Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วย นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี และผู้บริหารสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ร่วมรับมอบสิ่งของจากผู้แทนภาคเอกชนที่ร่วมสนับสนุนภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ผ่านการประสานงานร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ โดยมี ผู้แทนจาก บริษัท ไทยคม จำกัด ได้สนับสนุนระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมพร้อมอุปกรณ์แบบเคลื่อนที่ ผ่านโครงข่ายดาวเทียมไทยคม สมาคมส่งเสริมนวัตกรรมเทคโนโลยีไซเบอร์: CIPAT สนับสนุน โดรนขนาดใหญ่เพื่อขนส่งอาหารและยารักษาโรคพร้อมเจ้าหน้าที่ในการทำภารกิจ  และ Digital CEO#8 ร่วมสนับสนุน อาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และของใช้จำเป็นแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วม ณ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม   ทั้งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นจากการประสานงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติ กระทรวงดีอี ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมเป็นกำลังสำคัญในการสนับสนุนภารกิจบรรเทาภัยพิบัติในครั้งนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึง พลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ในการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตามที่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้เห็นชอบให้มีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในเขตท้องที่จังหวัดสงขลา ที่มี พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัยส่วนหน้า หรือ ศป.กฉ.ส่วนหน้า ทั้งนี้จากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทำให้ระบบสื่อสารโทรคมนาคมไม่สามารถใช้งานได้ในพื้นที่ส่วนใหญ่ที่ประสบภัย ดังนั้นจึงมีความจำเป็นจะต้องวางระบบการสื่อสารผ่านดาวเทียมขึ้นใหม่ เพื่อใช้ในภาวะวิกฤติอำนวยความสะดวกให้กับหน่วยงานและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในพื้นที่ ในการให้ความช่วยเหลืออพยพประชาชน โดยตนได้ดำเนินการประสานงานกับ บริษัท SpaceX เพื่อขอความร่วมมือวางระบบสื่อสารอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมความเร็วสูง (satellite internet broadband) โดยใช้อุปกรณ์ดาวเทียม Starlink ในการเชื่อมต่อระบบ จากการหารือร่วมระหว่าง บริษัท SpaceX และ กสทช. ได้ข้อสรุปว่า ทาง SpaceX ยินดีสนับสนุนดาวเทียม Starlink เพื่อใช้งานในสถานการณ์ฉุกเฉิน และ กสทช. จะดำเนินการออกใบอนุญาตนำเข้า พร้อมเงื่อนไขหลักเกณฑ์การใช้งานเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ในประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินเท่านั้น หลังจากที่นายกรัฐมนตรี หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจให้ลงนามแทน ได้ลงนามอนุญาตนำเข้าแล้ว “รัฐบาล และกระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ที่ยังต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แต่ติดขัดอุปสรรคระบบการสื่อสารในภาคพื้นดินล่ม ดังนั้นนายกรัฐมนตรีจึงมีข้อสั่งการให้กระทรวงดีอี ดำเนินการกู้ระบบสื่อสารอย่างเร่งด่วน เพื่อให้หน่วยงานช่วยเหลือและทีมกู้ภัยสามารถช่วยเหลืออพยพประชาชนผู้ประสบภัยได้ โดยกระทรวงดีอีขอขอบคุณความร่วมมือจากบริษัท SpaceX และ กสทช. ในการติดตั้งระบบอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียม Starlink เฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉิน พื้นที่ จ.สงขลา เท่านั้น ตามอำนาจของ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่ง ศป.กฉ.ส่วนหน้า จะดำเนินการกำหนดจุดติดตั้งต่อไป” นายไชยชนก กล่าว -----------------------------------------------------

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมแสดงความยินดีในโอกาสวันคล้ายวันก่อตั้งการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) กระทรวงคมนาคม ครบรอบ 53 ปี “ทางพิเศษอัจฉริยะ จุดประกายชีวิตใหม่” พร้อมร่วมสมทบทุนมูลนิธิทางพิเศษไทย โดยมีนายรัชนัย เปรมปราคิน ผู้อำนวยการสำนักผู้ว่าการ และเจ้าหน้าที่ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ให้การต้อนรับ ณ หอประชุม 0101 อาคารศูนย์บริหารงานทางพิเศษ การทางพิเศษแห่งประเทศไทย

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้ากราบถวายบังคมพร้อมวางพวงมาลา พระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อถวายความอาลัย และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานในสังกัด เจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี เข้าร่วม ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมประชุมหารือมาตรการให้ความช่วยเหลือเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการและภาคธุรกิจในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุมชั้น 20 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมงานพร้อมรับรางวัล ในงานสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 18 “เศรษฐกิจยุคใหม่ สร้างสุขภาวะไทยยั่งยืน” New Wealth for Health สำหรับรางวัลที่ได้รับคือ รางวัลเกียรติยศองค์กรร่วมใจปกป้องเยาวชนไทยจากบุหรี่ไฟฟ้า ณ อาคารอิมแพคฟอรั่ม เมืองทองธานี นนทบุรี   ทั้งนี้กระทรวงดีอี ได้ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปราบปรามการซื้อขายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านทางออนไลน์ โดยกระทรวงดีอีดำเนินการปิดกั้นแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายบุหรี่ไฟฟ้า ลดโอกาสการเข้าถึงบุหรี่ไฟฟ้าของเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม -  26 พฤศจิกายน 2568 ได้ดำเนินการปิดกั้นแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องไปแล้วกว่า 9,000 URLs

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือเกี่ยวกับศูนย์ประมวลผลข้อมูลเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานในสังกัด ผู้พัฒนาแอปพลิเคชัน และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 203 ชั้น 2 และผ่านระบบ Video Conference

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวความร่วมมือในการขับเคลื่อนเพื่อยกระดับความปลอดภัย ให้กับประชาชน ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ร่วมกับหลายภาคส่วนของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมี หน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องออดิโทเรียม โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ

วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือติดตามความคืบหน้าการปฏิบัติงาน ศูนย์ปฏิบัติการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อติดตามกรณีเหตุอุทกภัยทางภาคใต้ โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานในสังกัด และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม



นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า จากการประชุมหารือศูนย์ประมวลผลข้อมูลเพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อติดตามการเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลแจ้งเหตุ-ขอรับการสนับสนุนความช่วยเหลือจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้จัดทำแอปพลิเคชันรับแจ้งเหตุ-ขอความช่วยเหลือในเหตุอุทกภัยภาคใต้ เข้าร่วม ทั้งนี้ตนได้มอบหมายให้ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เร่งรัดเชื่อมโยงข้อมูลจากแอปพลิเคชัน ที่มีหลากหลายช่องทางในพื้นที่ เพื่อลดความซ้ำซ้อนของการแจ้งเหตุ-ขอความช่วยเหลือ และจัดทำชุดข้อมูลกลางที่ถูกต้อง ส่งต่อให้กับหน่วยงานในพื้นที่ได้เร่งรัดให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกัน BDI ได้จัดทำ Dashboard แบบ Real Time โดยแสดงข้อมูลขอความช่วยเหลือ อัพเดตสถานะการช่วยเหลือ เช่น เคสที่กำลังดำเนินการ เคสที่ได้รับการช่วยเหลือแล้ว  หรือเคสที่ยกเลิกการช่วยเหลือ โดยระบุ ชื่อ เบอร์โทร ที่อยู่ และความต้องการ ซึ่งหน่วยงานเครือข่ายจะสามารถเป็นภาพสถานการณ์เดียวกัน เพื่อช่วยสนับสนุนการตัดสินใจในการจัดสรรทรัพยากร และการลงพื้นที่ช่วยเหลือได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมทั้งการจัดทำระบบ Social listening เพื่อติดตามสถานการณ์ และการขอช่วยเหลือของประชาชนในอีกช่องทางหนึ่ง “ ตนได้มอบหมายให้ BDI จัดทำระบบข้อมูลส่วนกลางของการแจ้งเหตุและการขอความช่วยเหลือ เพื่อลดความซ้ำซ้อนของข้อมูล ช่วยให้หน่วยงานที่ปฏิบัติการในพื้นที่มีความคล่องตัวในการทำงาน และเร่งรัดให้ความช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที พร้อมกันนี้ตนได้ประสานงาน กสทช. และขอความร่วมมือจากโอเปอเรเตอร์ผู้ให้บริการเครือข่าย ดำเนินการเปิดการแชร์เสาสัญญาณ เพื่อเร่งฟื้นฟูระบบสัญญาณสื่อสารให้กลับมาใช้งานได้ใน 80% ของพื้นที่” นายไชยชนก กล่าว -----------------------------------------------------

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตนได้สั่งการให้ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เร่งรัดบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลผู้ประสบภัยในศูนย์พักพิงต่างๆ ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ร่วมกับ กรมการปกครอง (ปค.) กระทรวงมหาดไทย และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) เพื่อสนับสนุนการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบค้นหาบุคคล “HAKON” (หาคน) ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนและครอบครัวสามารถสืบค้นรายชื่อและติดตามญาติพี่น้องที่อาจพลัดหลงจากเหตุอุทกภัยได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และแม่นยำมากขึ้น   ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้สั่งการให้ สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) จัดสรรบุคคลากรลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือการจัดทำข้อมูล ตรวจคัดกรอง และการ Data Cleansing จัดเก็บข้อมูลตามรูปแบบมาตรฐานกลาง เพื่อนำเข้าสู่ระบบและประมวลผล สามารถนำข้อมูลมาใช้งานได้อย่างเป็นระบบ และรวดเร็ว โดยให้ประสานงานร่วมกับ ปค. ในการจัดทำทะเบียนรายชื่อผู้ประสบภัยที่ยังอาศัยอยู่ในความดูแลของศูนย์พักพิงทุกแห่ง    ในส่วนระบบและการจัดเก็บข้อมูลระดับพื้นที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้เตรียมโครงสร้างรองรับการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบค้นหาบุคคล “HAKON”  ซึ่งเป็นไปตามมาตรการด้านความปลอดภัยและสอดคล้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกฎหมาย PDPA อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ชุดข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะมีความถูกต้อง ปลอดภัย และนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงโดยไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล   สำหรับประชาชนสามารถเข้ามาค้นหาญาติ หรือบุคคลสูญหาย ได้ที่ https://hakon.psu.ac.th/   “กระทรวงดีอี ให้ความสำคัญต่อการให้ความช่วยเหลือและเร่งเยียวยาประชาชนในภาวะที่สถานการณ์อุทกภัยได้เริ่มคลี่คลาย โดยการบูรณาการข้อมูลเกี่ยวกับการค้นหาผู้ประสบภัยที่พลัดหลง ซึ่งใช้ศักยภาพของหน่วยงานในสังกัด คือ การรวบรวมข้อมูลและจัดทำระบบข้อมูลของ BDI ร่วมกับการสำรวจ จัดทำข้อมูลเพื่อนำเข้าสู่ระบบของ สสช. บูรณาการทำงานร่วมกับ ปค. ที่เป็นหน่วยงานที่อำนวยการศูนย์พักพิงในแต่ละแห่ง ซึ่งคาดว่าจะให้เวลารวบรวมข้อมูลจากศูนย์พักพิงอื่นๆ ภายใน 48 ชั่วโมง นอกจากศูนย์พักพิงที่อยู่ในความดูแลของ ม.สงขลานครินทร์ ซึ่งมีการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบแล้ว โดยหน่วยงานจะมีการเร่งรัดอำนวยความสะดวกให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็วที่สุด” นายไชยชนก กล่าว  ------------------------------------------------------------------------

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นเกียรติในการมอบใบประกาศนียบัตรสำหรับการจัดอบรมบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ ครั้งที่ 1 ณ ห้องกินรี 2 โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “กัมพูชาส่งทหารเพื่อยึดพื้นที่บริเวณ ภูมะเขือ ปราสาทตาควาย และปราสาทนา” รองลงมาคือเรื่อง “เขื่อนแตก บริเวณน้ำตกไพรสวรรค์ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง” เตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลในสังคม รวมทั้งอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน และข้อมูลส่วนบุคคล ขอให้เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ต้องการให้มีการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชน โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ในระหว่างวันที่ 21 – 27 พฤศจิกายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,029,607 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,133 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 1,112 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 20 ข้อความ และช่องทาง Website จำนวน 1 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 254 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 90 เรื่อง กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 136 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 47 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 32 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 5 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 34 เรื่อง นางสาวสุชาดา กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ส่วนใหญ่เป็นข่าวเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล ความมั่นคงระหว่างประเทศ การให้บริการของหน่วยงานรัฐ และเรื่องภัยพิบัติ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลได้ รวมทั้งอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน หรือ ข้อมูลส่วนบุคคล โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง กัมพูชาส่งทหารเพื่อยึดพื้นที่บริเวณ ภูมะเขือ ปราสาทตาควาย และปราสาทนา อันดับที่ 2 : เรื่อง เขื่อนแตก บริเวณน้ำตกไพรสวรรค์ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง อันดับที่ 3 : เรื่อง ผู้สูงอายุ 14.5 ล้านคน เตรียมรับเงินอุดหนุนพิเศษเข้าบัญชี 3,000 บาท โดยไม่ต้องลงทะเบียน อันดับที่ 4 : เรื่อง รัฐบาลเพิ่มเงินอุดหนุนพิเศษให้ผู้สูงอายุ เริ่มจ่ายวันที่ 1 ธ.ค. 68 อันดับที่ 5 : เรื่อง พายุแม่เหล็กโลก ส่งผลให้ร่างกายและสมองทำงานผิดปกติ อันดับที่ 6 : เรื่อง เฮลิคอปเตอร์ตก ขณะบินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม อ.หาดใหญ่ อันดับที่ 7 : เรื่อง ศพทหารไทยถูกปล่อยทิ้งไว้ที่หมู่บ้านเปรยจัน อันดับที่ 8 : เรื่อง ปปง. เปิดบัญชี TikTok ชื่อ amlo1710 ให้ประชาชนติดต่อรับเงินคืน อันดับที่ 9 : เรื่อง OR เปิดโอกาสการลงทุน เปิดพอร์ตเริ่มต้น 1,260 บาท รับปันผล 441 บาท/วัน ที่เพจ AMZ.Initial Public Offering อันดับที่ 10 : เรื่อง กระทรวงยุติธรรม เปิดเพจ Online Protect human rights ช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกหลอกลวงออนไลน์ สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “กัมพูชาส่งทหารเพื่อยึดพื้นที่บริเวณ ภูมะเขือ ปราสาทตาควาย และปราสาทนา” กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับทีมโฆษกกองทัพบก กระทรวงกลาโหม  ตรวจสอบพบว่า ไม่เป็นความจริง ขอยืนยันว่า เป็นข่าวปลอม โดยข้อความดังกล่าวไม่มีหลักฐานหรือแหล่งอ้างอิงที่เป็นทางการ อาจสร้างความแตกตื่นต่อสังคม ดังนั้นจึงขอความร่วมมือประชาชนงดส่งต่อ และติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานทางการเท่านั้น เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและตรวจสอบได้ ขณะที่ข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “เขื่อนแตก บริเวณน้ำตกไพรสวรรค์ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตรวจสอบพบว่า เป็นข้อมูลบิดเบือน โดยจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า โครงสร้างที่ได้รับความเสียหายในพื้นที่ดังกล่าว “ไม่ใช่เขื่อน” แต่คือ “ฝาย” และ ฝาย ดังกล่าว “ไม่ได้แตก” ตามที่ถูกกล่าวอ้าง โดยความเสียหายที่เกิดขึ้น คือ การทะลักของน้ำออกด้านข้าง (หูช้าง) ของฝาย เนื่องจากปริมาณน้ำที่ไหลมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่า ความกว้างของฝายในจุดเกิดเหตุประมาณ 30-40 เมตร และสถานการณ์ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด โดยเจ้าหน้าที่มีการลงตรวจพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน และส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ ----------------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.