Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 3 ธันวาคม 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) มอบหมายนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี เข้าร่วมงานสรุปผลการปฏิบัติงาน ประจำปี 2568 และแถลงแผนการปฏิบัติงาน ประจำปี 2569 ของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ณ ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 3 ธันวาคม 2568

วันที่ 3 ธันวาคม 2568 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมงานพร้อมรับรางวัล “หน่วยงานภาครัฐที่ส่งเสริมการจ้างงานคนพิการประจำปี 2568 จ้างงานตามกฎหมายกำหนด” ในงานวันคนพิการสากล ประจำปี 2568 ภายใต้แนวคิด “เสริมสร้างสังคมที่เปิดกว้างและยั่งยืน เพื่อขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางสังคมสำหรับคนพิการ” เพื่อกระตุ้นให้ทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนสิทธิ โอกาส และการมีส่วนร่วมของคนพิการอย่างทั่วถึงและยั่งยืน โดยมี นางสาวสนธยา บุณยภูษิต อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ เป็นผู้มอบรางวัล พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี   โดยงานครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อมุ่งหวังให้เห็นศักยภาพของคนพิการไทยที่สามารถสร้างคุณค่าให้ตนเอง ครอบครัว และสังคม รวมถึงส่งเสริมทิศทางการพัฒนานโยบายเชิงสร้างสรรค์ เพื่อให้คนพิการสามารถดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างเท่าเทียม  

วันที่ 3 ธันวาคม 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ร่วมการแถลงข่าว เปิดยุทธการ "ถอนรากสแกมเมอร์ข้ามชาติ ยึด ทรัพย์สินกว่าหมื่นล้านบาท สะเทือนทั้งวงการ" ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานฯ พร้อมด้วยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)ณ ห้องประชุมชัยจินดา ชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) กรุงเทพฯ

วันที่ 3 ธันวาคม 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ร่วมการแถลงข่าว “DSI เปิดปฏิบัติการ COPPERHEAD ทลายเหมืองบิตคอยน์เถื่อน” ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานฯ พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ กรมสอบสวนคดีพิเศษ

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า จากการเปิดยุทธการ “ถอนรากสแกมเมอร์ข้ามชาติ ยึดกว่า 10,000 ล้านบาท สะเทือนทั้งวงการ” ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ศปอส.ตร. ร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ซึ่งผลจากความสำเร็จดังกล่าว เกิดขึ้นจากการบูรณาการข้อมูลร่วมกันของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก. มาตรา 13 ทั้งนี้การบูรณาการข้อมูลดังกล่าวเป็นการติดตามเส้นทางการเงินจากการหลอกลวงออนไลน์ ที่ได้รับแจ้งเหตุจากประชาชนของศูนย์ปฏิบัติการเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ศปอท.) หรือ AOC 1441 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สมาคมธนาคาร ปปง. สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์  (ก.ล.ต.) ฯลฯ บูรณาการทำงานร่วมกันภายใต้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก. มาตรา 13 ซึ่งเร่งรัดการดำเนินการปราบปรามสแกมเมอร์ ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะกรณีของสแกมเมอร์ที่ตั้งฐานในประเทศกัมพูชา หลอกลวงคนไทย และดำเนินการฟอกเงินผ่านธุรกิจต่างๆในประเทศไทย สำหรับผลการดำเนินงานของศูนย์ AOC 1441 ในระหว่างวันที่ 1 ต.ค. 68 - 30 พ.ย. 68 พบว่ามีจำนวนสายโทรเข้า 297,451 สาย สามารถระงับบัญชีได้ทั้งหมด 58,062 รายการ โดยมีมูลค่าความเสียหายจำนวน 3,887 ล้านบาท -----------------------------------------------------

วันที่ 4 ธันวาคม 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานพิธีน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2568 โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและหน่วยงานในสังกัด เข้าร่วม ณ สถาบันวิชาการ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน)

วันที่ 4 ธันวาคม 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามการอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มาตรา 13 ครั้งที่ 11/2568 และการประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ครั้งที่ 3/2568 โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี พร้อมด้วย ผู้บริหารกระทรวงดีอี ผู้แทนหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 0203 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบ Video Conference

วันที่ 4 ธันวาคม 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมหารือสำนักงบประมาณ เพื่อรับทราบนโยบายการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี นางจีราวรรณ บุญเพิ่ม ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี และโฆษกกระทรวงดีอี พร้อมด้วย ผู้บริหารกระทรวงดีอี ผู้แทนหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม 0203 ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบ Video Conference

วันที่ 5 ธันวาคม 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ร่วมการประชุมกองอำนวยการร่วม และติดตามสถานการณ์ การรักษาความปลอดภัยและจัดการจราจร งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ครั้งที่ 27/2568 เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอํานวยความสะดวกให้กับประชาชน ในด้านที่เกี่ยวข้อง โดยมี พลตำรวจตรีวีรพัฒน์ ศิวะแพทย์ รองผู้บัญชาการสํานักงานยุทธศาสตร์ตํารวจ เป็นประธาน พร้อมด้วยหน่วยงานและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

วันที่ 5 ธันวาคม 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมคณะผู้บริหาร ข้าราชการ กระทรวงดีอี ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตร ณ บริเวณพิธีท้องสนามหลวง จากนั้นร่วมพิธีวางพานพุ่มดอกไม้และถวายบังคม นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2568 ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เขตดุสิต กรุงเทพฯ

วันที่ 5 ธันวาคม 2568 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมคณะผู้บริหารข้าราชการ กระทรวงดีอี ร่วมพิธีมเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตร ณ บริเวณพิธีท้องสนามหลวง จากนั้นร่วมพิธีวางพานพุ่มดอกไม้และถวายบังคม นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2568 ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เขตดุสิต กรุงเทพฯ

วันที่ 5 ธันวาคม 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ร่วมแจกริบบิ้นแสดงความอาลัย แก่ประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ บริเวณท้องสนามหลวง

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “พบยาเสพติดลอยมากับน้ำท่วม” รองลงมาคือเรื่อง “กัมพูชายึดผาอินทรีย์ สายตรี 6 บ้านกรวด ห้ามชาวบ้านกรีดยาง” เตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลในสังคม รวมทั้งอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน และข้อมูลส่วนบุคคล ขอให้เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ต้องการให้มีการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชน โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ในระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 4 ธันวาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,050,113 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 985 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 961 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 24 ข้อความ ความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 235 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 102 เรื่อง กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 155 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 11 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 22 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 5 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 42 เรื่อง นางสาวสุชาดา กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ส่วนใหญ่เป็นข่าวเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล ความมั่นคงระหว่างประเทศ การให้บริการของหน่วยงานรัฐ และเรื่องภัยพิบัติ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลได้ รวมทั้งอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน หรือ ข้อมูลส่วนบุคคล โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง พบยาเสพติดลอยมากับน้ำท่วม อันดับที่ 2 : เรื่อง กัมพูชายึดผาอินทรีย์ สายตรี 6 บ้านกรวด ห้ามชาวบ้านกรีดยาง อันดับที่ 3 : เรื่อง การรถไฟฯ จัดขบวนรถพิเศษ ส่งเรือสนับสนุนภารกิจกู้ภัย วิ่งตรงจาก จ.เชียงใหม่ มุ่งหน้าสู่ อ.หาดใหญ่ อันดับที่ 4 : เรื่อง เขต 8 เป็นฐานบัญชาการใหญ่ทั้งเว็บการพนัน ยาเสพติด และเป็นที่เก็บอาวุธปืน อันดับที่ 5 : เรื่อง ทานน้ำมันมะกอกติดต่อกัน 30 วัน รักษาโรคสะเก็ดเงินได้ อันดับที่ 6 : เรื่อง ทาปิโตรเลียมเจลลี่หนา ๆ บนใบหน้า ช่วยลดริ้วรอยแก่ก่อนวัย อันดับที่ 7 : เรื่อง แอฟริกาสั่งซื้อข้าวไทยเพิ่ม 300,000 ตัน อันดับที่ 8 : เรื่อง ทีมภายในแชร์รหัสหุ้นธนาคารกรุงไทย เปิดให้เข้าร่วมกลุ่มเพื่อรับรหัสหุ้นฟรี อันดับที่ 9 : เรื่อง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเพจ Citizen Assistance Center รับแจ้งปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ อันดับที่ 10 : เรื่อง ปตท. เปิดให้ลงทุนหุ้น OR รับประกันผลตอบแทน ที่เพจ Cafe Amazon all over Thailand สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “พบยาเสพติดลอยมากับน้ำท่วม”กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) กระทรวงยุติธรรม พบว่าเป็นข่าวปลอม โดยจากการตรวจสอบพบว่า คลิปข้างต้นนั้นเป็นคลิปของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่า เป็นผู้จัดทำคลิปเพื่อสร้างคอนเทนต์หวังยอดผู้ชม โดยเม็ดที่เห็นในคลิปเป็นอาหารนกเอี้ยง ไม่ใช่ยาเสพติดแต่อย่างใด สำหรับเหตุการณ์นี้ถือเป็นตัวอย่างของข้อมูลที่คลาดเคลื่อนบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งอาจสร้างความสับสนและทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวลโดยไม่จำเป็น จึงขอความร่วมมือประชาชนให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์ และหากพบเบาะแสยาเสพติด หรือข้อมูลต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่ข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “กัมพูชายึดผาอินทรีย์ สายตรี 6 บ้านกรวด ห้ามชาวบ้านกรีดยาง” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ กองทัพบก กระทรวงกลาโหม ตรวจสอบพบว่า เป็นข้อมูลบิดเบือน โดยกองทัพภาคที่ 2 ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการแล้วว่า ภายหลังหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ได้แก่ ตชด.216 และฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าไม่มีทหารกัมพูชาเข้ามา ไม่มีฐานที่มั่นใหม่ และไม่มีการปรับพื้นที่ หรือการก่อสร้างเส้นทางใด ๆ ภายในเขตแดนไทย สภาพพื้นที่ยังเป็นป่ารกทึบและไม่มีหลักฐานบ่งชี้ถึงการล่วงละเมิดอธิปไตย เจ้าหน้าที่ยังคงลาดตระเวนต่อเนื่องเพื่อยืนยันสถานการณ์ให้มีความชัดเจน และพร้อมดำเนินคดีกับผู้เผยแพร่ข้อมูลเท็จตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โดยการติดตามข่าวจากแหล่งทางการเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนกจากข่าวลือที่ไม่มีมูล จึงขอความร่วมมือประชาชนโปรดติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานทางการเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน และส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ ------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “OR เปิดให้คำแนะนำลงทุนหุ้น Cafe Amazon ผ่านไลน์ไอดี amazonth069” รองลงมาคือเรื่อง “ระวังมิจฉาชีพ สร้างเว็บไซต์ปลอมอ้าง ก.ล.ต. หลอกลงทุน!” โดยขอเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม หวั่นสร้างความเสียหายทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สิน และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ขอให้เลือกเชื่อ - แชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ต้องการให้มีการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชน โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ในระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 4 ธันวาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,050,113 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 985 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 961 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 24 ข้อความ ความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 235 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 102 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง OR เปิดให้คำแนะนำลงทุนหุ้น Cafe Amazon ผ่านไลน์ไอดี amazonth069 อันดับที่ 2 : เรื่อง ระวังมิจฉาชีพ สร้างเว็บไซต์ปลอมอ้าง ก.ล.ต. หลอกลงทุน! อันดับที่ 3 : เรื่อง เพจ งานที่บ้าน เปิดรับคนแพ็กถุงกระดาษและสินค้า พร้อมรายได้ 550 บาทต่อวัน อันดับที่ 4 : เรื่อง ลงทุนหุ้น Cafe Amazon ทางไลน์ไอดี amzn_or ปลอดภัย ก.ล.ต. รับรอง อันดับที่ 5 : เรื่อง ปปง. เปิดรับคำร้องขอคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย ผ่านเพจ Peace forever and ever อันดับที่ 6 : เรื่อง เพจ สอนเทรดแบบเซียน คอร์สสอนหุ้นออนไลน์ พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับ 500 คนแรก กับสัมมนาพิเศษ อันดับที่ 7 : เรื่อง ปตท. เปิดลงทุนหุ้น OR ผ่านเพจเฟซบุ๊ก Thailand Amazon market อันดับที่ 8 : เรื่อง Golden boy เป็นรูปปั้นของกัมพูชา แต่ถูกนำไปเป็นของประเทศไทย อันดับที่ 9 : เรื่อง ปปง. เปิดเพจ Anti-Corruption Join hands to help ให้ผู้ที่ถูกหลอกออนไลน์ติดต่อขอคืนทรัพย์สิน อันดับที่ 10 : เรื่อง ฮั่วเซ่งเฮง เปิดไอดีไลน์ hsh_advisor ให้บริการด้านการลงทุน ปลอดภัย ได้รับการรับรองจาก ก.ล.ต. “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวกับการชักชวนลงทุนในหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ การให้บริการของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะการคืนเงินจากมิจฉาชีพให้กับผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวง ซึ่งมีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง ทำให้ประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ทั้งยังอาจสร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นางสาวสุชาดา กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “OR เปิดให้คำแนะนำลงทุนหุ้น Cafe Amazon ผ่านไลน์ไอดี amazonth069” กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กระทรวงพลังงานตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นไลน์ไอดีปลอม ซึ่งสร้างขึ้นโดยมิจฉาชีพ เพื่อหลอกลวงประชาชน โดยแอบอ้างใช้ชื่อและโลโก้ของ OR ลงโพสต์โฆษณาเชิญชวนประชาชนเข้ากลุ่มไลน์ เพื่อรับฟังคำแนะนำการลงทุนหุ้น Cafe Amazon โดย OR ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการดังกล่าว รวมถึงไม่มีนโยบายเสนอขายหุ้นดังกล่าวแต่อย่างใด ดังนั้นขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร และใช้ความระมัดระวังในการลงทุนผ่านช่องทางต่าง ๆ สำหรับผู้สนใจข้อมูลเกี่ยวกับ OR เพื่อประกอบการพิจารณาลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากลิงก์ https://investor.pttor.com/th/home นอกจากนี้กระทรวงดีอี ขอเตือนประชาชนว่าการให้ข้อมูลหรือติดตั้งแอปพลิเคชันใดๆ ที่ไม่ได้มาจากช่องทางอย่างเป็นทางการ อาจมีความเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูล หรือเงินในบัญชีธนาคารได้ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ --------------------------------------------------------


icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.