Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา

วันที่ 5 ธันวาคม 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมคณะผู้บริหาร ข้าราชการ กระทรวงดีอี ร่วมพิธีเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตร ณ บริเวณพิธีท้องสนามหลวง จากนั้นร่วมพิธีวางพานพุ่มดอกไม้และถวายบังคม นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2568 ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เขตดุสิต กรุงเทพฯ

วันที่ 5 ธันวาคม 2568 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมคณะผู้บริหารข้าราชการ กระทรวงดีอี ร่วมพิธีมเจริญพระพุทธมนต์และทำบุญตักบาตร ณ บริเวณพิธีท้องสนามหลวง จากนั้นร่วมพิธีวางพานพุ่มดอกไม้และถวายบังคม นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2568 ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เขตดุสิต กรุงเทพฯ

วันที่ 5 ธันวาคม 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) พร้อมด้วยนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี ร่วมแจกริบบิ้นแสดงความอาลัย แก่ประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ บริเวณท้องสนามหลวง

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ ที่ประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “พบยาเสพติดลอยมากับน้ำท่วม” รองลงมาคือเรื่อง “กัมพูชายึดผาอินทรีย์ สายตรี 6 บ้านกรวด ห้ามชาวบ้านกรีดยาง” เตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลในสังคม รวมทั้งอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน และข้อมูลส่วนบุคคล ขอให้เลือกเชื่อ เลือกแชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ต้องการให้มีการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชน โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ในระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 4 ธันวาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,050,113 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 985 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 961 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 24 ข้อความ ความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 235 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 102 เรื่อง กระทรวงดีอี ได้แบ่งข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจเป็น 5 กลุ่ม ประกอบด้วยกลุ่มที่ 1 : นโยบายรัฐบาล ข่าวสารทางราชการ ความสงบเรียบร้อยของสังคม ขัดศีลธรรมอันดี และความมั่นคงภายในประเทศ จำนวน 155 เรื่อง กลุ่มที่ 2 : ผลิตภัณฑ์สุขภาพ วัตถุอันตราย เครื่องสำอาง รวมถึงสินค้าและบริการที่ผิดกฎหมายจำนวน 11 เรื่อง กลุ่มที่ 3 : ภัยพิบัติ จำนวน 22 เรื่อง กลุ่มที่ 4 : เศรษฐกิจ จำนวน 5 เรื่อง กลุ่มที่ 5 : กลุ่มอาชญากรรมออนไลน์ จำนวน 42 เรื่อง นางสาวสุชาดา กล่าวต่อว่า เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่ได้รับความสนใจในลำดับต้นๆ ในสัปดาห์นี้ส่วนใหญ่เป็นข่าวเกี่ยวกับนโยบายรัฐบาล ความมั่นคงระหว่างประเทศ การให้บริการของหน่วยงานรัฐ และเรื่องภัยพิบัติ ซึ่งทั้งหมดมีผลกระทบต่อสังคมส่วนใหญ่ อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด สับสน ตื่นตระหนก และวิตกกังวลได้ รวมทั้งอาจทำให้สูญเสียทรัพย์สิน หรือ ข้อมูลส่วนบุคคล โดยข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง พบยาเสพติดลอยมากับน้ำท่วม อันดับที่ 2 : เรื่อง กัมพูชายึดผาอินทรีย์ สายตรี 6 บ้านกรวด ห้ามชาวบ้านกรีดยาง อันดับที่ 3 : เรื่อง การรถไฟฯ จัดขบวนรถพิเศษ ส่งเรือสนับสนุนภารกิจกู้ภัย วิ่งตรงจาก จ.เชียงใหม่ มุ่งหน้าสู่ อ.หาดใหญ่ อันดับที่ 4 : เรื่อง เขต 8 เป็นฐานบัญชาการใหญ่ทั้งเว็บการพนัน ยาเสพติด และเป็นที่เก็บอาวุธปืน อันดับที่ 5 : เรื่อง ทานน้ำมันมะกอกติดต่อกัน 30 วัน รักษาโรคสะเก็ดเงินได้ อันดับที่ 6 : เรื่อง ทาปิโตรเลียมเจลลี่หนา ๆ บนใบหน้า ช่วยลดริ้วรอยแก่ก่อนวัย อันดับที่ 7 : เรื่อง แอฟริกาสั่งซื้อข้าวไทยเพิ่ม 300,000 ตัน อันดับที่ 8 : เรื่อง ทีมภายในแชร์รหัสหุ้นธนาคารกรุงไทย เปิดให้เข้าร่วมกลุ่มเพื่อรับรหัสหุ้นฟรี อันดับที่ 9 : เรื่อง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเพจ Citizen Assistance Center รับแจ้งปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ อันดับที่ 10 : เรื่อง ปตท. เปิดให้ลงทุนหุ้น OR รับประกันผลตอบแทน ที่เพจ Cafe Amazon all over Thailand สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “พบยาเสพติดลอยมากับน้ำท่วม”กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) กระทรวงยุติธรรม พบว่าเป็นข่าวปลอม โดยจากการตรวจสอบพบว่า คลิปข้างต้นนั้นเป็นคลิปของชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่า เป็นผู้จัดทำคลิปเพื่อสร้างคอนเทนต์หวังยอดผู้ชม โดยเม็ดที่เห็นในคลิปเป็นอาหารนกเอี้ยง ไม่ใช่ยาเสพติดแต่อย่างใด สำหรับเหตุการณ์นี้ถือเป็นตัวอย่างของข้อมูลที่คลาดเคลื่อนบนสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งอาจสร้างความสับสนและทำให้ประชาชนเกิดความวิตกกังวลโดยไม่จำเป็น จึงขอความร่วมมือประชาชนให้ตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์ และหากพบเบาะแสยาเสพติด หรือข้อมูลต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะที่ข่าวปลอมอันดับ 2 เรื่อง “กัมพูชายึดผาอินทรีย์ สายตรี 6 บ้านกรวด ห้ามชาวบ้านกรีดยาง” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับ กองทัพบก กระทรวงกลาโหม ตรวจสอบพบว่า เป็นข้อมูลบิดเบือน โดยกองทัพภาคที่ 2 ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการแล้วว่า ภายหลังหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ได้แก่ ตชด.216 และฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าไม่มีทหารกัมพูชาเข้ามา ไม่มีฐานที่มั่นใหม่ และไม่มีการปรับพื้นที่ หรือการก่อสร้างเส้นทางใด ๆ ภายในเขตแดนไทย สภาพพื้นที่ยังเป็นป่ารกทึบและไม่มีหลักฐานบ่งชี้ถึงการล่วงละเมิดอธิปไตย เจ้าหน้าที่ยังคงลาดตระเวนต่อเนื่องเพื่อยืนยันสถานการณ์ให้มีความชัดเจน และพร้อมดำเนินคดีกับผู้เผยแพร่ข้อมูลเท็จตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โดยการติดตามข่าวจากแหล่งทางการเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนกจากข่าวลือที่ไม่มีมูล จึงขอความร่วมมือประชาชนโปรดติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานทางการเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน และส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เกิดความวิตกกังวล หรืออาจสร้างความเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ ------------------------------------------------------

กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ตรวจพบข่าวปลอมรายสัปดาห์ที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนให้ความสนใจสูงสุดอันดับที่ 1 เรื่อง “OR เปิดให้คำแนะนำลงทุนหุ้น Cafe Amazon ผ่านไลน์ไอดี amazonth069” รองลงมาคือเรื่อง “ระวังมิจฉาชีพ สร้างเว็บไซต์ปลอมอ้าง ก.ล.ต. หลอกลงทุน!” โดยขอเตือนประชาชน อย่าหลงเชื่อข่าวปลอม หวั่นสร้างความเสียหายทั้งข้อมูลส่วนบุคคล ทรัพย์สิน และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ขอให้เลือกเชื่อ - แชร์ ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ที่ต้องการให้มีการบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานเพื่อเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจด้านการใช้งานเทคโนโลยีดิจิทัลให้กับประชาชน โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ในระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 4 ธันวาคม 2568 พบข้อความที่เข้ามาทั้งหมด 1,050,113 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 985 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening จำนวน 961 ข้อความ ตามมาด้วยการแจ้งเบาะแสผ่าน Line Official จำนวน 24 ข้อความ ความ รวมเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 235 เรื่อง และจากการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รับผลการตรวจสอบกลับมาแล้ว 102 เรื่อง โดยในจำนวนนี้เป็นข่าวปลอมเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์ที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 10 อันดับ ได้แก่ อันดับที่ 1 : เรื่อง OR เปิดให้คำแนะนำลงทุนหุ้น Cafe Amazon ผ่านไลน์ไอดี amazonth069 อันดับที่ 2 : เรื่อง ระวังมิจฉาชีพ สร้างเว็บไซต์ปลอมอ้าง ก.ล.ต. หลอกลงทุน! อันดับที่ 3 : เรื่อง เพจ งานที่บ้าน เปิดรับคนแพ็กถุงกระดาษและสินค้า พร้อมรายได้ 550 บาทต่อวัน อันดับที่ 4 : เรื่อง ลงทุนหุ้น Cafe Amazon ทางไลน์ไอดี amzn_or ปลอดภัย ก.ล.ต. รับรอง อันดับที่ 5 : เรื่อง ปปง. เปิดรับคำร้องขอคุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย ผ่านเพจ Peace forever and ever อันดับที่ 6 : เรื่อง เพจ สอนเทรดแบบเซียน คอร์สสอนหุ้นออนไลน์ พร้อมสิทธิพิเศษสำหรับ 500 คนแรก กับสัมมนาพิเศษ อันดับที่ 7 : เรื่อง ปตท. เปิดลงทุนหุ้น OR ผ่านเพจเฟซบุ๊ก Thailand Amazon market อันดับที่ 8 : เรื่อง Golden boy เป็นรูปปั้นของกัมพูชา แต่ถูกนำไปเป็นของประเทศไทย อันดับที่ 9 : เรื่อง ปปง. เปิดเพจ Anti-Corruption Join hands to help ให้ผู้ที่ถูกหลอกออนไลน์ติดต่อขอคืนทรัพย์สิน อันดับที่ 10 : เรื่อง ฮั่วเซ่งเฮง เปิดไอดีไลน์ hsh_advisor ให้บริการด้านการลงทุน ปลอดภัย ได้รับการรับรองจาก ก.ล.ต. “เมื่อพิจารณาจากข่าวปลอมที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมออนไลน์ ซึ่งประชาชนสนใจมากที่สุด จาก 10 อันดับข้างต้น พบว่าเป็นข่าวที่เกี่ยวกับการชักชวนลงทุนในหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ การให้บริการของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะการคืนเงินจากมิจฉาชีพให้กับผู้เสียหายที่ถูกหลอกลวง ซึ่งมีผลกระทบต่อทั้งตัวบุคคลที่เชื่อและแชร์ข้อมูลส่งต่อกันไปเป็นวงกว้าง ทำให้ประชาชนอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ทั้งยังอาจสร้างความเสียหายทั้งทรัพย์สินและข้อมูลส่วนบุคคลได้” นางสาวสุชาดา กล่าว สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “OR เปิดให้คำแนะนำลงทุนหุ้น Cafe Amazon ผ่านไลน์ไอดี amazonth069” กระทรวงดีอี ประสานงานร่วมกับ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR กระทรวงพลังงานตรวจสอบแล้วพบว่า เป็นไลน์ไอดีปลอม ซึ่งสร้างขึ้นโดยมิจฉาชีพ เพื่อหลอกลวงประชาชน โดยแอบอ้างใช้ชื่อและโลโก้ของ OR ลงโพสต์โฆษณาเชิญชวนประชาชนเข้ากลุ่มไลน์ เพื่อรับฟังคำแนะนำการลงทุนหุ้น Cafe Amazon โดย OR ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินการดังกล่าว รวมถึงไม่มีนโยบายเสนอขายหุ้นดังกล่าวแต่อย่างใด ดังนั้นขอให้ประชาชนใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร และใช้ความระมัดระวังในการลงทุนผ่านช่องทางต่าง ๆ สำหรับผู้สนใจข้อมูลเกี่ยวกับ OR เพื่อประกอบการพิจารณาลงทุนสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้จากลิงก์ https://investor.pttor.com/th/home นอกจากนี้กระทรวงดีอี ขอเตือนประชาชนว่าการให้ข้อมูลหรือติดตั้งแอปพลิเคชันใดๆ ที่ไม่ได้มาจากช่องทางอย่างเป็นทางการ อาจมีความเสี่ยงต่อการถูกขโมยข้อมูล หรือเงินในบัญชีธนาคารได้ อย่างไรก็ตาม ดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง ดังนั้นจึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/ --------------------------------------------------------



วันที่ 8 ธันวาคม 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นำคณะผู้บริหารกระทรวงดีอี ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้และลงนามถวายพระพรชัยมงคลเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี เข้าร่วม ณ วังศุโขทัย

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตามที่สแกมเมอร์ใช้ช่องทางข่าวปลอม ข้อมูลบิดเบือน เพื่อหลอกลวงประชาชน และสร้างความตื่นตระหนก มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน ตนได้มอบหมายให้ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti-Fake News Center) หรือ AFNC  เร่งบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานในเชิงรุก เพื่อยกระดับการสกัดกั้นข่าวปลอมที่แพร่กระจายในสังคม   ทั้งนี้ จากสถานการณ์ที่มีการเผยแพร่ข่าวปลอมในสังคมอย่างรวดเร็ว AFNC จำเป็นที่จะต้องดำเนินการเชิงรุก โดยการใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ข่าวปลอม ข้อมูลบิดเบือนมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งวางแผนคาดการณ์ข่าวปลอมที่อาจเกิดขึ้นในสถานการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ และดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อเป็นการเตือนประชาชนให้รับรู้ ก่อนที่จะมีข่าวปลอมในเรื่องนั้นแพร่กระจาย   นอกจากนี้ AFNC จำเป็นต้องมีบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ซึ่งมีข้อมูลการประสานงานตรวจสอบข่าวปลอมร่วมกัน เพื่อดำเนินการจัดเก็บข้อมูล สถิติข่าวปลอมที่มีการเผยแพร่ไปแล้ว ซึ่งจะทำให้ AFNC สามารถแจ้งเตือนข่าวปลอมได้อย่างทันท่วงที   ขณะเดียวกันการใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์ข้อมูลข่าวปลอมจากระบบจัดเก็บ จะทำให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังเพื่อส่งต่อให้หน่วยงานปิดกั้นช่องทางการเผยแพร่ และสามารถส่งเป็นหลักฐานให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สามารถดำเนินคดีกับผู้ที่เผยแพร่ข่าวปลอมได้    “จากสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งพบว่ามีข่าวปลอม ข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นจำนวนมาก AFNC จึงต้องดำเนินการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลในเชิงรุกมากยิ่งขึ้น เพื่อสกัดยับยั้งการเผยแพร่ข่าวปลอมที่จะออกไปสู่สังคม ไม่ใช่แค่การตั้งรับรอให้ข่าวปลอมเกิดขึ้นก่อนเท่านั้น แต่จะต้องนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยประเมิน คาดการณ์ข่าวปลอมที่จะเกิดขึ้น เพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้รู้เท่าทัน และเตรียมพร้อมรับมือได้อย่างทันท่วงที ด้านกรณีที่มีกระแสข่าวว่า แฮกเกอร์กัมพูชา เตรียมทำสงครามไซเบอร์นั้น ตนได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว พร้อมเฝ้าระวังระบบความมั่นคงปลอดภัยอย่างเต็มที่” นายไชยชนก กล่าว      หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/     -------------------------------------------------------------------------------------


วันที่ 5 ธันวาคม 2568 นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดีอี ร่วมพิธีเปิดงานการฝึกเพื่อทดสอบขีดความสามารถทางไซเบอร์สำหรับหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ทางสารสนเทศ ประจำปีงบประมาณ 2568 หรือ Thailand’s National Cyber Exercise 2025 (NCX2025) โดยมีพลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหาร หน่วยงานรัฐ เอกชน ผู้เชี่ยวชาญ และบุคลากรด้านความมั่นคงไซเบอร์ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ สำหรับงานนี้นับเป็นการฝึกทางไซเบอร์ครั้งสำคัญของประเทศที่มุ่งยกระดับความพร้อมในการรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ ที่ทวีความซับซ้อนและรุนแรงมากขึ้น ถือเป็นกลไกสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของ สกมช. ในการผลักดันให้ประเทศไทยมีระบบรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ การฝึกในปีนี้จึงไม่ใช่แค่การอบรมเชิงปฏิบัติการ แต่เป็นรากฐานสำคัญในการ สร้างบุคลากรที่มีความสามารถ โครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และประเทศที่มีความมั่นคงด้านไซเบอร์ในระยะยาว

วันที่ 9 ธันวาคม 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ปี 2568 “HERO OF THE TRUTH ร่วมหยุดคอร์รัปชัน” และเป็นฮีโร่แห่งความจริง ขับเคลื่อนสังคมไทยสู่อนาคตโปร่งใสและยั่งยืน เคียงข้างสังคมโลก โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงดีอี ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน จัดโดย ความร่วมมือระหว่างรัฐบาล สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ปปช) และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ณ ฮอลล์ 4 อาคารศูนย์การประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี   งานนี้จัดขึ้นเพื่อประกาศเจตนารมณ์ร่วมกับประชาคมโลกว่า “ประเทศไทยไม่ทนต่อการทุจริต” และผลักดันให้ทุกภาคส่วนร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่อนาคตที่โปร่งใสและยั่งยืน  

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตนได้มีข้อสั่งการผ่อนปรนการใช้เสาสัญญาณโทรคมนาคมในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา เป็นการชั่วคราว เพื่อรองรับสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยก่อนหน้านี้ได้มีคำสั่งให้สำนักงาน กสทช. และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาสัญญาณรั่วไหลไปยังประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงการปิดเสาสัญญาณที่ตรวจพบปัญหา เพื่อป้องกันการถูกนำไปใช้โดยแก๊งสแกมเมอร์หลอกลวงประชาชน สำหรับการผ่อนปรนดังกล่าวเป็นมาตรการเฉพาะหน้าและจะยกเลิกทันทีเมื่อสถานการณ์ชายแดนคลี่คลายกลับสู่ภาวะปกติ โดยขอย้ำว่ากระทรวงดีอี ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลความมั่นคงปลอดภัยทางดิจิทัลของประชาชนในพื้นที่ชายแดน ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ขอเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากช่วงที่มีการเปิดใช้เสาสัญญาณชั่วคราวอาจเป็นช่องทางให้สแกมเมอร์หรือมิจฉาชีพฉวยโอกาสเข้ามาหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการส่งข้อความปลอม การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือการติดต่อขอข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อนำไปใช้ในทางที่ผิด โดยเฉพาะข้อมูลสำคัญ เช่น เลขบัตรประชาชน รหัสผ่านบัญชีธนาคาร และรหัส OTP ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนตระหนักรู้และตรวจสอบความน่าเชื่อถือของทุกการติดต่ออย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งขอให้ติดตามประกาศหรือคำเตือนจากหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว อย่างไรก็ตามหากพบความผิดปกติหรือสงสัยว่าเป็นการหลอกลวง ให้หลีกเลี่ยงการตอบกลับพร้อมทั้งแจ้งเบาะแสได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC1111) ผ่าน 1. ช่องทาง Line OA ที่ https://line.me/R/ti/p/@gcc1111 2. ช่องทาง Chat ที่ https://gcc.go.th/ 3. ช่องทาง Facebook messenger ที่ https://www.facebook.com/GCC1111 4. ผ่านโทรศัพท์สายด่วน 1111 และ 5. ช่องทาง mail ที่ contact_1111@gcc.go.th ---------------------------------------------------

วันอังคารที่ 9 ธันวาคม 2568 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้หารือร่วมกับดร. Masanori Kondo เลขาธิการองค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (Asia-Pacific Telecommunity : APT) ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค กรุงเทพมหานคร ระหว่างการประชุม MC- 49 โดย APT ได้แสดงความขอบคุณประเทศไทยที่ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของ APT ในฐานะประเทศสมาชิกอย่างขันแข็งตลอด 46 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้เลขาธิการ APT ยังได้เน้นย้ำถึงภารกิจของ APT ได้แก่ โทรคมนาคม ดาวเทียม โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ความมั่นคงทางไซเบอร์ และด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงโครงการเสริมสร้างศักยภาพต่าง ๆ ที่จัดขึ้นภายใต้การดำเนินงานของ APT ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงฯ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ เพื่อรับมือกับภัยและอาชญกรรมในรูปแบบต่าง ๆ ทางไซเบอร์ ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องถึงความสำคัญในประเด็นดังกล่าว     พร้อมกันนี้ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ให้เกียรติกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการประชุมคณะกรรมการจัดการ สมัยที่ 49 (The 49th Session of the Management Committee of the Asia-Pacific Telecommunity: MC-49) ซึ่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นเจ้าภาพร่วมกับ Asia-Pacific Telecommunity หรือ APT จัดการประชุมดังกล่าว โดยปลัดกระทรวงฯ ได้กล่าวถึงบทบาทและความมุ่งมั่นของไทยในการให้สนับสนุนโครงการและกิจกรรมของ APT อย่างเต็มที่    นอกจากนี้ ไทยสนับสนุนวิสัยทัศน์ตามแถลงการณ์รัฐมนตรี APT ที่มุ่งเน้นความเชื่อมโยง (connectivity), นวัตกรรม (innovation), ความเชื่อมั่นและความปลอดภัย (trust and safety), การมีส่วนร่วมทางดิจิทัล (digital inclusion), ความยั่งยืน (sustainability), และความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยดิจิทัล ซึ่งประเทศไทยกำลังเร่งเสริมสร้างกรอบกฎหมาย ยกระดับศักยภาพของสถาบัน และประสานงานกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อต่อสู้กับภัยคุกคามจากการหลอกลวงออนไลน์ (online scams) ที่เพิ่มขึ้น และประสงค์จะดำเนินความร่วมมือกับสมาชิก APT เพื่อป้องกันความเสียหายทางการเงินและมาตรการรับมืออาชญากรรมไซเบอร์ พร้อมทั้งการทำงานร่วมกับสมาชิก APT เพื่อพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า (early-warning systems) กลไกการแจ้งเตือนภัยพิบัติ และการสร้างความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ   องค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APT) เป็นองค์การระหว่างประเทศที่ส่งเสริมความร่วมมือด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก จัดตั้งเมื่อ ปี พ.ศ. 2522 ภายใต้ความอุปถัมภ์ของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (UNESCAP) ซึ่งประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิกก่อตั้งองค์การฯ เมื่อปี พ.ศ. 2522 โดยมีการลงนามในธรรมนูญองค์การฯ ณ สำนักงานคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific หรือ ESCAP) กรุงเทพมหานคร ปัจจุบัน มีประเทศสมาชิก 38 ประเทศ   ----------------------

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมระบบบริหารจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราว สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ พร้อมพบปะให้กำลังใจประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมด้วยนายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ผู้บริหารบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.