30 พ.ย. 68” กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับกลุ่มสารนิเทศการคลัง กระทรวงการคลัง ตรวจสอบพบว่า ไม่เป็นความจริง โดยขอชี้แจงว่าในขณะนี้ยังไม่มีโครงการใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทะเบียนรับเงินดิจิทัล 10,000 บาท แต่อย่างใด ดังนั้น การให้ข้อมูลดังกล่าว จึงเป็นการให้ข้อมูลเท็จที่อาจสร้างความเข้าใจผิดแก่ประชาชน โดยขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ และมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อการรับข้อมูลที่ถูกต้องและขออย่าส่งต่อข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง เพราะอาจสร้างความสับสนและทำให้ผู้อื่นได้รับข้อมูลที่ผิดได้ เช่นเดียวกับข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “เริ่มแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต วันที่ 10 - 14 พ.ย. 68” ซึ่งได้รับการตรวจสอบจากกลุ่มสารนิเทศการคลัง กระทรวงการคลัง แล้วพบว่าไม่เป็นความจริง ซึ่งรัฐบาลชุดปัจจุบันยังไม่มีโครงการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการลงทะเบียนเงินดิจิทัลวอลเล็ต ดังนั้นข้อมูลดังกล่าวจึงเป็นข้อมูลเท็จ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน และส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ -----------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “OR เปิดให้นักลงทุนร่วมถือหุ้นอเมซอน เพียง 1,260 บาท รับผลตอบแทนรายวัน ผ่านเพจ A۫Mz cf̲ae Target Price IPO۫” รองลงมาคือเรื่อง “กลต. เปิดบริการ ซื้อ–ขายหุ้น ผ่านเว็บไซต์ใหม่” โดยขอเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม หวั่นสร้างความเสียหายทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สิน และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ขอให้เลือกเชื่อ - แชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ต้องการให้มีการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชน โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ในระหว่างวันที่ 7 – 13 พฤศจิกายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 998,165 ข้อความข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,186 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 1,157 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 26 ข้อความ และช่องทาง Facebook จำนวน 3 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 249 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 97 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง OR เปิดให้นักลงทุนร่วมถือหุ้นอเมซอน เพียง 1,260 บาท รับผลตอบแทนรายวัน ผ่านเพจ A۫Mz cf̲ae Target Price IPO۫ อันดับที่ 2 : เรื่อง กลต. เปิดบริการ ซื้อ–ขายหุ้น ผ่านเว็บไซต์ใหม่ อันดับที่ 3 : เรื่อง ธ.ออมสิน เปิดให้ประชาชนยื่นขอสินเชื่อ ไม่ต้องมีหลักประกัน ผ่านบัญชีติ๊กต็อก @gsb0791 อันดับที่ 4 : เรื่อง ธ.ออมสิน เปิดลงทะเบียนสินเชื่อออนไลน์ ยืม 100,000 บาท คืน 2,938 บาท ไม่ต้องมีหลักประกัน อันดับที่ 5 : เรื่อง กฟน. ติดต่อประชาชนเพื่อเปลี่ยนมิเตอร์ไฟ ผ่านเบอร์ 0617689266 อันดับที่ 6 : เรื่อง DLT รับทำใบขับขี่ทุกประเภท ผ่านเพจ สอบใบขับขี่ เร่งด่วน ไม่ต้องลางาน อันดับที่ 7 : เรื่อง ปปง. เปิดให้ลงทะเบียนคุ้มครองสิทธิเพื่อรับเงินคืน ผ่านบัญชี TikTok cyber_1710 อันดับที่ 8 : เรื่อง ธ.ออมสิน เปิดสอนการลงทุนผ่านไลน์ สร้างผลกำไรใน 2 เดือน อันดับที่ 9 : เรื่อง เพจ บริษัทจัดหางานต่างประเทศ ถูกต้องตามกฎหมาย เปิดรับแรงงานไปทำงานต่างประเทศตามกฎหมายกรมแรงงาน อันดับที่ 10 : เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดรับทำใบขับขี่ออนไลน์ทุกชนิด ผ่านเพจ DLT Driving License ใบขับขี่ด่วน “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวกับการชักชวนลงทุนในหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ การปล่อยสินเชื่อของธนาคารรัฐ และการให้บริการของหน่วยงานรัฐ รวมทั้งการคืนเงินจากมิจฉาชีพให้กับผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวง ซึ่งมีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง ทำให้ประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ทั้งยังอาจสร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นางสาวสุชาดา กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “OR เปิดให้นักลงทุนร่วมถือหุ้นอเมซอน เพียง 1,260 บาท รับผลตอบแทนรายวัน ผ่านเพจ A۫Mz cf̲ae Target Price IPO۫” กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กระทรวงพลังงาน ตรวจสอบพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ โดยเพจเฟซบุ๊กข้างบน เป็นกลุ่มมิจฉาชีพสร้างขึ้น ไม่ใช่เพจอย่างเป็นทางการของ OR หรือกลุ่มธุรกิจในเครือ OR แต่อย่างใด ทั้งนี้ OR ไม่มีนโยบายเสนอขายหุ้น หรือทำการประชาสัมพันธ์เพื่อเชิญชวนให้ลงทุนในลักษณะดังกล่าว โดยขอเตือนประชาชนอย่างหลงเชื่อ และส่งต่อหรือแชร์ข้อความจากเพจดังกล่าว นอกจากนี้กระทรวงดีอี ขอเตือนประชาชนว่าการให้ข้อมูลหรือติดตั้งแอปพลิเคชันใดๆ ที่ไม่ได้มาจากช่องทางอย่างเป็นทางการ อาจมีความเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูล หรือเงินในบัญชีธนาคารได้ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ -----------------------------------------------------

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมประชุมหารือกับ นางชนิดา คล้ายพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ TikTok บริษัท ติ๊กต๊อก เทคโนโลยีส์ จำกัด และคณะ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือด้านดิจิทัล ความปลอดภัยของผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม และการต่อยอดโครงการความร่วมมือการสร้างความตระหนักรู้ด้านภัยออนไลน์ให้กับประชาชน โดยมี นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ดร.เอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) พร้อมด้วยหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม ชั้น 11 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมมาตรการแก้ปัญหา รย.17, รย.18 ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล โดยมี นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีและโฆษกกระทรวงดีอี นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก พร้อมด้วยหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมการประชุมคณะอนุกรรมการเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงิน เพื่อยกระดับการติดตามตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินต้องสงสัย ครั้งที่ 2/2568 โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมชั้น 20 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง

17 พฤศจิกายน 2568 – นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการแถลงข่าวความคืบหน้ามาตรการบรรเทาผลกระทบให้แก่กลุ่มผู้ขับขี่รถรับจ้างผ่านแอปพลิเคชัน พร้อมด้วยนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง   นายไชยชนก กล่าวว่า ภายหลังการรับหนังสือร้องเรียนจากไรเดอร์ และไดรเวอร์ เรื่อง “ประกาศเรื่องรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (รย.17 และ รย.18)” ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ขับขี่กว่า 200,000 ราย เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา กระทรวงดีอี และกระทรวงคมนาคม โดย ETDA และกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) ได้เร่งประสานงาน สถาบันการเงิน และภาคเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบดังกล่าว และกำหนดเป็น 5 มาตรการสำคัญในการช่วยเหลือไรเดอร์และไดรเวอร์ทั่วประเทศ โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินการตั้งแต่วันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 - 28 กุมภาพันธ์ 2569 ดังนี้   1. ลงทะเบียนผู้ขับขี่สำหรับจดทะเบียนรถรับจ้างสาธารณะผ่านแอปฯ โดย ETDA - เปิดให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ https://driververify.mdes.go.th (ล็อกอินผ่าน Thai ID) ไปจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเมื่อข้อมูลได้รับการยืนยันจากแพลตฟอร์ม จะได้รับ “ใบรับแจ้งลงทะเบียน” (QR Code) เพื่อใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันที และผู้ขับขี่จะต้องดำเนินการจดทะเบียนเป็นรถสาธารณะและทำใบขับขี่สาธารณะกับกรมการขนส่งทางบกให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569   2.แก้ปัญหาไฟแนนซ์-ลีสซิ่ง-ประกันภัย  - กรมการขนส่งทางบก อนุญาตให้รถที่ติดไฟแนนซ์สามารถใช้สำเนาใบคู่มือจดทะเบียน ยื่นจดทะเบียนแทนเล่มจริงได้ ไปจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 - ขอความร่วมมือบริษัทลีสซิ่งทุกราย ลดค่าธรรมเนียมเปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อ โดยขณะนี้ ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี (ttb) จะนำร่องเป็นรายแรก จากเดิม 1% ของยอดเงินคงเหลือตลอดสัญญา เหลือ 0.25% ต่อปี  - ให้สามารถใช้ประกันภัยชั้น 3 (ภาคสมัครใจ) ได้ ไม่จำเป็นต้องทำประกันสาธารณะชั้น 1 เพื่อลดค่าใช้จ่าย โดยได้ขอความร่วมมือกับบริษัทลีสซิ่งทุกราย ซึ่ง ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี (ttb)) ให้การตอบรับเป็นรายแรก   3. ปลดล็อกเอกสาร-ขนาดเครื่องยนต์  - แก้ปัญหาภูมิลำเนาของผู้ขับขี่รถยนต์สาธารณะ โดยใช้เอกสารเฉพาะส่วนบุคคล เช่น บัตรนักเรียน-นักศึกษา เอกสารการทำงานในพื้นที่ กทม. ลดปัญหาการหาผู้รับรอง  - พิจารณาขยายขนาดเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์สาธารณะ จากเดิม 125 ซีซี โดยจะร่วมหารือการปรับปรุงกฎหมาย ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สภาผู้บริโภค เพื่อกำหนดขนาดซีซีที่เหมาะสมต่อไป คาดว่าจะใช้เวลาในการพิจารณาประมาณ 1 เดือน   4. พิจารณาแก้กฎหมายให้นำรถเช่ามาให้บริการสาธารณะผ่านแอปฯได้ กระทรวงดีอีได้หารือร่วมกับกระทรวงคมนาคม เบื้องต้นกระทรวงคมนาคมเห็นชอบในหลักการแก้ไขกฎกระทรวง และอยู่ระหว่างการดำเนินการของกรมการขนส่งทางบก   5. มาตรการมอบเงินสนับสนุนพิเศษ กระทรวงดีอีประสานแพลตฟอร์มผู้ให้บริการมอบเงินสนับสนุนช่วยเหลือผู้ขับขี่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยมี Grab และ LINE MAN ให้การตอบรับและพร้อมสนับสนุนเงินพิเศษ ซึ่งผู้ขับขี่จะได้รับเงินสนับสนุนตั้งแต่ 5,000 – 20,000 บาทต่อคน    นอกจากนี้ยังมีแนวทางในการเพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลแพลตฟอร์มผู้ให้บริการ หากพบผู้ให้บริการรายใดไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย หรือปล่อยปละละเลยให้รถที่ผิดกฎหมายและไม่ได้จดทะเบียนเป็นรถสาธารณะมาให้บริการ กระทรวงดีอีพร้อมดำเนินการทันที   “กระทรวงดีอีให้ความสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งกลุ่มไรเดอร์ และไดรเวอร์ ถือเป็นฟันเฟืองสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัล โดยเร่งหารือร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยปลดล็อกผู้ประกอบอาชีพขับขี่รถรับจ้างผ่านแอปฯ ให้สามารถเข้าสู่ระบบได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรม ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่จนได้ข้อสรุปที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรมในระยะเวลาอันสั้น โดยมีเป้าหมายเพื่อการสนับสนุนผู้ให้บริการภาคดิจิทัลให้ได้รับความเป็นธรรม ถูกต้องตามกฎหมาย การควบคุมดูแลแพลตฟอร์มที่โปร่งใส และดูแลประชาชนผู้ใช้บริการให้ได้รับความมั่นคงปลอดภัยต่อไป” นายไชยชนก กล่าว   -------------------------------------------------------------------------

วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดกิจกรรม DE รวมพลังแห่งความภักดี ทำความดีด้วยหัวใจ (จิตอาสา) บริจาคโลหิต และจัดทำริบบิ้นแสดงความอาลัย "หนึ่งคนให้ หลายคนรับ" เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานในสังกัด เจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี เข้าร่วม ณ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเปิดงาน “Grab The Future 2025 (ครั้งที่ 6) ส่งต่อการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด” โครงการมอบทุนการศึกษา สำหรับบุตรผู้ให้บริการแกร็บ เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้และสนับสนุนด้านการศึกษา พร้อมมอบเกียรติบัตร โดยมี คุณจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารแกร็บ ประเทศไทย และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ True Digital Park

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจสังคม (ดีอี) ร่วมเปิดงาน “DigiTech ASEAN Thailand & AI Connect 2025” ก้าวสู่อนาคตดิจิทัลไปพร้อมกัน กับงานที่รวมทุกโซลูชันเทคโนโลยีธุรกิจยุคใหม่ พบกับแบรนด์เทคโนโลยีชั้นนำจากทั่วโลกมากกว่า 350 พร้อมร่วมอัปเดตเทรนด์เทคโนโลยีเพื่อธุรกิจจากวิทยากรชั้นนำ ณ ฮอลล์ 7–8 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.