Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
Logo DE Ministry.
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
Ministry of Digital Economy and Society
ตัวช่วยเหลือในการเข้าถึงเว็บไซต์
ค้นหา


วันที่ 8 ธันวาคม 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) นำคณะผู้บริหารกระทรวงดีอี ทูลเกล้าฯ ถวายแจกันดอกไม้และลงนามถวายพระพรชัยมงคลเบื้องหน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและหน่วยงานในสังกัดกระทรวงดีอี เข้าร่วม ณ วังศุโขทัย

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตามที่สแกมเมอร์ใช้ช่องทางข่าวปลอม ข้อมูลบิดเบือน เพื่อหลอกลวงประชาชน และสร้างความตื่นตระหนก มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องของสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่เกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน ตนได้มอบหมายให้ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti-Fake News Center) หรือ AFNC  เร่งบูรณาการข้อมูลของหน่วยงานในเชิงรุก เพื่อยกระดับการสกัดกั้นข่าวปลอมที่แพร่กระจายในสังคม   ทั้งนี้ จากสถานการณ์ที่มีการเผยแพร่ข่าวปลอมในสังคมอย่างรวดเร็ว AFNC จำเป็นที่จะต้องดำเนินการเชิงรุก โดยการใช้เทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์ข่าวปลอม ข้อมูลบิดเบือนมากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งวางแผนคาดการณ์ข่าวปลอมที่อาจเกิดขึ้นในสถานการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ และดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้อง เพื่อเป็นการเตือนประชาชนให้รับรู้ ก่อนที่จะมีข่าวปลอมในเรื่องนั้นแพร่กระจาย   นอกจากนี้ AFNC จำเป็นต้องมีบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ซึ่งมีข้อมูลการประสานงานตรวจสอบข่าวปลอมร่วมกัน เพื่อดำเนินการจัดเก็บข้อมูล สถิติข่าวปลอมที่มีการเผยแพร่ไปแล้ว ซึ่งจะทำให้ AFNC สามารถแจ้งเตือนข่าวปลอมได้อย่างทันท่วงที   ขณะเดียวกันการใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์ข้อมูลข่าวปลอมจากระบบจัดเก็บ จะทำให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังเพื่อส่งต่อให้หน่วยงานปิดกั้นช่องทางการเผยแพร่ และสามารถส่งเป็นหลักฐานให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สามารถดำเนินคดีกับผู้ที่เผยแพร่ข่าวปลอมได้    “จากสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งพบว่ามีข่าวปลอม ข้อมูลบิดเบือนเกี่ยวกับเหตุการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นจำนวนมาก AFNC จึงต้องดำเนินการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลในเชิงรุกมากยิ่งขึ้น เพื่อสกัดยับยั้งการเผยแพร่ข่าวปลอมที่จะออกไปสู่สังคม ไม่ใช่แค่การตั้งรับรอให้ข่าวปลอมเกิดขึ้นก่อนเท่านั้น แต่จะต้องนำเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยประเมิน คาดการณ์ข่าวปลอมที่จะเกิดขึ้น เพื่อแจ้งเตือนประชาชนให้รู้เท่าทัน และเตรียมพร้อมรับมือได้อย่างทันท่วงที ด้านกรณีที่มีกระแสข่าวว่า แฮกเกอร์กัมพูชา เตรียมทำสงครามไซเบอร์นั้น ตนได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว พร้อมเฝ้าระวังระบบความมั่นคงปลอดภัยอย่างเต็มที่” นายไชยชนก กล่าว      หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่ | เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com | Line ID: @antifakenewscenter | Facebook : Anti-Fake News Center Thailand | X : @AFNCThailand | TikTok : @antifakenewscenter | IG : afnc_thailand/     -------------------------------------------------------------------------------------


วันที่ 5 ธันวาคม 2568 นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้ช่วยปลัดกระทรวงดีอี ร่วมพิธีเปิดงานการฝึกเพื่อทดสอบขีดความสามารถทางไซเบอร์สำหรับหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ทางสารสนเทศ ประจำปีงบประมาณ 2568 หรือ Thailand’s National Cyber Exercise 2025 (NCX2025) โดยมีพลอากาศตรี อมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการ การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหาร หน่วยงานรัฐ เอกชน ผู้เชี่ยวชาญ และบุคลากรด้านความมั่นคงไซเบอร์ และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ สำหรับงานนี้นับเป็นการฝึกทางไซเบอร์ครั้งสำคัญของประเทศที่มุ่งยกระดับความพร้อมในการรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ ที่ทวีความซับซ้อนและรุนแรงมากขึ้น ถือเป็นกลไกสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของ สกมช. ในการผลักดันให้ประเทศไทยมีระบบรับมือภัยคุกคามไซเบอร์ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ การฝึกในปีนี้จึงไม่ใช่แค่การอบรมเชิงปฏิบัติการ แต่เป็นรากฐานสำคัญในการ สร้างบุคลากรที่มีความสามารถ โครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง และประเทศที่มีความมั่นคงด้านไซเบอร์ในระยะยาว

วันที่ 9 ธันวาคม 2568 ว่าที่ร้อยตรี ธนะสิทธิ์ เอี่ยมอนันชัย ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เข้าร่วมงานวันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ปี 2568 “HERO OF THE TRUTH ร่วมหยุดคอร์รัปชัน” และเป็นฮีโร่แห่งความจริง ขับเคลื่อนสังคมไทยสู่อนาคตโปร่งใสและยั่งยืน เคียงข้างสังคมโลก โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยนางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงดีอี ข้าราชการและเจ้าหน้าที่กระทรวงดีอี และผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงาน จัดโดย ความร่วมมือระหว่างรัฐบาล สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ปปช) และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ณ ฮอลล์ 4 อาคารศูนย์การประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี   งานนี้จัดขึ้นเพื่อประกาศเจตนารมณ์ร่วมกับประชาคมโลกว่า “ประเทศไทยไม่ทนต่อการทุจริต” และผลักดันให้ทุกภาคส่วนร่วมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยไปสู่อนาคตที่โปร่งใสและยั่งยืน  

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตนได้มีข้อสั่งการผ่อนปรนการใช้เสาสัญญาณโทรคมนาคมในพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา เป็นการชั่วคราว เพื่อรองรับสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่ โดยก่อนหน้านี้ได้มีคำสั่งให้สำนักงาน กสทช. และผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาสัญญาณรั่วไหลไปยังประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงการปิดเสาสัญญาณที่ตรวจพบปัญหา เพื่อป้องกันการถูกนำไปใช้โดยแก๊งสแกมเมอร์หลอกลวงประชาชน สำหรับการผ่อนปรนดังกล่าวเป็นมาตรการเฉพาะหน้าและจะยกเลิกทันทีเมื่อสถานการณ์ชายแดนคลี่คลายกลับสู่ภาวะปกติ โดยขอย้ำว่ากระทรวงดีอี ยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดูแลความมั่นคงปลอดภัยทางดิจิทัลของประชาชนในพื้นที่ชายแดน ทั้งนี้ กระทรวงดีอี ขอเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากช่วงที่มีการเปิดใช้เสาสัญญาณชั่วคราวอาจเป็นช่องทางให้สแกมเมอร์หรือมิจฉาชีพฉวยโอกาสเข้ามาหลอกลวงในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการส่งข้อความปลอม การแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือการติดต่อขอข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อนำไปใช้ในทางที่ผิด โดยเฉพาะข้อมูลสำคัญ เช่น เลขบัตรประชาชน รหัสผ่านบัญชีธนาคาร และรหัส OTP ดังนั้นจึงขอให้ประชาชนตระหนักรู้และตรวจสอบความน่าเชื่อถือของทุกการติดต่ออย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น รวมทั้งขอให้ติดตามประกาศหรือคำเตือนจากหน่วยงานภาครัฐอย่างต่อเนื่องเพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว อย่างไรก็ตามหากพบความผิดปกติหรือสงสัยว่าเป็นการหลอกลวง ให้หลีกเลี่ยงการตอบกลับพร้อมทั้งแจ้งเบาะแสได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน (GCC1111) ผ่าน 1. ช่องทาง Line OA ที่ https://line.me/R/ti/p/@gcc1111 2. ช่องทาง Chat ที่ https://gcc.go.th/ 3. ช่องทาง Facebook messenger ที่ https://www.facebook.com/GCC1111 4. ผ่านโทรศัพท์สายด่วน 1111 และ 5. ช่องทาง mail ที่ contact_1111@gcc.go.th ---------------------------------------------------

วันอังคารที่ 9 ธันวาคม 2568 นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้หารือร่วมกับดร. Masanori Kondo เลขาธิการองค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (Asia-Pacific Telecommunity : APT) ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค กรุงเทพมหานคร ระหว่างการประชุม MC- 49 โดย APT ได้แสดงความขอบคุณประเทศไทยที่ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของ APT ในฐานะประเทศสมาชิกอย่างขันแข็งตลอด 46 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้เลขาธิการ APT ยังได้เน้นย้ำถึงภารกิจของ APT ได้แก่ โทรคมนาคม ดาวเทียม โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ความมั่นคงทางไซเบอร์ และด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงโครงการเสริมสร้างศักยภาพต่าง ๆ ที่จัดขึ้นภายใต้การดำเนินงานของ APT ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงฯ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ เพื่อรับมือกับภัยและอาชญกรรมในรูปแบบต่าง ๆ ทางไซเบอร์ ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้เห็นพ้องถึงความสำคัญในประเด็นดังกล่าว     พร้อมกันนี้ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้ให้เกียรติกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการประชุมคณะกรรมการจัดการ สมัยที่ 49 (The 49th Session of the Management Committee of the Asia-Pacific Telecommunity: MC-49) ซึ่งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นเจ้าภาพร่วมกับ Asia-Pacific Telecommunity หรือ APT จัดการประชุมดังกล่าว โดยปลัดกระทรวงฯ ได้กล่าวถึงบทบาทและความมุ่งมั่นของไทยในการให้สนับสนุนโครงการและกิจกรรมของ APT อย่างเต็มที่    นอกจากนี้ ไทยสนับสนุนวิสัยทัศน์ตามแถลงการณ์รัฐมนตรี APT ที่มุ่งเน้นความเชื่อมโยง (connectivity), นวัตกรรม (innovation), ความเชื่อมั่นและความปลอดภัย (trust and safety), การมีส่วนร่วมทางดิจิทัล (digital inclusion), ความยั่งยืน (sustainability), และความร่วมมือที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความปลอดภัยดิจิทัล ซึ่งประเทศไทยกำลังเร่งเสริมสร้างกรอบกฎหมาย ยกระดับศักยภาพของสถาบัน และประสานงานกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อต่อสู้กับภัยคุกคามจากการหลอกลวงออนไลน์ (online scams) ที่เพิ่มขึ้น และประสงค์จะดำเนินความร่วมมือกับสมาชิก APT เพื่อป้องกันความเสียหายทางการเงินและมาตรการรับมืออาชญากรรมไซเบอร์ พร้อมทั้งการทำงานร่วมกับสมาชิก APT เพื่อพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า (early-warning systems) กลไกการแจ้งเตือนภัยพิบัติ และการสร้างความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติ   องค์การโทรคมนาคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (APT) เป็นองค์การระหว่างประเทศที่ส่งเสริมความร่วมมือด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก จัดตั้งเมื่อ ปี พ.ศ. 2522 ภายใต้ความอุปถัมภ์ของคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิก (UNESCAP) ซึ่งประเทศไทยได้เข้าเป็นสมาชิกก่อตั้งองค์การฯ เมื่อปี พ.ศ. 2522 โดยมีการลงนามในธรรมนูญองค์การฯ ณ สำนักงานคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific หรือ ESCAP) กรุงเทพมหานคร ปัจจุบัน มีประเทศสมาชิก 38 ประเทศ   ----------------------

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมระบบบริหารจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราว สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ พร้อมพบปะให้กำลังใจประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมด้วยนายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ผู้บริหารบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

วันที่ 9 ธันวาคม 2568 นางสาวกัลยา ชินาธิวร ที่ปรึกษาด้านการต่างประเทศ ได้กล่าวถ้อยแถลงในนามประเทศไทย ในระหว่างการประชุมคณะกรรมการการจัดการ สมัยที่ 49 (the 49th Session of the Management Committee of the Asia-Pacific Telecommunity : MC-49) ณ โรงแรมแบงค็อก แมริออท มาร์คีส์ ควีนส์ปาร์ค กรุงเทพมหานคร โดยได้กล่าวชื่นชมการดำเนินงานของ APT ต่อแผนยุทธศาสตร์ของ APT สำหรับปี ค.ศ. 2024–2026 การดำเนินการตามถ้อยแถลงโตเกียว (Tokyo Statement) รวมถึงการประชุมเตรียมการสำหรับการประชุม World Telecommunication Development Conference (WTDC) 2025 นอกจากนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงการเตรียมพร้อมรับมือด้านภัยพิบัติ (Disaster Preparedness) โดยเฉพาะจากสถานการณ์น้ำท่วมในภาคใต้ของไทย และในหลาย ๆ ประเทศของภูมิภาค ซึ่งเป็นเครื่องย้ำเตือนถึงความสำคัญของระบบเตรียมพร้อมเพื่อรับมือภัยพิบัติที่เข้มแข็ง และเครือข่ายโทรคมนาคมที่มีความพร้อมและใช้งานได้ และความสำคัญด้านความมั่นคงทางไซเบอร์และความปลอดภัยดิจิทัล (Cybersecurity & Digital Safety) ซึ่งประเทศไทยกำลังยกระดับการจัดการกับปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น ผ่านการเสริมสร้างความรู้ทางดิจิทัล เพิ่มเครื่องมือทางเทคโนโลยีเพื่อตอบโต้ภัยคุกคามออนไลน์ และกระชับความร่วมมือระหว่างภาคโทรคมนาคมกับภาคความมั่นคง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นทางดิจิทัล รวมถึงการมีส่วนร่วมทางสังคมและจริยธรรมเทคโนโลยี  

วันที่ 9 ธันวาคม 2568 นางสาวพิยะดา สุดกังวาล ที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจสังคม (ดีอี) เป็นประธานหารือแนวทางการขับเคลื่อนระบบงานเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (e-Office) ภายใต้งานบริการคลาวด์กลางภาครัฐ (GDCC) โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ ห้องประชุม กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และผ่านระบบ Video Conference

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีภาพการลงนาม MOU ระหว่างกระทรวงดีอี และ Prime Opportunity Fund VCC Singapore เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2567 ปรากฏในสื่อ ตนได้สั่งการให้เร่งรัดติดตามคำสั่งของสำนักงานรัฐมนตรี ด่วนที่สุด ที่ ดศ 0100.3/939 ลงวันที่ 21 พ.ย. 2568  ซึ่งได้มีการขอให้ตรวจสอบติดตามและรายงานผลเกี่ยวกับการดำเนินการเรื่อง MoU บริษัท Prime Opportunity Fund VCC Singapore โดยด่วนที่สุด   ทั้งนี้ที่ผ่านมาภายหลังจากที่มีการตั้งข้อสงสัยในเรื่องของ MOU ดังกล่าว ตนได้มีคำสั่งให้หน่วยงานตรวจสอบเอกสารของหน่วยงานต่างๆในสังกัดที่มีความเกี่ยวข้องกับ MOU ดังกล่าว ปรากฏว่าไม่มีหน่วยงานใด รายงานว่ามีเอกสารใดๆที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม   ดังนั้นเมื่อมีการเผยแพร่ภาพการ MOU ดังกล่าวในปัจจุบัน ตนจึงได้ให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเอกสารและรายละเอียดต่างๆอีกครั้ง ก่อนรวบรวม และรายงานข้อมูล เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับ MoU ฉบับดังกล่าวทั้งหมด พร้อมทั้งสรุปให้ตนได้รับทราบโดยด่วนที่สุด ----------------------------------------------------------------

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมระบบบริหารจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราว สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ และพบปะให้กำลังใจประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมด้วยนายเอกพงษ์ หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) ศ.ดร.ธีรณี อจลากุล ผู้อำนวยการสถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) หรือ BDI ผู้บริหารบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT และบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) ร่วมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง นายไชยชนก กล่าวว่า การตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการระบบศูนย์พักพิงชั่วคราว สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ถือเป็นศูนย์พักพิงที่เป็นศูนย์กลางของจังหวัด โดยนำเอาประสบการณ์จากสถานการณ์ความไม่มั่นคงครั้งที่ผ่านมา มาใช้การบริหารจัดการระบบศูนย์พักพิงชั่วคราว เพื่ออำนวยความสะดวกและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พักพิง ด้วยการบูรณาการความร่วมมือของหน่วยงานรัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ ซึ่งจากสถานการณ์ปัจจุบันมีประชาชนในศูนย์พักพิงฯ ประมาณ 10,000 คน และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 2,000 คน ดังนั้นจึงต้องมีการเตรียมความพร้อมทั้งในด้านที่พัก สิ่งของอุปโภค-บริโภคที่จำเป็น และอาหาร รวมถึงการจัดการด้านสาธารณสุข และด้านอื่นๆ โดยตนได้มอบหมายให้ สสช. และ BDI บูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานรัฐและเอกชนในพื้นที่ เพื่อนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเหลือในการจัดระบบลงทะเบียนผู้พักพิง การจัดการสิ่งของ และจัดส่งสิ่งของช่วยเหลือกระจายไปยังศูนย์พักพิงอื่นๆ การช่วยเหลือเยียวยา จากเดิมที่ใช้ระบบแบบ Manual พร้อมให้ทั้ง 2 หน่วยงาน เก็บข้อมูลการบริหารจัดการร่วมกันของแต่ละหน่วยงาน จัดทำเป็นแผนต้นแบบ “บุรีรัมย์โมเดล” ในการวางระบบมาตรฐานการจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราวทั่วประเทศ ทั้งในกรณีภัยความมั่นคง และภัยทางธรรมชาติ หรือภัยด้านอื่นๆ นอกจากนี้ยังมอบหมายให้ NT วางระบบการสื่อสารโทรคมนาคม Wi-Fi และติดตั้งกล้องวงจรปิด ประจำศูนย์พักพิงต่างๆ รวมทั้ง ปณท. ที่ช่วยเหลือด้านการแจกจ่าย และจัดส่งสิ่งของให้ความช่วยเหลือ ขณะเดียวกันกระทรวงดีอี ยังได้เตรียมจัดทำระบบ DE Center Life ซึ่งเป็นระบบศูนย์กลางข้อมูลการให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดสถานการณ์ที่ไม่มั่นคงในพื้นที่ ซึ่งระบบจะรวบรวมข้อมูลจากหน่วยงานต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการช่วยเหลือประชาชน และจะทำการลบข้อมูลจากศูนย์กลางเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจช่วยเหลือ ซึ่งจะมีการจัดทำเป็นระเบียบที่กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเป็นระบบเดียวกันทั่วประเทศ “จากปัญหาภัยพิบัติ รวมถึงภัยความมั่นคง ทำให้การวางระบบศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ได้มาตรฐาน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีสำหรับผู้พักพิงจึงเป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งกระทรวงดีอี เป็นศูนย์กลางของการรวบรวมข้อมูลของแต่ละหน่วยงานที่ช่วยลดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพการให้ความช่วยเหลือประชาชน ผ่าน DE Center Life ก่อนลบข้อมูลประชาชนเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ซึ่งกำหนดเป็นระเบียบหลักเกณฑ์ที่เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ โดยจะมีการนำเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้า” นายไชยชนก กล่าว ------------------------------------------------------

นางสาวสุชาดา ซาง แทนทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน ทั้งนี้ในวันที่ 8 ธันวาคม 2568  AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 168,799 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 190 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 183 ข้อความ ตามมาด้วยช่องทาง Facebook 7 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 38 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 22 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็นข่าวจริง 6 เรื่อง และข่าวปลอม 1 เรื่อง ได้แก่ อันดับที่ 1 : ข่าวจริง  : เรื่อง กัมพูชาโจมตีทหารไทย หวังสร้างความสูญเสีย–ขัดขวางภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดและปรับปรุงเส้นทาง อันดับที่ 2 : ข่าวจริง  : เรื่อง กัมพูชาใช้อาวุธยิงในพื้นที่ช่องอานม้า - เล็งสนามบินและโรงพยาบาล และขอให้ประชาชนในพื้นที่อำเภอตามแนวชายแดน อพยพออกจากพื้นที่ อันดับที่ 3 : ข่าวจริง  : เรื่อง เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย มอบเงินบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้ 30 ล้านบาท อันดับที่ 4 : ข่าวจริง  : เรื่อง ศธ.สั่งปิดโรงเรียน 641 แห่ง ใน 5 จ. ชายแดนไทย–กัมพูชา ชั่วคราว และปิด 4 รพ.ชายแดน จ.สระแก้ว รับเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต อันดับที่ 5 : ข่าวจริง  : เรื่อง เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 68 กัมพูชาเปิดฉาก 5 จุดปะทะใหญ่ อันดับที่ 6 : ข่าวปลอม  : เรื่อง บีบมะนาว 3-4 หยด สามารถใช้ห้ามเลือดที่บาดแผลได้ อันดับที่ 7 : ข่าวจริง : เรื่อง ธอส. แจกของขวัญปีใหม่ 1,000 บาท ตอบแทนลูกค้าที่มีวินัยผ่อนชำระสินเชื่อบ้าน สำหรับอันดับ 1  เป็นข่าวจริง เรื่อง “กัมพูชาโจมตีทหารไทย หวังสร้างความสูญเสีย–ขัดขวางภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดและปรับปรุงเส้นทาง” กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับทีมโฆษกกองทัพบก กระทรวงกลาโหม ได้รับการยืนยันเป็น “ข่าวจริง” ซึ่งมีข้อมูลที่เป็นระบุถึงกรณีทหารกัมพูชาใช้อาวุธโจมตีฝ่ายไทย เมื่อ 7 ธ.ค. 68 เวลา 14.15 น. ที่ผ่านมา บริเวณพื้นที่ ภูผาเหล็ก–พลาญหินแปดก้อน อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ส่งผลให้มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บ 2 นาย นั้น ทั้งนี้ โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะที่ฝ่ายไทยกำลังปฏิบัติภารกิจในการปรับปรุงเส้นทางในเขตอธิปไตยไทย แต่มีกลุ่มทหารกัมพูชาได้ใช้อาวุธยิงเข้ามาใส่ชุดรักษาความปลอดภัยของหน่วยทหารช่างที่กำลังปรับปรุงเส้นทาง ฝ่ายไทยจึงได้ทำการยิงตอบโต้กลับไป ทำให้เกิดการปะทะกัน และขอยืนยันว่า ฝ่ายกัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่มใช้อาวุธก่อน เชื่อว่า มีเป้าหมายเพื่อให้ฝ่ายไทยเกิดการบาดเจ็บและสูญเสีย ขัดขวางการปฏิบัติงานของฝ่ายไทยในการเก็บกวาดทุ่นระเบิด และการปรับปรุงเส้นทางเพื่อภารกิจด้านความมั่นคงในบริเวณพื้นที่ชายแดน ในส่วนพฤติกรรมดังกล่าวนับเป็นความตั้งใจที่จะละเมิดข้อตกลงอย่างชัดเจน และเชื่อว่าเหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อกลไกความร่วมมือในการรักษาความสงบในพื้นที่ชายแดน ที่ฝ่ายไทยได้มุ่งมั่นและพยายามให้ความร่วมมือมาโดยตลอดในช่วงที่ผ่านมา ดังนั้น กองทัพบก ขอยืนยันว่า การปฏิบัติการด้วยอาวุธของฝ่ายไทยยึดกรอบกฎการใช้กำลัง ความจำเป็นในการป้องกันตนเองตามหลักสากล และอยู่ในระดับที่เหมาะสมเพื่อตอบสนองต่อการกระทำอันเป็นภัยคุกคามที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง  โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด หากประชาชน พบข่าวน่าสงสัย ข้อมูลบิดเบือน สามารถแจ้งเบาะแส และตรวจสอบข่าวปลอมได้ที่ โทรสายด่วน 1111 ต่อ 87 (24 ชม.) หรือที่| เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com| Line ID: @antifakenewscenter| Facebook : Anti-Fake News Center Thailand| X : @AFNCThailand| TikTok : @antifakenewscenter| IG : afnc_thailand/--------------------------------------------------------

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ความมั่นคง) ได้มีหนังสือเชิญ ตน ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี เข้าร่วมประชุมเรื่องการฟอกเงินที่โยงกับสแกมเมอร์จากกัมพูชา ในวันที่ 11 ธันวาคม 2568 เวลา 9.30 น. นั้น ตนยินดีที่จะเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว สำหรับประเด็นที่ กมธ.ความมั่นคง ได้กำหนดเป็นวาระหารือคือการพิจารณาและติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการฟอกเงินของกลุ่มทุนกัมพูชาที่เชื่อมโยงกับสแกมเมอร์ กรณีของ Huione Group นายฮุนโต และกรณีการทำ MOU ระหว่างกระทรวงดีอี และบริษัท Prime Opportunity Fund VCC Singapore ที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ รวมทั้งติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการกรณีของนายเบน สมิธ และนายยิม เลียก ทั้งนี้ ถือเป็นเรื่องน่ายินดี ที่กมธ.ความมั่นคง ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว โดยตนพร้อมที่จะร่วมหารือในด้านการปราบปรามสแกมเมอร์ และขบวนการฟอกเงินที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อเป็นการขุดรากถอนโคนขบวนการเหล่านี้ที่สร้างความเสียหายให้กับประชาชน และประเทศ พร้อมร่วมรับฟังข้อเสนอแนะและความคิดเห็นของ กมธ. เพื่อพิจารณาแนวทางการบูรณาการทำงานร่วมกันต่อไป “ก่อนหน้านี้ เมื่อช่วงปลายเดือน พ.ย.68 ที่ผ่านมา ทางกระทรวงดีอี โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก.ฯ มาตรา 13 ได้เชิญนายรังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ.ความมั่นคง ร่วมหารือและให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์ แต่เนื่องด้วย ประธานกมธ. ติดภารกิจ ดังนั้นในโอกาสที่ กมธ.ความมั่นคง ได้เชิญตนร่วมหารือด้วยในครั้งนี้ จึงถือเป็นเรื่องที่ดีมากที่ทั้งฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติ จะได้ร่วมกันหารือเพื่อการปราบปรามสแกมเมอร์ที่เป็นวาระแห่งชาติ ให้เป็นไปในทิศทางร่วมกัน” นายไชยชนก กล่าว --------------------------------------------------------

icon-sitemap    std-w1    std-w2    WCAG 2.0 (Level AA)
จำนวนผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ Loading...


กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

เลขที่ 120 หมู่ 3 ชั้น 8-11 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 (อาคาร ซี) ซอยแจ้งวัฒนะ 7 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

facebook
instagram
twitter
youtube
rss
tiktok
threads
Icon Q&A
black ribbon.