Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตนได้สั่งการให้ สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI เร่งรัดบูรณาการเชื่อมโยงข้อมูลผู้ประสบภัยในศูนย์พักพิงต่างๆ ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ร่วมกับ กรมการปกครอง (ปค.) กระทรวงมหาดไทย และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) เพื่อสนับสนุนการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบค้นหาบุคคล “HAKON” (หาคน) ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ โดยมีเป้าหมายให้ประชาชนและครอบครัวสามารถสืบค้นรายชื่อและติดตามญาติพี่น้องที่อาจพลัดหลงจากเหตุอุทกภัยได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และแม่นยำมากขึ้น   ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ได้สั่งการให้ สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) จัดสรรบุคคลากรลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือการจัดทำข้อมูล ตรวจคัดกรอง และการ Data Cleansing จัดเก็บข้อมูลตามรูปแบบมาตรฐานกลาง เพื่อนำเข้าสู่ระบบและประมวลผล สามารถนำข้อมูลมาใช้งานได้อย่างเป็นระบบ และรวดเร็ว โดยให้ประสานงานร่วมกับ ปค. ในการจัดทำทะเบียนรายชื่อผู้ประสบภัยที่ยังอาศัยอยู่ในความดูแลของศูนย์พักพิงทุกแห่ง    ในส่วนระบบและการจัดเก็บข้อมูลระดับพื้นที่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้เตรียมโครงสร้างรองรับการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบค้นหาบุคคล “HAKON”  ซึ่งเป็นไปตามมาตรการด้านความปลอดภัยและสอดคล้องกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในกฎหมาย PDPA อย่างเคร่งครัด เพื่อให้ชุดข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะมีความถูกต้อง ปลอดภัย และนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงโดยไม่ละเมิดสิทธิส่วนบุคคล   สำหรับประชาชนสามารถเข้ามาค้นหาญาติ หรือบุคคลสูญหาย ได้ที่ https://hakon.psu.ac.th/   “กระทรวงดีอี ให้ความสำคัญต่อการให้ความช่วยเหลือและเร่งเยียวยาประชาชนในภาวะที่สถานการณ์อุทกภัยได้เริ่มคลี่คลาย โดยการบูรณาการข้อมูลเกี่ยวกับการค้นหาผู้ประสบภัยที่พลัดหลง ซึ่งใช้ศักยภาพของหน่วยงานในสังกัด คือ การรวบรวมข้อมูลและจัดทำระบบข้อมูลของ BDI ร่วมกับการสำรวจ จัดทำข้อมูลเพื่อนำเข้าสู่ระบบของ สสช. บูรณาการทำงานร่วมกับ ปค. ที่เป็นหน่วยงานที่อำนวยการศูนย์พักพิงในแต่ละแห่ง ซึ่งคาดว่าจะให้เวลารวบรวมข้อมูลจากศูนย์พักพิงอื่นๆ ภายใน 48 ชั่วโมง นอกจากศูนย์พักพิงที่อยู่ในความดูแลของ ม.สงขลานครินทร์ ซึ่งมีการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบแล้ว โดยหน่วยงานจะมีการเร่งรัดอำนวยความสะดวกให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างรวดเร็วที่สุด” นายไชยชนก กล่าว  ------------------------------------------------------------------------

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมเป็นเกียรติในการมอบใบประกาศนียบัตรสำหรับการจัดอบรมบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ ครั้งที่ 1 ณ ห้องกินรี 2 โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต กรุงเทพฯ

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “กัมพูชาส่งทหารเพื่อยึดพื้นที่บริเวณ ภูมะเขือ ปราสาทตาควาย และปราสาทนา” รองลงมาคือเรื่อง “เขื่อนแตก บริเวณน้ำตกไพรสวรรค์ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง” เตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลในสังคม รวมทั้งอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน และข้อมูลส่วนบุคคล ขอให้เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ต้องการให้มีการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชน โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ในระหว่างวันที่ 21 – 27 พฤศจิกายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,029,607 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,133 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 1,112 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 20 ข้อความ และช่องทาง Website จำนวน 1 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 254 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 90 เรื่อง กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 136 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 47 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 32 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 5 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 34 เรื่อง นางสาวสุชาดา กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ส่วนใหญ่เป็นข่าวเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล ความมั่นคงระหว่างประเทศ การให้บริการของหน่วยงานรัฐ และเรื่องภัยพิบัติ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลได้ รวมทั้งอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน หรือ ข้อมูลส่วนบุคคล โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง กัมพูชาส่งทหารเพื่อยึดพื้นที่บริเวณ ภูมะเขือ ปราสาทตาควาย และปราสาทนา อันดับที่ 2 : เรื่อง เขื่อนแตก บริเวณน้ำตกไพรสวรรค์ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง อันดับที่ 3 : เรื่อง ผู้สูงอายุ 14.5 ล้านคน เตรียมรับเงินอุดหนุนพิเศษเข้าบัญชี 3,000 บาท โดยไม่ต้องลงทะเบียน อันดับที่ 4 : เรื่อง รัฐบาลเพิ่มเงินอุดหนุนพิเศษให้ผู้สูงอายุ เริ่มจ่ายวันที่ 1 ธ.ค. 68 อันดับที่ 5 : เรื่อง พายุแม่เหล็กโลก ส่งผลให้ร่างกายและสมองทำงานผิดปกติ อันดับที่ 6 : เรื่อง เฮลิคอปเตอร์ตก ขณะบินช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม อ.หาดใหญ่ อันดับที่ 7 : เรื่อง ศพทหารไทยถูกปล่อยทิ้งไว้ที่หมู่บ้านเปรยจัน อันดับที่ 8 : เรื่อง ปปง. เปิดบัญชี TikTok ชื่อ amlo1710 ให้ประชาชนติดต่อรับเงินคืน อันดับที่ 9 : เรื่อง OR เปิดโอกาสการลงทุน เปิดพอร์ตเริ่มต้น 1,260 บาท รับปันผล 441 บาท/วัน ที่เพจ AMZ.Initial Public Offering อันดับที่ 10 : เรื่อง กระทรวงยุติธรรม เปิดเพจ Online Protect human rights ช่วยเหลือเหยื่อที่ถูกหลอกลวงออนไลน์ สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “กัมพูชาส่งทหารเพื่อยึดพื้นที่บริเวณ ภูมะเขือ ปราสาทตาควาย และปราสาทนา” กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับทีมโฆษกกองทัพบก กระทรวงกลาโหม  ตรวจสอบพบว่า ไม่เป็นความจริง ขอยืนยันว่า เป็นข่าวปลอม โดยข้อความดังกล่าวไม่มีหลักฐานหรือแหล่งอ้างอิงที่เป็นทางการ อาจสร้างความแตกตื่นต่อสังคม ดังนั้นจึงขอความร่วมมือประชาชนงดส่งต่อ และติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานทางการเท่านั้น เพื่อรับข้อมูลที่ถูกต้องและตรวจสอบได้ ขณะที่ข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “เขื่อนแตก บริเวณน้ำตกไพรสวรรค์ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตรวจสอบพบว่า เป็นข้อมูลบิดเบือน โดยจากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า โครงสร้างที่ได้รับความเสียหายในพื้นที่ดังกล่าว “ไม่ใช่เขื่อน” แต่คือ “ฝาย” และ ฝาย ดังกล่าว “ไม่ได้แตก” ตามที่ถูกกล่าวอ้าง โดยความเสียหายที่เกิดขึ้น คือ การทะลักของน้ำออกด้านข้าง (หูช้าง) ของฝาย เนื่องจากปริมาณน้ำที่ไหลมาอย่างรวดเร็วและรุนแรง ซึ่งจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ พบว่า ความกว้างของฝายในจุดเกิดเหตุประมาณ 30-40 เมตร และสถานการณ์ยังคงอยู่ภายใต้การควบคุมของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด โดยเจ้าหน้าที่มีการลงตรวจพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน และส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ ----------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “รับทำใบขับขี่ถูกกฎหมายแบบเร่งด่วนสำหรับคนต่างด้าว ผ่านเพจ รับทำใบขับขี่แบบถูกกฏหมาย100%” รองลงมาคือเรื่อง “ธ.ออมสิน ปล่อยสินเชื่อทาง TikTok กู้ 10,000-100,000 บาท อนุมัติใน 1 วัน” โดยขอเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม หวั่นสร้างความเสียหายทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สิน และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ขอให้เลือกเชื่อ - แชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ต้องการให้มีการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชน โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ในระหว่างวันที่ 21 – 27 พฤศจิกายน 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,029,607 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 1,133 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 1,112 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 20 ข้อความ และช่องทาง Website จำนวน 1 ข้อความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 254 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 90 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง รับทำใบขับขี่ถูกกฎหมายแบบเร่งด่วนสำหรับคนต่างด้าว ผ่านเพจ รับทำใบขับขี่แบบถูกกฏหมาย100% อันดับที่ 2 : เรื่อง ธ.ออมสิน ปล่อยสินเชื่อทาง TikTok กู้ 10,000-100,000 บาท อนุมัติใน 1 วัน อันดับที่ 3 : เรื่อง เจ้าหน้าที่รัฐส่งเอกสารให้จ่ายค่าดำเนินการ เพื่อติดตามเงินคืนผู้เสียหาย อันดับที่ 4 : เรื่อง บัญชีไลน์ งานต่างประเทศ โดยเจน รับจัดหางานต่างประเทศ มีใบอนุญาต อันดับที่ 5 : เรื่อง สำนักงาน ปปง. เปิดเพจเฟซบุ๊ก รับคำร้องขอคุ้มครองสิทธิ คดีเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ อันดับที่ 6 : เรื่อง กรมการขนส่งทางบก เปิดรับทำใบขับขี่ออนไลน์ทุกชนิด ผ่านเพจ Driving License ใบขับขี่ด่วน อันดับที่ 7 : เรื่อง OR เปิดให้ลงทุนคาเฟ่อเมซอน เริ่มต้น 1,260 บาท รับผลกำไรเฉลี่ย 441 บาทต่อวัน ผ่านเพจ The happiness of Cafe Amazon lovers อันดับที่ 8 : เรื่อง ช่องทางใหม่! ทำใบขับขี่เร่งด่วน ถูกกฎหมาย 100% ติดต่อที่ TikTok nordinfitri อันดับที่ 9 : เรื่อง เพจ News ทันข่าว ของ สำนักงาน ปปง. เปิดลงทะเบียนติดตามเส้นทางการเงิน และยึดทรัพย์ผู้กระทำผิด อันดับที่ 10 : เรื่อง ติดต่อลงทุนหุ้นธุรกิจร้านกาแฟในเครือ OR ได้ที่ไลน์ไอดี amazon_14 รับรองโดย ก.ล.ต. “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวกับการให้บริการของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะการเปิดรับทำใบขับขี่ การคืนเงินจากมิจฉาชีพให้กับผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวง การชักชวนลงทุนในหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ การปล่อยสินเชื่อของธนาคารรัฐ ซึ่งมีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง ทำให้ประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ทั้งยังอาจสร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นางสาวสุชาดา กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “รับทำใบขับขี่ถูกกฎหมายแบบเร่งด่วนสำหรับคนต่างด้าว  ผ่านเพจ รับทำใบขับขี่แบบถูกกฏหมาย100%” กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นเพจปลอมของกลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างรับทำ และจัดหาใบอนุญาตขับรถบนช่องทางออนไลน์ โดยไม่ต้องอบรมหรือทดสอบ เพียงจ่ายเงินแล้วรอรับใบอนุญาตขับรถที่บ้านได้เลย โดยขออย่าหลงเชื่อ เพราะอาจได้รับใบอนุญาตขับรถปลอม ซึ่งหากนำไปใช้จะมีความผิดตามกฎหมายอาญา อีกทั้งเสี่ยงต่อการถูกนำข้อมูลส่วนตัวไปแอบอ้างทำธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย หรือถูกนำข้อมูลไปกู้เงินออนไลน์ รวมไปถึงการนำไปใช้ก่อคดีอาชญากรรมร้ายแรงได้ ทั้งนี้ การขอรับใบอนุญาตขับรถทุกชนิด มีมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ คือ ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถต้องดำเนินการด้วยตนเองทุกขั้นตอนที่สำนักงานขนส่งเท่านั้น หากพบเห็นการโฆษณารับทำใบอนุญาตขับรถ โดยไม่ต้องมีขั้นตอนการอบรมหรือทดสอบ ขอให้สันนิษฐานว่า เป็นมิจฉาชีพ นอกจากนี้กระทรวงดีอี ขอเตือนประชาชนว่าการให้ข้อมูลหรือติดตั้งแอปพลิเคชันใดๆ ที่ไม่ได้มาจากช่องทางอย่างเป็นทางการ อาจมีความเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูล หรือเงินในบัญชีธนาคารได้ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/-----------------------------------------------------

วันที่ 1 ธันวาคม 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมผู้บริหารกระทรวงดีอี (Top Executives) ครั้งที่ 7/2568 โดยมีนางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 203 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบ Video Conference


นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตนได้เตรียมนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติเห็นชอบ โครงการความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ ระหว่างกรมอุตุนิยมวิทยา และTomorrow.io ในการยกระดับการพยากรณ์อากาศและการแจ้งเตือนภัยพิบัติด้วยประสิทธิภาพสูงเทียบเท่าระบบมาตรฐานของต่างประเทศ    สำหรับความร่วมมือดังกล่าว เป็นการใช้งานระบบดาวเทียมตรวจสอบสภาพอากาศของ Tomorrow.io ซึ่งเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีภูมิอากาศ ที่ได้รับการยอมรับจาก NASA, U.S. Air Force, Bill & Melinda Gates Foundation และอีกหลายองกรชั้นนำในสหรัฐอเมริกา โดยใช้การสังเกตการณ์จากดาวเทียมรุ่นใหม่ จำนวน 9 ดวง ที่มีระบบ Microwave Sounder ซึ่งสามารถสแกนบรรยากาศโลกได้ถี่ในระดับต่ำกว่าชั่วโมงต่อรอบ และสามารถส่งรายงานการประมวลผลด้วย AI ได้ในทุกๆ 15 นาที ทำให้สามารถทราบข้อมูลที่ชัดเจนและรวดเร็วเกี่ยวกับพายุ ปริมาณฝน น้ำท่วมฉับพลัน ฟ้าผ่า กระแสลม และสภาพอากาศทางทะเล พร้อมกับการสร้างแบบจำลองสภาพอากาศที่ขับเคลื่อนด้วย AI และเครื่องมือช่วยในการตัดสินใจ และนำมาบูรณาการสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านอุตุนิยมวิทยาของประเทศ   “กรมอุตุนิยมวิทยา จำเป็นที่จะต้องยกระดับความสามารถในด้านการพยากรณ์อากาศ โดยการวิเคราะห์สภาพอากาศที่แม่นยำ และสามารถพยากรณ์เหตุการณ์ภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นล่วงหน้า เพื่อการแจ้งเตือนประชาชนให้สามารถเตรียมตัวรับมือได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้แพลตฟอร์มของ Tomorrow.io ยังสามารถแปลงข้อมูลอุตุนิยมวิทยาที่ซับซ้อนให้เป็น “แนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน” เพื่อให้หน่วยงานรัฐ ผู้ปฏิบัติงาน และประชาชนทั่วไป ใช้ในการตัดสินใจที่รวดเร็ว และเป็นระบบ ช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบจากสภาพอากาศรุนแรง โดยศักยภาพเหล่านี้จะยกระดับให้กรมอุตุนิยมวิทยา เป็นหน่วยงานศูนย์กลางของการเฝ้าระวังภัยพิบัติแห่งชาติ ช่วยสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับประชาชน ดังนั้นตนจึงเตรียมนำเรื่องดังกล่าวเสนอต่อ ครม. เพื่อขออนุมัติงบประมาณรายจ่ายกลางในการดำเนินการต่อไป” นายไชยชนก กล่าว   อย่างไรก็ตามในด้านการเตรียมรับมือสถานการณ์ภัยพิบัติในอนาคตนั้น ตนได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเตรียมรับมือและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในส่วนของระบบสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่งจำเป็นจะต้องมีการวางระบบสำรองฉุกเฉิน ไว้รับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย   ----------------------------------------------------------------------------

วันที่ 1 ธันวาคม 2568 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสาร กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจละสังคม (ดีอี) ขึ้นรับโล่เกียรติคุณแทนคำขอบคุณในการร่วมขับเคลื่อนโครงการ และร่วมเป็นเกียรติในงานประกาศความสำเร็จโครงการแสงนำใจไทยทั้งชาติ เดิน วิ่ง ปั่น ป้องกันอัมพาต ครั้งที่ 11 เฉลิมพระเกียรติ ในหัวข้อ “ ออกกำลังกายเป็นนิสัย ห่างไกลสโตรก” (No Stop No Stroke) โดยมี ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ซึ่งจัดโดย ศูนย์โรคหลอดเลือดสมองศิริราช คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ศิริราชมูลนิธิ และภาคีเครือข่ายภาครัฐและเอกชน ณ ห้องประชุมราชปนัดดาสิรินธร อาคารศรีสวรินทิรา ชั้น 1 คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กรุงเทพฯ   โดยงานนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ผู้ทรงเป็นแบบอย่างอันงดงามของการดูแลสุขภาพและการออกกำลังกาย พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานเปิดงาน Trend Executive Forum “Trend Micro Public Sector Day” โดยมี นางปิยธิดา  ตันตระกูล  ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท เทรนด์ไมโคร ประเทศไทย จำกัด ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข่องเข้าร่วม ณ โรงแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพ

วันที่ 2 ธันวาคม 2568 นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุม Kick-off โครงการศูนย์ประสานงานและแก้ไขปัญหาข่าวปลอม (Anti-Fake News Center : AFNC) และเยี่ยมชมการทำงานของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม โดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย


วันที่ 2 ธันวาคม 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มอบหมายให้ นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสาพระราชทาน แจกจ่ายอาหาร-น้ำดื่ม พร้อมอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ และลงนามถวายความอาลัย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นางสาวชมภารี ชมภูรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงดีอี พ.อ.สรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT พร้อมด้วยผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี เข้าร่วม ณ บริเวณท้องสนามหลวง

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบให้ กระทรวงดีอี โดยกรมอุตุนิยมวิทยา ดำเนินความร่วมมือ กับบริษัท Tomorrow.io (TMR) เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการพยากรณ์อากาศและการจัดการภัยพิบัติของประเทศ ภายใต้รูปแบบโครงการนำร่อง (Proof of Concept - POC) เป็นระยะเวลา 3 เดือน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ทั้งนี้โครงการนำร่องดังกล่าว Tomorrow.io จะให้บริการแพลตฟอร์มและข้อมูลที่ได้จาก ดาวเทียมจำนวน 11 ดวง โดยแบ่งเป็น ดาวเทียม Microwave Sounder จำนวน 9 ดวง และดาวเทียม Radar จำนวน 2 ดวง โดยการสแกนชั้นบรรยากาศโลก เพื่อเก็บข้อมูลสภาพอากาศด้วย Microwave Sounder ถือเป็นเทคโนโลยีที่มีเฉพาะ Tomorrow.io เพียงแห่งเดียวในโลก ณ ปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสูงสุดในการตรวจวัดสภาพอากาศแบบ 3 มิติ ที่มีความแม่นยำ ที่ทั่วโลกให้การยอมรับ และถือเป็นมาตรฐานสูงสุดของการพยากรณ์อากาศ ซึ่งจะยกระดับการแจ้งเตือนภัยพิบัติของประเทศ ช่วยให้หน่วยงานสามารถตัดสินใจในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างทันท่วงที ขณะเดียวกันแพลตฟอร์มยังสามารถวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากดาวเทียม สร้างเป็น % ของความมั่นใจ ซึ่งหมายถึงโอกาสที่จะเกิดภัยพิบัติต่างๆ ที่สามารถระบุออกมาได้ชัดเจน และแม่นยำ โดยข้อมูลดังกล่าวสามารถนำมาใช้เผยแพร่สู่ประชาชน เพื่อการรับรู้ เฝ้าระวัง และเตรียมพร้อมรับมือ ช่วยลดผลกระทบความเสียหาย และสร้างความมั่นคงปลอดภัยให้กับประชาชน “การนำร่องใช้งานแพลตฟอร์ม Tomorrow.io ถือเป็นการนำระบบการพยากรณ์สภาพอากาศอันดับหนึ่งที่ทั่วโลกต่างให้การยอมรับ เข้ามาใช้ยกระดับการแจ้งเตือนภัยพิบัติในประเทศไทย ช่วยเพิ่มศักยภาพการเตรียมรับมือภัยพิบัติของประเทศ ให้อยู่ในมาตรฐานระดับสากล นอกจากนี้ในที่ประชุม ครม. ตนยังได้นำเสนอโครงการวางระบบสื่อสารสำรองในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อใช้รับมือกับสภาวะวิกฤติที่อาจเกิดขึ้นได้ พร้อมกันนี้ขอขอบคุณสมาคมนักวิทยุอาสาสมัคร VRA ที่ให้การสนับสนุนช่วยเหลือเรื่องระบบการสื่อสารในพื้นที่อุทกภัยเป็นอย่างดี” นายไชยชนก กล่าว ------------------------------------------------------



icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.